บทที่18การเปลี่ยนแปลงที่เหนือคาด
ฮุ่ยจวินมองจุดฝังเข็มสามจุดที่โลหิตกำลังหลั่งไหลชายหนุ่มตรวจชีพจรของฮุ่ยไป๋พบว่าจุดชีพจรลมปราณสามจุดสำคัญอันจะเชื่อมไปที่สมอง หัวใจและอวัยวะส่วนปลายได้บวมเต่งอุดตัน ส่งให้มีลมปราณบางส่วนที่แตกซ่านเบี่ยงวิถี พิษกลืนชีพที่อยู่ในลมปราณก็ทะลักไหลไปตามลมปราณที่แตกซ่านซึ่งจุดที่ลมปราณซึ่งกอปรไปด้วยพิษกลืนชีพมุ่งไปก็คือจุดชีพจรลมปราณพิเศษที่ปิดอยู่บนร่างของฮุ่ยไป๋!
ปกติมนุษย์ทั่วไปจะมีจุดชีพจรลมปราณอยู่ทั่วร่างซึ่งเปิดอยู่และเชื่อมหากันสู่อวัยวะต่างๆในร่างกาย ก่อเกิดเป็พลังชีวิตให้ผู้คนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ซึ่งนอกเหนือจากนั้น มนุษย์ทุกผู้ก็จะมีจุดชีพจรลมปราณพิเศษอยู่สี่จุดซึ่งสี่จุดนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับพลังชีวิต ทว่ามันเกี่ยวกับพลังปาฏิหาริย์ เช่นนั้นมนุษย์ทุกคนแม้จะมีอยู่ในกายแต่ไม่ใช่ว่าจุดชีพจรลมปราณพิเศษนี้จะเปิดอยู่ทุกคน มีเพียงผู้มีพร์และโชคชะตาฟ้าประทานเท่านั้นจุดชีพจรลมปราณพิเศษแต่ละจุดจึงจะเปิดได้ บางคนมีวาสนาเส้นชีพจรลมปราณพิเศษเปิดแต่กำเนิดบางคนได้วาสนาพบพานเื่ราวปฏิหาริย์จนทำให้มันเปิดออก แต่สำหรับฮุ่ยไป๋ในตอนนี้ นอกจากจุดชีพจรลมปราณพิเศษนางจะปิดสนิทไร้วาสนาแล้วดูเหมือนโชคชะตาจะยังอาภัพ เพราะพิษกลืนชีพที่แตกซ่านไปพร้อมกับพลังลมปราณชีวิตได้มุ่งไปเกาะกุมลงบนจุดชีพจรลมปราณพิเศษที่ปิดสนิทเ่าั้แล้ว!
ลมปราณที่จะเชื่อมไปสู่สมองได้แตกซ่านพุ่งไปที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดเฉียนเอ๋อ(กึ่งกลางหน้าผาก) ลมปราณที่จะเชื่อมไปที่หัวใจได้แตกซ่านไปที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดมู่เสวีย(กึ่งกลางอก) และลมปราณที่จะถูกขับออกทางจุดชีพจรส่วนปลายบริเวณนิ้วมือได้แตกซ่านย้อนทวนขึ้นมาที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดโส่ว(หลังมือ) ซึ่งบัดนี้พิษกลืนชีพได้ไปเกาะกุมกัดกินจุดชีพจรลมปราณพิเศษที่ตีบตันทั้งสามแล้ว
แม้จุดชีพจรลมปราณพิเศษทั้งสามจะมิใช่จุดชีพจรชีวิตทว่าลมปราณที่แตกซ่านแผ่พุ่งไปพร้อมพิษเช่นนี้ ย่อมสร้างความเ็ปแลอันตรายอย่างยิ่งยวดเป็เท่าทวีคูณหากยิ่งรักษาได้ช้ามิทันการณ์ นางจะจบชีวิตเร็วขึ้น!
ในตำรากายมนุษย์มิได้เอ่ยถึงจุดชีพจรลมปราณพิเศษเนื่องจากมันไม่เกี่ยวข้องกับพลังชีวิตและการรักษาเช่นนั้นฮุ่ยจวินจึงไม่มีความรู้จำเพาะต่อจุดชีพจรเหล่านี้ดั่งเช่นจุดชีพจรพลังชีวิตทั่วไปในร่างกายวิธีการรักษาจึงยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ทว่าหากมันไม่ทำอะไรเลยและปล่อยเป็เช่นนี้ฮุ่ยไป๋ต้องตกตายในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าแน่เมื่อไม่มีทางเลือกมากมายให้เดิน สุดท้ายมันก็ต้องเลือกในทางที่เสี่ยง
เข็มเงินสามเล่มจึงถูกหยิบขึ้นมาเทียบเคียงกับจุดชีพจรชีวิตแล้ว จุดชีพจรลมปราณพิเศษเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อพลังชีวิต เช่นนั้นมันจึงเลือกวิธีที่จะฝังเข็มขับพลังลมปราณซึ่งมีพิษกลืนชีพผสานรวมอยู่ออกไป
เข็มเงินจึงถูกจุ่มลงบนตัวยาสมุนไพรฤทธิ์ร้อนแล้วฝังลงยังจุดชีพจรลมปราณพิเศษทั้งสาม ไม่ว่าจะน้ำหนัก ทิศทาง และระยะของเข็มล้วนแม่นยำแ่เบาตามตำราฝังเข็มชั้นสูงทว่าปัญหากลับก่อเกิด ในตำราฝังเข็มชั้นสูงนั้นไม่ผิดพลาด การฝังเข็มของฮุ่ยจวินก็ไม่ผิดพลาดจากตำราแต่ขนาดของจุดชีพจรลมปราณพิเศษแตกต่างจากจุดชีพจรชีวิต ซึ่งจุดชีพจรลมปราณพิเศษนั้นเล็กกว่าครึ่งหนึ่งฉะนั้นการฝังเข็มตามตำราแพทย์ชั้นสูงที่วัดระยะจากจุดชีพจรลมปราณชีวิตจึงมิอาจใช้ได้กับจุดชีพจรลมปราณพิเศษได้!
เข็มเงินทั้งสามเล่มแทงทะลุจุดชีพจรลมปราณพิเศษปกติเข็มแทงทะลุจะเพียงสร้างความาเ็สาหัส แต่บัดนี้พลังลมปราณที่แผ่พุ่งไปพร้อมกับพิษกลืนชีพได้ทะลวงจุดชีพจรลมปราณพิเศษของฮุ่ยไป๋ทั้งสามจุดพิษที่อยู่ในร่างมาเกือบสิบปี แน่นอนว่าความร้ายกาจย่อมมีอยู่มากมาย เช่นนั้นมันจึงเกาะกุมแลกัดกินจุดชีพจรลมปราณพิเศษของนางอย่างรวดเร็ว
ร่างที่สลบอยู่ของฮุ่ยไป๋ต้องสะท้านขึ้นเพราะความเ็ปที่เท่าทวีคูณนางได้สติอีกครั้งพร้อมกับกัดฟันฝืนทนกับความเ็ปที่แสนสาหัส เสียงครวญครางที่พยายามกั้นไว้ถึงขีดสุดหลุดออกมาเป็ระยะมือของนางกุมกำชับแขนของฮุ่ยจวินไว้แน่น สายตามิละจากชายหนุ่ม คล้ายกับนางกำลัง้ามองภาพของมันเป็ครั้งสุดท้าย!
ฮุ่ยจวินร้อนลุ่มแต่พยายามระงับสติแล้วหาวิธีแก้ไข
“อย่ามองข้าเช่นนี้ข้าไม่มีทางปล่อยให้เ้าตายแน่”
ฮุ่ยจวินรีบถอนเข็มเงินขึ้นมาจังหวะที่กำลังถอนเข็มเงินที่จุดเฉียนเอ๋อ ส่วนปลายของเข็มที่อาบไปด้วยตัวยาสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่มันผสมขึ้นมาได้ไปััเข้ากับตัวพิษที่กำลังเกาะกุมทำลายจุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดเฉียนเอ๋อของนางพอดีเมื่อตัวยาััพิษก็เข้าทำลายพิษอย่างช้าๆ พิษเริ่มถูกทำลายลงแลขับออกมาในรูปแบบควันสีคล้ำพวยพุ่งฮุ่ยจวินเห็นเช่นนั้นก็บังเกิดความยินดี รีบดึงเข็มเงินที่จุดมู่เสวีย และจุดโส่วขึ้นมาเล็กน้อยในระดับเดียวกับจุดเฉียนเอ๋อก่อนหน้าพิษจึงถูกทำลาย ควันคล้ำพวยพุ่ง มือของฮุ่ยไป๋ที่กุมกำชับตนแน่นก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงเสียงครวญครางด้วยความเ็ปเมื่อครู่หายไป ฮุ่ยจวินสามารถแก้ไขสถานการณ์เป็ตายที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษได้ราวกับปาฏิหาริย์!
ฮุ่ยไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับจะสั่งเสีย
“พี่ฮุ่ยจวินท่านต้องเป็แพทย์อันดับหนึ่งช่วยเหลือผู้คนตกยากให้ได้นะอย่าได้เหมือนตาแก่เห็นแก่ตัวนั่น"
“เด็กน้อยก่อนที่จะนึกถึงผู้อื่น ข้าต้องแก้ไขแลรักษาเ้าให้ได้ก่อน"
ความเป็ตายของฮุ่ยไป๋เฉียดไปอีกหนึ่งเปาะแต่ทว่าพิษอันสำคัญที่กำลังครุคลั่งจนจุดชีพจรชีวิตที่เชื่อมไปยังสมอง หัวใจ และส่วนมือยังคงได้รับผลกระทบแทบจะต้านต่อไปไม่ไหวโลหิตไหลซึมออกจากจุดฝังเข็มไม่หยุด ชายหนุ่มต้องหาวิธีแก้ไขในจุดนี้
ฮุ่ยจวินคิดได้เบื้องต้นจึงแก้ไขสถานการณ์ซึ่งลมปราณอัดแน่นครุคลั่งด้วยวิธีฝังเข็มเปิดจุดชีพจรที่เชื่อมไปยังตับเหตุผลเพราะอวัยวะส่วนตับมีความสามารถในการขับพิษ แต่ปริมาณพิษเ่าั้ต้องไม่มากจนเกินไปการแก้ไขด้วยวิธีนี้ทำให้ลดอาการอัดแน่นปั่นป่วนของพลังลมปราณในจุดสำคัญไปได้บ้าง และก็สามารถรองรับพิษได้ในระยะเวลาหนึ่งซึ่งในเวลานี้เองที่ฮุ่ยจวินจะต้องหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้องให้ได้
การรักษาที่เฉียดมาเฉียดไปของฮุ่ยจวินทำให้ฮุ่ยไป๋ได้รู้สึกตัวแลมีอาการที่ดีขึ้นนางผ่านความเ็ปที่แสนสาหัสมามาก พอความเจ็บทุเลาลง นางจึงฝืนที่จะลุกนั่งเพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ฮุ่ยจวินได้
ฮุ่ยจวินทราบว่านางต้องฝืนเพื่อจะให้ตนมีกำลังใจก็ยื่นมือไปลูบศีรษะนาง
“พักผ่อนซักครูเถิดหากไม่ไหวก็อย่าฝืน"
“ท่านเห็นข้าอ่อนแอถึงเพียงนั้น"
“เ้าเป็เด็กหญิงที่แข็งแกร่งมากที่สุดที่ข้าเคยเจอมา"
ตูมมมมม
จู่ๆ บรรยากาศบริเวณโดยรอบกายของคนทั้งสองก็ถูกบีบอัดก่อนเกิดการะเิออกอย่างรุนแรงส่งร่างของฮุ่ยจวินให้ปลิวกระเด็นล้มกลิ้งไปไกล เมื่อครู่มันััได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ด้านหลังจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วรีบลุกยืนขึ้นขวางที่เบื้องหน้าของฮุ่ยไป๋ไว้ จึงถูกพลังนี้ไปเต็มๆ คนเดียว โชคยังดีที่พลังนี้มิใช่พลังโจมตีโดยตรงแต่เป็เพียงพลังดีดสะท้อนจากการปะทะโจมตีเท่านั้น
“พี่ฮุ่ยจวิน!”
ฮุ่ยไป๋บังเกิดความตื่นตระหนกรีบฝืนกายอันเหนื่อยล้าแลสาหัสลุกยืนขึ้นแล้วเขยิบเข้าหาฮุ่ยจวินในใจมีแวบหนึ่งที่นางตัดพ้อต่อ์ว่าเหตุใดชีวิตของพวกมันทั้งสองจึงมีอุปสรรคที่มากมายถึงเพียงนี้
ชั่วขณะที่นางครุ่นคิดเสียงโบกสะบัดตามแรงลมของชุดคลุมก็ดังขึ้นพรึ่บหนึ่ง ท่ามกลางฝุ่นดินที่คละคลุ้ง ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่กลางหลังมีลวดลายอักขระสีทองก่อรูปคล้ายดวงอาทิตย์ก็ปรากฏขึ้นภายใต้ชุดคลุมขาวเป็สตรีวัยประมาณสี่สิบกว่าที่ยังคงเค้าความงามตามอายุ ภายใต้ใบหน้างดงามนี้มีแววตาที่เ็าจ้องมองผ่านร่างของนางและฮุ่ยจวินไปซึ่งตำแหน่งที่ั์ตาของนางมุ่งตกก็คือตำแหน่งที่มีเสียงบุรุษชราผู้หนึ่งดังขึ้น
“ข้าหลีกหนีความวุ่นวายมาไกลถึงเพียงนี้วางกับดักค่ายกลมากมาย แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นแสงแห่งเทวะวจนะ โชคร้ายจริงๆ ที่ผู้มาเยือนเป็เ้าธรรมบาลมุทรา"
สตรีวัยกลางคนนางนี้กลับเป็ตัวตนสูงส่งในปฐีเป็บุคคลที่มีอำนาจแลศักดิ์ฐานะมิต่ำกว่าองค์จักรพรรดิของแต่ละแคว้นในแผ่นดินใหญ่แม้เพียงนิดปกติตัวตนชั้นสูงในระดับนี้หากไม่มีภารกิจใหญ่จะไม่ปรากฏตัว ทว่าการปรากฏตัวของนางในทุ่งร้างอันห่างไกลเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเื่ที่นางมานั้นสำคัญถึงเพียงไหน!
“หากเ้ายอมคืนคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราคืนแต่โดยดีก็จะมีชีวิตเป็ปกติสุขศึกษาตำราแพทย์อย่างสงบแล้วแท้ๆ"
บุรุษชราเ้าของเสียงผู้นั้นแท้จริงก็คือเทพดาเร้นกายตั้วซุนหงความจริงแล้วตั้วซุนหงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อตอนเกือบสิบปีที่แล้วได้ถูกบุรุษผู้หนึ่งที่มันไม่ยอมรักษาพิษกลืนชีพให้ได้แอบทิ้งคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราในกองตำราแพทย์เพื่อเป็การแก้แค้นแลสร้างความไม่สงบสุขให้แก่มันซึ่งนับว่าตลอดเกือบสิบปีมานี้ ตั้วซุนหงต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถูกทุกสารทิศตามล่าใช้ชีวิตอย่างไม่สงบจริงๆ
“จะให้บอกกี่ครั้งว่าข้าไม่รู้เื่และมิได้เอาไป"
“โกหก คนผู้นั้นก่อนตายพบเ้าเป็คนสุดท้ายคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราที่มันขโมยมาก็หายไปในที่นี่ ก่อนตายมันยังบอกว่าอยู่ที่เ้าหากไม่เชื่อคนตายและจะให้เชื่อคนเป็ที่หลอกลวงได้หรือ!”
ตั้วซุนหงก่นด่าบุรุษผู้นั้นภายในใจ
“ข้าอุตส่าห์ให้ที่หลบซ่อนเ้าเ้ากลับทิ้งอาจมกองใหญ่ให้แก่ข้า"
ก่อนที่มันจะหันไปกล่าวกับธรรมบาลมุทราว่า
“ข้าถูกใส่ร้าย"
“ถูกใส่ร้ายหรือไม่ข้าจะเป็คนพิสูจน์เอง!”
ธรรมบาลมุทราถลึงตากล่าวเสียงแข็ง มือซ้ายขวาประกบกันที่ระหว่างอก แต่ยังมิทันจะได้เร่งเร้าพลังปาฏิหาริย์ที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดโส่วเพื่อใช้ออกด้วยมหาวิถีวจนะมุทราพื้นดินบริเวณตรงหน้าก็เกิดการเคลื่อนไหว บรรยากาศเบื้องบนเหมือนมียอดเขาสูง จากนั้นก็ปรากฏก้อนหินจำนวนนับมิถ้วนร่วงหล่นลงมาจากผืนนภาที่ว่างเปล่าอาณาเขตโดยรอบแห่งนี้กลับเป็ค่ายกลแห่งพลังปาฏิหาริย์ของมหาวิถีวจนะปัญญาที่ตั้วซุนหงวางไว้อยู่นานแล้ว
“เ้านับเป็ดุษฎีบัณฑิตผู้บรรลุในมหาวิถีวจนะปัญญาขั้นสูงสุดน่าเสียดายที่เก่งกาจทั้งการแพทย์และค่ายกลเช่นนี้กลับเลือกหันหลังให้มหาเทวะ”
“ข้ามีเส้นทางของข้ามิชอบที่จะขึ้นตรงต่อใคร"
“กล่าวได้ดีแต่วันนี้นับว่าเป็โชคไม่ดีของเ้าที่ข้ามาด้วยตนเอง!”
ธรรมบาลมุทรานางคำรามก้องพร้อมกับมือที่ประกบกันระหว่างอกแปรเปลี่ยนมาอยู่ในลักษณะประกบฝ่ามือแยกห่างนิ้วทั้งสี่ของฝ่ามือซ้ายขวาเรียงชิดจรดกันที่ส่วนปลายส่วนนิ้วหัวแม่มือทั้งสองแตะเชื่อมแนวฐานล่าง ก่อเกิดเป็ช่องสามเหลี่ยม
“มุทราสะท้านเทพ!”
แสงสีทองสว่างวาบแผ่พุ่งออกเป็ม่านสามเหลี่ยมที่คล้ายปิดครอบผืนฟ้าแห่งนี้แสงสีทองเจิดจ้าแยงตา มีกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์และพลังทำลายล้างที่มหาศาล หมู่ก้อนหินจากค่ายกลที่ตกลงมากระทบถูกเพียงเสี้ยววินาทีก็ะเิกระจุยกระจายเศษหินกระเด็นกระดอนออกรอบทิศ ที่สำคัญเศษหินที่พุ่งออกรอบข้างล้วนมีพลังแฝงอัดแน่นอยู่จึงมีอานุภาพที่ไม่ต่างจากผู้ฝึกยุทธ์ซัดอาวุธลับออกไป เศษหินเมื่อพุ่งผ่านไปที่ใดจึงทะลวงทำลายทุกสรรพสิ่งไปสิ้นถูกต้นไม้ ต้นไม้เป็รูพรุน ถูกก้อนหิน ก้อนหินแหลกละเอียดเป็ผุยผง ถูกแขนขวาของตั้วซุนหงก็ปรากฏร่อยรอยอาการาเ็ขนาดใหญ่จนมันร้องเสียงหลงออกมา!
อีกทั้ง เศษหินดังกล่าวก็ยังพุ่งกระเด็นไปยังตำแหน่งฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋อยู่ด้วยอาการาเ็ก่อนหน้าของฮุ่ยจวินจึงทำให้มันมิอาจฝืนลุกขึ้นยืนได้ทัน มีเพียงฮุ่ยไป๋ที่ฝืนลุกยืนเอาตัวขวางเบื้องหน้าฮุ่ยจวินจนฮุ่ยจวินต้องะโลั่น
“ไป๋เอ๋อร์หลบไป!”
ฮุ่ยไป๋ไม่ยอมหลบฮุ่ยจวินทำเพื่อนางมามากพอแล้ว เหตุใดนางจะทำเพื่อมันบ้างไม่ได้ นางรู้ตัวว่านางอาจจะอยู่ได้ไม่นานเช่นนั้นนางจึงตั้งใจจะใช้ชีวิตของนางแลกกับชีวิตของมัน!
ฮุ่ยไป๋หลับตาลงรอรับเศษหินที่พุ่งมาธรรมบาลมุทราก็มิคิดที่จะเหลือบแลและเมตตาสองตัวตนที่ต่ำต้อยซึ่งกำลังถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของพวกมันแม้เพียงนิด
ในชั่ววินาทีแห่งความเป็ตายภายในห้วงมโนจิตของฮุ่ยไป๋ก็ปรากฏตัวอักษรกกลุ่มหนึ่งหมุนเวียนผ่าน อักษรเหล่านี้ก็คือคำอธิบายในคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราแต่นางเพียงอ่านและจดจำได้แค่บางส่วนเท่านั้นก็ถูกพลังความลึกล้ำของคัมภีร์ทำลายมรรคจิตจึงมิอาจอ่านแลจดจำได้อีกทว่าบังเอิญในจังหวะก่อนหน้านั้นที่ธรรมบาลมุทราใช้ออกซึ่งพลัง กลับเป็ส่วนที่ขาดหายและต่อเนื่องจากข้อความในการจดจำของนางพอดี
ด้วยสติปัญญาที่เหนือล้ำกว่าคนทั่วไปด้วยความเปลี่ยนแปลงบางอย่างบนจุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดโส่ว (หลังมือ) เมื่อคราที่ถูกพิษแผ่พุ่งทำลายและฮุ่ยจวินทำการรักษาแบบจับพลัดจับผลูทำให้นางรู้สึกว่าตนสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเป็
เช่นนั้นนางจึงลองประกบฝ่ามือขึ้นระหว่างอกอาศัยข้อความบางส่วนที่จดจำได้ในคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรา กอปรกับจดจำท่วงท่าแลการผ่อนลมหายใจเข้าออกของสตรีกลางคนในชุดขาวจากนั้นก็รีดเร้นสิ่งที่กำลังครุคลั่งในจุดชีพจรลมปราณพิเศษจุดโส่วตามคำอธิบายในคัมภีร์พร้อมแปรเปลี่ยนกระบวนฝ่ามือและผลักออกไปอย่างจวนตัว!
ธรรมบาลมุทราที่เสมอมามีสมาธิเพียงจดจ้องอยู่ที่ตั้วซุนหงจู่ๆ ท่าร่างของนางก็ชะงักค้าง ร่องรอยบนหว่างคิ้วกดลึก ยิ่งเมื่อปรากฏแสงสีทองเจือจางพุ่งวาบกระทบรูม่านตาของนางนางก็พลันเบิกตาโพลงและหลุดเสียงหลงออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
“นี่มัน…มุทราสะท้านเทพ!”