ฐานหลินไห่
เหล่านักรบยังคงออกไปล่าสัตว์อสูรในป่าคนธรรมดาหรือผู้ฝึกยุทธ์ต่างทำงานเหมือนทุกๆ วันโดยไม่ได้สัมผัสถึงการมาถึงของคลื่นสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อยเห็นได้ชัดว่าฐานทัพทะเลมารได้ละทิ้งฐานหลินไห่ไปแล้วพวกเขาไม่ได้แจ้งให้ทุกคนในฐานหลินไห่รู้เรื่องนี้เลยแม้เพียงนิด
แต่เหล่าผู้อาวุโสของฐานหลินไห่กลับสังเกตเห็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดพวกเขาไม่ได้พบฝูงสัตว์อสูรแต่พบว่าคนของหอยุทธ์และธนาคารทะเลมารต่างพากันอพยพออกไปอย่างลับๆ แล้ว
เมื่อพบเหตุการณ์เช่นนี้เหล่าผู้มีอำนาจในฐานหลินไห่ก็จัดประชุมทันที
ปรมาจารย์หลี่และผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากมารวมตัวกันที่ตระกูลหลิน
ถึงอย่างไรตระกูลหลินก็เป็นผู้นำในนามดังนั้นการจะจัดประชุมที่ตระกูลหลินจึงเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ครั้งนี้ผู้ที่เป็นประธานในการประชุมไม่ใช่หลินว่านหลี่แต่เป็นปรมาจารย์หลี่และมีเพียงผู้เฒ่าหลี่เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการจัดประชุมครั้งนี้
ตาเฒ่าหลี่กล่าว“ทุกคน ผมเดาว่าพวกคุณน่าจะกันรู้ดีแล้วเหล่าผู้อาวุโสของหอยุทธ์ในตลาดมืดต่างจากไปอย่างลับๆ ผู้นำหอยุทธ์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหอยุทธ์ตอนนี้เหลือเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็นคนของฐานหลินไห่เราเท่านั้นนอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารทะเลมารก็ได้หายตัวไปเกือบหมดแล้วเช่นกันจากการสืบสวนคร่าวๆ ผมจึงได้รู้ว่าพวกเขากลับไปที่ฐานทะเลมารแล้ว”
“กลับไปที่ฐานทะเลมารแล้ว?”
ผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มใหญ่ต่างขมวดคิ้ว
“เกิดเหตุขึ้นที่ฐานทะเลมารเหรอ?” ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งถาม
ตาเฒ่าหลี่ส่ายหัว“ผมไม่แน่ใจ บางทีอาจมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่ฐานทะเลมารแต่หากเลวร้ายกว่านั้นคือมีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นที่ฐานหลินไห่!”
“อะไรนะ? มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ฐานหลินไห่?”
นักรบผู้เชี่ยวชาญที่เดิมทีเป็นคนของฐานเขี้ยวเหล็กร้องออกมาด้วยความตกใจ
เขาเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ฐานเขี้ยวเหล็กล่มสลายได้ไม่นานหรือว่าฐานหลินไห่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกครั้ง?
ในเวลานี้ตาเฒ่าหลี่ก็กล่าวเพิ่มเติม “พวกคุณลองคิดดูสิ ถ้าเกิดเกิดเรื่องขึ้นที่ฐานทะเลมารธนาคารและหอยุทธ์จะกลับไปเพื่ออะไรพวกเขาเป็นเพียงคนชั้นล่างของฐานทะเลมารเท่านั้นพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายอยู่ที่ฐานหลินไห่อย่างไรก็ได้? แต่ตอนนี้พวกเขากลับหนีไปหมดแล้วเห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบร้อนที่จะออกจากฐานหลินไห่ของเราและไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีกต่อไป นอกจากฐานหลินไห่กำลังจะตกอยู่ในอันตรายแล้วผมก็คิดเหตุผลอื่นไม่ออก”
“เราสามารถติดต่อฐานทะเลมารได้หรือไม่? มันคงจะดีกว่าถ้าเราสอบถามจากพวกเขาโดยตรง!”
หลินว่านหลี่ขมวดคิ้ว
“ติดต่อไม่ได้!” ตาเฒ่าหลี่ส่ายหัว“อุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดที่สามารถติดต่อได้ถูกนำออกไปแล้วอุปกรณ์สื่อสารที่พวกเราซื้อมาก็สามารถใช้ได้แต่ในฐานหลินไห่เท่านั้นไม่สามารถติดต่อคนของฐานทะเลมารได้”
“เป็นไปได้ไหมว่าฝูงสัตว์อสูรที่ทำลายฐานเขี้ยวเหล็กกําลังจะมาที่ฐานหลินไห่?ผู้นำของสัตว์อสูรกลุ่มนั้นคือสัตว์อสูรระดับราชาแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแอแต่เพียงแค่มันหายใจก็เพียงพอที่จะฆ่าพวกเราได้ ถ้าสัตว์อสูรราชาบุกเข้ามาฐานหลินไห่ก็มิอาจต้านทานได้ ดังนั้นคนของหอยุทธ์และธนาคารจึงรีบหลบหนีออกไป”
นักรบคนหนึ่งคาดเดา
“ไม่น่าเป็นไปได้!”
ตาเฒ่าหลี่โต้กลับ“ผมส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ฝูงของสัตว์อสูรตัวนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆมันไม่น่าจะมายังฐานหลินไห่ นอกจากนี้ต่อให้เป็นสัตว์อสูรระดับราชามันก็คงไม่เปิดฉากโจมตีง่ายๆสัตว์อสูรระดับราชาตัวนั้นเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับราชาที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งยังเป็นสัตว์อสูรระดับราชาที่ใช้วิธีการพิเศษในการยกระดับพลังการต่อสู้ที่แท้จริงเทียบได้กับสัตว์อสูรระดับราชาครึ่งก้าวเท่านั้นความเร็วของมันยังคงด้อยกว่าสัตว์อสูรระดับราชาอื่นๆฐานทัพทะเลมารมีระดับราชาอยู่ไม่น้อย เพียงแค่ส่งระดับราชามาคนเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายฝูงสัตว์อสูรนั้นได้แล้ว”
“แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
นักรบผู้เชี่ยวชาญบางคนเริ่มกังวล
“ทำไมเราไม่ไปหลบภัยที่ฐานทะเลมารล่ะ?”
มีนักรบผู้เชี่ยวชาญเสนอ
“ไม่ได้!”
หลินว่านหลี่เป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วย
“พวกเราในที่นี้ส่วนใหญ่เป็นคนจากตระกูลในฐานหลินไห่หรือว่าพวกคุณจะละทิ้งตระกูลตนเอง? แล้วคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่เกิดเหตุอะไรขึ้นที่ฐานทัพทะเลมาร?ถ้าฝ่ายนั้นกําลังต่อสู้อยู่ พวกเราไม่ใช่ไปรนหาที่ตายหรอกหรือ?”
คําพูดของหลินว่านหลี่ได้รับการเห็นด้วยจากผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากและนักรบผู้เชี่ยวชาญที่เสนอความคิดขึ้นเมื่อครู่ก็หลบหน้าทันที
ในตอนนั้นเองนักรบชั้นยอดคนหนึ่งก็รีบเข้ามารายงาน
“ปรมาจารย์ ท่านนักรบผู้เชี่ยวชาญ แย่แล้วมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวบุกมายังฐานของเราแล้ว!”
ผู้มาพูดอย่างลนลานแตกตื่น
ตาเฒ่าหลี่รีบถามว่า“สัตว์อสูรอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”
ทั่วทั้งที่ประชุมต่างจ้องมองนักรบชั้นยอดพวกเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน
“ท่านผู้อาวุโส เมื่อสักครู่มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร บินเข้ามาภายในฐาน มันรวดเร็วมาก คนอื่นๆ ไม่สามารถตอบสนองได้ทันในที่สุดสัตว์อสูรตัวนั้นก็ดูเหมือนจะบินลงไปในย่านส่วนกลาง!”
นักรบชั้นยอดกล่าว
“ย่านส่วนกลาง!”
ทุกคนในที่นี้คุ้นเคยกับย่านนี้เป็นอย่างดีถ้าเมื่อก่อนย่านนี้เป็นเพียงวิลลาธรรมดา ตั้งแต่เย่เทียนปรากฏตัวราคาของวิลลาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากที่เย่เทียนจากไปราคาของวิลลาก็ลดลง
“ไป ออกไปดูกันเถอะ!”
ตาเฒ่าหลี่นำทางโดยมีผู้ฝึกยุทธ์ทั้งกลุ่มติดตามเขาไป
เพียงไม่นาน
พวกเขาก็มาถึงย่านส่วนกลาง
ในตอนนั้นเองก็มีคนมารายงานทันที
“นายท่าน เย่เทียนกลับมาแล้ว!”
“ปรมาจารย์เย่เทียนกลับมาแล้วหรือ?”
ทุกคนดีใจทันที
เย่เทียนได้ไปยังฐานทะเลมารและอยู่ในฐานทะเลมารเป็นเวลานานแล้วเขาย่อมรู้ถึงเบื้องหลังของเรื่องนี้อย่างแน่นอนบางทีพวกเขาอาจจะได้ข้อมูลจากปากของเย่เทียนว่าทำไมหอยุทธ์และธนาคารทะเลมารจึงถอนตัวออกไป
ตอนนี้ตาเฒ่าหลี่รู้สึกยินดีและเป็นกังวลมากสิ่งที่น่ายินดีคือสถานการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นของฐานหลินไห่อาจจะได้รับคำอธิบายแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเขาไม่สามารถสั่งการทุกคนได้ตามใจชอบอีกแล้ว เขาต้องยอมจำนนต่อเย่เทียนและเชื่อฟังคําพูดของเย่เทียนทั้งหมดนี่เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีสำหรับเขานัก
แต่เขาก็ยังคงพูดว่า
“ไปคารวะปรมาจารย์เย่เทียนกัน!”
กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มใหญ่ตามมาตลอดทางทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในสวนกลางจากนั้นข่าวการกลับมาของปรมาจารย์เย่เทียนก็แพร่กระจายไปยังทุกหนทุกแห่งของฐานหลินไห่ราวกับไฟลามทุ่งผู้คนนับไม่ถ้วนทราบข่าวการกลับมาของเย่เทียน
แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเย่เทียนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขา ดังนั้นจะสนใจไปก็ไร้ประโยชน์
วิลลาของเย่เทียน
ในเวลานี้เย่เทียนกําลังทำความสะอาดที่พักของเขาอยู่เนื่องจากเขาจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกสักพัก
แต่เสี่ยวเซวี่ยกลับมองไปยังรอบๆด้วยท่าทีรังเกียจ
“นายท่าน สถานที่รกร้างแห่งนี้ยังห่างชั้นกับบ้านเรามาก ทำไมพวกเราต้องอยู่ที่นี่ด้วย?”
“นี่คือบ้านเก่าของฉัน!”
เย่เทียนกลอกตา
เมื่อได้ยินดังนั้นเสี่ยวเซวี่ยก็รีบเปลี่ยนคําพูดทันที
“นายท่าน ข้าคิดว่าที่นี่มีกลิ่นอายที่พิเศษมากมันเป็นสถานที่ที่เหมาะสําหรับการอยู่อาศัยจริงๆ!”
“แกเปลี่ยนสีไวนักนะ แกเป็นกิ้งก่าหรืออย่างไรดูเหมือนว่าตอนนี้แกจะรู้มากแล้วหนิ!”
เย่เทียนพูดอย่างเย็นชาแต่ในใจเขากลับรู้สึกประหลาดใจ
เขาจำได้ว่าตอนที่เสี่ยวเซวี่ยเพิ่งฟักออกมามันยังพูดได้แค่คําง่ายๆ เช่น หิว กิน ง่วง เท่านั้น แต่ผ่านไปเพียงไม่นานเสี่ยวเซวี่ยไม่เพียงแต่เติบโตจนมีขนาดสิบเมตรแม้แต่ความคิดของมันก็ยังเทียบได้กับเด็กหนุ่มของเผ่ามนุษย์อีกด้วย
พรสวรรค์และความเร็วในการเติบโตนี้น่าตกใจเกินไป
“สมแล้วที่เป็นพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวัน!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง