บทที่ 20 ผลสะท้อนกลับ
ฉินเหยียนจินวางสายแล้วสมัครเว่ยป๋อทันที
หลังจากได้รับการรับรองก็เริ่มโพสต์ข้อความลงไป
[ฉินเหยียนจิน เ้าสำนักชิงเหลียน: มีคำกล่าวที่ว่า ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ผลของการกระทำจะตามทันผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ในนามของนักพรตผู้แทนคติเต๋า ฉันขอเชิญชวนให้ผู้คนหมั่นทำความดี สะสมบุญบารมี ตั้งตนอยู่ในหลักคุณธรรมเสมอ]
เธอไม่ได้เข้าตอบโต้หลิวหวาอิ๋งโดยตรงที่โพสต์นั้น เพียงแค่โพสต์ที่แอ็กเคานต์ตัวเองและยกคติคำสอนขึ้นมากล่าว
สิ่งที่ฉินเหยียนจินไม่รู้ก็คือการโพสต์แบบนั้นไม่ต่างอะไรจากการแหย่รังแตน มีคนเข้ามาสนใจโพสต์ของเธอจำนวนมาก
แฟน ๆ ของหลิวหวาอิ๋งจำนวนมากแห่กันเข้ามายังเว่ยป๋อของฉินเหยียนจินอย่างบ้าคลั่งและรุมด่า
เว่ยป๋อของเธอเต็มไปด้วยคำรุมสาปแช่งไปชั่วขณะหนึ่ง
[ตลกชะมัด ฉันเพิ่งไปตามหาสำนักชิงเหลียนอะไรนั่นในเน็ตแล้วแต่ไม่เห็นว่าจะมีเลย แหกตาชัด ๆ]
[ฉันรู้จักสำนักนี้นะ แต่ได้ยินว่ามีนักพรตแค่สองคน มีนักพรตหญิงแก่ ๆ กับนักพรตสาวคนนี้ แถมคนที่แก่ก็ตายไปแล้ว เลยเหลืออยู่คนเดียว ไม่แปลกที่จะได้เป็เ้าสำนัก]
[หืมมม เหลือคนเดียวเลยได้เป็เ้าสำนักเหรอ?]
[อ๋อ แบบนี้ก็คือเอาเงินเข้ากระเป๋าคนเดียวสบายใจ]
[เริ่มน่าสงสัยแล้วว่านักพรตหญิงแก่คนนั้นตายได้ยังไง]
ชาวเน็ตช่างจินตนาการมาก พวกเขาเริ่มกล่าวหาว่าฉินเหยียนจินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการตายของเ้าสำนักคนก่อน และยังขู่ว่าจะพากันเดินทางมาตรวจสอบถึงสำนักด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นว่าแฟนคลับบ้าคลั่งของดาราสาวเ่าั้กำลังรุมดูถูกฉินเหยียนจินในเว่ยป๋อของเธอ แฟน ๆ ฝ่ายของฉินเหยียนจินก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
[แฟนคลับหลิวหวาอิ๋งเป็พวกหมาบ้า หาเื่กัดคนที่ผ่านมาอย่างไร้สาระ น่าขยะแขยงชะมัด]
[คนพวกนี้อ่านหนังสือไม่ออกหรือไง เมื่อวานประกาศจับตัวคนร้ายหนีคดีมาเป็สิบปีก็เพราะอาจารย์ เอาอะไรมาแย้งว่าไม่จริงอีก]
[ที่น่าสงสัยคือทำไมอาจารย์ไม่ออกมาทำอะไรบ้าง เพราะไม่เห็นหน้าคนพวกนี้เลยทำอะไรไม่ได้เหรอ]
[ผมเพิ่งคุยกับอาจารย์มา อาจารย์บอกว่าคนที่กล้ามาดูถูกเธอผลกรรมจะตามสนองเอง]
[เมนต์บนหมายความว่าไง ทำไมฉันยังไม่เห็นอะไรแบบนั้นเลย]
[ไม่รู้ทุกคนจำได้ไหม ตอนที่อาจารย์ไลฟ์แล้วมีคนมาหาเื่ คนพวกนั้นเจอดีกันหมดเลย ฮ่า ๆ]
[เออใช่ ฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ อาจารย์บอกว่าคนที่ทำตัวไม่สุภาพจะถูกลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนั้นฉันไม่ค่อยเข้าใจ จนไลฟ์วันต่อมา คนพวกนั้นพากันมาขอโทษอาจารย์ในช่องแชตแทบไม่ทัน]
[งั้นแสดงว่าแฟน ๆ ของหลิวหวาอิ๋งกำลังจะโดนดีเหมือนกัน จกป๊อปคอร์นรอแล้วฉัน]
[แกะป๊อปคอร์นด้วยหนึ่ง]
เจียงิเป็แฟนคลับวัยมัธยมปลายของหลิวหวาอิ๋ง หลังจากที่ได้เห็นเธอในรายการวาไรตี้ก็ถึงขั้นตกหลุมรัก เมื่อตื่นเช้ามาก็พบว่าไอดอลที่ตัวเองตามกำลังติดท๊อปเซิร์ช ตอนแรกเขาก็มีความสุขดี
แต่ไม่คิดว่าหลังจากนั้นเธอก็โพสต์ข้อความแปลก ๆ ในเว่ยป๋อ เขาจึงไล่อ่านคอมเมนต์ข้างล่าง
อ่านไปสักพักก็โกรธมาก
นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้วยังมีคนมางมงายเื่ดวงอะไรกันอยู่อีก
เขาทนไม่ได้ที่เห็นว่าไอดอลคนโปรดถูกรังแก จึงโพสต์ความเห็นตัวเองลงไปอย่างโกรธเคืองด้วยถ้อยคำดูถูก
[มาจากยุคไหนกันเนี่ย ทำไมเบียวขนาดนี้ ตัวแทนแห่งลัทธิเต๋าจะลงทัณฑ์แกเองงี้เรอะ ถ้ามีพลังแห่งฟ้าดินบ้าบอไรจริงก็มาเลยครับ มาลงทัณฑ์ผมเลย รออยู่เนี่ย ใครโง่เชื่อก็บ้าแล้ว!]
[โอ๊ยลั่น ขำเหนื่อยไปหมดแล้ว เป็ผู้แทนความยุติธรรมจาก์อะไรแบบนั้นไหม อยากลงโทษคนชั่ว จุติมาจาก์ด้วยหรือเปล่า ไร้สาระชะมัด]
[นี่มันคนเสียสติชัด ๆ ไอดอลของเราแค่บอกว่าให้เชื่อวิทยาศาสตร์ อาจารย์อะไรนั่นถึงกับต้องออกมาดิ้นเลยทีเดียว ไม่รู้เหรอว่าทำงี้ยิ่งเหมือนตัวตลกอะ]
[ให้คนทำความดี ตัวเองก็ไปทำซะสิ เอาเวลามาโพสต์อะไรไร้สาระทำไม ดีแต่สั่งสอนคนอื่นเอาหน้า ไม่เห็นจะทำอะไรมีประโยชน์เลย เกลียดนักพวกอ้างศีลธรรมบ้าบออะไรไม่รู้]
[ก็แค่หิวแสงปะ หาวิธีเรียกร้องความสนใจ มาอวดอ้างคุณงามความดีอะไรอยู่ได้ เป็ท่านเ้าสำนักแต่ทั้งสำนักมีนักพรตคนเดียวอะนะ ฮ่า ๆ ]
[หน้าไม่อายเหลือเกิน]
เจียงิแปลงร่างเป็เครื่องด่า ไม่ปล่อยให้คนอื่นได้โพสต์อะไร เขาพิมพ์ไปคนเดียวเป็สิบข้อความติดต่อกัน
เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เหมือนได้ระบายความโกรธออกมาจนหมดด้วย
เขานวดคอที่ปวดหนึบเล็กน้อย และเห็นว่าแบตโทรศัพท์เหลือสิบเปอร์เซ็นต์จึงรีบเอาไปชาร์จ
และระหว่างที่กำลังจะพิมพ์ต่อนั้นเองมือถือของเขาก็ะเิอย่างไม่ทราบสาเหตุ เศษของมันกระจายไปทั่ว
เจียงิร้องลั่น แม่ของเขาที่ทำอาหารอยู่ได้ยินเสียงดังจึงวิ่งเข้ามาดูที่ห้องนอนอย่างรวดเร็ว เธอเห็นลูกชายนอนอยู่บนพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเื ทำเอาคนเป็แม่แทบจะเป็ลม
ไม่นานนักรถพยาบาลก็เดินทางมาถึง เจียงิถูกพาตัวเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน
หลังจากทำการรักษาแล้วอาการของเขาก็ยังสาหัส
เจียงิเสียดวงตาไปหนึ่งข้างอย่างถาวร เส้นประสาทที่ใบหน้าข้างซ้ายตายสนิท ไม่สามารถยิ้มได้อีกต่อไป ใบหน้าของเขาได้รับความเสียหายหลายส่วนจนเรียกได้ว่าเสียโฉม
เมื่อเขาได้สติขึ้นมาก็รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะและแทบเสียสติกับเื่ที่เกิดขึ้น ภายในสองปีหลังจากนั้นเขาจะได้รับวินิจฉัยว่ามีอาการทางจิต
แน่นอนว่ามีคนอย่างเจียงิมากมาย และแต่ละคนก็ได้รับผลสะท้อนกลับที่ต่างกันออกไป
ชาวเน็ตที่แค่แขวะเบา ๆ ก็ได้รับผลสะท้อนกลับที่ไม่รุนแรงนัก แต่พอจะรู้ได้ว่าเป็ผลจากการโพสต์ไม่ดี คนเ่าั้จึงขอโทษฉินเหยียนจินทางออนไลน์ก่อนจะเล่าเื่ที่ตัวเองได้พบเจอ
บางคนไม่เชื่อและยังสาปแช่งต่อไป
แต่ผ่านไปไม่นานเท่าไรคนที่ไม่เชื่อก็เริ่มออกมาโพสต์ขอโทษด้วยความเสียใจเช่นกัน
ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเกรี้ยวกราดมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ทุกคนดูสุภาพแล้วขอโทษอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นแบบนั้น แฟน ๆ ของฉินเหยียนจินก็กลับมาโพสต์เยาะเย้ยฝ่ายตรงข้ามอย่างมีความสุข
[กล้ามาดูถูกอาจารย์ต้องเจอดี ถ้ายังคิดหาเื่กันอยู่ก็ลองได้ แต่รับประกันว่าได้คลานเข่ามาขอโทษอาจารย์แน่นอน]
[พระเ้า! น่ากลัวมาก รูมเมตฉันก็เข้าร่วมแฟนวอร์รอบนี้เหมือนกัน แต่อยู่ผิดฝ่ายไปด่าอาจารย์ ใช้คำพูดหยาบคายว่าอาจารย์เป็หมา ตอนนี้โดนหมารุมกัดอยู่โรงพยาบาล แผลเหวอะเลย]
[เม้นต์บนพูดจริงปะเนี่ย ฉันเป็พยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่ง มีเด็กม.ปลายเข้ามาผ่าตัดด่วนเพราะมือถือะเิใส่หน้า ได้ยินว่าด่าอาจารย์ไปเยอะมากในเน็ต ถึงขั้นตาบอดไปข้างหนึ่ง หน้าก็เสียโฉม เส้นประสาทหน้าเสียหายขยับปากแทบไม่ได้ น่ากลัวมาก]
[ทุกคนไม่ต้องกลัว ทั้งหมดนี้ก็อย่างที่อาจารย์บอก ใครทำอะไรไว้ก็จะได้ผลตอบแทนอย่างนั้น คนพวกนี้ไม่สนเื่ดีชั่วจนถูกลงโทษ ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัว เื่แบบนี้ต้องเจอกับตัวถึงจะเชื่อสินะ]
[พวกนักเลงคีย์บอร์ดก็ดีแต่อยู่หลังแป้น อยากว่าใครก็ทำได้ ด่าแรงแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับโทษ ทำตัวเหมือนเป็ศาลเตี้ยตัดสินคนอื่น ทั้งที่ความจริงตัวเองก็เป็แค่คนเลวขี้ขลาดที่ซ่อนตัวในมุมมืด พิมพ์อะไรออกมาแต่ละอย่างนี่เหม็นเน่ามาก ดีที่อาจารย์ฉินจัดการพวกมันได้ ฉันเกลียดพวกนี้มาก โดนซะบ้างให้รู้จักหลาบจำ]
แม้ว่าเื่ราวในเน็ตจะแสนดุเดือด แต่ฉินเหยียนจินก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากมันเลย
ตอนนี้เธอนั่งอยู่บนรถบัสที่เต็มไปด้วยชายหญิงสูงอายุ ไม่แน่ใจว่ามันกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นว่าอาคารข้างนอกเริ่มน้อยลงก็รู้ได้ว่ากำลังออกนอกเมือง
สี่สิบนาทีต่อมารถบัสก็เดินทางไปยังชนบท และจอดนิ่งอยู่ที่บ้านไร่หลังหนึ่ง
ฉินเหยียนจินลงจากรถมองไปทางบ้านไร่ที่มีคนพลุกพล่านตรงหน้าแล้วยิ้มที่มุมปาก
“เอ๊ะ! คุณ… อาจารย์ฉินหรือเปล่า?”
“เสี่ยวซาง มานี่เร็วเข้า อาจารย์ฉินมา อาจารย์ฉินตัวเป็ ๆ เลย!”