ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่67 เล่นซ่อนหาในแบบท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวที่มันห๊อมหอม..น่ากิ๊นน่ากิน...

         ในระหว่างที่พวกท่านพ่อ ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ พี่ชาย หลานชาย กำลังวุ่นวายกับการสอนทำการเกษตรในแบบใช้พลังธาตุกันอยู่นั้น

         ท่านย่าเล็กเองก็แอบตามไปสอดส่องพวกผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยเป็นผู้นำพาพวกเหลนๆและเด็กๆในหมู่บ้านไปซุกซนด้วย เพราะพวกเด็กในหมู่บ้านต่างก็จำเป็นที่จะต้องหัดใช้งานจากพลังธาตุให้เป็น ถึงแม้ตอนนี้จะเรียกได้ว่าพลังธาตุในตัวแทบจะไม่มีประโยชน์ใดเลย

         แต่ด้วยที่ละอองพลังธาตุสีทองเหลืองกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณหมู่บ้านในตอนนี้มันเป็นผลดีต่อพวกเด็กๆเป็นอย่างมากเช่นเดียวกันถึงแม้จะมีพลังธาตุระดับปลายแถวก็ตามที

         “เอาล่ะ ข้ากับพวกเหลนๆจะสอนพวกเจ้าด้วยนะจะได้ช่วยครอบครัวของพวกเจ้าทำสวนทำไร่แบบใช้พลังธาตุกันได้น่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ขอบคุณท่านย่าเล็กตระกูลหวังเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆในหมู่บ้าน แสดงความนอบน้อมต่อผู้อาวุโสสูงสุดในกลุ่มของพวกเด็กๆด้วยกัน 

          ใช่!!ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวมีบรรดาศักดิ์สูงสุดในกลุ่มของพวกเด็กๆในหมู่บ้าน ไม่มีใครแก่เกินนางอีกแล้ว พวกเด็กๆต่างรับรู้เรื่องนี้กันดีจึงต้องรับฟังนางกันทั้งหมดด้วยระดับความอาวุโสนั่นเอง ถึงแม้ว่าพวกเด็กๆในหมู่บ้านบางคนอายุจะมากกว่าเหนี่ยวเหนี่ยวก็ตาม

         เหมือนดั่งเหลนๆที่อายุมากกว่าเหนี่ยวเหนี่ยวนั่นแหละ ยังจะต้องฟังนางแต่เพียงผู้เดียว!! ช่างยิ่งใหญ่นักในหมู่บ้านแห่งนี้กับการเป็นผู้อาวุโสตัวจ้อย

       

         “ดีมาก เด็กดี เด็กดี”เหนี่ยวเหนี่ยว กอดอกรับฟังอย่างพึงพอใจที่สุด

         “แล้วท่านย่าเล็ก มิใช่เด็กหรือขอรับ!!”เหลนชายสี่เหล่าสู่ ถามอย่างงงๆกับคำพูดว่า เด็กดี เด็กดี ทั้งๆที่ท่านย่าเล็กก็ยังเป็นเด็กน้อยเหมือนกับพวกเขา 

         “.............!!”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงด้วยขอรับ”พวกเหลนชายคนอื่นๆ

         “.........!!!”เหนี่ยวเหนี่ยว เริ่มใช้สายตามองแรงมาทางเหลนๆชายแล้ว ในตอนแรกก็เหลนชายสี่เพียงผู้เดียวก็เล่นคิ้วกระตุกนิดๆแล้ว แหม!!!นี่พวกเจ้ากล้าถึงขนาดประสานเสียงกันสงสัยกันเชียวเหรอ

         “เอ่อ….พวกข้าขอตัวไปสอนทางด้านโน้นเองขอรับ”เหลนชายใหญ่หยางหยาง ที่เริ่มหมดความสงสัยแล้วเพราะด้วยสายตาของท่านย่าเล็กตอนนี้ มันบอกโดยสัญชาตญาตที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเลยว่า มันแย่แล้ว!!

        “แว๊บ……”เหลนชายใหญ่ หันฝีเท้าถอยหลังช้าๆและเร่งสปีดไปก่อนใครเพื่อนเลย

         “โอ้….ข้าก็ด้วยขอรับ จะช่วยรับผิดชอบทางด้านโน้นเอง”เหลนชายรองจูจู

         “แว๊บ……”เหลนชายคนรองรายต่อไป 

         “พวกข้าด้วยขอรับ….!!”เหลนชายคนอื่นๆก็รีบ เร่งฝีเท้าติดตามไปติดๆ ดั่งกำลังโดนของร้อนกันเลยทีเดียว

         “ฮึ่ม…..ดีนะที่พวกเจ้ารู้ตัวกันเร็วไม่อย่างงั้นข้าผู้มีบรรดาศักดิ์ที่อาวุโสสุดจะสั่งสอนเหลนๆอย่างพวกเจ้าเอง”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่มองตามพวกเหลนชายที่พากันวิ่งไปจากนางอย่างทำสีหน้าพึงพอใจว่าประมาณไม่เท่าไหร่หรอก ดีที่รู้ตัวอะไรประมาณนี้

         “พวกพี่ชาย ใช้คำพูดไม่เป็นจริงๆเลยช่างโง่เขลาจริงๆ ไม่ไหวไม่ไหว”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “ท่านย่าเล็ก อย่าไปสนพวกพี่ชายเลยเจ้าค่ะ สงสัยว่าคงจะเริ่มหิวกันอีกเป็นแน่ เลยฟังคำพูดของท่านย่าเล็กไม่ออกน่ะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “อ้า…ใช่เหลนสาวของข้าพูดถูกใจข้ายิ่งนัก งั้นพวกเราก็เริ่มเลย เหลนสาวพวกเจ้าก็เริ่มด้วยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนสาวน้อย 

         พวกเด็กๆจากตระกูลหวัง ตระกูลอี้ ตระกูลฉือ ก็เริ่มสอนเพื่อนๆในกลุ่มกันเลย โดยแบ่งตามพลังธาตุดิน พลังธาตุน้ำ พลังธาตุลม พลังธาตุไฟก่อนเป็นอันดับแรก ว่ามีคนประมาณเท่าไหร่ และมีขาดพลังธาตุใดไปบ้างจะได้เรียกมาเสริมช่วยกันสอนให้เข้าใจในการทำการเกษตรพลังธาตุกันก่อน

         “พลังธาตุดิน มาทางด้านนี้เลย ตามด้วยพลังธาตุน้ำ พลังธาตุลม พลังธาตุไฟเรียงตามลำดับกันไปเลยนะจะได้รวดเร็วขึ้นหน่อย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ” “ขอรับ” พวกเหลนๆ 

         “เอาล่ะทีนี้ก็เริ่มได้เลยนะ ทุกๆคนพร้อมกันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “พร้อมเจ้าค่ะ”เหลนสาว

         “พร้อมขอรับ”เหลนชาย

         “วึ่บ…..” แสงละอองประกายพลังธาตุแต่ละสายกำลังแข่งกันวิ่งไปมาบนเนื้อที่ในสวนไร่ของคนในหมู่บ้านครอบครัวหนึ่ง ที่พวกเด็กๆต่างพากันมารวมกันเพื่อที่จะเรียนรู้การทำการเกษตรแบบพลังธาตุกันก่อนในบทเรียนแรก

        “ว้าว…..”เด็กๆในหมู่บ้าน ที่พึ่งหัดใช้พลังธาตุแบบใหม่เป็นครั้งแรก และมันได้ผลดีอย่างที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนเลย เพราะคนในครอบครัวของพวกเขาก็สอบกันมาในรูปแบบเก่าๆที่ทำกันมาช้านานแล้ว แต่ว่าท่านย่าเล็กแห่งตระกูลหวังและเพื่อนๆในอีก 3 ตระกูลนี้สอนพวกเขาในการใช้พลังธาตุแบบใหม่

    “ข้าไม่เคยเรียนรู้การใช้พลังธาตุแบบนี้มาก่อนเลย”เด็กๆในหมู่บ้าน

         “ใช่ๆ พวกข้าก็เช่นกัน ไม่เคยเรียนรู้อะไรแบบนี้เลยมันแปลกมากๆ และดีมากๆด้วย”

         “ไม่คิดว่ามันจะได้ผลดีแบบนี้ ข้าไม่รู้สึกเหนื่อยล้า หรือรู้สึกว่าพลังธาตุในตัวเกือบจะหมดเลยนะ”

         “จริงอย่างที่เจ้าพูดเลย เพราะเวลาที่หัดใช้พลังธาตุหรือแม้แต่ใช้งานพลังธาตุจริงๆ ข้ามักจะเหนื่อยล้ามากๆ และจะต้องรอคอยพลังธาตุฟื้นกลับมาค่อนข้างนานเลยทีเดียวนะ นี่มันดีมากจริงๆ”

        “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านย่าเล็ก และทุกๆคนด้วยนะ”เด็กๆในหมู่บ้าน ต่างก็พากันพูดถึงประสบการณ์ต่างๆที่เคยใช้พลังธาตุที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านปู่ ท่านย่า ท่านตา ท่านยาย ท่านพ่อ ท่านแม่คอยสอนสั่ง

         และที่สำคัญพวกเด็กๆในหมู่บ้านต่างก็ส่งเสียงขอบคุณอย่างไม่ขาดสายกับท่านย่าเล็กตระกูลหวังและเพื่อนจากตระกูลหวัง ตระกูลฉือ ตระกูลอี้กันหลายต่อหลายรอบด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก


     

         “ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เองนะพวกเจ้าไม่ต้องถือมากหรอกทีหลังเวลาจะใช้พลังธาตุให้ทำตามที่ข้าสอนแบบขั้นพื้นฐานที่พึ่งจะสอนพวกเจ้าไปก็พอแล้ว รับรองเลยว่าพวกเจ้าจะใช้พลังธาตุของพวกเจ้าอย่างคุ้มค่าที่สุดนะ

         และพวกเจ้าโชคดีเพราะตอนนี้พวกเรามีพลังธาตุสีทองพวกนี้ลอยละล่องเกลื่อนกลาดไปทั่วหมู่บ้านของพวกเราแบบนี้ด้วยนะ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเจ้าพัฒนาการในการใช้พลังธาตุออกมาได้เป็นอย่างดี”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ”

         “ขอรับ”เด็กๆในหมู่บ้าน

         พวกเด็กๆ กับ พวกผู้ใหญ่ ในตอนนี้ต่างก็พากันเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้ในการใช้พลังธาตุเพาะปลูกภายในหมู่บ้านกันอย่างคึกคัก ผลัดเปลี่ยนไปตามแต่ละตระกูลเพื่อช่วยเหลือกันเพราะที่รู้ๆกันดีอยู่ว่า แต่ละตระกูลในหมู่บ้านนั้นพวกเขาไม่มีสมาชิกในครอบครัวที่มีสายพลังธาตุครบนั่นเอง

         แน่นอนว่ากลุ่มคนที่เป็นแรงหลักสำคัญที่สุดก็คงจะไม่พ้นครอบครัวของเหนี่ยวเหนี่ยวแห่งตระกูลหวังนั่นเอง ที่จะต้องเวียนไปทุกๆตระกูลในหมู่บ้านเพื่อช่วยพวกเขา

         “สงสัยจะต้องหาทางทำหลักแหล่งปล่อยพลังธาตุให้ครบเสียแล้ว เพราะบางตระกูลคนในครอบครัวมีสายพลังธาตุไม่ครบเหมือนกับครอบครัวของข้า 

         ถ้าบ้านข้าออกไปสำรวจท่องเที่ยวด้านนอก ไม่มีผู้ใดอยู่กันมันก็จะมีปัญหามากเลยทีเดียวที่พวกเขาจะต้องรอ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ก็ยังคงวนไปช่วย หรือพากันไปวุ่นวายก็มองข้อดีและข้อเสียต่างๆไปด้วยพร้อมที่จะหาทางแก้ในภายหลังเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

         เหนี่ยวเหนี่ยวนางไม่ได้เพียงแค่สนุกสนานเล่นซนไปกับพวกเหลนๆเพียงเท่านั้น แต่ก็คอยสังเกตการณ์โดยรอบหมู่บ้านของนางไปด้วยว่าจะต้องช่วยพัฒนาไปในทางด้านใดเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

         “ข้าเริ่มเบื่อแล้วล่ะเหลนๆ พวกเราเลิกเล่นแบบนี้กันดีกว่าไหม??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!”พวกผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้กลุ่มพวกเด็กๆ หันมามองเสียงเด็กน้อยที่พูดว่ากำลังเล่นอยู่!!

         “ข้าก็เบื่อเหมือนกันเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนๆ ต่างก็พากันประสานเสียงเช่นกัน 

         พวกเด็กๆคงจะไปเอาอะไรมาคาดหวังมากไม่ได้นักหรอก เพราะพวกเขายังคงเป็นเด็กอยู่ ยังอยากที่จะเล่นกันเสียมากกว่าคงจะอยู่ทำอะไรแบบนี้นานๆกันไม่ได้เหมือนกับพวกผู้ใหญ่ที่โตแล้ว 

         “แล้วพวกเราจะไปทำอะไรกันดีเจ้าคะ ท่านย่าเล็กถึงจะได้หายเบื่อกัน”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “อือ….อ๊ะ..ข้านึกออกแล้วว่าจะทำอะไรกันดีให้หายเบื่อ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “อะไรหรือเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเหลนๆ ต่างพากันประสานเสียงถามเหนี่ยวเหนี่ยวกันอีกครั้ง ด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมากและตั้งใจฟังเหนี่ยวเหนี่ยวพูดออกมาเป็นอย่างดีเลย

         “เล่นซ่อนหากันไหมเล่า??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เล่นซ่อนหา..!!!”พวกเหลนๆ และเด็กๆในหมู่บ้าน

         “พวกข้าอยากเล่นเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนๆ และเด็กๆในหมู่บ้าน

         “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเลย เร็วเข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว พูดยังไม่จบประโยคดีก็เร็วเสียจริงๆ ขาสั้นๆไม่เป็นอุปสรรคของนางแต่อย่างใด ยังคงปราดเปรียววิ่งได้รวดเร็วยิ่งนัก

         “รอข้าด้วยเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเหลนๆ และเด็กๆในหมู่บ้าน ต่างพากันส่งเสียงดังสนั่นกันอีกครั้ง และพากันวิ่งออกไปจากพื้นที่สวนไร่ที่พึ่งทำกันเมื่อตะกี้นี้

         “พวกตัวป่วนไปกันแล้ว….!!”พวกผู้ใหญ่

         “พวกลิงทะโมนไปแล้ว…!!!ดีจริงๆ”

         “ฟู่…..ฟู่……”

         พวกผู้ใหญ่ พากันเป่าปากโล่งอกโล่งใจกันเต็มที่มีสีหน้ายิ้มแย้มมากกว่าเดิมเสียอีก จริงอยู่พวกเด็กๆพากันยกมาช่วยพวกท่านทำไร่ทำสวน แต่ว่าพามาป่วนเสียมากกว่า!!

        

         กลับมาทางด้านพวกเด็กๆในหมู่บ้านกันต่อ เวลานี้ได้หยุดอยู่ที่กลางหมู่บ้านกัน เพื่อรอฟังท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวแห่งตระกูลหวังที่กำลังแถลงการณ์เปิดงานเริ่มการเล่นซ่อนหาภายในหมู่บ้านกันแล้ว

         “เอาล่ะ พวกเจ้าทุกๆคนตั้งใจฟังข้ากันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเหลนๆ และเด็กๆในหมู่บ้าน

         “การเล่นซ่อนหาในรอบนี้พวกเราจะแบ่งกลุ่มกัน เพราะถ้าให้ผู้ใดหาเพียงผู้เดียวคงจะเป็นไปได้ยากมากนะ เพราะตอนนี้พวกเราทุกๆคนในหมู่บ้านกำลังรวมพลังกันเล่นซ่อนหาอยู่ พื้นที่โดยรอบก็กว้างมากอีกด้วย

         พวกเราจะแบ่งกลุ่มกัน และก็จะกำหนดพื้นที่ที่จะซ่อนตัวได้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหาตัวเจอ จะได้ไม่ต้องเข้าไปแอบไกลกันมากนัก”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เลยเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเหลนๆ และเด็กๆในหมู่บ้าน

         “เอาล่ะ เริ่มการแบ่งกลุ่มกันได้เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         พวกเด็กๆต่างพากันแบ่งกลุ่มกันออกเป็นกลุ่มละ 10 คนตามที่เหนี่ยวเหนี่ยวบอกจำนวนเอาไว้ และกำหนดคะแนนเอาไว้ว่ากลุ่มใดหาฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะกลุ่มไหนแล้วแต่เจอก็จะได้คะแนนเพิ่มและสามารถเลือกฝ่ายตรงกันข้ามเข้ามาเพิ่มจำนวนให้กลุ่มของตนเองได้อีกด้วย

         “ไอ้หยา….ทำไมกลุ่มข้าต้องเป็นก่อนด้วยเนี่ยเฮ้อ….”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “จริงด้วยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         “พวกเราช่างโชคดีจริงๆเลย เริ่มเล่นก็ได้แอบก่อนแล้วเนอะรับรองเลยว่ากลุ่มพวกท่านย่าเล็กไม่มีทางหาพวกเราเจออย่างแน่นอน”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         “ใช่เพราะกลุ่มพวกเราเก่งกาจในการซ่อนมากๆ ชนะมาก็หลายครั้งหลายคราแล้วนะ”เหลนชายสามจีจี

         “งานนี้ง่ายสุดๆเลยเนอะ พวกเราจะต้องเล่นชนะอีกอย่างแน่นอนเลย”เหลนชายรองจูจู

         “คงจะต้องมองเลือกคนเอาไว้เพิ่มในกลุ่มของพวกเราแต่เนิ่นๆกันแล้วล่ะ ว่าจะเลือกผู้ใดมาก่อนดีนะ”เหลนชายคนโตหยางหยาง

         พวกเหลนชายทั้งหลายผู้ที่เป็นอันที่รักของท่านย่าเหนี่ยวเหนี่ยว กำลังพูดโอ้อวดตัวเองกันยกใหญ่ว่าไม่มีใครเหนือพวกเขาไปได้ เล่นกี่คราวก็ชนะเสียส่วนใหญ่เลย 

         เหนี่ยวเหนี่ยวที่ได้ยินถึงกับมุมปากกระตุกอย่างแรก พร้อมกับเริ่มหาวิธีเอาคืนเจ้าพวกเหลนชายกลุ่มนี้ให้ได้เลย 

         “ได้ๆ เก่งกาจซ่อนหานักข้าผู้นี้นี่แหละจะลบสถิติพวกเจ้าเอง เหอะ….”เหนี่ยวเหนี่ยว กอดอกหน้าตูมอย่างมีอารมณ์หงุดหงิดนิดหน่อย

         “ท่านย่าเล็กหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าค่ะ ไอ้ลบทิดติ…อะไรนี่น่ะเจ้าค่ะ??”เหลนสาวใหญ่ยายา

        “สถิติ ก็แบบว่าข้าจะเป็นผู้ที่เหนือกว่าพวกเหลนชายอย่างไรเล่า เล่นกี่ตาก็จะชนะรวดเดียวเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “อ้อ…..”เหลนสาวน้อยพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจในทันทีที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวอธิบายให้พวกนางฟังกัน

        “พวกข้าจะเริ่มนับแล้วนะ เอาล่ะผู้ใดอยู่กลุ่มข้าหันหลังไปด้านโน้นกัน”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “เจ้าค่ะ”เหลนๆในกลุ่มเหนี่ยวเหนี่ยว   “1…2….3…4….5….6…7…8…9…10….11..12..13..14..15..16..17..18…19..20….”

        “ไปเร็วเข้าพวกเรากลุ่มของท่านย่าเล็กเริ่มนับแล้ว ไปซ่อนตัวเร็วเข้า”เหลนชายรองจูจู

         “ได้ๆ”เด็กๆในหมู่บ้านและพวกเหลนๆของนางที่อยู่คนละกลุ่มต่างก็รีบพากันวิ่งหายไปจากตรงนี้กันอย่างรวดเร็วทันทีเลย

         บ้างก็แอบหลังพุ่มไม้ บ้างก็แอบในเศษกองใบไม้ต่างๆ บ้างก็แอบหลังต้นไม้ใหญ่ที่มีพุ่มไม้เขียวๆบดบัง บ้างก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปแอบอยู่ด้านบน สารพัดที่จะมีวิธีบดบังซ่อนตัวกันอย่างชำนาญการ

         “ข้าจะไปหาพวกเจ้าแล้วนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         กลุ่มของเหนี่ยวเหนี่ยวที่นับเลขจบแล้วก็ตะโกนเตือนพวกฝ่ายตรงข้าที่ซ่อนแอบอยู่ให้รู้ว่ากลุ่มของพวกนางจะเริ่มค้นหากันแล้ว

         “ท่านย่าเล็กเจ้าค่ะที่ซ่อนก็กว้างมาก และคนซ่อนก็เยอะอีกด้วย แบบนี้พวกเราจะหาคนเจอเกินครึ่งหรือเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวรองมี่เฟิง

        “หาเจอสิเรื่องแค่นี้เองง่ายมากๆ พวกเจ้าตามข้ามาและทำตามข้านะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         นางมองหาแหล่งสถานที่ที่น่าจะเป็นที่หลบซ่อนได้เป็นอย่างดีที่สุด และหยุดเดินทันทีพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ออกมา

        “อ้า….ข้าเริ่มจะหิวเสียแล้วสินี่ก็มีของกินที่ท่านแม่ให้ติดตัวมากินเวลาหิว และเอามาแบ่งเพื่อนๆด้วยนะข้าลืมเสียสนิทเลย คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้งกินก่อนละกัน และค่อยแบ่งไว้ให้พวกเหลนๆทีหลัง”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         นางได้หยิบผลไม้ออกมา และหยิบมันเทศที่กำลังอุ่นๆออกมาด้วย และใช้พลังธาตุลมเพื่อปล่อยกลิ่นหอมๆจากมันเทศย่างไปกับสายลม ให้ไปกระทบจมูกน้อยๆของพวกเด็กๆในหมู่บ้านพวกนั้น

         “ฟืด….ฟืด…..”       

    ************

         เหนี่ยวเหนี่ยว ใช้กลโกงนิดๆหน่อยแบบว่าเอาของกินมาล่อพวกเด็กๆในหมู่บ้านให้เผยตัวตนออกมาเพื่อที่นางจะได้จับพวกเขากันได้อย่างง่ายๆไม่ต้องเหนื่อยเดินหาแต่อย่างใด
     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน