ทิศทางหมื่นหุบเขาลี้ลับ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ บัดนี้เกิดความวุ่นวายไม่น้อย จากการมาชุมนุมครั้งใหญ่ ของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ จากทุกสารทิศ
เมฆหมอกหนาตา มองเห็นเพียง ยอดเขาสูงชะลูดลานตา โผล่พ้นเมฆหมอกหนาขึ้นมากว้างไกลหลายหมื่นยอด ล้วนอยู่ภายใต้เขต หมื่นหุบเขาลี้ลับ นับล้านลี้
ยอดเขาต่างๆ โดยรอบ จึงถูกจับจอง โดยเหล่ามหาอำนาจทั้งหลาย แม้แต่เรือรบขนาดใหญ่ ยังเห็นจนลายตา ราวกับที่นี่กำลังจะเกิดสงครามใหญ่ก็มิปาน
ทว่าสายตาทุกผู้คนล้วนจับจ้อง ไปยังบริเวณใจกลาง ลานประลองขนาดใหญ่ พร้อมกับศาลาเก่าแก่ทั้ง4หลัง ที่น่าคร้ามเกรง ที่ขึงตึงโซ่ทั้ง4ทิศทาง เข้ากับลานประลองไว้อย่างแน่นหนา พร้อมด้วยม่านพลัง คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นที่ไม่ธรรมดา โอบล้อมในลักษณะโดมใส วงกลมขนาดใหญ่
ภายในศาลาหลังใหญ่เก่าแก่ทั้ง4ทิศทาง ต่างก็เป็นเป้าหมายในการประลองครานี้ หลายคนเองก็อยากจะรู้ การประลองในรอบ200ปี วิชาระดับชั้นฟ้าใด จะผงาดขึ้นมา ในการประลองครานี้
ก่อนที่จู่ๆ ท้องฟ้าจะเกิดการแปรปรวนอย่างหนัก เมื่อท้องฟ้าปรากฏ ขนนกสีทองโปรยปรายลงมา ทำให้ทุกผู้คนต่างก็ต้องหันปรายตาไปมอง ด้วยสายตาหวาดหวั่น ครั้นรับรู้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ กำลังจะสืบฝีเท้า ย่างกายมาเยือน น้ำเสียงผู้คนที่ชี้มือชี้ไม้ เอ่ยเสียงดังออกมาก้อง ครั้นเห็นจักรพรรดิ ฟู่เฉิง มาพร้อมกับผู้ติดตามของเขาร่วม10ชีวิต
ไม่กี่ชั่วอึดใจทิศทาง อีกทิศทางหนึ่ง ท้องฟ้าเกิดการแปรปรวน อย่างหนักเช่นกัน ครั้นมีร่างมังกรฟ้าตัวเขื่อง พุ่งทะยาน มาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ แหวกอากาศ จนเกิดลมระเบิด ออกมาเสียงดังกึกก้อง พร้อมกับร่างผู้คนกลุ่มใหญ่ ที่อยู่บนศีรษะของมังกรตัวเขื่อง ยืนมือไพล่หลัง มาด้วยความโอหัง ปรากฏขึ้นมาสู่ครรลองสายตาหมู่ชน
“จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิงมาแล้ว” น้ำเสียงผู้คน กล่าวพูดเสียงดังออกมาไม่ขาด
“ทางนั้นจักรพรรดิ แห่งความตาย เขาเองก็มาแล้วเช่นกัน ทว่าเหตุใด จักรพรรดิแห่งความตาย เขามาเพียงลำพังเล่า”
ผู้คนกล่าวยังไม่ทันจะสิ้นประโยค ฉับพลันในช่วงเวลาไล่ๆ กัน อัสนีเพลิง โพยพุ่งออกมาท่วมท้นท้องฟ้า ผ่าแยกมิติออกมาอย่างกราดเกรี้ยว ภาพที่หมู่ชนเห็น จักรพรรดิหญิง อัสนีเพลิง หยางมี่ แหวกมิติจนเกิดช่องว่างใหญ่ เดินสืบฝีเท้าออกมาพร้อมกับ คนเผ่าอัสนีเพลิง มันก็ทำให้บุรุษหนุ่มหลายคน ไม่อาจละสายตาจากนางได้ ไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิด้วยกัน ยังมีสายตาเคลิบเคลิ้ม จ้องมองสตรี ที่นั่งบนบัลลังก์อัสนีเพลิง เป็นสายตาเดียว
ทว่าเมื่อเสียง มังกรคำรามโฮก!!ออกมาก้อง ด้วยความโอหังแฝงไว้ด้วย พลังโจมตีคลื่นเสียง ส่งให้หมู่ชนต่างก็บาดเจ็บ ใบหู มีเลือดไหลซึมออกมาน้อยๆ กันถ้วนหน้า จนบางคนต้องยกฝ่ามืออุดหู เลี่ยงอาการบาดเจ็บ หันปรายตาไปมอง ทิศทางเสียงนั้น ด้วยความเดือดดาลเป็นโทสะ จากความโอหังของจักรพรรดิ จ้าววังมังกร ที่ขับเคลื่อนค่ายกล มังกรคำราม มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ดุจดั่งเสียงอัสนีบาดสายฟ้าฟาด
ภาพคลื่นรัศมีมังกร แผ่รัศมีออกมากว้างไกล ทำให้จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ กล่าวพูดพึมพำออกมา “ไอ้เจ้านี่ เดี๋ยวนี้ชักจะโอหังใหญ่แล้ว แต่ก็เอาเถอะ หากเจ้ายังใช้งานได้ ก็ไม่มีปัญหา”
ก่อนเสียง ระฆังจะดังกังวานออกมาทั่วผืนฟ้า กลบเสียงมังกรคำราม แม้แต่การมาเยือนของจักรพรรดิทองคำ ซือจือยังถูกบดบัง ในเสี้ยวพริบตา จากการมาเยือนของจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ระฆังสีทองใบใหญ่แหวกท้องฟ้า มาพร้อมกลุ่มคนร่วม10ชีวิต เสียงที่ดังก้องกังวานออกไปไกล ส่งให้ผู้คนโดยรอบรู้สึกผ่อนคลายลงไป อย่างเห็นได้ชัด
“จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางเขามาแล้ว แม้แต่ฮูหยินอวิ๋นฉินอิน นางยังมาดูชมการประลองนี้ เกรงว่าจะมาให้กำลังใจคุณชาย อวิ๋นซีกระมัง” ผู้คนกล่าวพูดออกมาเสียงดังจอแจ แต่อี้ฟางหรง นางเป็นที่สนใจสายตา ของหมู่ชนไม่น้อย
ครั้นมีผู้คนไต่ถามสตรีนางนั้นเป็นผู้ใด ทว่าเมื่อพวกเขารับรู้ว่าอี้ฟางหรง อยู่ในขั้นพลัง จักรพรรดิ พวกเขาจึงรีบเก็บคำพูดเหล่านั้นกลับไปทันใด
ด้านคุณชายเทียนซง ที่เห็นใบหน้าของอี้เฉินชัดๆ ถนัดตา เขาคลี่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ไม่คิดว่าอี้เฉินจะใจกล้าห่อฟ้า มาเข้าร่วมงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ แม้แต่คุณชายวังจิน ยังรู้สึกเดือดดาลขึ้นมา ไม่คิดว่าไอ้เวรอี้เฉิน ยังจะไล่ตาม ตัวของเขาทัน ทั้งๆ ที่อยู่ดินแดนต่ำต้อย “ข้าละเกลียดใบหน้าโอหัง ของมันจริงๆ”
ก่อนจ้าววังมังกร จะกล่าวพูดห้ามปรามบุตรทั้งสอง “พวกเจ้าอย่าได้รีบร้อน อย่างไรก็ต้องช่วงชิงวิชาระดับชั้นฟ้า หายากมาให้ได้เป็นอันดับแรกก่อน”
“พวกข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ โปรดท่านวางใจ”
ทิศทาง จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ นางที่จับจ้องสายตาไปยัง อี้ฟางหรง รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ไม่คิดชนรุ่นหลังของดินแดนเทพ จะมีผู้กลายเป็นจักรพรรดิ ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ ทว่าจู่ๆ สายตาของนาง ก็ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่าง ชำเลืองสายตาไปมอง เด็กหนุ่มผมขาว ปลิวสยายอย่างไม่วางตา
“หืม!! เด็กหนุ่มผู้นั้นหรือ ที่เอ๋อร์เตาพ่ายแพ้ ให้กับเขาอย่างหมดรูป” จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ แค่นเสียงชิ!!ในลำคอออกมาทันใด
ด้านอี้เฉินเขาต้องหดตัวจนเล็กแคบ เมื่อรับรู้สายตาของผู้คนจับจ้องมาที่ตัวเขา แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เมื่ออี้เฉินสบตากับ จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ อยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาจากตัวนางไป มันก็ทำให้ จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่เดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย ครั้นเห็นความโอหัง ของชนรุ่นหลังอย่างตัวของอี้เฉิน
รอบด้านเงียบสงัดไปอยู่ชั่วครู่ใหญ่ ก่อนเสียงฝีเท้า ฝึบ!! จะดังออกมาก้อง เมื่อจักรพรรดิฟู่เฉิง สืบฝีเท้ามาปรากฏเบื้องหน้า โดมคุ้มกันขนาดใหญ่ ภาพจักรพรรดิคนอื่นๆ เองก็สืบฝีเท้า มาในทิศทางต่างๆ เช่นกัน
ครั้นฝ่ามือของเหล่าจักรพรรดิ ปลดปล่อยปราณพลัง คลื่นรัศมีแสงคมกล้าออกมา เปิดม่านพลัง ขับเคลื่อนสถานที่เก่าแก่แห่งนี้ เหล่าผู้คนรุ่นใหม่ ต่างก็เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าสถานที่ลึกลับแห่งนี้ จำเป็นต้องใช้พลังของจักรพรรดิ หลายคนขับเคลื่อน ถึงจะสามารถเปิดมันได้
ทว่าเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่มานานนม ล้วนเคยเห็นปรากฏการณ์ ฉากนี้มาก่อนกันแทบทั้งสิ้น แต่พวกเขาที่ได้เห็นมันอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกตื่นตากับภาพเบื้องหน้าทุกที ครั้นเห็นม่านพลัง เปิดแย้มออกกว้าง ราวกับดอกบัวขนาดใหญ่ที่ผลิบาน พร้อมการลืมตาตื่นของ วจนะ ที่กล่าวเปิดงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ออกมาดังกึกก้อง ไปทั่วสวรรค์ก้าวชั้นฟ้า มันก็ทำให้เลือดภายในกาย ของพวกเขาเดือดพล่านกันขึ้นมา
ภาพเหล่าจอมยุทธ์ ขั้นราชันสวรรค์ ระดับ แรกเริ่ม ร่วม10ชีวิต พุ่งปราดเข้าไปภายในลานกว้าง ใครเล่าจะกล้าขัดขวางพวกเขาไว้ หลายคนต่างก็รู้ดี พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของจักรพรรดิ การเปลี่ยนกฎเกณฑ์ การประลองครานี้ ก็เพื่อพวกเขาเหล่านั้น เกรงว่า ผู้ชนะจะอยู่หนึ่งในพวกเขาทั้ง10คนอย่างไม่ต้องสงสัย จากเสียงพูดคุย ซุบซิบของผู้คนที่ดังออกมาก้องไม่ขาด
อวิ๋นซี ที่กล่าวลาท่านแม่ ชายหนุ่มเอ่ยบอกอี้เฉินในทันใด “ข้าไปรอเจ้าด้านในก่อน อี้เฉินระวังตัวด้วยล่ะ”
อี้เฉินพยักหน้า ครั้นเห็นบัดนี้แผ่นป้ายชื่อ ของผู้คนที่เข้าไปภายใน งานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ต่างก็มีแต้มที่แผ่นป้ายเป็นศูนย์ ลอยเด่นเห็นอย่างชัดเจน ‘นั้นมันหมายความว่าอย่างไร’ อี้เฉินมีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาในทันใด ภาพเหล่าศิษย์อัจฉริยะ ของนิกายใหญ่เองก็เริ่มสืบฝีเท้า ลงไปเข้าร่วมงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศแล้วเช่นกัน
ภาพภายในกรอบสายตาอี้เฉินเห็น แม่นางเยว่ชิงเซียน สืบฝีเท้าลงไปพร้อมกับ เซียงอวี่ กับศิษย์นิกายยอดยุทธ์ อีกหลายคน อี้เฉินพยักหน้า ยกยิ้มให้เยว่ชิงเซียนในทันใด
สถานที่แห่งนี้เองก็มีเหล่ามิตรสหาย ภายในดินแดนเทพ ที่อี้เฉินพอจะคุ้นตาอยู่ไม่น้อย ครั้นหันปรายตาไปมอง ศิษย์นิกายสวรรค์สุราลัย อี้เฉินพยักหน้าให้ ซีเยว่ กงหนาน ซีห่าว ยี่ผิง ด้วยสายตาเป็นประกาย ไม่คิดว่าดินแดนกว้างใหญ่เช่นนี้ อี้เฉิน จะได้พบเจอมิตรสหาย ของเขาอีกครา