ตอนที่ 34
เช้าวันต่อมา
สตีฟตัดสินใจเดินทางกลับเพราะสตีฟในตอนนี้นั้นกระเป๋าไม่มีเนื้อที่พอให้เก็บซากศพสัตว์กลายพันธ์ตัวอื่นๆแล้ว
ส่วนเรื่องเมื่อคืนหลังจากสตีฟช่วยเอาของออกมาจากกระเป๋ามิติของอีวานและไปติดตั้งไว้ที่เดิมเรียบร้อยอีวานก็ไล่สตีฟไปนอน ส่วนเรื่องที่สตีฟทำป่วนเอาไว้อีวานจะช่วยแก้ตัวให้ว่าเป็นการซ้อมหลบภัยนั่นเอง
“ถ้ารีบขับน่าจะไปถึงที่ซุปเปอร์ก่อนเก้าโมงนะ ยังทันช่วงลดราคาอยู่ รีบเอาพวกสัตว์ทะเลกลายพันธ์ที่ล่ามาไปส่งตาลุงนั่นดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะหยิบรถมอเตอร์ไซค์ของเขาออกมาและขับกลับนิวยอร์คทันที
เก้าโมงเช้า
บรืน !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! ในที่สุดสตีฟก็ขับมาถึง
“ฟู่ว !! ถึงซักทีดีนะออกตั้งแต่เช้ามืด เพราะกลัวจะต้องตอบคำถามคนอื่นๆว่าไปไหนมา” สตีฟพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะดับเครื่องและลงจากรถมอเตอร์ไซค์ของเขาสตีฟเก็บมันเข้าไปในกระเป๋ามิติก่อนจะเดินเข้าไปภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งช่วงเวลานี้คนน้อยมากเพราะส่วนใหญ่มาซื้อของกันไปตั้งแต่เช้าและ คนจะเยอะอีกทีก็ในช่วงสิบโมงเช้าเพราะเป็นเวลาลดราคาในรอบเช้านั่นเอง
สตีฟเดินเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตเขาตรงไปที่เคาร์เตอร์ของลุงคนขายเนื้อทันที
“อ้าวคุณสตีฟนั่นเองไม่เจอตั้งสองสามวันไปไหนมาล่ะครับ” คนขายเนื้อถาม
“ไปทางใต้มาน่ะครับ วันนี้ผมมีเนื้อมาขายด้วยสนใจมั้ยครับ” สตีฟพูดเข้าเรื่องทันที
“โอ้สนใจสิครับช่วงนี้มีแต่เนื้อเลเวลน้อยๆ คุณมาทีไรผมได้ของดีทุกทีเลย” คนขายเนื้อพูดออกมาอย่างดีใจก่อนจะชวนสตีฟไปที่ห้องแช่แข็งของซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเขาเช่าเอาไว้
“เอาล่ะครับคุณสตีฟเอาเนื้อออกมาให้ผมดูได้เลยผมจะได้ตีราคา” คนขายเนื้อพูดสตีฟได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะหยิบเนื้อชิ้นแรกออกมา
“นี่มัน !! สัตว์ทะเลงั้นเหรอ” คนขายเนื้ออุทานออกมาหลังจากเห็นสจีฟหยิบซากสัตว์กลายพันธ์ตัวแรกออกมา
“แถมยังชำแหละไว้ให้แล้วด้วย” คนขายเนื้อพูดก่อนจะเริ่มตรวจสอบ
หน้าต่างเนื้อของกระเบนยักษ์กลายพันธ์สามหาง Level 95เป็นเนื้อกระเบนที่มีความนุ่มเป็นอย่างมากแต่ทว่าหนังของมันกลับเหนียวและแข็งดังคอนกรีต
“เลเวลเก้าสิบห้า บ้าน่า ของดีขนาดนี้ !!!” คนขายเนื้ออุทานออกมาเพราะเนื้อเลเวลสูงขนาดนี้ไม่ค่อยมีมาขายในซุปเปอร์แบบนี้เท่าไหร่ส่วนใหญ่จะถูกนำไปส่งร้านอาหารดังๆหรือตามภัตราคารดังๆซะมากกว่า
“ราคาเจ้านี่อยู่ที่เท่าไหร่ครับ” สตีฟถามเพราะเขาไม่รู้ราคาที่แน่นอน แต่สตีฟมั่นใจในตัวคนขายเนื้อคนนี้มากเพราะสตีฟรู้จักมาสิบกว่าปีแล้วตั้งแต่ก่อนโลกจะเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องกระเบนนั้นสตีฟเก็บหางของมันเอาไว้ก่อนเพราะหางของมันนั้นไม่น่าจะกินได้แถมยังมีพิษอีกด้วย
“ก่อนอื่นผมขออธิบายก่อนแล้วกันเนื้อสัตว์ทะเลกลายพันธ์แบบนี้ราคาจะสูงกว่าสัตว์กลายพันธ์บนบกอยู่สองหรือสามเท่าเพราะมันหายาก แถมเนื้อพวกนี้คุณภาพดีมาก ไม่มีช้ำหรืออะไรเลย การแล่ก็สมบูรณ์แบบ ด้วยเลเวลที่สูงขนาดนี้ เท่านี้เป็นไงครับ” คนขายเนื้อพูดก่อนจะหยิบเครื่องคิดเลขออกมาและจิ้มๆกดราคาให้สตีฟดูซึ่งราคาที่สตีฟเห็นทำเอาเขาถึงกับตาโตด้วยความตกใจเพราะราคามันสูงมาก
“สองล้านห้าเลยงั้นเหรอครับ” สตีฟพูดออกมาอย่างตกใจ
“ใช่คุณสตีฟผมให้ได้มากสุดก็ราคาประมาณนี้ ถ้าคุณอยากได้สูงกว่านี้คงต้องขนไปขายเองที่วอชิงตันที่นั่นน่าจะได้เพิ่มอีกสักสองสามแสน” คนขายเนื้อพูดออกมาอย่างไม่ปิดปังสตีฟว่าถ้าเอาไปขายที่อื่นจะได้ราคาสูงกว่า
“วอชิงตันงั้นเหรอ ผมไม่มีเวลาไปหรอกแถมต้องขายที่ไหนก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าผมขายให้คุณแล้วกัน” สตีฟพูดเพราะถ้าจะไปวอชิงตันคงใช้เวลาหลายวันแถมสถานที่ที่จะต้องเอาไปขายที่ไหนก็ไม่รู้สตีฟไม่มีคนรู้จักอยู่ที่นั่น
“ขอบคุณมากครับถ้าอย่างนั้นจะรับเงินสดหรือโอนเงินดี” คนขายเนื้อถาม
“ยังก่อนครับผมยังมีอีกหลายตัวเลย” สตีฟเบรคไว้ก่อนเพราะนี่จะพึ่งขายตัวแรกเองเขานั้นยังมีอยู่ในกระเป๋าอีกหลายสิบตัว แถมยังมีของที่เลเวลเยอะที่สุดอย่างเจ้าคราเค่นอยู่อีกด้วย
“อีกหลายตัว !!!!” คนขายเนื้อพูดออกมาอย่างตกใจเพราะขนาดแค่กระเบนตัวเดียวนี้ ยังหายากเลยเขานั้นรู้จักสตีฟมากว่าสิบปีแล้วเขาไม่รู้หรอกว่าสตีฟไปหาของพวกนี้มาจากไหนแต่เขานั้นก็ไม่คิดจะถามเพราะอาจจะเสียลูกค้าชั้นดีอย่างสตีฟได้
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
สตีฟนั้นหยิบซากสัตว์กลายพันธ์ที่ล่ามาจากทะเลให้คนขายเนื้อประเมินดูทีละตัวๆ จนในทึ่สุดตัวสุดท้ายก็ถูกหยิบออกมามันคือหนวดของคราเค่นนั่นเองสตีฟหยิบออกมาให้คนขายเนื้อถึงเจ็ดหนวด ส่วนอีกหนวดสตีฟว่าจะเก็บไว้เองไว้ทำอาหาร จริงๆสตีฟก็แอบเก็บวัตถุดิบไว้หลายอย่าง อย่างละนิดอย่างละหน่อย เช่นพวกเนื้อปลาต่างๆที่น่าสนใจเขาเก็บเอาไว้อย่างละกิโลหรือสองกิโลกรัมเพื่อเอาไว้ทำอาหารกินเอง
“คะ คะ คราเค่น !! สัตว์ในตำนานที่ว่ากันว่ามันกินเรือเป็นอาหาร นี่คุณสตีฟได้มันมาด้วยอย่างนั้นเหรอเนี่ย” คนขายเนื้ออุทานออกมาอย่างตกใจหลังจากเห็นหนวดขนาดใหญ่เท่าเสาไฟฟ้าทั้งหมดเจ็ดเส้น
“หือเจ้านี่มันกินเรือเป็นอาหารงั้นเหรอถึงว่ามันไม่สนใจตรูเลยตอนอยู่ใต้ทะเล สนใจแต่เจ็ทสกีซะงั้น” สตีฟอุทานออกมาเบาๆ
“ว่าแต่หนวดนี่เส้นละเท่าไหร่ครับ” สตีฟถาม
“ขนาดใหญ่มาก ผิวด้านในก็นุ่มถึงด้านนอกจะเหนียวมากแต่ถ้าลอกออกน่าจะเอาไปทำอาหารได้หลายอย่าง ความยาวก็กว่ายี่สิบเมตร ต่อเส้น น้ำหนักราวๆเส้นละร้อยกิโล” คนขายเนื้อนั้นไม่รู้ควรจะคิดราคาเท่าไหร่ดีเพราะพึ่งจะเคยเจอแบบนี้เป็นครั้งแรก
“บอกตามตรงผมเองก็ไม่รู้จะคิดราคาของมันที่เท่าไหร่ เพราะไม่เคยเจอวัตถุดิบในตำนานแบบนี้แต่ตอนนี้ด้วยจำนวนเงินเก็บที่ผมมีอยู่ ผมคงให้ได้เท่านี้” พ่อค้าขายเนื้อพูดตรงๆพลางกดราคาให้สตีฟ
“ทั้งหมดห้าล้านงั้นเหรอก็ยังดี” สตีฟเห็นราคาก็ได้แต่พยักหน้า
“ไม่ใช่ทั้งหมด เส้นละห้าล้านต่างหากคุณสตีฟ” พ่อค้าขายเนื้อพูดเมื่อเห็นสตีฟเข้าใจผิด
“ว่าไงนะ !! เส้นละห้าล้าน” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่รวมกับวัตถุดิบก่อนหน้า เงินที่คุณจะได้ทั้งหมดวันนี้คือ เจ็ดสิบแปดล้านเหรียญเศษนิดๆหน่อยๆผมปัดขึ้นให้แล้ว” คนขายเนื้อบอกกับสตีฟ
“เจ็ดสิบแปดล้านโอ้วมายก็อต !!!” สตีฟนั้นไม่เคยเห็นจำนวนเงินเยอะเท่านี้มาก่อนในชีวิต
อาชีพฮีโร่นี่หาเงินได้ง่ายมากจริงๆ สตีฟคิดในใจก่อนจะตกลงขายและให้คนขายเนื้อโอนเงินเข้าบัญชีได้เลย
ส่วนคนขายเนื้อหลังจากซื้อเนื้อของสตีฟมาแล้วเขาเอาไปแยกขายส่งทั่วประเทศได้เงินมากว่าร้อยล้านเขานั้นได้กำไรจากสตีฟยี่สิบกว่าล้านเลยทีเดียว ชื่อเสียงของคนขายเนื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆจากเมืองนิวยอร์คเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศภัตราคารและร้านอาหารดังๆต่าง ติดต่อคนขายเนื้อคนนี้ไว้มากมาย แต่นั่นคือเรื่องในอนาคตอีกหลายเดือนให้หลัง
สตีฟเดินออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยสีหน้าเบิกบาน
“ดีนะซาร่าเป็นคนไม่ชอบตรวจดูพวกบัญชี เพราะปล่อยหน้าที่พวกนั้นให้เราทำหมดไม่อย่างนั้นไม่รู้เลยจะหาคำอธิบายยังไงกับเงินเกือบแปดสิบล้านนี่” สตีฟพูดพลางยิ้มออกมาก่อนจะเอารถออกมาและมุ่งหน้าไปที่สมาคมฮีโร่เพื่อส่งภารกิจ
ที่สมาคมฮีโร่
“มาส่งภารกิจครับ” สตีฟเดินขึ้นไปที่ชั้นบนก่อนจะแจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อส่งภารกิจ
“ส่งภารกิจสินะครับ ขอชื่อภารกิจที่รับด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ถามสตีฟก่อนสตีฟจะบอกออกไป
“อ๊ะคุณคือคุณพ่อบ้านงั้นเหรอครับ” เจ้าหน้าที่คนนั้นเมื่อเห็นรายละเอียดของภารกิจและคนรับก็อุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ครับมีอะไรหรือเปล่าครับ” สตีฟถามอย่างสงสัยว่ามีเรื่องอะไรทำไมถึงต้องตกใจขนาดนี้
“เอ่อ..คือว่ารองหัวหน้าสมาคมบอกผมเอาไว้ว่าถ้าพบคุณมาที่สมาคมให้พาคุณไปหาเขาที่ห้องรองหัวหน้าน่ะครับ” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูด
“คุณอีเกิ้ลอายอย่างนั้นเหรอครับ กลับมาแล้วเหรอเห็นว่าหยุดนี่ครับ” สตีฟถาม
“ใช่ครับรองหัวหน้าสมาคมอีเกิ้ลอายนั่นแหละครับ ท่านกลับมาแล้ว ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะพาคุณไปนะครับ ส่วนรางวัลจากภารกิจนี้ผมโอนให้เรียบร้อยแล้วนะครับ” เจ้าหน้าที่พูด
“ขอบคุณครับ ส่วนคุณทำงานต่อเถอะครับผมจำทางได้ว่าห้องคุณอีเกิ้ลอายไปทางไหนเดี๋ยวผมไปเอง” สตีฟพูด
“ครับคุณพ่อบ้าน” พนักงานคนนั้นพยักหน้าพลางยิ้มออกมาตอนแรกเขานึกว่าคนที่รองหัวหน้าสมาคมต้องการพบจะเป็นคนน่ากลัวเสียอีก
สตีฟเดินขึ้นลิฟท์ไปก่อนจะกดไปชั้นที่มีห้องของรองหัวหน้าสมาคมอยู่
ติ๊ง !! เสียงลิฟท์ถูกเปิดออกสตีฟตรงไปที่ห้องของอีเกิ้ลอายทันทีก่อนจะเคาะประตูและมีเสียงคนด้านในตอบกลับมา
“เข้ามา !!” เสียงอีเกิ้ลอายดังออกมาจากด้านในห้องของเขาเองก่อนสตีฟจะเปิดประตูเข้าไป
“อ้าวคุณพ่อบ้านเองเหรอกลับมาจากภารกิจแล้วงั้นเหรอครับ” อีเกิ้ลอายเมื่อเห็นคนเข้ามาก็ทักทันทีเพราะเมื่อวานเขาตรวจสอบดูแล้วเห็นว่าสตีฟไปทำภารกิจอยู่
“ใช่ครับว่าแต่เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องการพบผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” สตีฟถาม
“อ้อใช่ครับพอดีมีคนต้องการพบคุณ เดี๋ยวผมขอตัวโทรเรียกเขาก่อนนะครับ” อีเกิ้ลอายพูดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาใครสักคน
“ครับท่านคุณพ่อบ้านเขามาถึงแล้วครับ” อีเกิ้ลอายพูดกับคนในสายอย่างสุภาพก่อนจะวางสายลงสตีฟยังไม่ทันได้พูดอะไรไม่กี่วินาทีต่อมาในห้องของอีเกิ้ลอายจู่ๆก็ปรากฎม่านพลังงานสีดำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นกลางห้องสตีฟตกใจถึงกับถอยกรูดไปอยู่ติดกับประตูทางออกก่อนจะมีสาวคนหนึ่งค่อยๆเดินออกมาจากม่านพลังงานสีดำนั่นก่อนท่านพลังงานสีดำจะหายไป ผู้หญิงที่เดินออกมานั้นจากที่สตีฟเห็นอายุน่าจะรุ่นๆเขาเธอสวยมากถ้าให้บอกว่าเคยเป็นดาราฮฮลลีวูดมาก่อนสตีฟก็เชื่อผมสีบรอนของเธอบ่งบอกว่าเป็นคนประเทศเดียวกับเขา
“คนๆนี้น่ะเหรออีเกิ้ลอาย” เธอหันไปถามอีเกิ้ลอายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“ใช่ครับท่านคนๆนี้แหละครับ” อีเกิ้ลอายพยักหน้าเธอคนนั้นหันมามองสำรวจสตีฟก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ
กึก !! กึก !! กึก !! เสียงส้นสูงของเธอดังกังวาลไปทั่วห้อง
“ธะ ธะ เธอเป็นใคร” สตีฟถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ไม่ต้องกลัวหรอกคุณพ่อบ้าน กฎข้อแรกของฮีโร่ถ้าสงสัยอะไรให้ตรวจสอบลืมไปแล้วงั้นเหรอ” เธอพูดออกมาทำให้สตีฟได้สติและรีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างชื่อ : ชีน่า สตาร์โลน Level : 165 อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 32ฉายา : หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งRank : SSSโค้ดเนม : โฟว์
“หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งงั้นเหรอ แล้วโค้ดเนมนั่นอะไร” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจเขานั้นพอจะได้ยินเรื่องผู้ก่อนตั้งสมาคมฮีโร่มาบ้างเขาเคยจินตนาการว่าพวกผู้ก่อตั้งคงจะเป็นเหล่าคนแก่ๆสูงอายุ แต่นี่อะไรกันทำไมถึงเป็นสาวสวยอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีกันล่ะ
“มันคือชื่อเรียกยังไงล่ะ ตัวตนของพวกเรานั้นไม่ได้เรียกชื่อหรือฉายา เราจะเรียกกันด้วยโค้ดเนม” หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งพูดอธิบายให้สตีฟฟังก่อนจะยื่นมือออกมา
“ฉันโฟว์ หนึ่งในสิบที่ก่อตั้งยินดีที่ได้รู้จักนะคุณพ่อบ้าน !!!” เธอยื่นมือออกมาหาสตีฟซึ่งสตีฟได้แต่ยื่นมือไปจับมือเธออย่างงงๆ
จบ...