Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 4 ตอนที่ 104 ทำไมต้องพูดไร้สาระ

            สิบโมงเช้า ตึกซินซู่ ฉวนโจว


            ตึกซินซู่เป็นตึกที่สูงที่สุดในฉวนโจว 

            นี่คือตึกสูงตระหง่านท่ามกลางท้องฟ้าสีครามตั้งแต่ชั้นบนจนถึงชั้นล่างถูกปูด้วยกระเบื้องสีฟ้า หากมองเพียงครู่เดียวก็ทำให้ผู้คนนึกเชื่อมโยงไปถึงยอดเขาสูงชันที่อยู่ในภาพวาดอย่างอดไม่ได้

            ในสายตาของคนจำนวนมากตึกซินซู่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความร่ำรวย คนที่มีอำนาจและร่ำรวยเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้ามาในตึกแห่งนี้

            ในตอนนั้น รถหรูหลายคันค่อยๆ ขับมาอย่างเชื่องช้าและจอดลงที่ด้านหน้าของตึกซินซู่

            จากนั้นซูฮ่าวและหม่าปิงก้าวลงมาจากรถด้านข้างมีชายชุดดำติดตามมาหลายคน 

            คนที่เดินผ่านไปมามองภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความประหลาดใจพวกเขาคาดเดาไว้ในใจว่าซูฮ่าวจะต้องเป็นคุณชายที่อยู่ตระกูลร่ำรวยแน่นอน

            “คุณซูเชิญตามผมมาครับ!” หม่าปิงเดินนำทางซูฮ่าวเข้าไปในตึกซินซู่

            ระหว่างทางนั้นการมาของพวกเขาได้ดึงดูดสายตาของพนักงานสาวสวยรอจนกระทั่งพวกเธอรู้ว่าซูฮ่าวและคนอื่นๆ ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของตึกซินซู่ความเคารพนับถือก็พวยพุ่งออกมาจากก้นบึ้งในหัวใจของพวกเธอ 

            มีแต่คนใหญ่คนโตเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของตึกซินซู่ได้

            ในตอนนี้ภายในห้องโถงของชั้นบนสุดตึกซินซู่มีโต๊ะคริสตัลที่งดงามขนาดใหญ่ตั้งเอาไว้อยู่บนโต๊ะมีไวน์แดงและขนมหวานราคาแพงวางอยู่

            ซึ่งหวางเฉิงเทียนกำลังนั่งกอดอกอยู่ที่หัวโต๊ะคริสตัลตัวนั้นท่าทางดูภูมิฐานและทรงพลัง 

            นอกจากนี้ยังมีผู้นำหน่วยย่อยสามคนนั่งอยู่สามมุมด้านข้างของพวกเขารายล้อมไปด้วยบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่ง

            บอดี้การ์ดเหล่านี้มีสายตาเฉียบแหลมสีหน้าเคร่งขรึม เขากวาดตาสำรวจโดยรอบไปมา ราวกับระแวดระวังภัยจากฝ่ายตรงข้าม

            ในตอนที่หวางเฉิงเทียนผู้นำแห่งฉวนโจวยังไม่ปรากฏตัวออกมาผู้นำหน่วยย่อยทั้งสามคนนั่งอยู่สามมุมราวกับสามเหลี่ยมการแบ่งแยกอำนาจภายในฉวนโจวทำให้เกิดความขัดแย้งกันบ้างไม่มากก็น้อย 

            ภายในห้องโถงที่ดูเหมือนเงียบสงบความจริงแล้วกลับมีอันตรายใหญ่หลวง หากไม่ระวังอาจจะทำให้หลงกลอีกฝ่ายได้

            ดังนั้นตั้งแต่พวกเขาทั้งสามคนมาถึงชั้นบนสุดของตึกซินซู่พวกเขาก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบทำให้บรรยากาศของห้องโถงตึงเครียดมากยิ่งขึ้น 

            หวางเฉิงเทียนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเขาหลับตาลงเล็กน้อย แล้วหันไปมองนาฬิกาเป็นบางครั้งเหมือนว่ากำลังรอคอยใครสักคนอยู่ 

            “พี่เทียนคุณซูมาแล้วครับ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบสงบภายในห้องโถง

            หวางเฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วรีบลุกขึ้นยืนก่อนเดินเข้าไปหาอย่างมีมารยาท “คุณซูผมรอคุณมานานแล้ว เชิญนั่งครับ!”

            ขณะที่พูดเขาก็เชิญให้ซูฮ่าวนั่งลงที่เก้าอี้ของเขาส่วนเขากับหม่าปิงก็ยืนอยู่ด้านข้าง

            “พี่เทียนนั่นมันตำแหน่งของบอสแห่งฉวนโจวนะ พี่จะให้เด็กคนหนึ่งไปนั่งได้อย่างไร นี่พี่ดูถูกพวกเราอย่างนั้นหรือ?” เมื่อหัวหน้าหน่วยย่อยเห็นดังนั้น เขาก็หรี่ตาลงสีหน้าไม่พอใจ 

            “เด็กบ้าอะไรกันอย่าหยาบคายกับคุณซูนะ!” เงาร่างของหวางเฉิงเทียนสั่นสะท้านจากนั้นก็ถลึงตาจ้องทั้งสามคน ก่อนตะโกนขึ้นมาว่า “คุณซูเป็นคนที่สุดยอดอย่างมากฉันเชิญเขามาที่นี่เพื่อแนะนำให้พวกนายได้รู้จักโดยเฉพาะเขาจะเป็นคนเหยียบผู้เข้าแข่งขันที่จะเข้าร่วมในสัปดาห์หน้านายระวังคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอย่ามาโทษว่าฉันไม่เตือน”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคนก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที

            “พี่เทียนช่วงนี้พี่พักผ่อนไม่พอหรือ พี่ดูสับสนมากฉันไม่เคยได้ยินว่าในเมืองฉวนโจวจะมีคนแซ่ซูเลย”

            “ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องสุดยอดอะไรนั่นเลยเด็กที่ผอมเก้งก้างขนาดนี้ ต่อยแค่หมัดเดียวก็น่าจะจบเกมแล้วจะให้เขาเข้าร่วมงานแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นี่ล้อเล่นกันอยู่หรือ?”

            “ถูกต้องการแข่งขันในสัปดาห์หน้านั้นสำคัญมากไม่เพียงแค่เป็นการแบ่งอำนาจของผู้นำทั้งเจ็ดเขตแต่ยิ่งกว่านั้นมันเกี่ยวข้องกับอาณาเขตที่ควบคุมของทุกเขตด้วยนี่ไม่ใช่เกมเด็กเล่น หากฉวนโจวตกไปอยู่ในตำแหน่งสุดท้าย อำนาจและผลประโยชน์ของพวกเราทุกคนภายในเขตจะลดน้อยลงไปในทันที”

            “พี่เทียนฉันจำได้ว่าที่พี่เรียกพวกเรามาในวันนี้เพราะต้องการคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดให้เข้าร่วมการแข่งขันในสัปดาห์หน้านี่ไม่ใช่การคัดเลือกแบบอิสระ หากพี่เลือกคนที่เข้าร่วมงานแข่งขันได้เรียบร้อยแล้วแล้วพี่จะเสียเวลาเรียกพวกเรามาทำไม พี่กำลังเห็นพวกเราเป็นตัวอะไรกัน?”

            ………………..

            หัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคนยังคงส่งเสียงไม่พอใจอย่างต่อเนื่องภายในน้ำเสียงเต็มไปด้วยคำดูถูกซูฮ่าวและสงสัยในการตัดสินใจของหวางเฉิงเทียน

            “ปึง!”

            หวางเฉิงเทียนยังไม่ทันได้ตะโกนขึ้นด้วยความโมโหหม่าปิงที่อยู่ด้านข้างกลับตบโต๊ะคริสตัลเสียงดังปัง จนโต๊ะคริสตัลมีรอยบุบลงไป

            “พวกนายรีบหุบปากซะคุณซูเป็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้เขาสามารถจัดการหนิงไท่ศัตรูเก่าของพี่เทียนได้ในสามกระบวนท่าเขามีฝีมือแข็งแกร่ง หลูชานตงประธานสมาคมการต่อสู้แห่งฉวนโจวยังต้องตกตะลึงและรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแล้วพวกนายจะมาดูถูกกันได้อย่างไร?” 

            ทั้งสามคนชะงักไปแล้วหันมามองทางซูฮ่าวโดยพร้อมเพรียงใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            แม้ว่าพวกเขาจะเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยแต่ความรู้ของพวกเขาก็ไม่ได้ตื้นเขิน ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่ายอดฝีมือระดับเซียนเทียนที่หม่าปิงพูดถึงหมายถึงอะไร

            นั่นถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังน่ากลัวสามารถสังหารคนได้จากระยะไกล

            ในหนังสือนิยายกล่าวว่ายอดฝีมือที่มีพรสวรรค์สูงส่งมีตัวเบาดั่งนกนางแอ่นเป็นนักรบที่เหาะเหินเดินอากาศได้

            แม้ว่ายอดฝีมือระดับเซียนเทียนจะหายากทั่วทั้งฉวนโจวก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

            การเลื่อนขั้นพลังนักรบโบราณมีส่วนเกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการฝึกบำเพ็ญเพียรจากข่าวลือหลูชานตงประธานสมาคมการต่อสู้แห่งฉวนโจวอุทิศชีวิตให้แก่การต่อสู้ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ซึ่งตอนนี้เขาอายุสี่สิบห้า เหลืออีกเพียงครึ่งก้าวถึงจะอยู่ในระดับเซียนเทียน

            แต่ชายหนุ่มที่อายุยี่สิบปีต้นๆที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาจะมาถึงในระดับยอดฝีมือระดับเซียนเทียนตั้งแต่อายุเท่านี้ได้อย่างไร?

            และยังทำให้หลูชานตงประธานสมาคมการต่อสู้แห่งฉวนโจวต้องรู้สึกละอายใจนั่นเป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ

            เพียงแค่ยอดฝีมือระดับเซียนเทียนกวาดสายตามองเพียงครั้งเดียวก็ทำให้คนธรรมดาต้องสั่นสะท้านแล้ว 

            คนที่สามารถเป็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนได้นั้นจะมีลมปราณเหนือคนธรรมดา รัศมีของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัวไม่ใช่หรือ?

            แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่?

            เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขานี้ไม่มีรัศมีที่สูงส่งเลยแต่หม่าปิงกลับบอกว่าเขาสามารถใช้ใบไม้ทำร้ายคนอย่างในตำนานเล่าขานอีกทั้งเป็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนที่สามารถคร่าชีวิตคนจากในระยะไกลได้

            ขอถามหน่อยใครจะยอมรับได้บ้าง?

            ทั้งสามคนสบตากัน และคิดว่าหม่าปิงกำลังชมเชยซูฮ่าวเกินกว่าเหตุ

            เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคนนั้นมีท่าทางหัวเราะเยาะและไม่มีความเคารพนับถือแม้แต่น้อย โทสะในแววตาของหม่าปิงก็เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

            ไอ้พวกตาต่ำซูฮ่าวสามารถทำให้พวกเขาหายไปในกลีบเมฆด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวได้ตนเองต่ำต้อยราวมดปลวก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะกล้าหัวเราะเยาะการมีอยู่ของผู้อื่นช่างไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว

            ขณะที่เขากำลังจะตำหนิคนทั้งสามทันใดนั้นเขาก็เห็นว่าซูฮ่าวที่อยู่ด้านข้างก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจ้องมองไปทางหัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคน

            “ในเมื่อพวกคุณทั้งสามคนไม่ยินยอมถ้าอย่างนั้นก็มาลองฝีมือกันหน่อย ไม่เห็นจำเป็นจะต้องพูดเรื่องไร้สาระ?”

            ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมหวางเฉิงเทียนถึงต้องให้หม่าปิงไปรับเขามางานเลี้ยงอาหารกลางวันในครั้งนี้อีกฝ่ายต้องการให้เขาแสดงความแข็งแกร่งเพื่อหุบปากหัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคนนี้

            แต่เมื่อลองคิดดูแล้วความสามารถของเขาก็มีเพียงหวางเฉิงเทียนและหม่าปิงเท่านั้นที่รู้หากเขาไม่แสดงฝีมือ หวางเฉิงเทียนก็ยากที่จะโน้มน้าวใจผู้คนได้

            ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันในสัปดาห์หน้าก็เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของคนเหล่านี้หากไม่ให้พวกเขาเห็นฝีมือที่แท้จริงของผู้เข้าแข่งขัน ใครมันจะไปวางใจได้ 

            ทันทีที่สิ้นเสียงของเขาหัวหน้าหน่วยย่อยทั้งสามคนกลับมีสีหน้าดำคล้ำและย่ำแย่เป็นอย่างมาก

            ทั้งสามคนคิดไม่ถึงเลยว่ามือใหม่ไก่อ่อนคนหนึ่งจะกล้ามายั่วโมโหพวกเขา 

            “นี่มันยุคสมัยไหนแล้วยังมีคนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอีกหรือในเมื่อนายอยากรนหาที่ตาย ก็อย่าโทษที่ฉันไม่เกรงใจแล้วกัน” หัวหน้าหน่วยย่อยคนหนึ่งที่รูปร่างกำยำล่ำสัน สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรโยนเก้าอี้มาทางซูฮ่าวอย่างรุนแรง สายตาเย็นยะเยือก ลมปราณแห่งความตายพาดผ่าน

            เขาบิดข้อมือเล็กน้อยเสียงกระดูกดังลั่นกร๊อบแกร๊บก่อนจะเดินยืดเส้นยืดสายเข้าไปหาซูฮ่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม 

            “เผิงกวงนายคิดจะทำอะไร?” เมื่อเห็นเผิงกวงมีรัศมีโหดเหี้ยมท่าทางมีเจตนาร้าย หวางเฉิงเทียนก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามขึ้น 

            “จะทำอะไรหรือ?” เผิงกวงรู้สึกคันไม้คันมือ สายตาตึงเครียดมากขึ้น 

            “พี่เทียนในเมื่อเด็กคนนี้ต้องการให้พวกเราทดสอบเขา ถ้าพวกเราปฏิเสธเขา มันจะกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะได้นะ?”

            หัวหน้าหน่วยย่อยอีกสองคนที่ได้ยินดังนั้นในแววตาก็มีความเหยียดหยามซ้ำเติมเป็นประกายพาดผ่าน

            เหตุผลที่เผิงกวงสามารถขึ้นเป็นผู้นำหน่วยย่อยของตงเฉิงได้นั้นนั่นเป็นเพราะเขาเคยเป็นแชมป์มวยใต้ดินในฉวนโจวมาก่อนวิถีหมัดของเขานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก พลังหมัดก็น่าหวาดกลัว หากใครโดนต่อยสถานเบาก็แค่กระดูกหัก แต่ถ้าสถานหนักก็ถึงตาย

            จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งเขาเคยสู้กับสุนัขทิเบตัน แต่ผลสรุปแล้วสุนัขทิเบตันโดนเขาต่อยจนตายแต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผู้คนในตงเฉิงที่เคยไม่พอใจต่างหุบปากไปและเริ่มเลื่อมใสเขาอย่างสุดหัวใจ 

            หากให้เขาไปทดลองฝีมือกับซูฮ่าวก็ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว

            หากไม่สามารถทำให้เผิงกวงออกจากสนามได้ เกรงว่าจุดจบของซูฮ่าวจะต้องน่าอนาถมากแน่นอน 

            หวางเฉิงเทียนมองทางซูฮ่าวแล้วหันไปมองเผิงกวง จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วพูดกับหม่าปิงว่า “เสี่ยวหม่าไปเตรียมยาเถอะ”

            “เข้าใจแล้วครับ” หม่าปิงใช้สายตาเวทนามองไปทางเผิงกวง ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงไป 

            สายตาของเผิงกวงเย็นชาลงเล็กน้อย “พี่เทียนนี่พี่หมายความว่าอย่างไร? พี่คิดว่าฉันจะแพ้ให้กับไอ้มือใหม่นี่หรือ?”

            “ไม่ใช่แต่มันก็ไม่แน่” หวางเฉิงเทียนส่ายหน้า 

            เผิงกวงชะงักไปเหมือนกับเพิ่งได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในชีวิต 

            “พี่เทียน ที่แท้พี่ก็มีช่วงเวลาที่โง่เหมือนกันนะเนี่ย”

            หวางเฉิงเทียนไม่ได้รู้สึกโกรธเขาหันหน้าไปประสานมือทำความเคารพซูฮ่าว “คุณซู อย่างไรก็ยั้งมือด้วยนะครับ ยาของผมใกล้จะหมดแล้ว”

            “วางใจเถอะฉันจะใช้กำลังแค่หนึ่งในสิบ” ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย 

            หากเขาทรมานอีกฝ่ายมากเกินไปอาจจะเป็นการกระตุ้นความโกรธของอีกฝ่ายได้ ผลลัพธ์แบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่หวางเฉิงเทียนอยากเห็นและเขาเองก็ไม่อยากเห็น 

            ทันทีที่สิ้นเสียงนั้นทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบกริบ 

            ในตอนนั้นเหมือนว่าโทสะของทุกคนเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

            ใบหน้าของเผิงกวงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งหนึ่งชั้นเขารู้สึกโกรธจนโมโห “ใช้กำลังเพียงแค่หนึ่งในส่วนสิบอย่างนั้นหรือ? ได้ อวดดีนัก ฉันจะรอดูว่าใครเป็นคนให้ความกล้าหาญนี้กับนาย!”

            เมื่อพูดจบกล้ามแขนของเขาก็พองขึ้นหมัดของเขาพุ่งทะลวงมาอยู่ด้านซ้ายของซูฮ่าวตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ

            ตอนที่เขาปล่อยหมัดนั้นพลังทะลักทลายราวกับน้ำหลากพลังหมัดที่รุนแรงทำให้ลมกระโชก ผมของซูฮ่าวพลิ้วกระจาย

            ทุกคนเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากเผิงกวงน่าจะโมโหซูฮ่าวมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงมือรุนแรงขนาดนี้ 

            หัวหน้าหน่วยย่อยอีกสองคนลอบส่ายหน้าหากซูฮ่าวถ่อมตัวสักหน่อย ไม่ทำตัวกำเริบเสิบสานแบบนี้ บางทีเผิงกวงอาจจะไว้หน้าหวางเฉิงเทียนบ้าง

            แต่น่าเสียดายที่ซูฮ่าวไม่รับโอกาสนั้นและตัดสินใจเลือกจุดจบที่น่าเศร้าที่ไม่อาจถอยหลังกลับได้

            มีเพียงแค่หวางเฉิงเทียนที่ถอนหายใจเสียงต่ำแล้วไว้ทุกข์ให้กับเผิงกวงสามวินาที

            เดิมทีที่เขาเชิญให้ซูฮ่าวมาทานอาหารกลางวันด้วยกันเพียงแค่อยากให้ซูฮ่าวแสดงฝีมือ แต่ไม่ได้อยากให้ใครมาทดสอบฝีมือซูฮ่าว

            ต้องบอกก่อนว่าซูฮ่าวเป็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนเขาแค่อยากให้พวกแมวสามขาได้สัมผัสกับหนวดเสือที่แท้จริง

            แต่เผิงกวงกลับเอามือมายัดกระบอกปืนเองช่วยไม่ได้ เขาหวังเพียงว่าในช่วงเวลาสำคัญซูฮ่าวจะเมตตาและลดหย่อนผ่อนปรนไม่อย่างนั้นอีกครึ่งปีต่อจากนี้เกรงว่าเผิงกวงจะต้องอยู่แต่ในโรงพยาบาลแล้ว

            ทันทีที่เขาคิดได้ดังนั้น หมัดของเผิงกวงก็อยู่ห่างจากซูฮ่าวเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น

            ทุกคนแสดงสีหน้าสงสารและเห็นอกเห็นใจซูฮ่าว 

            แต่วินาทีต่อมาสีหน้าสงสารของพวกเขากลับถูกแทนที่ด้วยความตกใจและประหลาดใจ 

            ซูฮ่าวยกมือขึ้นมาเล็กน้อยท่าทางนุ่มนวล แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่สามารถใช้คำพูดมาอธิบายได้ 

            หมัดของเผิงกวงที่พุ่งมาตรงหน้าซูฮ่าวกลับไร้ผลราวกับไม่มีแรงเชือดไก่มือของเขาถูกซูฮ่าวจับเอาไว้กลางอากาศ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้…

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810