เสียงคลื่นพลังจากอีเทอร์แตกกระจายดังกัมปนาทไปทั่วชั้นบรรยากาศของโลก
ท้องฟ้ากลายเป็ทะเลเพลิงแห่งพลังจักรวาล—แสงจากดาวแอนโดรเมดาและแมกเจลแลนส่องทะลุหมอกอีเทอร์ลงมาผสมกันราวกับม่านแห่งวันสิ้นโลก
เมืองเอนโดโปลิสที่เคยเป็ศูนย์กลางอารยธรรมมนุษย์
ตอนนี้กลายเป็สมรภูมิของเหล่าผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ
กองทัพหุ่นรบของลูมิเอลเคลื่อนพลเหนือผืนฟ้า
ในขณะที่พลังของเรนาตาแผ่ซ่านจากใต้ผืนดินราวกับดวงใจของดาวเคราะห์กำลังเต้นอีกครั้ง
เรมิโอยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลดวงตาสีเทาของเขาสะท้อนเปลวอีเทอร์ที่ลุกไหม้บนฟ้า
วิเวียน่ายืนข้างเขามือกุมาแที่แขนจากการสู้รบเมื่อคืน
จูเลียน่ากำลังปรับวงจรในกำไลคอร์ขณะลูซิโอ เด็กชายวัยห้าขวบที่มีตาเรืองแสงสีฟ้า ยืนอยู่ข้าง ๆด้วยสีหน้าเรียบสงบเกินวัย
“ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป...”จูเลียน่าพึมพำ
“ไม่ใช่แค่โลก...แต่มนุษย์ในโลกนี้ด้วย”
เรมิโอมองท้องฟ้าแสงสีม่วงจากพลังของเรนาตาฉายทะลุชั้นเมฆ ราวกับอัญมณีแห่งจักรวาลกำลังเต้นแรง
“ถ้าเธอกลับมา...เราจะได้เจอกันในฐานะศัตรูหรือไม่...”
เสียงของเขาแทบกลืนหายไปในเสียงะเิ
ฝั่งตรงข้ามของโลก—
ลูมิเอลทรงกายอยู่เหนือแท่นบัลลังก์อีเทอร์ข้างหลังคือร่างของโดมินิโก
ตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิมของชายผู้เป็ผู้นำแรงงานอีกแล้ว
มีเพียงดวงตาที่ส่องแสงสีแดงเืกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“นายของข้า”โดมินิโกค้อมศีรษะ
“พลังของอีเทอร์ส่วนที่เหลือกำลังหลอมรวมเข้ากับแก่นดาวแล้ว”
“ดี...เหลือเพียงหัวใจแห่งอีเทอร์ที่เรนาตาปกป้องไว้...”ลูมิเอลกล่าว
“เมื่อข้าได้มันมาโลกนี้จะกลายเป็เพียงเศษหินในห้องประมูลของจักรวาล”
สายฟ้าอีเทอร์ฟาดกระแทกพื้นเมืองทั้งเมืองลุกเป็ไฟ
เสียงร้องของผู้คนประสานกับเสียงเครื่องจักรกลกลืนกินโลก
ลูซิโอเงยหน้ามองฟ้าดวงตาเขาสะท้อนภาพนั้น —
“แม่...ผมได้ยินเสียงของดาว”
จูเลียน่าชะงัก“เสียงของดาว?”
“พวกเขากำลังร้องขอให้เราปลดปล่อย...จากความเ็ปของอีเทอร์”เด็กชายพูดช้า ๆ
“มันกำลังจะะเิ...ถ้าเราทำอะไรช้าไปโลกนี้จะไม่เหลืออะไรเลย”
เรมิโอหันไปมองจูเลียน่าสายตาเขาเต็มไปด้วยคำถามและความหวาดกลัว
และในขณะเดียวกัน— เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากขอบฟ้า
“ไม่...โลกนี้ยังไม่ถึงกาลดับสูญ”
เสียงนั้นชัดเจนงดงาม และทรงพลัง
เส้นแสงสีทองเปล่งออกจากผืนดินพุ่งทะลุขึ้นฟ้า —
เรนาตาปรากฏตัวอีกครั้ง
แสงสีทองจากเรนาตาทะลวงชั้นเมฆขึ้นไปจนสุดขอบจักรวาล
แรงสั่นะเืทำให้พื้นดินทั่วโลกสั่นไหวราวกับหัวใจของโลกเต้นแรงเป็ครั้งแรกในรอบพันปี
เหนือยอดตึกที่พังครึ่งหนึ่งเรมิโอ วิเวียน่า และจูเลียน่าเงยหน้ามอง
ร่างของเรนาตาอยู่ในเกราะอีเทอร์สีทองเรืองรองผมของเธอพลิ้วไหวราวเปลวไฟ
แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเ็ากลับเปล่งประกายแห่งความเมตตาและเ็ป
“นั่นคือ...เรนาตา?” วิเวียน่าเอ่ยเบา ๆ
“ใช่...”เรมิโอพึมพำ “แต่ไม่เหมือนที่ฉันจำได้”
เรนาตาเหยียดมือออกสายพลังสีทองสายหนึ่งพุ่งออกจากฝ่ามือ เผาเมฆดำที่ก่อตัวเหนือเมืองให้แตกกระจาย
แต่ทันใดนั้นลำแสงสีแดงม่วงก็พุ่งสวนจากขอบฟ้าอีกฟากหนึ่ง —
เป็พลังของ ลูมิเอล
ท้องฟ้าแบ่งเป็สองซีก— ครึ่งหนึ่งสว่างไสวด้วยทองคำแห่งแสง, อีกครึ่งมืดดำราวเืของปีศาจ
เสียงของจักรวรรดิทั้งสองกรีดร้องประสานกันจากเบื้องบน
“เ้าคิดจะท้าทายข้าอีกหรือ...เรนาตา อัลฟอนโซ!”
“ฉันไม่ใช่ศัตรูของเ้าแต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครทำลายโลกใบนี้อีกต่อไป!”
คลื่นพลังปะทะกันอย่างรุนแรง
เกิดเป็ม่านพลังขนาดมหึมาปกคลุมชั้นบรรยากาศโลกทั้งใบสั่นะเื
ผู้คนในเมืองต่างๆ มองขึ้นฟ้า น้ำตาไหลโดยไม่รู้เหตุผล —
เพราะจิตของพวกเขาถูกดึงเข้าสู่แรงพลังนั้นโดยไม่รู้ตัว
วิเวียน่ารีบเปิดเครื่องวัดพลังที่ติดไว้กับแขน“พลังอีเทอร์เกินค่ามาตรฐานไปหลายร้อยเท่า!”
“ถ้ามันยังเพิ่มขึ้นอีกโลกจะรับแรงะเืนี้ไม่ไหวแน่!”
“แล้วเราจะทำยังไงดี...”เรมิโอกัดฟัน
“เราต้องตัดการเชื่อมต่อพลังจากลูมิเอลก่อนที่มันจะดูดอีเทอร์เข้าสู่แก่นโลกหมดสิ้น”
ในขณะนั้นโดมินิโกที่ยืนอยู่ในเงามืดเื้ับัลลังก์ของลูมิเอล
เริ่มขมวดคิ้วด้วยความเ็ปเส้นเืที่ขมับของเขาเต้นแรงราวกับบางสิ่งในร่างกำลังต่อต้าน
“ข้า...คือโดมินิโกอาดาโม...ไม่ใช่หุ่นเชิดของเ้า...”
ลูมิเอลแค่นหัวเราะ
“มนุษย์ที่มีหัวใจยังอ่อนแอเกินไปเสมอ”
มือของเขาจับศีรษะโดมินิโกแน่นแสงสีแดงซึมเข้าสู่ร่างจนลุกไหม้
วิเวียน่ากรีดร้อง— “โดมินิโก!”
เธอรู้ทันทีว่าเขายังไม่ตายสนิทจากพลังควบคุมนั้นแต่จิตกำลังถูกกลืน
จูเลียน่ารีบจับข้อมือลูซิโอ“ลูก...เธอเห็นอะไรในนั้นไหม?”
เด็กชายหลับตามือเล็ก ๆ ยกขึ้นแตะอก
“ผมเห็น...ลุงโดมินิโก...เขากำลังร้องไห้...”
“เขาติดอยู่ในเงาใหญ่สีแดง...มีคนกักเขาไว้...ผมจะช่วยเขาได้ไหมแม่?”
จูเลียน่ามองหน้าวิเวียน่าก่อนหันไปหาเรมิโอ
“ถ้าเด็กคนนี้เชื่อมต่อกับอีเทอร์ได้จริง— เขาอาจเป็กุญแจที่จะปลดปล่อยโดมินิโกออกมา”
เรมิโอพยักหน้าแน่น“ถ้างั้นเราจะไม่ยอมให้เขาสู้ลำพัง”
พวกเขาทั้งสามพุ่งเข้าสู่สนามพลังกลางฟ้า
ในขณะที่เรนาตาและลูมิเอลปะทะกันด้วยพลังของแสงและความมืด
ดวงดาวนับพันบนฟ้าส่องแสงพร่างพรายราวกับกำลังเฝ้าดูตำนานที่ถูกเขียนขึ้นใหม่
าในมิติอีเทอร์
ภายในม่านพลังเหนือชั้นบรรยากาศเสียงะเิของอีเทอร์ดังะเืลั่น
เรนาตาและลูมิเอลล่องลอยอยู่กลางห้วงมิติสีทองและม่วง
ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ปลดปล่อยแรงคลื่นที่บิดเบือนกาลเวลาดาวบางดวงถึงกับดับวูบลง
“เ้าคือแสงที่ไม่เคยรู้จักความมืด”ลูมิเอลเอ่ย เสียงของเขาก้องสะท้อนเป็พันสำเนา
“แต่ข้าคือความมืดที่เคยเป็แสง...และข้ารู้ดีว่ามันจะจบอย่างไร”
เรนาตาเหยียดมือออกแสงสีทองพุ่งจากฝ่ามือกลายเป็ปีกเรืองแสง
“เ้าลืมสิ่งหนึ่งไปลูมิเอล — แม้แต่แสง ก็ถือกำเนิดจากเงา!”
เสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้งทั้งคู่ผลักกันออกไปจนเกิดคลื่นพลังหมุนวนเป็วงก้นหอย
เศษแสงแปรเปลี่ยนเป็ภาพ— ภาพของโลกในอดีต ภาพของมนุษย์กำลังสร้างและทำลายตนเองไม่รู้จบ
“มนุษย์คือสิ่งที่ไม่ควรดำรงอยู่”ลูมิเอลเอ่ย
“พวกเขาใช้พลังเพื่อสร้างความว่างเปล่าแล้วเรียกมันว่าอารยธรรม!”
“แต่พวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดและรักแม้กระทั่งโลกที่ทำร้ายพวกเขา” เรนาตาตอบ “เพราะนั่นคือสิ่งที่เ้าไม่มี —ความรัก”
แสงทั้งสองพุ่งชนกันอีกครั้งคลื่นพลังอีเทอร์แผ่กระจายลงสู่พื้นโลก
ฝั่งภาคพื้นดิน
เรมิโอและวิเวียน่ากำลังวิ่งฝ่าพายุพลังที่ถาโถมเหนือเมือง
จูเลียน่าประคองลูซิโอไว้แน่น— เด็กชายหลับตา น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ร่างส่องแสงสีฟ้า
“เขากำลังเข้าสู่มิติอีเทอร์!”วิเวียน่าะโ “จิตของเด็กกำลังเชื่อมกับจิตของโดมินิโก!”
เรมิโอยกแขนขึ้นบังคลื่นพลังที่ถาโถม“ช่วยเขาได้ไหม?”
“ถ้าร่างของโดมินิโกยังไม่ถูกกลืนหมดเขายังมีหวัง!”
ในจิตของลูซิโอโลกกลับกลายเป็ห้องมืดที่เต็มไปด้วยเศษโซ่และเสียงสะท้อน
ตรงกลางห้องนั้นมีโดมินิโกนั่งคุกเข่า กำลังพยายามหักโซ่ที่รัดข้อมือไว้
เื้ัเขาคือเงามืดร่างมหึมา — ร่างจำลองของลูมิเอล
“ลุงโดมินิโก...”เสียงเด็กชายแ่เบา “ผมมาช่วย”
“ไม่...ออกไปเสียเ้าหนู...” เสียงโดมินิโกขาดห้วง “ข้านำภัยพิบัติมาเอง...”
แต่ลูซิโอก้าวเข้าหาแสงสลัวมือเล็ก ๆ วางบนโซ่ที่มัดข้อมือ
ทันใดนั้นแสงสีฟ้าแตกกระจาย แผ่ขยายเป็ลวดลายคลื่นไปทั่วมิติ
“โลกนี้ยังมีคนที่เชื่อในเ้าลุงโดมินิโก... พวกเรายังไม่หมดหวัง”
เสียงร้องของเด็กชายแทรกเข้าไปถึงใจของโดมินิโก
โซ่แห่งความมืดเริ่มแตกออกทีละข้อเสียงคำรามของลูมิเอลสะท้านมิติ
“ไม่!พลังแห่งศรัทธาไม่อาจปลดปล่อยเ้าได้!”
แต่แสงจากเด็กชายกลับกลืนความมืดทีละน้อย
เรนาตาที่กำลังต่อสู้อยู่เหนือฟ้าชะงักเมื่อััถึงพลังนี้
เธอพึมพำกับตนเอง“พลังของเด็กคนนั้น...มันคือหัวใจบริสุทธิ์ของอีเทอร์—”
ท้องฟ้าทั้งผืนเริ่มแปรสีจากทองและม่วงเป็ประกายฟ้าอมขาว
เป็สัญญาณของพลังใหม่ที่ถือกำเนิดจากการรวมตัวของแสงทั้งสองขั้ว
“เรมิโอ!”วิเวียน่าะโ
“เด็กคนนั้นเปิดประตูอีเทอร์แล้ว!เราต้องเข้าไปช่วยเรนาตา ก่อนที่ร่างเธอจะสลาย!”
เรมิโอกระชับมือกำไลที่ข้อมือซ้าย—
“ถ้างั้นไปด้วยกัน...เพราะนี่คือาของพวกเราทุกคน”
ทั้งสามร่างพุ่งเข้าสู่ลำแสงฟ้าขาว—
โลกกำลังถูกกลืนเข้าสู่าแห่งจิติญญา
และการตัดสินครั้งสุดท้าย— กำลังจะเริ่มต้นในตอนที่12...
จบตอนที่11
(31ต.ค.68)