
ในวังก็ได้มีงานคึกคักงานหนึ่ง คือ ฤดูล่าสัตว์ ซึ่ง 1 ปีก็จะมีเพียงครั้งเดียว จัดขึ้นเพื่อเหล่าขุนนางมากความสามารถได้แสดงออก และชิงชัยชนะเพื่อรับรางวัล
..และแล้วก็ถึง วันที่ทุกคน ล่าสัตว์ ซึ่งฝ่าาทรงตรัสว่าใครยิงกระต่ายได้มากกว่า จะเป็ผู้ชนะรับรางวัล รางวัลคือ ธนูทองคำ ถ้าหากยิงกวางทองได้จะได้รับดาบทองคำของฝ่าาและเสื้อเกราะทองคำและยังทรงขอจากฝ่าาได้หนึ่งอย่าง
ซึ่งทำให้เหล่าขุนนางและท่านอ๋องทรงประทับใจกับรางวัญและคำขอที่ฝ่าาทรงตรัส ไว้ซึ่งการล่าสัตว์ครั้งนี้ จัดเป็เวลา 3 วัน ซึ่งวันแรก เปิดพิธี ่เช้า พบปะสรรสรรค์ก่อนล่าสัตว์ ในตอนบ่าย ส่วนยามค่ำมีการแสดง ต่อเนื่อง ทุกวัน ่ค่ำ
วันที่ สองของการล่าสัตว์ ทุกคนต่างกระตือรือร้น ในการล่าสัตว์มาก
ซึ่ง วันที่ 2 ท่านอ๋องสอง ได้วางกักดัก ไว้หลายที่ ปล่อยกระต่าย ตามที่ต่างๆ เพื่อให้ เหล่าขุนนางและเหล่าท่านอ๋อง ถูกกักดักกักขัง ซึ่งตนสามารถ ไปล่าสัตว์อย่างสบายใจ แต่ในขณะนั้นเอง ท่านอ๋องฉิงได้ให้องค์รักษ์ตามทหารน่าสงสัยคนหนึ่งจึงรู้ว่า ท่านพี่ของตน ทำกักดักไว้มากมายจึงสั่งองค์รักษ์ไปทำลาย ท่านอ๋องสองรู้ว่า การ
กลับมาของเหล่าขุนนางและท่านอ๋องซีเฉิงปลอดภัยโดยไม่มีร่องรอยแผลเลยแถมยังได้กระต่ายกวางทองกลับมาจึงทำให้ท่านอ๋องสองโกรธมาก จึงลงโทษทหารเ่าั้
วันที่ 3 ของการล่าสัตว์ เป็วันสุดท้ายที่ทุกคนจะทำให้เต็มที่เพื่อชิงรางวัลและการล่าสัตว์ครั้งนี้ เป็ที่พึงพอใจมาก ซึ่ง ท่านอ๋องซีเฉิง ล่าได้กระต่าย มากที่สุด แถมได้กวางทองมา2ตัว ซึ่งทำให้แม่นางหลี่เฉิงยิ้มหน้าบานเลยทีเดียวทำเอาเหล่าขุนนางและฮองเฮาฝ่าา พอพระทัยอย่างมาก
จึงได้มอบรางวัล ธนูทองคำ ซึ่งหมายถึง การออกรบ ดาบทองคำ คือตัวแทนฝ่าา และ เสื้อเกราะทองคำ คือ ปกป้องบ้านเมือง
ซึ่งทำให้เหล่าขุนนางต่างพอใจและบางท่านก็ครุ่นคิดในอนาคต การที่มีจะฮ่องเต้องค์ใหม่มาปกครองแทน ซึ่งครั้งนี้ ท่านอ๋อง สอง ก่อปัญหาและเสียหน้าอย่างมาก ยิ่งเพิ่มความแค้นมากยิ่งขึ้น และแล้วการล่าสัตว์ครั้งนี้ก็จบลง