บทที่ 39 ก่อนออกเดินทาง
สายลมแรงพัดผ่าน ณ บริเวณหนึ่งที่ตีนภูเขา ผู้ชายผมสีดำกำลังยืนอยู่ด้านหน้าอุปกรณ์แปลกๆซึ่งสามารถทำให้อาหารสุกได้ ในมือข้างหนึ่งเขาถือแปรงใว้อยู่ แปรงนี้ไม่ใช่แปรงอะไรอื่น มันคือแปรงทาเนย!
สายฝนร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีขณะทาเนยลงบนบาร์บีคิวเนื้อราชาวัวครึ่งปลา หลังจากทาเนยเสร็จเขาก็โรยพริกไทยจากนั้นจึงเอาขึ้นจากเตาทาซอสบาร์บีคิว
สายฝนนำบาร์บีคิวไม้ที่ย่างเสร็จแล้วใส่จานที่ซื้อมาจากแอป[ร้านค้า] ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถทำบาร์บีคิวได้แค่วันนี้วันเดียว เวลานี้สายฝนเหลือแต้มสำรวจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
‘ช่วงนี้ฉันต้องรีบเพิ่มแต้มสำรวจซะแล้ว วันนี้ฉันใช้เงินไปเยอะมาก’ สายฝนคิดอยู่เงียบๆ วันนี้เขาใช้แต้มสำรวจซื้อหนังสือเวทมนตร์ให้ดารินทร์ไป ราคาหนังสือเล่มนั้นไม่ใช่ว่ามันจะถูกๆ มันโคตรแพง
กลิ่นหอมของบาร์บีคิวลอยฟุ้งในอากาศ เสียงท้องร้องของสายฝนดังขึ้น วันนี้เขายังไม่ได้กินอาหารเที่ยงเลย กินเพียงแค่มื้อเช้าเท่านั้น(ตอนอยู่ในถํ้า)
สาเหตุที่เขาตัดสินใจนำเนื้อราชาวัวครึ่งปลามาทำเป็นอาหารแทนที่จะนำไปขายเพราะร่างราชาวัวครึ่งปลามันไม่ใช่ตัวเล็กๆ นํ้าหนักก็ไม่ใช่เบาๆ สายฝนไม่ได้มีแหวนมิติเหมือนในนิยายเทพเซียนเขาไม่สามารถพาร่างไร้วิญญาณของราชาวัวครึ่งปลาไปตลอดทางจนกว่าจะถึงเมืองได้
“ดารินทร์วันนี้มีบาร์บีคิวล่ะ” สายฝนกล่าวเสียงดัง แม้ว่าเขาจะเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่สนใจคนอื่นทว่ามันก็มีข้อแม้อยู่ ทำไมเขาต้องสนใจดารินทร์ด้วยล่ะ? แน่นอนเพราะเธอเป็นระดับหนึ่งไง! ไม่แน่วันหน้าเธออาจกลายเป็นระดับสองด้วยซ้ำ เป็นการดีกว่าที่จะทำให้เธอประทับใจเวลานี้ เผื่ออนาคตอาจขอความช่วยเหลือจากเธอได้
ส่วนฮันน่ากับโลเวลเขาไม่คิดจะสร้างความประทับใจให้ทั้งสอง สายฝนไม่ชอบทั้งสองอยู่แล้วและไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย เขาไม่อยากฝืนตัวเองทำให้อีกฝ่ายประทับใจ ตัวเขาไม่ได้ต้องการพึ่งพาคนอื่นตลอด อีกอย่างทั้งสองก็ไม่ได้เก่งไปกว่าดารินทร์หรือมีพรสวรรค์เท่าเธอ สายฝนเชื่ออย่างงั้น
“บาร์บีคิวเหรอ?” สาวน้อยตาเป็นประกาย กลิ่นหอมของบาร์บีคิวลอยเข้าจมูกเธอ ดารินทร์รีบเดินมาหาสายฝนทันที สายตาเด็กสาวจ้องมองบาร์บีคิวโดยไม่ละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
“อืม” สายฝนตอบสั้นๆ ขณะนี้มีบาร์บีคิวอยู่ในจานสิบห้าไม้แล้วเขาจึงหยุดย่างก่อน สายฝนไม่รู้ว่าเตาปิ้งย่างจากร้านค้ามันทำงานยังไงและเขาก็ไม่คิดสนใจด้วย แค่มันทำงานได้ก็พอแล้ว
“อึก!” ดารินทร์กลืนน้ำลายลงคอ เธอเอื้อมมือมาหยิบบาร์บีคิวในจานไปไม้หนึ่ง เด็กสาวเป่าให้มันหายร้อนก่อนกินบาร์บีคิว เมื่อเธอกินมันไปแล้วสาวน้อยก็อดร้องออกมาว่า “อร่อย!” ไม่ได้
‘มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?’ สายฝนมองท่าทางดารินทร์ด้วยความสงสัย เขาหยิบบาร์บีคิวขึ้นมาลองกินดู หลังกินเข้าไปคำเดียวสายฝนก็ได้รับรู้ถึงรสชาติของมัน มิน่าล่ะทำไมสาวน้อยแสดงอาการแบบนั้น ความสามารถทำอาหารระดับหนึ่งบวกกับเนื้อราชาวัวครึ่งปลาทำให้บาร์บีคิวอร่อยมาก
‘ก็อร่อยดี สมแล้วที่เป็นเนื้อของระดับหนึ่ง’ สายฝนคิดพลางกินบาร์บีคิวต่อ แม้เขาจะรู้สึกอร่อยทว่าก็ไม่ได้แสดงท่าทางออกเหมือนดารินทร์ เขาสามารถควบคุมตนเองได้
“นี่ฝน” ฮันน่าเดินเข้ามาใกล้ เธอร้องเรียกสายฝนเบาๆ สายฝนหันไปมองยังฮันน่า เขาถามว่าเธอต้องการอะไร
“ฉันขอด้วยได้มั้ย?” ฮันน่าขอ วันนี้เธอเองก็ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเช่นกัน
“ได้สิ” น่าประหลาดมากครั้งนี้สายฝนตอบรับ ฮันน่าตกใจและคิดว่าเธอต้องได้ยินผิดแน่ ใช่แล้ว! เขาต้องบอกเธอว่าไม่ให้กิน เธอเพียงแค่ฟังไม่ชัดเท่านั้น ฮันน่าถาม “เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?”
สายฝนขมวดคิ้ว “เธอหูไม่ดีมีปัญหาหรือเปล่า? ฉันก็บอกเธอไปแล้วหนิ เมื่อกี้ฉันบอกว่าได้สิ” นี่คือคำกล่าวที่ออกจากปากของเขา
ฮันน่ารู้สึกแปลกใจมากจนลืมเรื่องที่สายฝนว่าเธอว่าเป็นคนหูไม่ดีไปเสียสนิท ฮันน่าคิดขึ้นอย่างกังวล ‘วันนี้จะต้องมีบางอย่างแปลกๆแน่ไม่งั้นเขาคงไม่ให้เรากินมันหรอก หรือว่าเขากำลังวางแผนชั่วร้ายอะไรบางอย่างอยู่? ถ้าเขาไม่ได้วางแผนชั่วร้ายก็แสดงว่าหัวของเขาต้องกระทบกระเทือนอย่างหนักจนนิสัยเปลี่ยน หากเป็นแบบนั้นไม่ใช่ว่ามันดีสุดๆไปเลยไม่ใช่เหรอ?’
“จะกินไม่กินล่ะ?” สายฝนถาม จังหวะเดียวกันก็หยิบบาร์บีคิวอีกไม้ขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย
“กิน กินสิ แล้วฉันให้โลเวลกินด้วยได้มั้ย?” ฮันน่าตอบก่อนถามออกไป
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” สายฝนกล่าวขึ้น เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องให้โลเวลกินบาร์บีคิว แม้สายฝนจะรู้สึกไม่ชอบโลเวลแต่เขาก็ต้องเก็บความไม่ชอบนี้ใว้ในใจไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“ถ้างั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” โลเวลพูดขึ้น เขามีสีหน้าเป็นมิตรกับสายฝนมาก ไม่เหมือนกับสายฝนที่รู้สึกเป็นศัตรูกับโลเวล โลเวลรู้สึกเป็นมิตรกับสายฝนสุดๆ ฮันน่าได้เล่าเรื่องพวกสายฝนให้โลเวลฟังแล้ว
ชายคนนี้กับเด็กสาวน่ารักช่วยฮันน่าจากโจรภูเขาแถมยังช่วยตนเองจากราชาวัวครึ่งปลาด้วย โลเวลสัญญาในใจว่าบุญคุณครั้งนี้เขาจะตอบแทนในซักวัน
วินาทีต่อมาฮันน่ากับโลเวลก็เริ่มกินบาร์บีคิว พวกเขาทั้งสองร้องออกมาคล้ายๆดารินทร์ ฮันน่าไม่รู้ว่าบาร์บีคิวมันคืออะไรและมาจากไหนแต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจเรื่องพวกนี้
การอยู่กับสายฝนมาหลายชั่วโมงมันทำให้เธอตระหนักว่าชายคนนี้ลึกลับเกินไป แค่เขามาจากไหนเป็นใครเธอยังไม่รู้เลย ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องหาคำตอบว่าบาร์บีคิวมาจากไหนมันคืออะไร คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ต่อให้ไปถามสายฝนเขาก็คงไม่ยอมบอกเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ดีมาก แค่ไม่เป็นศัตรูกันก็ดีพอแล้ว
ส่วนโลเวลน่ะเหรอ? เขาไม่ได้คิดมากขนาดฮันน่า ตัวเขาคิดเพียงแค่ว่าอาหารชนิดนี้เป็นอาหารที่สายฝนคิดค้นขึ้นเอง
เนื่องจากคนทั้งกลุ่มไม่ได้กันอาหารเที่ยงกันมาซักคนพวกเขาจึงกินเยอะกว่าปกติ ไม่นานบาร์บีคิวสิบห้าไม้ในจานก็หมด ฮันน่ากินไปสี่ไม้ โลเวลกินไปสี่ไม้ สายฝนกินไปสี่ไม้ ดารินทร์กินสามไม้ เธอกินไม่ทันคนอื่นเขา
“ดารินทร์เธออิ่มมั้ย?” สายฝนถาม เขาเตรียมจะทำบาร์บีคิวเพิ่มอีกชุด สาวน้อยส่ายหัวบอกว่ายังไม่อิ่ม บาร์บีคิวไม้หนึ่งก็ไม่ได้มีเนื้อเยอะอะไร แถมดารินทร์ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงบวกกับได้กินแค่สามไม้เธอจึงไม่อิ่ม
“งั้นฉันจะทำเพิ่มอีกสิบห้าไม้” สายฝนกล่าว เขานำบาร์บีคิวไม้ซึ่งยังไม่ได้ย่างวางใว้ที่เตา ทาเนยโรยพริกไทยเหมือนตอนแรก
หลายวินาทีต่อมา “ฮันน่าแล้วเธอจะไปสำรวจศิลาท้องทะเลที่ไหนก่อนล่ะ?” สายฝนถามฮันน่าขณะพลิกบาร์บีคิว
“จะสำรวจแถวๆนี้ก่อนน่ะ” ฮันน่าตอบ สายตาเธอมองไปยังบาร์บีคิวราวกับต้องการกินมันอีกเยอะๆ ไม่ใช่แค่สายตาเธอคนเดียว สายตาของดารินทร์เองก็อยู่ที่บาร์บีคิวซึ่งกำลังย่างอยู่เช่นกัน
สายฝนมองสาวน้อย เขาพูดขึ้น “เธอกินเยอะระวังอ้วนนะ”
สาวน้อยหน้าแดงด้วยความอับอาย เธอกล่าวว่า “หนูไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นซักหน่อย!”
ฮันน่าส่งสายตาเคืองๆมาทางสายฝน คำกล่าวเมื่อครู่ไม่ใช่เหมือนกับบอกเธอด้วยเช่นกันหรือ? ชายคนนี้กำลังล้อเลียนเธอ! คิดแบบนี้ฮันน่าก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย
ปฎิกริยาของทั้งสองสายฝนไม่ได้สนใจเลยซักนิด เขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว ทันใดนั้นเขาพลันฉุกคิดอย่างหนึ่งได้
“ตีนภูเขาแถวนี้ฉันสำรวจไปหมดแล้ว มันไม่มีศิลาท้องทะเลแบบที่เธอพูดออกมาซักก้อน เราควรเปลี่ยนที่จะดีกว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” สายฝนกล่าวอย่างจริงจัง คำกล่าวของเขาคือความจริง ตั้งแต่เริ่มสำรวจมาสายฝนยังไม่เห็นศิลาท้องทะเลซักก้อน
“เป็นไปไม่ได้!” ฮันน่าพูดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่เธอรู้ว่าสายฝนไม่ได้โกหก ถ้าหากได้ศิลาท้องทะเลเร็วแค่ไหนเขาก็จะได้ไปเมืองขั้นที่หนึ่งเร็วเท่านั้น แล้วเขาจะหลอกเธอว่าแถวนี้ไม่มีศิลาท้องทะเลและให้เปลี่ยนที่ทำไม? นั่นไม่ใช่ว่าจะทำให้เจอช้ากว่าเดิมหรอกหรือ?
“มันคือเรื่องจริง” สายฝนตกล่าวยํ้า
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี?” ฮันน่าถาม
สายฝนพูดขณะทาซอสบาร์บีคิวว่า “มันง่ายจะตายไปเธอก็แค่เสียเวลาอีกนิดหน่อยเดินทางไปยังตีนภูเขาบริเวณอื่น”
“นั่นสินะ มันก็คงต้องเป็นแบบนั้น เฮ้ออ~” ฮันน่ากล่าวพลางถอนหายใจยาว เมื่อบาร์บีคิวทั้งสิบห้าไม้ย่างเสร็จเรียบร้อยทุกคนในกลุ่มก็กินบาร์บีคิวกันอีกครั้ง
หลังกินเสร็จสายฝนก็มองไปที่ฮันน่า เขาแบมือไปทางเธอราวกับต้องการบางอย่างอยู่ ฮันน่าเริ่มรู้สึกไม่ดี เธอถามออกไปว่า “อะไรเหรอ?”
สายฝนตอบ “ก็เงินไง เงินอ่ะ กินเสร็จก็ต้องจ่ายเงินสิ”
ฮันน่าตกใจก่อนเปลี่ยนเป็นโมโห “อะไรนะนายบอกว่าให้ฉันกินมันได้ไม่ใช่เหรอ?! นายจะเปลี่ยนคำพูดแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“ฉันบอกว่าเธอสามารถกินมันได้แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินซักหน่อย” สายฝนกล่าวเหมือนเขาไม่ใช่คนผิด
“สายฝน! นาย!” ฮันน่าโมโหมากกว่าเดิม รู้แล้วว่าเธอโดนเขาหลอกมาตั้งแต่ต้น
---