"ระบบกำลังควบรวมทักษะวิชาทั้งสองเข้าด้วยกัน!"
ติ๊ง!
"ระบบทำการควบรวมเสร็จเรียบร้อยแล้ว!"
"นายท่านต้องการรับข้อมูลเลยมั้ยค่ะ!"เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อระบบทำการปรับปรุงเรียบร้อย
"รับสิ!"เทียนฉินตอบกลับเพียงสั้นๆ
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ!"
"ทักษะวิชาเกราะเพชรเกล็ดมังกร!"
ณ หุบเขาแห่งหนึ่งในแคว้นชิง
ใต้พื้นดินลึกลงไปในหุบเขา มีถ้ำขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมานานขนาดไหนก็ไม่อาจรู้ได้ เหนือขึ้นไปจากลานกว้างใหญ่มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยถูกขุดเข้าไปเพื่อไว้ใช้สำหรับพักผ่อน เมื่อมองตามบันไดที่อยู่ติดกับผนัง จะเห็นว่ามีตำหนักหลายหลังตั้งอยู่ด้านบนสุด
ภายในตำหนักหลังหนึ่งมีชายชราผอมแห้งในชุดสีดำนั่งอยู่หัวโต๊ะ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวสยดสยอง เก้าอี้ซ้ายขวามีชายหนุ่มสองคนนั่งกันอยู่คนละฝั่ง ต่างก้มรอเพื่อรอรับคำสั่งอย่างไม่กล้าที่จะเงยหน้ามาสบสายตา
"ทำไมฟงหลิงเผิงกับพวกยังไม่ติดต่อกลับมาอีก!"ชายชราที่อยู่หัวโต๊ะจ้องมองทั้งสองก่อนถามออกมา
"ศิษย์กำลังตรวจสอบขอรับท่านอาจารย์!"ชายทางด้านขวาเป็นคนเอ่ยตอบทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่
ชายชราหันไปมองชายทางซ้ายที่ไม่ยอมกล่าวอะไรออกมาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับมาทางชายทางขวาอีกครั้ง
"เจ้าทั้งคู่ต้องออกไปสืบดูด้วยตนเอง! เรื่องนี้จะผิดพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด!"
"เข้าใจมั้ย?"ชายชราสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
ชายหนุ่มทั้งสองสะดุ้งตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนเอ่ยรับปากออกมาอย่างแข็งขัน
"ศิษย์น้อมรับคำสั่ง!!"
"อีกเจ็ดวันถ้ายังไม่ได้คำตอบ พวกเจ้าจะถูกลงโทษสถานหนัก!"
"รีบไปกันแล้ว!"ชายชราตวาดไล่อีกครั้งพร้อมกับขู่ให้ศิษย์ทั้งสองรีบทำงานที่ตนเองสั่งให้เสร็จโดยเร็ว
ชายทั้งสองกุมมือก้มหัวคำนับชายชราก่อนจะรีบออกไปอย่างว่องไว โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองสักครั้งเลย
ผ่านไปอีกเก้าเดือนในห้องมิติ
"น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจข้ามไปถึงระดับก่อกำเนิดได้!"
เทียนฉินลุกขึ้นยืนชูแขนบิดตัวไปมา กลิ่นอายตอนนี้ของเขาแตกต่างไปจากตอนเข้ามาอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าเขาไม่อาจจะบรรลุระดับก่อกำเนิดได้ แต่พลังระดับผันแปรขั้นสูงสุดในตอนนี้ ก็ถูกขัดเกลาจนถึงจุดอิ่มตัวของขั้นนี้แล้ว ขาดเพียงแต่สิ่งเร่งเร้าที่จะมากระตุ้นให้ข้ามผ่านระดับนี้เท่านั้น
เทียนฉินมองไปรอบๆเพื่อจะหาดูว่าจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไร แต่ชั่วพริบตาก็ปรากฎเสียงแหบแห้งดังขึ้นมาอีกครั้ง
"เจ้าหนุ่ม! เจ้าเตรียมตัวที่จะช่วยข้าออกไปแล้วรึ?"
เทียนฉินได้ยินก็ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะส่งกระแสจิตกลับไปโต้ตอบอีกครั้ง
"ใช่แล้วอาวุโส! เพียงแต่ข้าคนเดียว ไม่อาจมั่นใจว่าจะทำสำเร็จได้หรือเปล่า!"
"แค่เผาทำลายศพมันจะไปยากเย็นอะไรกันนัก!"เสียงแหบแห้งกล่าวออกมาคล้ายไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
"ถ้าหากศพนั่นมันทำลายได้ง่ายอย่างที่อาวุโสบอก ทำไมป่านนี้มันถึงยังไม่ย่อยสลายหายไปกันเล่า!"เทียนฉินพยายามอธิบายให้ปีศาจตนนั้นเชื่อใจ
"มันก็ถูกของเจ้า! แต่กาลเวลามันผ่านไปเนิ่นนานแล้ว คนที่ข้ารู้จักคงได้ตกตายจากการกวาดล้างของพวกมันไปจนหมดสิ้น!"
"ข้าคงไม่อาจหาคนมาช่วยเจ้าในเรื่องนี้ได้!"เสียงแหบแห้งนั้นกล่าวออกมาอย่างหดหู่ใจ
"ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องหาทางด้วยตนเอง!"
เทียนฉินพึมพำออกมาอย่างผิดหวังเหมือนกัน แต่คำที่กล่าวออกไปนั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องปีศาจตนนี้เลย กลับเป็นเรื่องที่เขาอยากจะหลอกถามว่าปีศาจตนนี้จะรู้ที่อยู่ของพวกที่เหลือหรือไม่ต่างหาก
ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีขาวห่อหุ้มอยู่รอบตัวเทียนฉิน ก่อนจะนำพาเขาหายลับไปจากที่ตรงนี้
"เจ้าอย่าลืมที่เคยรับปากข้าไว้เล่า!"เสียงแหบแห้งตะโกนตามหลังมา
ชั่วพริบตาเทียนฉินก็กลับมายืนที่หน้าโลงศพสีทองนี้อีกครั้ง ไม่นานร่างเงาของชายครึ่งคนครึ่งสัตว์ก็ปรากฏตรงหน้าพลางยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง
"ไม่เสียแรงที่ข้าตั้งความหวังไว้กับตัวเจ้า ต่อจากนี้ไปข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถสังหารพวกปีศาจพวกนี้ให้หมดสิ้นไปได้!"
"ข้าขอสาบานต่อหน้าอาวุโส! ไม่ว่าข้าจะมีพลังถึงระดับไหนก็ตาม แต่หากพบเจอพวกนอกรีตพวกนั้น ข้าจะหาหนทางสังหารพวกมันให้จงได้!"
เทียนฉินยกมือขึ้นพร้อมกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณออกมาอย่างหนักแน่น เมื่อก่อนเขาเพียงคิดว่าพวกนอกรีตพวกนี้แค่เป็นพวกชั่วร้ายสังหารคนไม่เลือกเท่านั้น แต่เมื่อพอได้มารู้ความจริงมากขึ้น ยิ่งทำให้จิตสังหารที่มีอยู่แต่เดิมกลับพลุ่งพล่านเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีญาติพี่น้องอยู่บนโลกใบนี้ก็ตาม
"แต่ผู้อาวุโส! ข้อมีเรื่องสงสัยบางอย่างอยากจะถาม!"
ชายครึ่งคนครึ่งสัตว์ได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นมาพลางยืนรอฟังสิ่งที่เทียนฉินจะกล่าวออกมาอย่างใจเย็น
"ข้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีจำกัดพวกนี้ให้ตายลงได้อย่างไรกัน?"เทียนฉินบอกสิ่งที่เขาอยากรู้ออกมาอย่างกังวลใจ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากไม่จัดการพวกมันแล้วจนตาย สงครามก็จะไม่มีวันสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน
"ที่จริงมันก็มีวิธีอยู่! อย่างแรกเลยคือเจ้าต้องมีระดับพลังที่สูงกว่าพวกมัน ซึ่งตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นอยู่บ้าง!"
"เพราะก่อนที่ท่านจักรพรรดิฮงกวงจะได้ออกจากโลกนี้ไป ท่านได้วางค่ายกลผนึกโลกนี้ไว้ให้ผู้ที่มีพลังระดับหลุดพ้นเท่านั้น จึงจะสามารถอยู่บนโลกนี้ได้!"
"หากคนใดข้ามขั้นจากระดับหลุดพ้นไปแล้ว จะถูกกฎเกณฑ์ของค่ายกลนี้ขับไล่ออกไปทันที นี่จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะใช้วิธีนี้กำจัดปีศาจที่ถูกพวกข้าผนึกไว้!"ชายครึ่งคนครึ่งสัตว์ส่งเสียงบอกออกมา
"แล้วไม่มีวิธีอื่นอีกหรอ?"เทียนฉินพลันขมวดคิ้วเป็นปมหลังจากที่ได้รู้เรื่องกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้
"อีกวิธีอาจจะมีเพียงเจ้าเท่านั้นก็ได้ที่จะสามารถกำจัดพวกมันให้หมดสิ้น!"
"ตัวข้าหรือ?"ยิ่งได้ฟังเทียนฉินยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีก ในตัวข้าจะมีอะไรกันที่สามารถทำลายปีศาจที่แม้แต่คนระดับตรงหน้าเขายังไม่อาจทำได้กัน
"เรื่องนี้เจ้าต้องไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเจ้าเอง!"
"ข้าไม่อาจชี้นำให้เจ้าเดินไปตามเส้นทางของข้าได้!"ชายครึ่งคนครึ่งสัตว์ส่งเสียงบอกออกมาอย่างคลุมครือ
เทียนฉินนิ่งไปพลางครุ่นคิดไป แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จึงเปลี่ยนเรื่องไปคุยเกี่ยวกับการพบเจอที่แห่งนี้แทน เพราะอย่างที่เขากังวลว่าหากเขาออกไปจากสุสานนี้แล้ว บังเอิญว่าพวกนอกรีตพวกนั้นรู้ข้อมูลของที่นี่ พวกมันจะเข้ามาเพื่อปลดผนึกปีศาจตนนั้นเป็นแน่
แต่ทางชายครึ่งคนครึ่งสัตว์ก็ได้บอกให้เขาไม่ต้องกังวลไป เพราะหลังจากที่เทียนฉินได้ออกไปแล้ว ชายครึ่งคนครึ่งสัตว์จะทำการวางค่ายกลป้องกันไว้อีกหลายชั้น และจะปิดทางเข้านั้นอย่างสมบูรณ์
เทียนฉินจึงได้ขอตัวลากลับไป เพราะเขาเป็นกังวลว่าตาเฒ่าหม่าจะออกตามหาเขาจนคลาดกันไปเสียก่อน ซึ่งชายครึ่งคนครึ่งสัตว์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งเขาออกไปนอกหุบเขาทันที โดยไม่ต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมอีก
"หากข้าสามารถวางค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ที่นี่ได้คงจะดี!"เทียนฉินยืนมองลงไปที่หุบเขานั้นอีกครั้งพลางครุ่นคิดอยู่ในใจ เพราะถ้าเขาวางค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ที่นี่ได้ ในอนาคตหากเขาต้องการมาที่แคว้นชิงนี้อีกครั้ง ก็จะสามารถเดินทางมาโผล่ยังจุดตรงนี้ได้เลยทันที ไม่ต้องเดินทางข้ามภูเขามาอย่างที่เขาได้มาตอนแรก
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เทียนฉินได้กลับมาที่โรงเตี๊ยมแห่งเดิม ก็นึกแปลกใจที่เห็นว่าตาเฒ่าหม่ากำลังนั่งดื่มสุราคนเดียวเงียบๆ จึงเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"เอ๊ะนี่เจ้า..!"ตาเฒ่าหม่าที่รู้สึกได้ว่ามีคนมานั่งที่โต๊ะตนเองก็กำลังจะเอ่ยปากด่า แต่พอเห็นหน้าเทียนฉินก็หุบปากพลันยิ้มออกมาอย่างดีใจ
"ไม่ระวังตัวแบบนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมโดนจับไปได้!"เทียนฉินเอ่ยแซวออกมาอย่างไม่คิดอะไร
"ฮ่าๆ!ปากดีได้อย่างนี้ คงเป็นข้าเองที่พะวงจนเกินเหตุ!"ตาเฒ่าหม่าหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
"เสี่ยวเอ้อ! เอาเหล้ากับกับแกล้มมาเพิ่มอีกสองสองอย่าง!"เทียนฉินตะโกนสั่งทางโรงเตี๊ยมก่อนหันมายิ้มให้กับตาเฒ่าหม่า
"มา! วันนี้ข้าจะดื่มกินกับท่านให้สุดๆไปเลย!"
"ดี! แต่อย่าให้คนแก่อย่างข้าต้องแบกเจ้าเข้าห้องก็แล้วกัน! ฮ่าๆ!"ตาเฒ่าหม่ายื่นจอกสุราที่รินไว้ให้พร้อมกับยกจอกของตนขึ้นชนแล้วกระดกจนรวดเดียวหมด
ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานหลังจากผ่านความตึงเครียดของแต่ละคนมาได้ โดยที่เขาไม่
รู้เลยว่า ตอนนี้มีชายคนหนึ่งกำลังลุกเดินออกไปก่อนจะปล่อยนกพิราบให้บินขึ้นฟ้าเพื่อส่งข่าวไปทางนิกายเมฆอนันต์
จบตอนที่ 113