ความเงียบ...เข้าปกคลุมสมรภูมิบนกำแพงอีกครั้ง
มันไม่ใช่ความเงียบแห่งความสงบ แต่เป็นความเงียบที่เกิดจากความตกตะลึงอย่างสุดขีด!
อ่องเมี้ยะ แม่ทัพอสูรแห่งพม่า...ผู้ซึ่งเมื่อครู่ยังคงเป็นดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ...บัดนี้กลับทรุดกายคุกเข่าอยู่บนพื้น! ขาข้างหนึ่งของมันใช้การไม่ได้อีกต่อไป...เอ็นร้อยหวายถูกตัดขาด...โลหิตสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาอาบย้อมเกราะที่ขาจนเป็นสีดำสนิท
มันคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวโกรธ...แต่ก็เป็นเพียงเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่บาดเจ็บและถูกต้อนจนมุม
เบื้องหน้าของมัน...คือเด็กหนุ่มในชุดมอมแมมที่ยืนหอบหายใจอย่างหนัก...ชายโครงด้านซ้ายเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบจะยืนไม่ไหว...แต่ดวงตาของเขากลับส่องประกายแตกต่างไปจากเดิม
มันไม่ใช่แววตาของนักรบที่สิ้นหวัง...แต่เป็นแววตาของนักปราชญ์...ของจอมขมังเวท...ที่เพิ่งค้นพบกุญแจสู่ชัยชนะ
"เมื่อครู่...มึงทำอะไร!" อ่องเมี้ยะตวาดลั่น มันพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้น แต่ขาที่บาดเจ็บก็ทำให้มันต้องทรุดลงไปอีกครั้ง
คำอินทร์ไม่ตอบ...เขาเพียงแค่ยิ้มที่มุมปาก...เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและน่าขนลุก
เขาเข้าใจแล้ว...เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว...พลังของเขาไม่ใช่การทำลาย...แต่คือการ "ลวงหลอก"
"แก...ไอ้เด็กสยาม...ข้าจะฉีกร่างของแกเป็นชิ้นๆ!" อ่องเมี้ยะบ้าคลั่ง มันใช้แขนที่แข็งแรงดุจคีมเหล็กยันตัวเองไว้ แล้วเริ่มเหวี่ยงขวานรบไปรอบตัวจากท่านั่ง!
มันกลายเป็นป้อมปืนที่อยู่นิ่งกับที่...แต่รัศมีการทำลายล้างยังคงน่ากลัวไม่เปลี่ยน!
แต่คำอินทร์ไม่ได้คิดจะเข้าไปปะทะด้วยอีกต่อไปแล้ว
เขาเริ่มเคลื่อนไหว...แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่...แต่คือการวิ่งวนไปรอบๆ ตัวของอ่องเมี้ยะ...รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเอาไว้
"คิดจะหนีรึ! ไอ้ขี้ขลาด!" อ่องเมี้ยะตะโกนเย้ยหยัน
คำอินทร์ยังคงยิ้ม...แล้วเขาก็เริ่มร่ายมนตราแห่งอสุรา...
เขาโคจรพลังจากแก่นอาคม...หลอมรวมมันเข้ากับจิตและจินตนาการ...แล้วปลดปล่อยมันออกมา!
วูบ!
ร่างของคำอินทร์ที่กำลังวิ่งอยู่...พลันปรากฏร่างที่สองแยกตัวออกมาจากร่างเดิม! ร่างใหม่นั้นเหมือนกับตัวจริงทุกประการ...ทั้งเสื้อผ้า...หน้าตา...และดาบในมือ!
"อะไรกัน!" ไม่ใช่แค่อ่องเมี้ยะ...แต่ทหารทุกคนทั้งฝ่ายสยามและพม่าต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
ร่างทั้งสองของคำอินทร์...บัดนี้ได้วิ่งแยกกันไปคนละทิศทาง...เข้าโจมตีอ่องเมี้ยะจากทั้งด้านหน้าและด้านข้าง!
"หลอกเด็ก!" อ่องเมี้ยะคำราม มันเลือกที่จะฟันขวานเข้าใส่ร่างที่อยู่ด้านข้าง...เพราะคิดว่านั่นคือตัวจริงที่พยายามจะลอบโจมตี!
ฟุ่บ!
คมขวานฟันผ่านร่างนั้นไปอย่างง่ายดาย...ร่างมายานั้นสลายหายไปในอากาศราวกับกลุ่มควัน!
"พลาดแล้ว" เสียงของคำอินทร์ตัวจริงดังขึ้นจากด้านหน้า!
ฉึก!
ดาบของเขาพุ่งเข้าเสียบที่หัวไหล่ข้างที่ไม่ได้ถือขวานของอ่องเมี้ยะ! แม้จะไม่ลึกเพราะติดเกราะ...แต่ก็มากพอที่จะสร้างความเจ็บปวดและทำให้การเคลื่อนไหวของมันติดขัด!
"อ๊ากกก! บัดซบ!"
อ่องเมี้ยะเจ็บปวดจนคลั่ง! มันหันกลับมาจะฟันคำอินทร์ตัวจริง...แต่คำอินทร์ก็ใช้วิชาเดิมอีกครั้ง!
วูบ! วูบ! วูบ!
คราวนี้...ร่างของคำอินทร์ไม่ได้แยกออกมาเพียงแค่สอง...แต่กลับปรากฏขึ้นถึงสี่ร่าง!
ร่างมายาทั้งสี่...ยืนล้อมอ่องเมี้ยะไว้ทุกทิศทาง...ทุกร่างตั้งท่าดาบเตรียมพร้อมจะเข้าโจมตี...แววตาเย็นชา...และมุมปากที่ยกยิ้มเหมือนกันทุกประการ!
สมรภูมิบนกำแพงเมือง...ได้กลายเป็นเวทีละครโรงใหญ่ของคำอินทร์แต่เพียงผู้เดียว!
"นี่มัน...วิชาปิศาจอะไรกัน!" อ่องเมี้ยะสบถอย่างหัวเสีย มันกวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างสับสน...พยายามจะค้นหาว่าร่างไหนคือตัวจริง...แต่ทุกร่างกลับดูเหมือนกันจนแยกไม่ออก!
"หาข้าให้เจอสิ...ถ้าเจ้าทำได้" เสียงของคำอินทร์ดังขึ้น...แต่คราวนี้มันกลับดังก้องมาจากทุกทิศทาง...ราวกับว่าทั้งสี่ร่างกำลังพูดพร้อมกัน!
นี่คือวิถีแห่งอสุรา...การโจมตีที่แท้จริง...ไม่ใช่การโจมตีร่างกาย...แต่คือการบดขยี้จิตใจของศัตรูให้แหลกสลาย!
อ่องเมี้ยะเสียสติไปแล้วโดยสมบูรณ์! มันคำรามลั่นแล้วเริ่มเหวี่ยงขวานเข้าใส่ร่างมายารอบตัวอย่างบ้าคลั่ง!
ฟุ่บ! ร่างหนึ่งสลายไป…
ฟุ่บ! อีกร่างหนึ่งหายไป...
แต่ทุกครั้งที่มันโจมตีพลาด...ดาบของคำอินทร์ตัวจริง...ก็จะพุ่งออกมาจากมุมที่มันคาดไม่ถึง...สร้างบาดแผลใหม่ๆ ขึ้นบนร่างกายของมัน...
ฉึก! แผลที่แขน…
ฉัวะ! แผลที่แผ่นหลัง…
ฉึก! แผลที่โคนขาอีกข้าง...
มันไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์...แต่เมื่อรวมกันหลายสิบแผล...มันก็ทำให้อสูรร้ายที่เคยยิ่งใหญ่...ต้องเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก...ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทา...ลมหายใจเริ่มติดขัด...เรี่ยวแรงที่เคยมีดั่งช้างสาร...บัดนี้กลับอ่อนล้าลงเรื่อยๆ
"พอได้แล้ว! หยุดเล่นบ้าๆ นี่เสียที! ออกมาสู้กับข้าซึ่งๆ หน้า...ไอ้ขี้ขลาด!" อ่องเมี้ยะตะโกนท้าทาย...นั่นคือความหวังสุดท้ายของมัน...
และคำอินทร์...ก็จะมอบความหวังนั้นให้...เพื่อที่จะทำลายมันลงในวินาทีสุดท้าย
ร่างมายาทั้งหมดหายไป...เหลือเพียงคำอินทร์ตัวจริงที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามัน...ห่างออกไปเพียงสิบก้าว...เขายืนนิ่ง...ท้าทายให้มันเข้ามา
อ่องเมี้ยะเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความดีใจ! "ในที่สุดแกก็เลิกหนีแล้ว!"
มันรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่เหลืออยู่...ใช้ขวานยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนด้วยขาข้างเดียว...แล้วคำรามลั่นเป็นครั้งสุดท้าย!
"ตายซะเถอะะะะะะะะะะะ!"
มันกระโจนเข้าใส่ร่างของคำอินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า...ทุ่มเทพลังชีวิตทั้งหมดไปกับการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้!
เจ้าพระยาเพชรพิไชยถึงกับเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ! "ระวัง!"
แต่คำอินทร์กลับยังคงยืนนิ่ง...มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นสูงกว่าเดิม...
เพราะร่างที่อ่องเมี้ยะพุ่งเข้าใส่นั้น...คือภาพมายาที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เขาสร้างขึ้น!
ส่วนร่างที่แท้จริงของเขา...ได้ใช้วิชาย่างสามขุม...เคลื่อนที่ไปอยู่ด้านหลังของอ่องเมี้ยะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ!
"จบสิ้นกันที" เขากระซิบเสียงแผ่วเบา
ในขณะที่อ่องเมี้ยะกำลังจะฟันขวานเข้าใส่ร่างมายา...ดาบของคำอินทร์ก็ได้พุ่งออกไปจากทางด้านหลัง...
เขาไม่ได้เล็งที่หัวใจ...ไม่ได้เล็งที่ลำคอ...
แต่เขาเล็งไปที่จุดตายที่แม่นยำที่สุด...ท้ายทอย...บริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างกะโหลกศีรษะและกระดูกสันหลัง
ฉึก!
ปลายดาบพุ่งทะลุเกราะหนัง...เสียบเข้าไปในจุดตายนั้นอย่างพอดิบพอดี...ตัดผ่านเส้นประสาทสำคัญที่ควบคุมร่างกายทั้งหมด!
เสียงคำรามของอ่องเมี้ยะขาดหายไปในทันที
แววตาที่เคยดุร้าย...แปรเปลี่ยนเป็นความสับสน...แล้วก็ดับวูบลง
ร่างที่ใหญ่โตมโหฬารของมันแข็งทื่อไปชั่วขณะ...ก่อนจะล้มฟุบไปข้างหน้า...กระแทกลงบนพื้นกำแพงเสียงดังสนั่น!
...อสูรร้ายแห่งพม่า...ได้ตายลงแล้ว...
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งกำแพงอีกครั้ง...ทุกคน...ทั้งสยามและพม่า...ต่างจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา
เด็กหนุ่มปริศนา...ได้สังหารแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมันลงได้!
คำอินทร์ยืนหอบหายใจอย่างหนักอยู่เหนือร่างของศัตรู...เขาดึงดาบของตนเองออกมา...เลือดอุ่นๆ ของอ่องเมี้ยะไหลอาบไปทั่วทั้งใบดาบ...
และในวินาทีที่ชัยชนะมาถึงนั้นเอง...
สติที่เคยขึงตึงอยู่ตลอดการต่อสู้...ก็ได้ขาดสะบั้นลง...
พลังงานทั้งหมดที่เขาเค้นออกมาใช้...ได้หมดสิ้นลงแล้ว
ความเจ็บปวดจากซี่โครงที่ร้าวและบาดแผลทั่วร่างกาย...ถาโถมกลับเข้ามาอย่างรุนแรงจนเกินจะรับไหว
ภาพเบื้องหน้าของเขาเริ่มหมุนคว้าง...แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง
ร่างของคำอินทร์...โอนเอน...แล้วล้มลงไปนอนหมดสติอยู่บนพื้นกำแพงที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด...ข้างๆ ร่างของอสูรร้ายที่เขาเพิ่งจะพิชิตลงได้นั่นเอง