ผ่านไปหลายวัน
เนื่องจากสตีฟต้องรีบกลับไปทำงานต่อ ทำให้สตีฟฝากมารานไว้กับไลท์ เนื่องจากมารานยังต้องเรียนรู้ทักษะหอกจากไลก้าอีกมาก อีกอย่างสตีฟก็วางใจมากถ้าหากมารานอยู่ที่นี้เพราะที่แห่งนี้มีพวกไลท์คอยดูแลอยู่
ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ช่วงนี้ดันเจี้ยนก็ปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แม้แต่รอบๆป้อมปราการมาการ์ก็ยังมีดันเจี้ยนโผล่ขึ้นมาสามครั้งแล้ว ซึ่งแต่ละครั้งดันเจี้ยนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นมามันมีความแข็งแกร่งในระดับAเลยทีเดียว ซึ่งทำให้มารานต้องเป็นผู้นำในการทำลายดันเจี้ยน
มารานได้รับการฝึกฝนทักษะหอกจากไลก้าโดยเฉพาะทำให้ฝีมือของมารานพัฒนาขึ้นกว่าวันแรกที่เธอจับหอกมาก นอกจากนี้การโจมตีของเธอก็รุนแรงมากขึ้นด้วย
ส่วนทางด้านของไลท์ เขาก็ฝึกสอนซีรอสพร้อมกับส่งให้เขาเข้าไปฝึกฝนตัวเองภายในค่ายกลฝึกฝน ทำให้ความแข็งแกร่งของซีรอสพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ซีรอสกลายเป็นลูกศิษย์ของไลท์ ความแข็งแกร่งของซีรอสก็พุ่งทะยานมาอยู่ในระดับBแล้ว เมื่อรวมกับทักษะบ่มเพาะและสมบัติต่างๆที่สมาชิกเดธปาร์ตี้มอบให้ จึงไม่แปลกที่ซีรอสจะพัฒนาตัวเองได้ไวขนาดนี้
ส่วนทักษะบ่มเพาะที่ไลท์มอบให้กับซีรอสก็เป็นเพียงทักษะระดับกลางเท่านั้น เพราะเขายังต้องดูความประพฤติและนิสัยของซีรอสก่อน
สองเดือนต่อมา เมลิซ่าได้มาถึงเมืองรุ่งอรุณ ซึ่งเธอมาพร้อมกับองครักษ์ของเธอสามคน ซึ่งทั้งสามคนมีความแข็งแกร่งในระดับS
และอีกสิบวันต่อมา เฮลเฟลชก็มาถึงเมืองรุ่งอรุณ ซึ่งเธอมาพร้อมกับเพื่อนๆของเธอ
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปราวๆห้าปี
ในช่วงเวลาห้าปีเรื่องต่างๆมากมายก็ได้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
ชื่อเสียงของเมืองรุ่งอรุณก็นับว่าโด่งดังคับฟ้า
เมืองรุ่งอรุณกลายเป็นเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดเนื่องจากตัวตนระดับSมีมากกว่าหนึ่งร้อยคน ตัวตนระดับSSนอกจากสมาชิกเดธปาร์ตี้แล้วก็ยังมีไม่ต่ำกว่าสิบคน
ทำให้เมืองรุ่งอรุณถูกนับว่าเป็นเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาสภาจอมเวทย์ พวกเขาอาจจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับสมาคมนักผจญภัยเลยด้วยซ้ำ
แต่ความจริงแล้วตัวตนระดับสูงเท่านั้นที่รู้ว่าเมืองรุ่งอรุณนั้นแข็งแกร่งกว่าที่พวกคนภายนอกรู้มากนัก เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าหน่วยลับเทพยุทธ์มีความแข็งแกร่งเท่าไหร่ เพราะเท่าที่ปรากฏมาก็คือหัวหน้าและรองหัวหน้ามีความแข็งแกร่งในระดับSS ส่วนหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยทั้งสิบห้าคนต่างก็มีความแข็งแกร่งในระดับS ( เนื่องจากแต่ละหน่วยจะมีรองหัวหน้าหน่วยสองคน )
แต่ความจริงแล้วทั้งสิบคนนี้แม้ว่าพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งในระดับSแต่พวกเขาก็มีความสามารถทัดเทียมกับตัวตนระดับSS เพียงแค่รอเวลาเท่านั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นระดับSSอย่างเต็มตัว
ด้วยเหตุนี้เมื่อรวมเข้ากับสมาชิกเดธปาร์ตี้ เมืองรุ่งอรุณคือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาจากห้าตระกูลผู้พิทักษ์
ซึ่งแน่นอนว่าห้าตระกูลผู้พิทักษ์เองก็ยังส่งลูกหลานของพวกเขาบางส่วนมาที่นี้เพื่อที่จะฝึกฝนความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง แน่นอนว่าไลท์ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นผลดีต่อเผ่ามนุษย์ แต่แน่นอนว่าทักษะบ่มเพาะก็ไม่สามารถที่จะบอกให้กับคนอื่นๆฟังได้
นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวลือว่าไลท์ได้รับทักษะบางอย่างมาจากยุคโบราณที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขนาดนี้ และไลท์ก็ยังได้มอบทักษะเหล่านั้นให้กับคนของเขารวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองรุ่งอรุณมีตัวตนระดับAไม่ต่ำกว่าสามแสนคน ซึ่งด้วยจำนวนเพียงเท่านี้ก็สามารถยึดอาณาจักรรอบๆให้กลายเป็นของตัวเองได้แล้ว
นอกจากนี้ไลท์ยังได้ทำการแก้ทางพวกที่คิดที่จะส่งสายสืบเข้ามาสืบทักษะบ่มเพาะที่สอนให้กับรุ่นเยาว์ เนื่องจากมีกฏว่า ใครก็ตามที่จะฝึกฝนทักษะบ่มเพาะได้ทุกคนจะต้องปฏิญาณตนว่าจะซื่อสัตย์ต่อเมืองรุ่งอรุณ ถ้าหากมีความคิดรายต่อเมืองรุ่งอรุณก็จะต้องตายทันที
ซึ่งก็มีพวกที่ยอมตายเพื่อบอกข้อมูลทักษะบ่มเพาะให้กับเจ้านายของตัวเอง ซึ่งไลท์ได้ทำการใช้เลือดของตัวเองและสมบัติบางอย่างทำให้กลายเป็นยาน้ำขวดหนึ่ง ซึ่งใครก็ตามที่กินยาน้ำขวดนี้จะได้รับทักษะบ่มเพาะระดับต่ำ ซึ่งใครก็ตามที่กินยาน้ำขวดนี้ไป ถ้าหากคิดที่จะบอกความลับของทักษะบ่มเพาะจะตายทันทีตั้งแต่ที่มีความคิดแล้ว
ส่วนสถานที่ที่ยอดนิยมที่สุดก็คือหอคอยสวรรค์ ผู้คนนับไม่ถ้วนเดินทางมาที่นี้เพื่อที่จะถ่ายรูปและวัดความแข็งแกร่งของตัวเอง
อีกสถานที่หนึ่งที่เป็นที่พูดถึงก็คือสถานศึกษาและสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้
สถานศึกษาได้ทำให้มีเจ้าหน้าที่มากมายนับไม่ถ้วนที่มีความสามารถโผล่ขึ้นมานับไม่ถ้วน ซึ่งตอนนี้พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรับสมัครเจ้าหน้าที่แล้ว เนื่องจากพวกเขามีเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานรวมกันไม่ต่ำกว่าสามแสนคน
คนธรรมดาที่ไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้ พวกเขาก็จะสอบเข้าสถานศึกษาแห่งนี้ ซึ่งสถานศึกษาจะรับคนที่มีอายุมากกว่าแปดขวบและต่ำกว่าสิบแปด ซึ่งทุกคนจะต้องเรียนวิชาทั่วไปเช่นการคำนวน การอ่านเขียน เป็นต้น
ซึ่งไลท์ได้กำหนดว่าการที่จะจบจากสถานศึกษาแห่งนี้ได้จะต้องเรียนไม่ต่ำกว่าสามปีและจะต้องทำข้อสอบวัดความสามารถเพื่อที่จะจบจากสถานศึกษา
ซึ่งสถานศึกษาแห่งนี้มีลูกศิษย์มากถึงห้าหมื่นคน ด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนี้ทำให้ไม่สามารถเข้าทำงานกับหน่วยงานในเมืองรุ่งอรุณได้หมด ทำให้มีเจ้าเมืองบางคนหรือคนจากอาณาจักรอื่นๆมารับสมัครพวกเขาไปทำงานที่อื่น ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองรุ่งอรุณในทุกๆปีจะมีคนย้ายเข้าและย้ายออกตลอดเวลา
ชื่อเสียงของสถานศึกษานั้นโด่งดังมากๆจนทำให้เมืองอื่นๆหรืออาณาจักรอื่นๆก็ทำตามและสร้างสถานศึกษาไว้ที่อาณาจักรของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นความรู้ที่เรียนก็ยังแตกต่างกันเพราะในช่วงแรกไลท์ได้สอนวิชาพื้นฐานให้กับอาจารย์ทุกๆคน ทำให้ความรู้และความสามารถของอาจารย์แต่ละคนมากกว่าที่อื่นๆ
ไลท์มาจากโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยการศึกษา เพราะฉะนั้นไลท์จึงมีความสามารถพอที๋จะสอนวิชาบวกเลขเบื้องต้นหรือการคูณหรือหารกันได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนทางด้านของสถานบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้ ก็นับว่าเป็นสถานที่ที่โด่งดังมากๆ รุ่นเยาว์ที่จบจากสถานบันฝึกสอนศิลปการต่อสู่จะถูกจับตามองโดยกองกำลังต่างๆ
ในช่วงห้าปีมานี้ มีลูกศิษย์ที่จบจากสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้มากกว่าหนึ่งหมื่นคน ซึ่งพวกเขาส่วนมากเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ก็กลายเป็นผู้คุมกันพื้นที่ต่างๆภายในเมือง นอกจากนั้นก็ยังมีการดึงตัวโดยกองกำลังต่างๆที่ว่าจ้างในราคามหาศาล ซึ่งทำให้มีบางส่วนตัดสินใจทำงานเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้ในทุกๆปีช่วงก่อนพิธีจบการศึกษาจะมีงานประลองฝีมือของรุ่นเยาว์ที่จะจบจากสถาบันศิลปการต่อสู้ ซึ่งมันจะเป็นงานประลองฝีมือที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสิบอันดับแรกจะถูกรับเข้าหน่วยลับเทพยุทธ์ทันที หรือใครที่มีแววก็จะถูกทาบทามให้เข้าร่วมกับหน่วยลับเทพยุทธ์
แน่นอนว่ารุ่นเยาว์ที่จบจากสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้ทั้งหมกต้องการที่จะเข้าร่วมกับหน่วยลับเทพยุทธ์ ทำให้พวกเขาพากันฝึกฝนตัวเองอย่างสุดความสามารถ ส่วนคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมกับหน่วยลับเทพยุทธ์ได้ก็ไม่ได้เสียใจมากนัก ซึ่งการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีศิษย์ที่จะเข้าร่วมหน่วยลับเทพยุทธ์ได้เหมือนกัน
ซึ่งภายในสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้ ไลท์ก็ได้มอบทักษะบ่มเพาะระดับต่ำให้ทุกๆคนได้ฝึกฝน ซึ่งทักษะระดับต่ำนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายมาก ซึ่งถ้าหากฝึกฝนจนถึงขั้นสุดท้ายแล้วจะร่างกายของคนๆนั้นจะแข็งแกร่งในระดับB
สำหรับตัวตนระดับสูง ความแข็งแกร่งระดับBเป็นอะไรที่ธรรมดามาก พวกเขาจึงไม่ต้องการที่จะฝึกฝนทักษะเหล่านั้น แต่ก็มีตัวตนระดับสูงบางคนที่ฝึกฝนทักษะเหล่านั้นเหมือนกัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นจอมเวทย์ที่มีร่างกายอ่อนแออ ซึ่งถ้าหากพวกเขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง พวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดาตาดำๆความแข็งแกร่งระดับB นั้นเปรียบได้กับเทพเจ้า พวกเขาทรงพลังและแข็งแกร่ง สำหรับเมืองเล็กๆพวกเขาคือตัวตนสำคัญของกองกำลังเหล่านั้น และบางทีพวกเขาก็อาจจะกลายเป็นผู้นำกองกำลังระดับกลางของเมืองนั้นๆได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือ รุ่นเยาว์ที่จบมาจากสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าตัวตนระดับเดียวกันมาก ซึ่งพวกเขาเวลาต่อสู้กันเองจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างแต่ถ้าหาก เอาคนที่อ่อนแอที่สุดในรุ่นมาเจอกับระดับAที่อยู่ด้านนอก
จะกลายเป็นว่ารุ่นเยาว์ของสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้เอาชนะไปได้อย่างง่ายๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้ชื่อเสียงของเมืองรุ่งอรุณโด่งดังขึ้นไปอีก กลายเป็นว่าจะมีลูกหลานของตระกูลหรือกองกำลังนับไม่ถ้วนส่งมาฝึกฝนกับสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้ที่นี้และกลับไปฝึกสอนรุ่นเยาว์ของตัวเอง
แน่นอนว่าไลท์ไม่ได้ว่าว่าทักษะบ่มเพาะระดับต่ำนี้จะหลุดรอดออกไป เพราะความจริงแล้วเขาตั้งใจให้มันหลุดออกไปมากกว่า
นั้นก็เพราะในช่วงเวลาอีกแค่สิบห้าปีข้างหน้า หอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลายแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่ด้านในก็จะหลุดออกมาด้านนอก ซึ่งเผ่าพันธุ์ลึกลับที่ยังไม่เคยปรากฏตัวออกมาอย่างเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์ยักษ์ จะต้องโผล่ออกมาและเข้าร่วมสงครามชิงพื้นที่และทรัพยากร
ไลท์ไม่ต้องการให้เผ่ามนุษย์ล้มตายนับไม่ถ้วน ทำให้ไลท์ตัดสินใจที่จะปล่อยทักษะบ่มเพาะนี้ให้หลุดออกไปเพื่อเป็นการช่วยเหลือเผ่ามนุษย์ด้วยกันเอง
ซึ่งการกระทำของไลท์นั้น กองกำลังระดับสูงที่รู้ข่าวเรื่องการพังทลายของหอคอยแห่งนิรันดร์แล้วก็ประทับใจกับความคิดของไลท์ นอกจากนี้พวกเขาก็ได้นำทักษะของไลท์มาฝึกฝนกองกำลังของตัวเองด้วยเหมือนกัน กลายเป็นว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์เพิ่มสูงมากกว่าเดิมหลายเท่า
คนธรรมดาที่ไม่สามารถกลายเป็นจอมเวทย์ได้พวกเขาก็ฝึกฝนทักษะนี้จนตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งในระดับB เอาแค่ระดับD พวกเขาก็สามารถหางานหรือล่าสัตว์เวทย์ระดับต่ำได้และหาเงินเลี้ยงครอบครัวของตัวเองได้แล้ว
ทำให้ในช่วงเวลาสองปีหลังมานี้ทักษะบ่มเพาะแห่งนี้ถูกเรียกว่า ทักษะดารายุทธ์ ซึ่งไลท์เป็นคนคิดชื่อนี้ออกมา จนมันกลายเป็นทักษะที่โด่งดังไปทั่วเผ่ามนุษย์
สาเหตุที่ชื่อทักษะดารายุทธ์ก็เพราะทักษะนี้จะดึงเอาพลังของดวงดาวมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ไม่ใช่แค่พลังของดวงดาวเท่านั้นแต่พลังรอบๆก็ถูกดูดซัพด้วยเหมือนกัน
แน่นอนว่าทักษะบ่มเพาะดารายุทธ์นี้เป็นเพียงทักษะระดับต่ำแต่พวกเขาก็สามารถฝึกฝนตัวเองให้มาอยู่ในระดับAได้เหมือนกัน เพียงแต่คนๆนั้นจะต้องขยันมั่นเพียรและตั้งใจบ่มเพาะพลังไปเรื่อยๆ
สำหรับรุ่นเยาว์ที่มาฝึกฝนที่เมืองรุ่งอรุณ พวกเขาบางส่วนมากจากพื้นที่ห่างไกลทำให้ทางสถาบันได้จัดเตรียมหอพักให้หมด ทำให้รุ่นเยาว์ทั้งหมดตั้งใจฝึกฝนตัวเองเท่านั้น
นอกจากหอคอยสวรรค์ และสถานศึกษาและสถาบันฝึกสอนศิลปการต่อสู้แล้ว ก็ยังมีหอการค้ารุ่งอรุณที่โด่งดังไม่แพ้กัน
เนื่องจากอุปกรณ์เวทย์มนต์ส่วนมากจะถูกคิดค้นขึ้นมาโดยไลท์ไม่ว่าจะเป็นพัดลมเวทย์ ที่ใช้แก่นพลังมานาทำให้ห้องขนาดใหญ่เย็นสบายราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอุปกรณ์เวทย์ส่วนมากไลท์ก็นำความคิดมาจากโลกเก่าของเขารวมเข้ากับโลกเวทย์มนต์แห่งนี้ทำให้มันเกิดอุปกรณ์เวทย์มนต์แบบใหม่อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งคนส่วนมากที่พัฒนาอุปกรณ์เวทย์มนต์ก็มาจากคนของสถานศึกษาที่ศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทยต์มนต์โดยเฉพาะ ซึ่งอุปกรณ์ที่โด่งดังที่สุดและเป็นอุปกรณ์ที่ทุกเมืองในหอคอยแห่งนิรันดร์ต้องมีก็คือ อุปกรณ์ตรวจจับดันเจี้ยน
ดันเจี้ยนในหอคอยแห่งนิรันดร์จะสุ่มเกิดทำให้ไม่มีใครรู้ร่วงหน้าว่าจะมันจะเกิดขึ้นตอนไหนและเมื่อไหร่ ซึ่งที่คนในหอคอยแห่งนิรันดร์พบก็คือการที่พวกเขาส่งคนออกสำรวจพื้นที่รอบๆเมืองอย่างต่อเนื่องนั้นเอง
อุปกรณ์ตรวจสอบดันเจึ้ยนมีขนาดไม่ใหญ่มากทำให้ช่างต่อเรือยนต์จำนวนมากมาติดต่อขอซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบดันเจี้ยนเพื่อนำมันมาติดตั้งไว้ในเรือยนต์ของพวกเขา
ระยะการตรวจสอบก็คือห้ากิโลเมตรรอบๆอุปกรณ์ตรวจสอบ ซึ่งเครื่องนี้จะตรวจสอบความผันผวนของมิติ ซึ่งทุกครั้งที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นก็จะเกิดการผันผวนของมิตินั้นเอง
ด้วยการมีอยู่ของอุปกรณ์ตรวจจับนี้ทำให้เมืองต่างๆสามารถรู้ว่ารอบๆเมืองของตนจะมีดันเจี้ยนปรากฏขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่ มันทำให้เมืองของพวกเขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้น