ตอนที่29 เส้นทางสีขาวโพลน
เรือสำเภาลำใหญ่แล่นผ่านผืนน้ำกลางมหาสมุทร ก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่งลงด้วยไอเย็นและก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาจนสามารถเป็นปราการป้องกันภัยร้ายจากภายนอกเมืองได้
เมื่อเดินทางมาถึงอาณาจักรซึ่งเต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่ทำให้ทุกคนต้องรีบขนสรรพาวุธลงมาจากเรือลำใหญ่เพื่อนำเข้าไปในอาณาจักรแห่งนี้
ไม่เว้นแม้แต่ลีเดียผู้เป็นถึงเจ้าหญิงก็ต้องลงมาช่วยกันแบกหามเพื่อลักลอบเข้าไปทำภารกิจอันสำคัญ
"เจ้ารู้ดีสินะว่า อาคมมิตินั้นอยู่ตรงไหน"
ลีเดียกระซิบถามชายผมขาวประหนึ่งว่านางไม่ต้องการให้คนอื่นๆ รับรู้ เพราะตอนนี้มีผู้สังเกตการณ์คอยตามลีเดียมาจากหุบเขาดอรานิวอย่างไม่ละสายตา
……………………………………………
"คนเหล่านี้คือทหารผู้มากฝีมือด้วยอาคมและพลังวิญญาณ กระหม่อมขอถวายเป็นกองหนุนแก่ฝ่าบาทสำหรับภารกิจการนำหัวของเจ้าเมืองอาณาจักรน้ำแข็งกลับมาพ่ะย่ะค่ะ"
ลีเดียยืนมองคนตัวเล็กทั้งเจ็ดด้วยความสงสัย แต่นางก็มิได้กล่าวสิ่งใดและยอมปล่อยให้ทหารเหล่านั้นติดตามนางมา
"อย่างไรแล้วกระหม่อมขอให้ฝ่าบาทเดินทางอย่างปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อกล่าวจบเจ้าเมืองก็เริ่มสวดภาวนาให้คณะเดินทางทำงานได้อย่างราบรื่น ก่อนลีเดียจะเดินหายไปจากพื้นดินด้วยความสงบนิ่ง
……………………………………………
กลุ่มคนตัวเล็กผู้มีหนวดเครารุงรังได้มาพร้อมกับเกวียนเล่มยาวที่ถูกบรรจุไว้ด้วยสรรพาวุธนานาชนิดโดยมีม้าสีขาวและดำคอยลากจูงพวกเขาเข้าไปในดินแดนแห่งความหนาวเย็น
แต่การจะผ่านประตูเมืองที่เป็นก้อนน้ำแข็งหนามากกว่าสิบฟุตจำต้องเจอกับด่านตรวจของกลุ่มทหารซึ่งกำลังกระชากผ้าคลุมสีขาวจากเกวียนไม้
แล้วเริ่มใช้หอกยาวทิ่มแทงตามสรรพาวุธด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนบางคนจะหลุดหาวออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร
จนกระทั่งหนึ่งสายตาอันเล็กแหลมดั่งนกอินทรีได้จับจ้องมายังบุคคลที่มีรูปร่างสูงใหญ่ มันยิ่งทำให้ต่อมแห่งความสงสัยผุดขึ้นประหนึ่งดอกเห็ด
"ห้าคนนั้นเป็นใครงั้นรึ "
"สหายข้าเองกริฟ พวกเขาต้องการมาหาช่องทางค้าขายที่นี่" เขารับฟังคำกล่าวนั้นแต่ก็ยังส่งพลทหารไปสำรวจกลุ่มคนชุดดำ โดยดึงฮูดคลุมหัวออกทีละคนจนมาถึงชายร่างยักษ์ที่กำลังเอียงตัวหลบไปมาเพื่อมิให้ใครมาแตะศีรษะตนได้
"นี่นะหรือสีหน้าของคนค้าขาย เห็นข้าโง่นักรึไงลอว์" และทันทีที่ฮูดคลุมหัวของชายร่างยักษ์ถูกดึงออก ใบหน้าอันดุดันก็ทำให้ทหารในละแวกนั้นเริ่มหวาดกลัวจนต้องรีบถอยห่างประหนึ่งว่าเขาคือปีศาจร้ายซึ่งมาพร้อมกับความตาย
"อย่ามาอวดฉลาดต่อหน้าข้ากริฟ รับเงินนี่แล้วรีบให้พวกเราผ่านไป" ลอว์กล่าวพร้อมกับหยิบยื่นถุงเงินให้อีกฝ่ายด้วยสีหน้าดุดัน
"เจ้าคิดว่าเงินพวกนี้จะซื้อข้าได้อย่างนั้นรึ" กริฟกล่าวก่อนจะหยิบถุงเงินใส่กระเป๋า แล้วจึงสั่งให้เหล่าทหารล้อมรอบตัวพวกเขาอย่างไม่น่าไว้ใจ
"ซื้อ? เราไม่ได้ค้าขายกันสหายข้า นี่คือของฝากลูกเมียเจ้า" ลอว์ตอบกลับไปพร้อมถุงเงินที่เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า จึงทำให้พวกเขาเผยรอยยิ้มออกมาก่อนเสียงหัวเราะร่าจะดังไปทั่วด่านตรวจ
"นำทางพวกเขาไปยังหอสรรพาวุธ ช่วยบริการสหายท่านนี้อย่างดีด้วยล่ะ"
แล้วบุคคลชุดดำทั้งห้าก็สามารถผ่านเข้าไปในอาณาจักรน้ำแข็งได้ด้วยฝีปากอันแพรวพราวของคนตัวเล็ก ที่กำลังเดินฝ่าลมหนาวจนมิแลนด้าหรือเฟดดี้ยังต้องยกมือขึ้นป้องแขน
ก่อนผู้นำทางและคนตัวเล็กจะพาพวกเขาเดินมาทางขวาตรงต้นเสาเหล็กสีดำเก่า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้ามุมมืดประหนึ่งว่ามันคือเส้นทางลัดไปยังหอสรรพาวุธ
และเมื่อเดินเข้ามาสักพักก็พบกับแสงสีส้มจากดวงไฟในตะเกียงอันเก่าบนต้นเสาริมถนน ซึ่งถูกสร้างด้วยดินและหินหนักหลายร้อยก้อนรวมกันจนเป็นเส้นทางที่พาทุกคนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตึกสูงถึงสี่ชั้น
แล้วชายผู้นำทางก็เดินเข้าไปในตึกก่อนจะกลับมาพร้อมกับหญิงชราที่กำลังหนาวสั่นเพราะหิมะอันเยือกเย็น
แต่นางก็ยังสามารถยืนจดบันทึกและนับสรรพาวุธต่างๆ ได้อย่างแม่นยำโดยมิให้ตกหล่นไปแม้แต่ชิ้นเดียว
"จำนวนครบถ้วน ยังคงละเอียดเหมือนเดิมนะลอว์ " น้ำเสียงอันสั่นเทาจากหญิงชราได้มาพร้อมกับแผ่นไม้สีน้ำตาลที่นางมอบให้แก่ชายตัวเล็กตรงหน้า
"นำตรานี้ไปขึ้นเงินที่หอทรัพย์สินได้เลย"
"ขอบคุณนะท่านยาย " เมื่อจบหน้าที่หญิงชราและชายผู้นำทางก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนจนลีเดียเริ่มสงสัย
"เจ้าพวกนั้น จะปล่อยเราไปแบบนี้เลยรึ "
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเราพาคนนอกเข้ามาฝ่าบาท ทั้งหมดก็เพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ" ลอว์เอ่ยขึ้นเพื่อคลายความสงสัยให้แก่ลีเดียที่กำลังมองความหละหลวมตรงหน้าด้วยสายตาอันเย็นชา
"เมื่อไปถึงหอทรัพย์สินเราจะเริ่มแผนการกันในทันที" ชายตัวเล็กกล่าวพร้อมกับนำมีดสั้นที่ถูกสลักด้วยตัวอักษรสีแดงมาแจกจ่ายให้แก่บุคคลชุดดำ ก่อนจะแยกกันไปทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จ