รีสอร์ทจรัสฤดี
“ผู้เฒ่าอาร์ลูยังไม่กลับมาอีกรึแล้วติดต่อมาหรือเปล่า?” ชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่ผู้หนึ่งกำลังสอบถามกับจรัส
“ยังไม่กลับและไม่ได้ติดต่อตั้งแต่แยกกันที่งานเลี้ยงครับ” เขากล่าวตอบชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่
ชายผู้นี้มีอายุในช่วยวัยกลางคนมีหนวดเคราที่ไม่ยาวมากนัก ผิวคล้ำใสชุดชาวสวน พอดูแล้วเหมือนคนงานทำสวน
ที่รีสอร์ทของจรัส เพียงแต่กิริยาอาการตอนนี้เป็นตรงข้าม
“อืม...นี่จะนานเกินไปแล้วนะทำไมแค่ไอ้หมอนั้นคนเดียวก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อีกรึ?” ชายร่างใหญ่กล่าวอย่างสงสัย
“ท่านอาร์ลูเคยบอกว่ามันอาจจะมีของดีบางอย่างและเห็นว่าจะสืบดูแมวดำตัวหนึ่งว่ามันคืออะไร อาจจะใช้เวลาสักหลายวันครับ”
เขาบอกชายร่างใหญ่ด้วยความกลัว
“เอาล่ะข้าจะแจ้งข่าวให้ท่านผู้บัญชาการมังค์จาได้ทราบ ว่าแต่รีสอร์ทของเจ้ามีการเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นที่ขนย้าย
อาวุธสงครามหรือยัง?”
“ขอเวลาให้กับผมด้วยครับเราจะขนย้ายตอนงานหมั้นของผม เพราะผมต้องกันตัวเองไว้ด้วยครับอีกอย่างช่วงนี้การหาของมีค่า
ของเรายังมีปัญหาตามที่ท่านได้ทราบแล้ว”
“หึ..ก็ได้ข้าจะบอกกับท่านมังค์จาให้ แต่เจ้าอย่าลืมนะว่านอกจากชีวิตของเจ้าขึ้นอยู่กับท่านมังค์จาแล้วเจ้ายังต้องอาศัยพวกเรา
ให้ได้เงินทองในการทำธุรกิจของเจ้าถ้าไม่มีพวกเราเจ้าก็ไม่มีอย่างทุกวันนี้”
“ครับ ผมเข้าใจดีครับ”จรัสตอบรับกับชายร่างสูงใหญ่ซึ่งเป็นคนของมังค์จานั่นเอง
“เอาละข้าจะไม่รอผู้เฒ่าอาร์ลู จะกลับไปที่ฐานกองกำลังลับของท่านมังค์จาที่อีกฝั่งของชายแดนประเทศ
หากมีข่าวจากผู้เฒ่าอาร์ลูให้รีบแจ้งข้าทันที” เขาออกคำสั่งกับจรัส
“ทราบแล้วครับผมจะรีบแจ้งท่านทันทีที่มีข่าวครับ” จรัสตอบรับ
..............
กลับมาทางด้านเทวินทีกำลังคิดหาวิธีทำลายวิชาอาคมของผู้เฒ่าอาร์ลู‘มันต้องมีวิธีสิ’
ขณะกำลังคิดหาวิธีทุกคนก็ได้ยินเสียงไก่ร้องขันมาตามสายลมที่พัดมากระทบกาย ‘จริงสิ หรือว่าจะเป็นพญาไก่ฟ้า’
ไม่เพียงแค่คิดแต่พอจะยังรับรู้ได้
‘ที่แท้วิชาอาคมของผู้เฒ่าอาร์ลูก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางพญาและราชาปลวกที่ท่านฤษิวิศรุฒไม่สามารถควบคุมมันได้อีก’
สายลมพัดแรงขึ้นพร้อมกับเสียงไก่ร้องขันที่มีเสียงดังมากขึ้นเช่นกันทุกคนได้พากันหันไปมองที่เทวินอย่างพร้อมใจ
“พี่วินครับนี่ยังมีอะไรอีกหรือเปล่าครับที่พี่ไม่ได้บอกกับพวกเรา?” พิเชษฐ์เอ่ยถาม
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันแต่ที่กำลังมาจะถึงที่นี่คือ พญาไก่ฟ้าน่าจะมาเพื่อทำลายวิชาอาคมของผู้เฒ่าอาร์ลู”
เขาบอกทุกคนด้วยเสียงอันดัง พายุที่พัดแรงขึ้นนั้นค่อยๆ สงบลง
เสียงร้องขันของพญาไก่ฟ้ามีความชัดเจนแล้วทุกคนหันไปตามเสียง บริเวณลานบ้านที่มีตุ่มน้ำพร้อมตกแต่งด้วยไม้พุ่มและลำไผ่ตัด
บนปากตุ่มน้ำนั้นยืนไว้ด้วยพญาไก่ฟ้าที่สง่างาม
พญาไก่ฟ้าตัวนี้มีลักษณะรูปร่างตัวใหญ่กว่าไก่บ้านมีจะงอยปากที่แหลมคม ดวงตากลมสีม่วง รอบขอบตาเห็นเป็นสีส้มแดง
รวมทั้งขนคล้ายคิ้วยาวไปข้างหลัง มีหงอนสีม่วง ส่วนพื้นขนตัว ขนปีกและขนหางเป็นสีทอง แซมด้วยลายขนปีกขาวดำสลับคล้ายเกล็ดปลา
หางยาวตรง ขาและเท้าเป็นสีส้มแดง
“สวยมาก!”หลายคนอุทานออกมา
พญาไก่ฟ้าที่เทวินและพญาเสือดำเคยเห็นในตอนย้อนกลับไป3,700ปีที่แล้ว แม้ไม่ใช้ตัวนี้แต่ก็รับรู้ได้ว่าเป็นเช่นเดียวกัน
“เงี้ยววๆ ๆ”แมวสีนิลส่งเสียง
“อู๊กก..อ๊กๆอู๊กก..อ๊กๆๆ” พญาไก่ฟ้าได้ขันร้อง เป็นการสนทนาสื่อสารกับแมวสีนิล
เทวินพอเข้าใจได้ แมวสีนิลปล่อยให้อาร์ลูเคลื่อนไหวได้แล้ว
“โอ้ย!.ๆ..อ๊วก”ผู้เฒ่าอาร์ลูอาเจียนออกมาเป็นกองสีขาวๆภายใต้สายตาของพญาไก่ฟ้าที่กำลังจ้องมองด้วยดวงตาประกายม่วง
หลังอาเจียนออกมายังร้องโอดโอยร่างกายลงไปเกลือกดิ้นกับพื้นที่แท้สิ่งที่ผู้เฒ่าอาร์ลูกลัวมากที่สุดคือการสิ้นวิชาอาคม
เพราะว่าเมื่อหนอนปลวกออกจากร่างกายจนหมด จะมีอาการปวดร้อนไปทั่วร่างกายราวกับอยู่ในขุมนรก
ที่ผู้เฒ่าอาร์ลูอาเจียนออกมาคือหนอนปลวกหลายตัวมีอาถรรพ์ได้รับอำนาจจากนางพญาและราชาปลวก
ตอนนี้พวกมันได้กลายเป็นหนอนปลวกธรรมดาแล้ว
เสียงพญาไก่ฟ้าร้องขันก้องกังวานไปทั่วทุกทิศทางเพียงไม่นานก็มีบรรดานกหลายชนิดพันธุ์บินมาจิกกินหนอนปลวกเหล่านั้นจนหมด
เมื่อหนอนปลวกถูกกินจนหมด อาร์ลูก็ค่อยคลายความเจ็บปวดร้อนลง
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่ตกตะลึงไปกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นพญาไก่ฟ้าก็ไปแล้ว บินหายไปในป่ามะม่วง บรรดานกที่มาจิกกิน
หนอนปลวกอาถรรพ์ก็พากันบินไปแล้วเช่นกัน
หลังเหตุการณ์สงบลงเทวินจึงเล่าเรื่องที่ตนเองกับพญาเสือดำย้อนไปยัง3,700ที่แล้วด้วยร่างเสมือนกายแสงให้ทุกคนฟัง
ผู้เฒ่าอาร์ลูตอนนี้หมดสิ้นวิชาอาคมที่ได้รับและฝึกปรือเรียนรู้มาซึงก็มาจากเหตุนางพญาและราชาปลวกที่ท่านฤษิวิศรุฒไม่สามารถควบคุม
ได้นั้นเองและอาร์ลูก็ได้สารภาพบอกเล่าเรื่องราวเท่าที่ตัวเองรู้กับเทวินและผู้กองวศินยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี