กำเนิดจักรพรรดิเทพอสูร

    ตอนที่ 34

    ตอนที่ 34

    “ชิ เจอเรื่องยุ่งยากซะแล้วสิเรา” 

    “หมุนเวียนพลัง300รอบ” ไป๋ซิงใช้วิชาหมุนเวียนพลังและโคจรพลังปราณพลังกายาเทพอสูรและกฏเกณฑ์แห่งธาตุเพื่อใช้ในการโจมตีครั้งเดียว

    พลังกฏเกณฑ์แห่งแสงเริ่มก่อเกิดเป็นรูปร่างกระบี่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไป๋ซิงนี่คือพลังทั้งหมดที่เขาทุ่มเทโจมตีนี่ครั้งเดียวเพื่อให้มีช่องว่างในการหลบหนีออกจากค่ายกลฟ้าดินนี้ 

    “ไป” กระบี่แห่งแสงที่เกิดเป็นรูปร่างเสร็จสมบูรณ์นั้นพุ่งทะลวงไปที่ขอบของค่ายกล ไป๋ซิงก็พุ่งตามกระบี่แห่งแสงไปอย่างกระชั้นชิด 

    “อย่าปล่อยให้มันทำร้ายค่ายกลได้ ขัดขวางมันไว้” เสือดำคำรามลั่นบอกกับอีกสามคนที่เหลือ

    สามนกับอีกหนึ่งตัวนั้นเร่งความเร็วขึ้นเพื่อที่จะขัดขวางไป๋ซิง ทั้งหมดอยู่ห่างจากไป๋ซิงเพียง ห้าสิบเมตร แต่ในระหว่างนั้นเองมีบางสิ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา

    “ม่านดอกไม้น้ำแข็งเชื่อมสู่สวรรค์” เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งรูปดอกไม้มากมายขนาดมหึมาเชื่อมต่อการป้องกันคน3คนกับอีก1ตัวเอาไว้

    “ทำร้ายมันซะ กรงเล็บเสือดำ” กรงเล็บของเสือดำนั้นมีแสงห่อหุ้มอยู่

    “หมัดทำลาย” ฝาแฝดทั้งสามคนนั้นใช้เพลงหมัดที่แข็งแกร่งออกไปอย่างสุดกำลัง

    ตู้มตู้มตู้มตู้ม

    เป็นเพราะม่านดอกไม้น้ำแข็งเชื่อมสู่สวรรค์ทำให้ถ่วงเวลาทั้งสี่คนได้และทำให้กระบี่แห่งแสงมาถึงบริเวณขอบของค่ายกลฟ้าดิน

    ค่ายกลฟ้าดินและกระบี่แห่งแสงปะทะกัน ตู้ม แกร่กแกร่ก

    ค่ายกลฟ้าดินนั้นเกิดรอยร้าวมากมายไป๋ซิงที่ตามมาอยู่นั้นสร้างกระบี่แห่งแสงในมือด้วยพลังเฮือกสุดท้ายและวาดกระบี่ออกไปทำลายรอยร้าวนั้น มันเกิดเป็นช่องว่างไป๋ซิงรีบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

    “คิดว่าจะหนีรอดไปได้งั้นหรือ” เสือดำแนะสามฝาแฝดคำรามก้องไล่กวดตามไป๋ซิง แต่พวกเขาทั้งสี่นั้นยังไม่บรรลุท่าร่างขั้นฟ้ามนุษย์หลอมรวมจึงทำได้เพียงแค่ใช้พลังและความแคล่วคล่องในการไล่ตาม ยิ่งเมื่อเป็นการเคลื่อนที่บนผิวน้ำที่พวกมันไม่ถนัดเช่นนี้ ระยะห่างจึงทอดยาวมากขึ้นทุกที

    สุดท้ายแล้วพวกเขาได้แต่ตัดใจจากการไล่ล่าไป๋ซิงแล้วย้อนกลับมาคุมเชิงดูการต่อสู้ภายในค่ายกลภาพที่มันเห็นคือนางพญานาคเจ็ดศียรซึ่งบัดเดี๋ยวขยายร่างใหญ่ยักษ์ บัดเดี๋ยวหดย่อเล็กลง พยายามดิ้นรนต่อต้านพลังแห่งฟ้าและดินที่บีบรัดกายอย่างสุดชีวิต ค่ายกลฟ้าดินนั้นค่อยๆลดขนาดลงมีพื้นที่ให้เหลือน้อยทีละนิดทีละนิด

    โชคดีที่ไป๋ซิงสามารถหลบหนีออกมาได้ก่อนที่ค่ายกลจะลดขนาดลง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะหมดทางหนีเช่นกัน 

    แต่ด้วยการโจมตีของไป๋ซิงนั่นเองทำให้ค่ายกลนั้นมีช่องโหว่อยู่และนางพญานาคเจ็ดเศียรนั้นย่อมมองเห็นช่องโหว่นี้ได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน 

    เสือดำรำพึงกับตนเอง “ยังจะขัดขืนให้เจ็บปวดไปไย สุดท้ายเจ้าก็ต้องยอมรับชะตากรรมถูกจับกุมอยู่ดี”

    ค่ายกลที่ดึงเอาพลังแห่งธรรมชาติออกมาใช้นั้นกล้าแกร่งสุดเปรียบปาน ไม่ว่าอสรพิษฟ้าครามจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของค่ายกลฟ้าดินไปได้

    ฟงมู่จับจ้องมองดูร่างที่ถูกสายใยแห่งพลังทั้งสีขาวและสีดำรัดพันโดยรอบ มันแหงนหน้าหัวเราะด้วยความผยองลำพอง “นางพญานาคเจ็ดเศียรจงหยุดการต่อต้านอันไร้ประโยชน์แล้วสยบยอมต่อข้าแต่โดยดี เจ้าจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป”

    นางพญานาคเจ็ดเศียรเชิดศีรษะส่งเสียงขู่คำรามด้วยโทสะ

    “ยังคิดดิ้นรนขัดขืนอยู่อีกงั้นหรือ” ฟงมู่ไม่อาจเข้าใจในภาษาของสัตว์อสูรแต่สามารถรับรู้ถึงความกราดเกรี้ยวดื้อรั้นที่แฝงอยู่ในเสียงขู่คำรามนั้นได้

    “ในดินแดนแห่งจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์นี้ ผู้เป็นใหญ่ก็คือมนุษย์ สัตว์เทพอสูรแล้วจะเป็นไรต่อให้ข้าปลดปล่อยเจ้าไปหลังจากนี้ก็จะมีผู้อื่นมาจับเจ้าอยู่ดี จงยินยอมรับใช้ข้าแต่โดยดีเถอะ”

    แต่ไม่ว่ามันจะเปลืองเรี่ยวแรงเกลี้ยกล่อมเท่าใด นางพญานาคเจ็ดเศียรก็มิได้สนใจไยดีคำพูดของมันแม้แต่น้อย นางพญานาคเจ็ดเศียรยังคงพยายามดิ้นรนต่อต้านอย่างสุดกำลังต่อไป

    “ประเสริฐ ข้าอยากรู้นักว่ากระดูกของเจ้าแข็งแกร่งกว่า หรือว่าค่ายกลฟ้าดินของข้าแข็งแกร่งกว่าพวกเรารอดูกันไปเถอะ”

    เกล็ดอันแข็งแกร่งงดงามของนางพญานาคเจ็ดเศียรถูกรัดจนปริแตก โลหิตสีเขียวมรกตหยดหยาดลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง แต่ศีรษะของมันยังคงเชิดสูงไม่ยอมค้อมลงแม้แต่น้อย

    นางพญานาคเจ็ดเศียรกล้ำกลืนความเจ็บปวดขยายร่างจนมีขนาดมหึมาแล้วหดร่างลงจนมีขนาดเพียงปลายนิ้วอาศัยจังหวะชั่วพริบตาก่อนที่ค่ายกลฟ้าดินจะหดตัวลงรัดพันมันอีกครั้งนางหลบพ้นจากความเจ็บปวดไปได้ชั่วขณะ แล้วรวบรวมพลังขยายร่างออกอีกครั้งวนไปไม่หยุดหย่อน

    เสียงแผดร้องอันหวนโหยยังคงดังกึกก้องเป็นระยะ ไป๋ซิงได้ยินเสียงร้องคำรามของนางพญานาคเจ็ดเศียรตั้งนานแล้วทำให้เขาย้อนกลับมาลอบดูอยู่ห่างๆ เขารู้ดีว่านางพญานาคเจ็ดเศียรนั้นจะไม่ยอมลดทิฐิเพื่อรับใช้อีกฝ่ายเป็นแน่เพราะนางเย่อหยิ่งถือดีในศักดิ์ศรีของนางเป็นอย่างมาก นางยินยอมตายไม่คิดขอยอมสยบ

    “ข้าชักจะหมดความอดทนแล้ว” ทว่าผู้ที่ไม่อาจทนทานได้ก่อนกลับเป็นฟงมู่ มันจ้องมองร่างที่ทุรนทุรายภายใต้ข่ายพลังของค่ายกลฟ้าดินตรงหน้า เป็นเพราะการโจมตีของไป๋ซิงทำให้ค่ายกลไม่สามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้ แต่ถึงจะไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดได้แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปสัตว์อสูรที่เบื้องหน้าคงถูกเคี่ยวกรำจนสิ้นใจตายคาที่

    “ข้าจะต่อสู้กับเจ้าเอง”ฟงมู่ที่กำลังจะเข้าไปในค่ายกลอยู่นั้นได้ยินเสียงเรียก 

    “นายน้อยถ้าท่านเข้าไปนั้นมันจะอันตรายเกินไป”เสือดำที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์แล้วกล่าวบอกกับฟงมู่

    “ใช่แล้วนายน้อย”

    “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ดีกว่า”ฟงมู่ไม่ฟังคำพูดลูกน้องเลยแม้แต่น้อยเขาเข้าไปในค่ายกล ที่เขาสามารถเข้าออกได้นั้นเพราะเขาเป็นผู้ถือครองค่ายกลชิ้นนี้ 

    นางพญานาคเจ็ดเศียรส่งเสียงขู่คำรามด้วยความคลั่งแค้น ร่างกลับกลายสู่รูปแบบพร้อมต่อสู้ที่มีความยาวสิบกว่าเมตรดีดพุ่งเข้าใส่ฟงมู่อย่างสุดกำลัง

    ฟงมู่แค่นเสียงหยามหยันเรียกแส้หนามสีดำขึ้นมาถือในมือข้างขวา แส้ยาวนี้เป็นสมบัติวิเศษประจำตระกูลฟงนาม ‘แส้เถาไม้ดำ’ ซึ่งสามารถหดขยายได้ดั่งใจ

    ฟงมู่ขยับมืออย่างพิสดารแส้เถาไม้ดำพลันขดม้วนเป็นวงกลมวงแล้ววงเล่า หนาแน่นจนแทบบดบังท้องฟ้าเบื้องบนไปหมดสิ้น นางพญานาคเจ็ดเศียรหลบหลีกพลางรุกไล่แต่ยังมิอาจรวดเร็วกว่าเพลงแส้

    เสียงฉาดดังลั่นเมื่อมันถูกฟาดกระดอนกลับหลัง เกล็ดอันงดงามถูกหนามเกี่ยวหลุดจนเลือดสาดกระจาย แต่มันหาได้แยแสสนใจยังคงพยายามโถมไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยความแค้นเคือง

    รอยยิ้มหยามเหยียดเย็นชาระบายอยู่บนใบหน้าของฟงมู่ นี่มิใช่ครั้งแรกที่มันต่อสู้กับนางพญานาคเจ็ดเศียร อาวุธของมันความจริงก็เป็นดาวข่มของร่างยาวเหยียดที่ปราดเปรียวของเหล่าอสรพิษ เพียงแต่ที่ผ่านมาเมื่อสู้ไม่ได้นางพญานาคเจ็ดเศียรก็จะหลบหนี ยามนี้เมื่อพื้นที่การเคลื่อนไหวถูกจำกัดด้วยอาณาเขตของค่ายกลฟ้าดิน มันจึงไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะหลุดรอดจากเงื้อมมือไปได้อีก

    “คราวนี้รู้ซึ้งแล้วหรือไม่ว่าผู้ใดสมควรเป็นนายของเจ้า” ฟงมู่ใช้พลังปราณอันสูงส่งผลักดันแส้ยาวให้กวัดแกว่งอย่างเยือกเย็น การฟาดหวดแต่ละครั้งนั้นรุนแรงเพียงพอที่จะสั่นคลอนขุนเขาได้ ร่างของนางพญานาคเจ็ดเศียรได้รับรอยแผลเพิ่มขึ้นแทบทุกครั้งที่แส้ในมือมันหวดลง

    “แม่นางน้อย เมื่อข้าโจมตีใส่ค่ายกลให้เจ้าใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาหลบหนีออกไปในทันที”นางพญานาคเจ็ดเศียรได้ยินเสียงของไป๋ซิงในหัวนางและนางยังคงหลบการโจมตีที่เข้าในขณะที่ฟังแผนการของไป๋ซิงไปด้วย เคลื่อนย้ายในพริบตานั้นนางสามารถใช้ได้ครั้งล่าสุดที่ต่อสู้กับไป๋ซิง แต่การใช้มันนั้นจำเป็นต้องใช้พลังเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถใช้มันได้บ่อยๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นางอยู่ในระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุดนางจะสามารถใช้ได้มันอย่างต่อเนื่อง

    แต่ในขณะนั้นเองเกิดกระบี่แห่งแสงขนาดมหึมาเล่มหนึ่งในอากาศกลางค่ายกล กระบี่แห่งแสงนั้นค่อยฟาดฟัดลงใส่ค่ายกล 

    เมื่อฟงมู่เห็นเช่นนั้น “บัดซบ พวกเจ้าทั้สี่คนโจมตีไปที่กระบี่แห่งแสงนั้นเพื่อลดพลังของมันซะ”

    ทั้งสี่คนนั้นระดมการโจมตีของเขาไปที่กระบี่แห่งแสงแต่ถึงพวกเขาจะโจมตีอย่างไรมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดพลังลงเลยแม้แต่น้อย

    “เปล่าประโยชน์” เหมือนมีเสียงกระซิบอันแผ่วเบามาให้พวกเขาได้ยิน เมื่อฟงมู่ได้ยินมันยิ่งทำให้เขาเดือดดาลเป็นอย่างมาก 

    ตู้ม กระบี่แห่งแสงอันมหึมานั้นปะทะเข้ากับค่ายกลทำให้ค่ายกลนั้นมีช่องโหว่ขนาดใหญ่เกิดขึ้นมา เมื่อกระบี่แห่งแสงปะทะเข้ากับค่ายกลนั้นไป๋ซิงก็ล่าถอยทันที 

    “ตาย” ฟงมู่ตวาดก้อง ค่ายกลฟ้าดินระเบิดพลังงานทั้งมวลบีบอัดเข้าหาร่างของนางพญานาคเจ็ดเศียร หากแต่ทุกประการล้วนสายเกินไปแล้ว นางพญานาคเจ็ดเศียรส่งสายตาอันเคียดแค้นเย็นชามาที่ร่างของมันก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งกระบี่แห่งแสงและค่ายกลนั้นต่างสลายหายไปอย่างช้าๆ 

    “บัดซบ” ฟงมู่ซานยกชูกำปั้นส่งเสียงตะโกนราวคลุ้มคลั่ง “บัดซบบัดซบบัดซบ”

    “เคลื่อนย้ายในพริบตานางพญานาคเจ็ดเศียรสามารถใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาได้แต่นางไม่ได้ใช้มันแต่กลับเอามาใช้ในเวลาเช่นนี้” ดวงตาของมันแดงฉานด้วยความโกรธแค้นอาฆาต

    “เจ้าเด็กประสบ”ฟงมู่

    “ต้องเป็นเจ้าเด็กน้อยตระกูลไป๋นั่นแน่ที่ช่วยนางพญานาคเจ็ดเศียรในตอนสุดท้ายและต้องเป็นเจ้าเด็กตระกูลไป๋นั้นอีกที่ทำให้ฝีมือของนางพญานาคเจ็ดเศียรนั้นรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด จนทำให้นางพญานาคเจ็ดเศียรทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมรวมกับฟ้าเรียนรู้พลังเคลื่อนย้ายในพริบตาได้เอง” 

    ฟงมู่ระเบิดพลังทำลายบริเวณรอบข้าง เขาใช้ทรัพยากรมากมายวางแผนมากมายทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างรอบคอบ แต่เพราะตัวแปรตัวเดียวทำให้เวลาที่เขาทุ่มเทมาทั้งหมดนั้นกับเกิดความผิดพลาดไปหมด 

    สัตว์อสูรแต่ละตัวนั้นจะครอบครองความสามารถพิเศษตามธรรมชาติไม่เหมือนกัน เช่นราชันย์แรดวารีนั้นสามารถควบคุมธาตุน้ำได้

    เผ่าพันธุ์ของนางพญานาคเจ็ดเศียรแม้ไม่มีความสามารถเช่นนั้นแต่พวกมันกลับมีพลังอันพิเศษเฉพาะซ่อนเร้นอยู่ นั่นก็คือพลังธาตุแห่งมิติซึ่งจะยังไม่อาจบรรลุถึงแม้จะเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติแล้วก็ตาม ต้องรอจนเมื่อเข้าถึงระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมจึงสามารถใช้ออกได้

    พลังแห่งการเคลื่อนย้ายในพริบตานั้นช่วยให้นางพญานาคเจ็ดเศียรสามารถเข้าถึงสถานที่ลับและแหล่งขุมทรัพย์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย และสำหรับการต่อสู้นั้นเมื่อนางพญานาคเจ็ดเศียรใช้เคลื่อนย้ายในพริบตายิ่งไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อกรของนางได้ หลังจากนี้นางพญานาคเจ็ดเศียรคงเดินทางออกจากทะเลสาบตะวันออกเข้าสู่โลกกว้างเพื่อค้นหาสมบัติตามธรรมชาติที่จะช่วยให้มันรุดหน้าไปตามเส้นทางแห่งความเป็นอมตะ

    “เมื่อใดที่มันเข้มแข็งขึ้นคงต้องกลับมาแก้แค้นข้าอย่างแน่นอน” กุญแจที่จะนำไปสู่โชคลาภพลันกลับกลายเป็นศัตรูอันร้ายกาจที่มิอาจอยู่ร่วมฟ้า ฟงมู่ยิ่งครุ่นคิดยิ่งขุ่นแค้นจนต้องส่งเสียงกู่ร้องยาวนานเพื่อระบายความอัดอั้นในอกออกไป

    “เจ้าเด็กตระกูลไป๋” 

    “นายท่านไม่ต้องกังวลข้าได้ใช้น้ำผึ่งพิเศษใส่ร่างของเด็กนั่นไว้แล้วขอเพียงแค่ปล่อยผึ้งดวงดาวพวกเรานั้นสามารถติดตามจนพบมันได้อย่างแน่นอน”

    ฟงมู่ผงกศีรษะชื่นชม “ดีมากอย่างนั้นพวกเราก็รีบติดตามมันไปได้แล้ว”พวกฟงมู่เร่งรีบติดตามไป๋ซิงไปอย่างกระชั้นชิด 

    เมื่อเหนือทะเลสาบกลับคืนสู่ความเงียบสงบ ศีรษะใหญ่โตของนางพญานาคเจ็ดเศียรก็โผล่ขึ้นพ้นผิวน้ำจ้องมองไปในทิศทางที่คนทั้งหมดผละจากไป ตัวมันเองก็มีความรู้สึกที่ดีต่อเด็กหนุ่มยอดฝีมือที่เข้ามาช่วยเหลือนางในวันนี้เป็นอย่างมากและในจิตใจของนางตอนนี้นั้นบังเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา นางรู้ดีว่าตอนนี้นางยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฟงมู่นางต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ 

    นางพญานาคเจ็ดเศียรเปล่งเสียงคำรามแผ่วเบาคล้ายทอดถอนคล้ายตัดพ้อ ร่างอันงดงามหายวับไปจากทะเลสาบแห่งขุนเขาตะวันออกในชั่วพริบตา

    *********************************************************************

    ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

    ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

    https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ 

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจักรพรรดิเทพอสูร ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34