ตอนที่ 23 หมู่บ้านประหลาด
ซินลืมตาขึ้นด้วยความสะลึมสะลือเขามองแสงแดดยามเช้าด้วยความเฉยชา เขามองไปยังดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงด้วยสีหน้ารำคาญเล็กน้อย
“นี่พวกคุณจะมองผมกันทำไมครับ” ซินหันไปกล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิด
เขารู้สึกถึงสายตาของหญิงสาวที่เขาช่วยเหลือมาสักพักแล้ว พวกเธอมองเขาอย่างเทิดทูนบูชาราวกับเขาเป็พระเ้าผู้ปลดปล่อยพวกเธอจากนรก ถึงแม้มันจะคล้ายจริง ๆ ก็เถอะ
“คือพวกเรามาขอบคุณ คุณค่ะ” หญิงสาวผมแดงคนหนึ่งเดินออกมาและกล่าวขึ้นเธอมองเขาด้วยสายตาเคารพจนเขารู้สึกอายเล็กน้อย
“ผมรู้แล้วครับพวกคุณไปพักเถอะเรายังเดินทางอีกไกล” ซินกล่าวขึ้นหลังจากมองแผนที่เวทมนตร์ เขาไม่ค่อยใส่ใจการกระทำของพวกเธอมากนักเพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าตนเองสมควรได้รับการขอบคุณเช่นนั้นมากเท่าไหร่ การช่วยพวกเธอก็แค่เป็ผลพลอยได้ที่ตามมาหลังจากกำจัดกลุ่มแมงป่องแดง
ซินไม่อยากเป็ผู้มีพระคุณของใคร เขาไม่อยากได้รับการตอบแทนบุญคุณจากสิ่งที่เขาคิดว่าเขาไม่สมควรได้รับมัน
หลังจากที่เขาไล่หญิงสาวทั้งหมดออกไปแล้วซินก็มองไปยังรถม้าที่ขับต่อไปอย่างเรื่อย ๆ อย่างเหม่อลอย นี่เป็เพราะเซมสามารถยกระดับตนเองกลายเป็ยอดฝีมือเท่ากับเขาได้ ทำให้เธอสามารถเรียกสัตว์อัญเชิญมาลาก รถลากแทนม้าทำให้ย่นระยะเวลาการเดินทางของพวกเขาให้น้อยลง
สัตว์อัญเชิญแน่นอนว่าเป็หมาป่าเงาที่ร่างกายเงาสีดำทมิฬ พวกมันค่อนข้างว่องไวและแข็งแกร่งมากเมื่ออยู่เป็กลุ่มตอนเขากลับมาเห็นพวกมันครั้งแรกเขาก็ใอยู่หรอกแต่หลังจากนั้นเขาก็สนิทกับพวกมันมากอาจเป็เพราะว่าค่าความภักดีที่เซมมีต่อเขาส่งผลให้สัตว์อัญเชิญของเธอค่อนข้างเป็มิตรกับเขาเป็พิเศษ
เขาจึงตั้งชื่อให้หมาป่าทั้งสีตัวว่า รกกะ รันโค หมาป่าเงาทั้งสองตัวนั้นพวกมันมีรูปร่างภายนอกไม่แตกต่างกันมากนักแต่สำหรับเขาสามารถมองความแตกต่างที่คนอื่นไม่สามารถมองออกได้อย่างชัดเจน
รกกะ พลังเงาสีดำที่ไม่มีอะไรเจือปน และ รันโค พลังของมันก็เป็สีขาวไร้ซึ่งสิ่งปนเปื้อนเช่นกัน
ทำไมเขาถึงบอกว่า ‘ไร้สิ่งปนเปื้อน’ แบบนั้นเหรอก็เพราะว่าเขานั้นเห็นและััได้ถึงอะไรพวกนี้ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าััได้อย่างไร ถ้ามีใครที่เขาจะถามได้คงเป็เ้าหนุ่มขี้เก๊กนั้นที่ชอบทำตัวเป็ผู้ใหญ่ ที่เขา้าที่จะรับซินเป็ศิษย์
“นายท่านแล้วท่านจะเอายังไงกับขุนพลของท่านดีค่ะ” เซมเดินเข้ามากล่าวถามขณะที่เขากำลังนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่
“ขุนพลของผมเหรอ อ้อ” ซินกล่าวขึ้นด้วยความสับสนเล็กน้อย
ก่อนที่จะจำขึ้นได้ว่า เมื่อคืนหลังจากทลายแก๊งแมงป่องแดงแล้วเขาได้รับแต้มพิชิตจำนวนหนึ่ง แบบแปลน ศิลาอัญเชิญจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีแค่อันเดียวที่เป็สีม่วง
ซึ่งพอที่จะสามารถยอมรับได้อยู่ในตอนที่เขากำลังขาดคนเป็อย่างมาก ซินได้ทำการอัญเชิญเธอท่ามกลางซากศพของเหล่าโจรผู้โง่เขลาเขามองแสงจันทร์ที่ส่องลงมาก่อนที่จะเกิดเป็รูปร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ร่างกายถูกราวไปด้วยโซ่ตรวนผูกติดกับไม้กางเขนขนาดั์ตรงกลางหลัง ดวงตาถูกปิดด้วยฟ้าสีดำราวกับเธอไม่้าเห็นความเป็ไปของโลกใบนี้ เธออยู่ในชุดสีขาวราวกับชุดเดรสที่เปื้อนไปด้วยเืสีแดง
ร่างกายของเธอค่อยร่วงหล่นมายังพื้นอย่างแ่เบาก่อนที่จะก้มหัวให้กับซินราวกับไม้กางเขนเหล็กขนาดั์นั้นไร้ซึ่งน้ำหนัก
“ข้านั้นมีนามว่า ซาร์ คลาส มือสังหาร ข้าจะเป็ดังเงาของท่านคอยปกป้องท่านจากเงามืดทั้งปวง”
เสียงของเธอช่างเ็าและเฉยชาราวกับเธอนั้นไม่มีตัวตนหรือซึ่งไร้ิญญา เขาไม่สามารถจะััถึงตัวตนของเธอได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากมองเห็นด้วยตาเปล่า
‘แข็งแกร่ง’ ซินสามารถบอกได้เลยว่าเธอนั้นเป็ระดับสูงของขุนพลระดับสีม่วง
ขุนพลทุกตนนั้นจะมีความสามารถที่แตกต่างกันแม้ว่าระดับสีจะเท่ากัน โดยระดับจะแบ่งออกง่าย ๆ เป็ SSS SS S A B C D E F เหมือนเกมกาชาทั่วไป แต่นั่นก็เป็เรทพลังหรือความสามารถที่ตัวเ้าของต้องกำหนดด้วยตัวเอง แม้จะเป็ระดับสีม่วงแต่ความสามารถระดับต่ำ ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้
แต่ขุนพลที่เขาได้นั้นค่อนข้างที่จะดีมากตามที่เขาคำนวณจากััโดยไม่ใช่หน้าต่างสถานะเขาคิดว่าตัวของเธอน่าจะระดับ S ขึ้นไปอย่างแน่นอน
เมื่อผู้ถึงหน้าต่างกับค่าสถานะเขาก็เปิดหน้าต่างของเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สถานะ
ชื่อ ซาร์
คลาส นักฆ่า
อายุ??? ปี
ฉายา -
ระดับพลัง : เริ่มต้น
ทักษะ : [ซ่อนเงา ระดับ A] [เงาสังหาร ระดับ A] [สุดยอดขุนพล ระดับ B] [เสียงกระซิบของยมทูต ระดับ S]
สิ่งที่ซินเห็นทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก
‘ทำไมนางถึงระบุอายุไม่ได้’
ก็เข้าใจว่าอายุของหญิงสาวนั้นเป็สิ่งที่ไม่ควรถามแต่ไม่เห็นต้องปกปิดเลยนิ
ไม่ใช่แล้วเว้ย!!!
สิ่งที่ทำให้เขาอึ้งนั้นมันคือทักษะของนางต่างหากเรียกได้ว่านางเป็แค่ระดับสีม่วงที่สุดยอดกว่าสีทองบางตนด้วยซ้ำ
“นี่ซาร์เธอเป็เผ่าพันธุ์อะไรบอกผมหน่อยได้หรือเปล่า”
“ยมทูตเงา” เสียงของเธอช่างแ่เบาแถมมาด้วยความหนาวเย็นราวกับกำลังถูกกระชากิญญา
ซินมองเธออย่างสนใจร่างกายของเธอช่างดูสมบูรณ์แบบและยั่วยวน ผิวที่ขาวซีดราวกับซากศพ ชุดเดรสสีขาวของเธอที่จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ สำหรับเขาเอาแค่การออกแบบของทีมงานกับตัวละครนี้กินขาด
ซินลองมามองหน้าต่างทักษะของเธอด้วยความตื่นเต้น
[ซ่อนเงา ระดับ A]
รายละเอียด : สามารถซ่อนเข้าไปอยู่ในเงาได้โดยที่ผู้มีพลังมากกว่าสองระดับไม่สามารถสังเกตถึงขุนพลได้
[เงาสังหาร ระดับ A]
รายละเอียด : เมื่ออยู่ในเงาจิตสังหารจะไม่ปรากฏ และเมื่อเรียกใช้จะอัญเชิญสัตว์อสูรที่ถูกเงากลืนกินออกมา
[สุดยอดขุนพล ระดับ B]
รายละเอียด : ขุนพลสามารถอัญเชิญขุนพลแบบพิเศษมาเป็ขุนพลในอาณัติได้ 0/10 ตน
[เสียงกระซิบของยมทูต ระดับ S]
รายละเอียด : เป็ทักษะที่มีเฉพาะยมทูตเท่านั้น เมื่อเปิดใช้จะทำให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวช้าลง และติดสถานะหวาดกลัว เมื่อสังหารผู้ที่ติดสถานะหวาดกลัวได้จะแข็งแกร่งขึ้น
แล้วเธอก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังกับทักษะต่าง ๆ ของเธอเลย โดยทักษะ สุดยอดขุนพล กับ เสียงกระซิบของยมทูต ที่เขาค่อนข้างใที่สุดคงเป็ ทักษะสุดยอดขุนพล มันเป็ทักษะพิเศษที่แม้จะสุ่มได้ตัวละครเดียวกันมาแต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้รับทักษะนี้ ส่วนเสียงกระซิบของยมทูตเขาค่อนข้างแน่ใจว่าเธอต้องมีทักษะนี้แน่หลังจากที่ได้ยินว่าเธอเป็ยมทูต
“เธอจะหลบเข้ามาในเงาของผมไหม” ซินถามเธอด้วยรอยยิ้ม
ทว่าหญิงสาวกับส่ายหน้าราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“เอ่องั้นไม่เป็อะไร เธอไปหลบอยู่ในเงาแล้วตามผมมาก็แล้วกัน”
สิ้นเสียงซินเธอก็พยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย จนซินอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูนาง
หลังจากที่ซินจำเื่ทั้งหมดของเมื่อวานได้เขาก็มองไปยังเงามุมรถที่มองเขาอยู่
“เธอค่อนข้างขี้อายนะ ปล่อยเอาไว้แบบนั้นแหละ” ซินยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะสนใจเื่อื่นต่อ
ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาใกล้ถึงเมืองหลวงแล้วนอกจากเจอมอนสเตอร์และโจรปะปรายเขาก็ไม่เจออะไรที่พิเศษอะไรเท่าไหร่
จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็หมู่บ้านที่ค่อนข้างเงียบสงบจนแปลกประหลาดราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้เลย
ซินลงจากรถมาด้วยสีหน้าสงสัยเมื่อมองไปที่บ้านหลังหนึ่งจากััของเขาบ้านหลังนั้นมีคนแน่ ๆ แต่ทำไมพวกเขาดูไม่อยากรู้อยากเห็นเลยเมื่อมีคนมาที่หมู่บ้านของตน นี่มันผิดวิสัยทัศน์ของชาวบ้านปกติ
“เซม ช่วยหน่อยนะ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เซมจะตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว เธอเข้าไปสักพักก่อนที่จะมีชายชราคนหนึ่งเดินออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อย ดูกังวลและหวาดระแวง
“เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านนี้กันเหรอ” ซินถามไปตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม
ชายชราอ้ำอึ้งก่อนที่จะเดินถอยหลังเบา ๆ แต่โดนเซมดันหลังเอาไว้ไม่ให้หนี ชายชราที่หนีไม่ได้ก็ทำสีหน้าราวกับคนอยากจะตาย
“ขะ ข้า คือ ว่า”
“ถ้าไม่อยากให้คนที่นี่รอดก็ไม่ต้องพูดออกมา” ซินกล่าวออกมาก่อนมองไปทีู่เาอย่างขมวดคิ้ว เขาเหมือนสังเกตอะไรบางอย่างแต่ไม่กล่าวออกมา
“ถ้าท่านสะ สามารถจัดการกับท่านเ้าูเาได้” ชายชรากล่าวขึ้นก่อนที่จะมองไปยังจุดที่ซินมองอย่างหวาดกลัว
“ท่าน? เหอะ เื่ที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุดมาแล้วสินะ” ซินกล่าวออกมาอย่างขยะแขยง
คำกล่าวนั้นหมายความว่ายังไง ก็หมายความว่า
“เด็กกี่คนแล้ว ที่ถูกพวกแกไปพาไปฆ่า!!!” ซินกล่าวออกมาด้วยอารมณ์โกรธเล็กน้อย
ก็นะ เขาเคยเจอเื่ที่โหดร้ายกว่านี้มาแล้ว