ตอนที่ 358 นครโอคานอส
เบื้องหน้าของนิทานคือนครใต้บาดาลขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวไกลออกไปใต้พื้นทะเล ความลึกที่นครโอคานอสอยู่แม้จะไม่ลึกถึงขั้นที่แสงส่องไม่ถึง หากก็ลึกพอที่จะทำให้พื้นที่รอบด้านมืดคล้ำราวกับยามเย็น
มีเพียงตัวเมืองมหึมานี้เท่านั้นที่ส่องแสงสีฟ้าขาวอ่อนโยนออกมาเป็นระลอก รอบนครคือสาหร่ายสีขาวที่เป็นต้นกำเนิดของแสงสีฟ้าขาวที่นิทานเห็น สาหร่ายเหล่านั้นก่อตัวเป็นกำแพง โอบล้อมพื้นที่ส่วนล่างของนครโอคานอสไว้ราวกับทวยเทพใช้สองมือประคองมหานครนี้อย่างเบามือ
สาหร่ายนั้นนอกจากแสงสีฟ้าขาวแล้วมันยังปล่อยก๊าซธรรมชาติไร้สีออกมาอย่างต่อเนื่อง ก๊าซเหล่านั้นไหลเข้าไปรวมกับข่ายอาคมของนครโอคานอส สร้างเป็นบรรยากาศที่ลดระดับของแรงดันและอุณหภูมิให้ง่ายต่อการอยู่อาศัย
ทั่วทั้งนครมีสาหร่ายชนิดนี้โตขึ้นอยู่ทั่ว เป็นดั่งสัญลักษณ์และพืชศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักมหานครโอคานอส
นครโอคานอสแห่งนี้มีความใหญ่โตไม่น้อยไปกว่านครรัตนะเลยแม้แต่น้อย เป็นความใหญ่โตที่ทำให้นิทานตกตะลึงว่าสามารถสร้างสถาปัตยกรรมระดับนี้ภายใต้น้ำได้อย่างไร ยังไม่รวมข่ายอาคมที่ใช้พิทักษ์นครอีก
ถึงจะมีข่ายอาคมและก๊าซธรรมชาติปกคลุม ทั้งนครก็ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ นั่นทำให้นิทานสามารถเห็นเผ่าใต้บาดาลว่ายไปมาอยู่กลางอากาศของเมือง พวกเขาเมื่ออยู่ใต้น้ำล้วนปรากฏเหงือกขึ้นที่หลังคอและดวงตากลายเป็นทรงกลมกระจก ครีบที่หลังแขนและกลางหลังไม่ได้รวบเก็บไว้ใต้เสื้ออีก
ต่างกับยามอยู่บนบก ครีบเหล่านั้นผุดออกมาจากช่องว่างของเสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบมาแล้ว คล้ายกับเสื้อแขนกว้างของเผ่ารูเบียสที่ออกแบบมารองรับเขี้ยวของพวกเขา เมื่อมีน้ำปกคลุมเช่นนี้เผ่าใต้บาดาลจึงสามารถเคลื่อนที่ได้ 3มิติราวกับโบยบิน ทั้งอาคาร เครื่องแต่งกาย รวมถึงวิถีชีวิตจึงได้รับการขัดเกลาให้เข้ากับรูปแบบชีวิต
วัฒนธรรมที่ผ่านการขัดเกลามาหลายพันปีย่อมมีจุดเด่นเป็นของตน อย่างเครื่องแต่งกายของเผ่าใต้บาดาลนอกเหนือจากช่องว่างตรงครีบกับเหงือกแล้วมันยังเป็นชุดแนบเนื้อเสียส่วนมาก จุดประสงค์เพื่อความสะดวกในการว่ายน้ำและความอบอุ่นจากการที่เนื้อผ้าแนบสนิท แล้วจึงตกแต่งด้วยชิ้นผ้าที่พลิ้วไหวตามกระแสน้ำ ทำหน้าที่ปกปิดจุดซ่อนเร้นยามว่ายน้ำเหนือหัวผู้อื่น
สถาปัตยกรรมของที่นี่แตกต่างไปจากทุกที่ที่นิทานเคยไปเยือน บ้านเรือนล้วนถูกสร้างด้วยหินและแร่ต่าง ๆ ไร้ซึ่งอิฐ ดิน หรือไม้ที่พ่ายแพ้ต่อน้ำทะเลและกาลเวลา สถาปัตยกรรมของพวกเขาจึงมักมีรูปร่างที่ไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของศิลาก้อนใหญ่ที่พวกเขาสามารถหาได้
เพราะพวกเขาล้วนสามารถเคลื่อนที่ได้ 3มิติ อาคารส่วนมากจึงมักมีทางเข้าเปิดกว้างสูงกว่าระดับพื้น ทางด้านเพดานกลับดูจะปิดทึบเป็นพิเศษป้องกันการถูกสอดส่องยามหลับนอน
แม้นิทานจะไม่เคยไปเอเทอรัมแต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าบางทีสถาปัตยกรรมของทั้งสองที่อาจมีส่วนที่คล้ายคลึงกัน ทางเดินของที่นี่นั้นไร้ซึ่งสิ่งใดปูพื้น ราวกับไม่มีใครจำเป็นต้องย่างแตะพื้นดิน ทุกคนล้วนลอยตัวด้วยแรงน้ำ พื้นจึงได้รับการบูรณะแค่พอให้ไม่มีสิ่งแหลมคมอันตรายหรือสกปรกเท่านั้น
จุดจอดเรือโดยสารคือฟองสบู่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ด้านในคือบ่อน้ำที่ได้รับการจัดวางให้ดูคล้ายกับท่าเรือบนบก นอกเหนือจากส่วนนั้นไม่มีน้ำท่วมขังใดในฟองสบู่นั้นอีก
เมื่อมองออกไปนิทานจึงเห็นว่าฟองสบู่เหล่านี้มีนับร้อยแห่งกระจายอยู่ตามมุมของนครโอคานอส เห็นได้ชัดว่าแม้นครแห่งนี้จะอยู่ใต้บาดาลหากก็ไม่ได้ตัดขาดจากบนบกแต่อย่างใด
เรือของพวกนิทานเข้าเทียบท่า ทะลุเข้าไปในฟองสบู่โดยที่ฟองสบู่ไม่เกิดความเสียหายใด ๆ ไหลตรงไปจอดอยู่ที่ท่าเรือ เส้นใยสีใสที่คลุมเรือสลายออก กลับกลายไปเป็นใบเรือใบใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้นเองที่สะพานเรือทอดลงสู่พื้นดิน เดินนำออกไปโดยชาวเรือผู้ทำงานบนเรือ
“ออกจากท่าเรือฟองสบู่นี้ไปก็จะกลับไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้งครับ ถึงในนครจะมีการปรับแรงดันแต่ก็ยังรุนแรงเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิตบนบก” โฟเรลกล่าวเตือนย้ำอีกครั้ง อุบัติเหตุเรื่องแรงดันน้ำนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีต
เรนเดลพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า ท่าเรือฟองสบู่เหล่านี้สมควรถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สิ่งที่ใช้ชีวิตบนบกได้เตรียมตัวป้องกันแรงดันน้ำก่อนออกไปสู่ตัวนคร
นักผจญภัยหลายคนเมื่อเทียบท่าก็รีบหยิบสมบัติสำหรับหายใจและปรับแรงดันของตนออกมาอย่างคล่องแคล่ว หากหลายคนกลับแสดงสีหน้าเจ็บใจปนเปกับความเหนื่อยหน่ายเมื่อพวกเขาค้นไม่เจอสมบัติของตน
พวกเขาเหล่านั้นได้แต่คอตกเดินเข้าไปหาร้านแผงลอยเล็ก ๆ แผงหนึ่งที่ปลายท่าเรือ ที่แผงลอยนั้นคือหญิงร่างอ้วนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ร้านแผงลอยของเธอมีของเพียงไม่กี่อย่าง หากกลับราคาสูงจนน่าแปลกใจ
หอยแปรอากาศ สำหรับ 3วัน 1200ไกอา
สร้อยไข่มุกสลับแรงดัน สำหรับ 3วัน 1500ไกอา
เรนเดลเบิกตามองร้านค้านั้นอย่างชื่นชมหากอีกใจหนึ่งก็เหนื่อยใจกับการขายของเกินราคา นั่นเป็นจุดสำหรับขายสมบัติสำหรับหายใจใต้น้ำและปรับแรงดัน ราคาของมันสูงกว่าบนบกหลายเท่า สามารถใช้คำว่าสูงจนน่าเกลียดได้อย่างเต็มปาก ด้วยราคาขนาดนั้นเขาสามารถนอนห้องพักดี ๆ ในนครรัตนะได้อย่างสบายหลายคืน
รอดไป ดีนะครั้งนี้เตรียมตัวมา…
มีคนเพียงไม่มากนักที่ลืมพกสิ่งของสำคัญเช่นนั้นมา ผู้โดยสารส่วนใหญ่ทยอยลงจากเรือโดยสาร มุ่งตรงไปยังจุดเชื่อมต่อระหว่างฟองสบู่และตัวนครโอคานอส โฟเรลพาเรนเดลและเซเรนเซ่มุ่งตรงไปโดยไม่ให้เวลาเรนเดลชื่นชมกับทิวทัศน์รอบตัวแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้ภารกิจนี้ของตนเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งเรนเดลเองก็ไม่ได้ติดขัดเรื่องนั้นแต่อย่างไร เธอรู้ตัวดีว่าอีกฝั่งเองก็คงไม่ได้ชอบเธอนัก จะอย่างไรเธอก็บังคับเขามาด้วยใช้เห็ดก่อรูปทราย
นครโอคานอสคนไม่เยอะอย่างที่คิดแฮะ เรนเดลมองรอบตัวระหว่างที่เดินตามหลังโฟเรล เธอเห็นท่าเรือฟองสบู่อื่นประปรายแต่ไม่เห็นผู้โดยสารหรือเรือจอดเทียบท่ามากนัก แม้จะแปลกใจแต่ก็เข้าใจได้ ที่นี่คือใต้สมุทรลึกลงไปนับพันเมตร การมาถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย
หากเมื่อพ้นจากจุดเชื่อมไป เรนเดลจึงได้รู้ตัวว่าตนเข้าใจผิดอย่างแรง นอกจุดเชื่อมคือสะพานฟองสบู่ที่ทอดตัวคดเคี้ยวอัดแน่นกันบนลานกว้าง คนนับพันนับหมื่นต่อแถวกันอยู่ภายในสะพานฟองสบู่นั้น ในมือของทุกคนคือเอกสารยืนยันตัวตนและสมบัติสำหรับหายใจใต้น้ำและปรับแรงดัน
“มาเร็วขนาดนี้คนยังเยอะอีกเหรอเนี่ย” โฟเรลถอนหายใจยาว เขารีบลากเรนเดลมาอย่างรีบร้อนก็เพื่อหวังว่าจะได้มาโผล่ที่จุดต่อแถวตรงนี้เร็วกว่าคนอื่น ๆ หากเขาไม่กลับไม่รู้เลยว่าวันนี้มีผู้มาเยือนนครโอคานอสมากกว่าปกติ
เซเรนเซ่เหม่อมองฝูงคนนับพันที่ต่อตัวกันเป็นแถวตามสะพานฟองสบู่แล้วก็ถอนหายใจยาว มันลากร่างของเรนเดลไปต่อท้ายแถวอย่างเซ็ง ๆ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นท่าเรือฟองสบู่แห่งอื่นก็เปิดออก กลุ่มคนอีกหลายร้อยไปจนถึงพันทยอยออกมาจากท่าเรือฟองสบู่ เข้ามาต่อท้ายแถวอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่นาทีพวกเขาที่เคยอยู่ท้ายแถวตอนนี้ก็มีคนอีกนับพันต่อหลังพวกเขาแล้ว
“ฟืด!”
นิทาน คิดถึงบาราทรัมอะ.. เซเรนเซ่บ่นออด
ตอนนั้นเราเส้นใหญ่นี่เนอะ.. นิทานตอบกลับด้วยความอ่อนล้า ในตอนนั้นเขามีอริยะเข็มโลหิตพาเข้าเมือง จึงไม่จำเป็นต้องต่อแถวยาวเหยียดที่บางทีอาจจะนานยิ่งกว่าที่นี่
ครั้งที่สองก็มีเส้นสายจากมหาตระกูลเรนนัสจึงได้เข้าเมืองอย่างรวดเร็ว หากในตอนนี้เขาไม่มีอะไรเลย จึงต้องต่อแถวเหมือนกับคนอื่น ๆ หลังจากสนิทกับไพลินทั้งสองก็ดูจะเคยชินกับการเป็นอภิสิทธิ์ชน จึงได้แต่เตือนตนเองไม่ให้หลงระเริงจนเกินไป เขาไม่อยากรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอวดดี
การรอคอยอันยาวนานกว่าสองชั่วโมงผ่านพ้นไป ดูเหมือนระบบจัดการคนของนครโอคานอสจะดีเป็นพิเศษ ปริมาณคนเช่นนั้นใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงก็จัดการได้ครบจบ
หลังจากผ่านจากห้องตรวจเอกสารที่เรนเดลแสดงสมุดประจำตัวนักบวช เธอก็ถูกตรวจสอบพลังจิตวิญญาณว่าได้ใช้งานสมบัติสำหรับหายใจใต้น้ำและแรงดันแล้วหรือยัง พวกเขาตรวจสอบเรื่องนี้เข้มงวดเป็นพิเศษ เข้มงวดเสียยิ่งกว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเสียอีก
หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย เรนเดลและเซเรนเซ่ก็กระโจนเข้าสู่ม่านน้ำที่แบ่งแยกระหว่างอากาศในฟองสบู่และมวลน้ำแห่งอ่าวใต้บาดาล
ความรู้สึกแรกหลังจากได้ลองหายใจใต้น้ำคือความตื่นตะลึง เรนเดลรู้สึกว่าตนหายใจได้ปกติราวกับกำลังอยู่บนบก ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วสมบัติบนร่างทำหน้าที่แปลงสสารให้อย่างต่อเนื่อง
บริเวณตาของเธอรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อย เธอจึงนำแว่นตาสีส้มคู่กลมออกมาสวม การขยับเคลื่อนไหวร่างกายนั้นยากจนน่าตกใจ เรนเดลที่เคยชินกับการเดินและวิ่งบนผืนดินมาตลอดเมื่อต้องทำการตีขาเพื่อเคลื่อนไหวความเร็วและความคล่องตัวที่เคยภูมิใจก็หายไป
สมบัติปรับแรงดันยังช่วยทำหน้าที่กันน้ำไม่ให้เปียกเลอะเสื้อผ้าหรือถูกน้ำพัดจนเผยให้เห็นสิ่งที่ไม่อยากเผย เรนเดลจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าจะเปียกแต่อย่างใด นั่นเป็นความรู้สึกประหลาดเพราะผิวหนังของเธอยังรู้สึกได้ถึงน้ำทะเลแต่เสื้อผ้ากลับไม่เปียก
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ไพลินที่จัดเตรียมสมบัติสองชิ้นนี้ให้เขา ต่างหูครีบปลาที่ช่วยให้เธอสามารถหายใจใต้น้ำได้จนกว่าจะถอดออก แถมยังช่วยเรื่องการลดแรงต้านของกระแสน้ำ อุณหภูมิ และแรงดัน
อีกชิ้นหนึ่งคือแว่นสีส้มที่เธอใส่อยู่ แว่นปะการัง แว่นตานี้เป็นสมบัติระดับสูงที่พวกขุนนางสตรีมักใช้กันยามเดินทางท่องเที่ยวใต้บาดาล มันช่วยทั้งเรื่องระคายเคืองตา กันน้ำเข้าเสื้อผ้า การมองเห็น รวมดึงสมดุลของร่างกาย
สมบัติสองชิ้นนี้ย่อมมีคุณภาพที่ดีกว่าสมบัติทั่ว ๆ ไป อย่างหอยแปรอากาศหรือสร้อยไข่มุกสลับแรงดันมาก
ทางด้านเซเรนเซ่เองก็มีสมบัติเช่นนี้เช่นกัน แว่นสีส้มของเซเรนเซ่เป็นรูปทรงแว่นขาเดียวเพื่อให้มันคล่องตัว เมื่อทั้งสองยืนข้างกันจึงกลายเป็นภาพอันน่าเอ็นดู
ทางด้านโฟเรลเองก็มีสมบัติของเขาเช่นกัน เพียงแต่เรนเดลไม่ทราบว่ามันคืออะไร นอกเหนือจากส่วนคอขึ้นไปและปลายแขนขา โฟเรลแทบไม่เผยให้เห็นส่วนใด ๆ ของร่างกายเขาเลยภายใต้ผ้าคลุมนั้น
ทางเข้านครโอคานอสขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทั้งสองพร้อมกับเผ่าใต้บาดาลมากมายที่มองมายังพวกเขาทั้งสอง ส่วนหนึ่งเพราะโฟเรลนั้นเป็นเผ่าจิตวิญญาณที่หายาก อีกส่วนหนึ่งเพราะเรนเดลนั้นเป็นมนุษย์ที่ดูยังไงก็เป็นคนไฟกัลป์
นอกจากพวกเขาแล้วผู้โดยสารคนอื่นนั้นแทบไม่มีใครเป็นคนของอาณาจักรไฟกัลป์อีก ส่วนใหญ่เป็นเผ่าพันธุ์อื่นโดยที่ส่วนมากมักเป็นเผ่าครึ่งสัตว์ เผ่ามนุษย์มีมากพอสมควรแต่หน้าตาของพวกเขาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นคนจากฝั่งปีกเกือกซ้าย
อาณาจักรไฟกัลป์คือขุมกำลังใหญ่ที่เคยรบชนะเผ่าใต้บาดาลเมื่อครั้งอดีต ทำให้พวกเขาต้องประสบกับความสูญเสียมากมาย ความสัมพันธ์ระหว่างสองขุมกำลังจึงค่อนข้างอึดอัด แม้จะไม่ได้จงเกลียดจงชังในระดับเผ่ารูเบียสและซือบาส หากก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าชอบเช่นกัน
โชคยังดีที่ยังมีมนุษย์อีกบางส่วนที่มาจากอาณาจักรไฟกัลป์เช่นกัน เมืองใหญ่เช่นนี้ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะไม่มีคนจากไฟกัลป์อยู่เลย ดังนั้นสายตาเหล่านั้นจึงชำเลืองมองมาเพียงไม่นานก่อนที่จะละสายตาไป
นักท่องเที่ยว นักผจญภัย พ่อค้าแม่ค้า ทูต นักเรียนนักศึกษา สิ่งมีชีวิตมากมาหลั่งไหลเข้าสู่นครโอคานอสไม่เว้นแต่ละวัน พวกเขาย่อมไม่มีเวลารังเกียจคนเป็นรายบุคคลมากนัก
ตำแหน่งของอาณาจักรไฟกัลป์ที่ใกล้กับเกาะลูนทำให้การค้าขายกับพวกเขาง่ายเป็นพิเศษ จึงเกิดเป็นความสัมพันธ์ทางการค้าอันแปลกประหลาดที่แม้จะไม่ชอบขี้หน้าอีกฝ่ายนักหากก็ไม่อาจทำอะไรได้ และอีกฝ่ายเองก็ไม่คิดรุกรานพวกตนเช่นกัน
ในทางกลับกัน เพราะภูมิประเทศที่ใกล้กันเช่นนี้เองที่ทำให้หัวหน้าเผ่าใต้บาดาลเมื่อครั้งอดีตตัดสินใจร่วมมือกับนางพญาผึ้งพฤกษาบุกยึดอาณาจักรไฟกัลป์ พวกเขาหวังใช้พื้นที่ริมชายฝั่งของอาณาจักรไฟกัลป์เพื่อขยับขยายอำนาจ
“ยินดีต้อนรับสู่นครโอคานอสครับ” โฟเรลกล่าวเสียงเรียบ