ตอนที่ 32
“เช่นนั้น ข้าขอให้นายน้อยนิลกาฬเดินทางปลอดภัย” ไป๋หนิงพูดด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากนิลกาฬได้ไปท้าทายองค์ชายบันโช
“แม่นางไป๋หนิงไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าสามารถดูแลตัวเองได้ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” นิลกาฬก็เดินออกมาจากร้านทันที
“หลินวันนี้เจ้าเดินกลับหอพักไปก่อนเลย เดียวข้าจะขอไปเดินเล่นสักเล็กน้อย พอดีว่าข้าเจอหนูหน้ารำคาญ ว่าจะไปจัดการเสียหน่อย” นิลกาฬพยักหน้าส่งสัญญาณบอกให้หลินรีบกลับไปที่หอพักให้ไวที่สุด
“อืม” หลินไม่รอช้า นางรีบเดินกลับหอพักทันที
“เอาละพวกมันคงยังไม่รู้สินะว่าข้าเจอพวกมันแล้ว” นิลกาฬค่อยๆเดินออกไปนอกเมือง
นิลกาฬเดินมาแถวๆป่าไม้สน ที่นี้มีต้นสนขนาดใหญ่และสูงหน่าแน่นเต็มไปหมด เขารู้แล้วว่ามีคนค่อยจับตาดูเขา ประมาณ 25 คน หนึ่งในนั้นมีคนที่มีพลังมากที่สุดคือผู้เป็นเลิศขั้นต้น ที่เหลือทั้งหมดเป็นผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย
“การเคลื่อนไหวแบบนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน พวกมือสังหารที่จะมาฆ่ายูกิ ข้าคิดไว้แล้วว่ายูกิจะต้องไม่ใช่คุณหนูธรรมดาที่แท้นางก็เป็นองค์หญิง”
เมื่อนิลกาฬเดินเข้ามาในป่าได้สักพัก
“แกหยุดอยู่ตรงนั้น และส่งผลึกวิญญาณระดับราชันย์ราชินีภูติหิมะแห่งความหนาวเหน็บมาแล้วเราจะไว้ชีวิตของแก” เสียงฮันโซดังออกมาจากป่าสนแต่ไม่เห็นตัวของเขา
นิลกาฬรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาตามมา นอกจากกลุ่มของฮันโซที่ตามเขามา ยังมีคนอีก 2 กลุ่มที่ตามด้วย เขาสงสัยว่าคนพวกนี้จะมาดีหรือมาร้าย อีกแรกมีอยู่ประมาณ 10 คน มีระดับผู้เป็นเลิศขั้นต้น 4 อยู่คน และคนที่เหลือระดับผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย ส่วนอีกกลุ่มมีเพียงแค่คนเดียวแต่ระดับพลังของเขาอยู่ระดับผู้เป็นเลิศขั้นท้าย
“เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือยังไงกันห่ะ..”
นิลกาฬใช้ก้าวเงาไปหาฮันโซทันที เขาไปโผล่ที่ด้านหลังของฮันโซ และต่อยไปที่กลางหลัง แต่ฮันโซหลบได้ทัน
“เจ้ารู้ว่าพวกเราตามมา ทุกคนฆ่ามันซะ”
“ข้าเองก็ไม่ได้ฆ่าใครมานานแล้ว ดูเหมือนว่าบนหัวของพวกเจ้ามีดาวมฤตยูลอยอยู่กับแทบทุกคนเลยนะ ในเมื่อพวกเจ้ามาให้ข้าจัดการงั้นข้าขอทดสอบอะไรหน่อยก็แล้วกัน”
พวกของฮันโซงงงวยกับคำพูดของนิลกาฬ พวกเขาไม่สนในและพุ่งเข้าหานิลกาฬทันที
นิลกาฬเรียก P18C type 38 สีดำ ฉบับดัดแปลง 2 กระบอก ช่วงที่อยู่ในดันเจี้ยนนิลกาฬได้ทดลองแล้วว่าปืนในโลกเก่าของเขาสามารถใช้สสารมืดสร้างเป็นลูกกระสูนปืน ปรากฏว่าสสารมืดสามารถเปลี่ยนเป็นลูกกระสูนได้ แถมพลังของลูกกระสูนสสารมืด ยังมีความรุนแรงมากกว่าลูกกระสูนอักขระ ซะอีก โดยลูกกระสูนสสารมืดนี้สามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับกษัตริย์ด้วยลูกกระสูนเพียงนัดเดียว เขาคิดว่าแค่นี้คงเพียงพอที่จะจัดการพวกของฮันโซ
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
หนึ่งนัดหนึ่งศพ ลูกกระสูนทุกลูกที่ยิงออก เข้าที่หัวพวกลูกน้องของฮันโซและตายลงทันที เมื่อเห็นนิลกาฬสามารถฆ่าพวกพ้องของพวกเขาอย่างง่ายดาย ทำให้พวกฮันโซตกใจกลัวเป็นอย่างมาก พวกลูกน้องของซันโซเมื่อเห็นว่าไม่สามารถสู้นิลกาฬก็รีบหนีกันทันที ฮันโซเขาไม่คิดว่าศัตรูในครั้งนี้ของเขาจะมีอาวุธที่ร้ายกาจขนาดนี้
“ใครหนี บทลงโทษของพวกเจ้ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกเจ้าอยู่ จงสู้อย่างมีศักดิ์ศรี พวกเรากลุ่มนักฆ่าเมื่อรับภารกิจมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ” ฮันโซตะโกนขู่พวกของเขา ทำให้พวกของฮันโซที่หนีไปหยุดชะงักทันที
ปัง ปัง ปัง ปัง
ลูกน้องของฮันโซค่อยๆตายไปทีละคน ทีละคน ส่วนฮันโซเองก็ปาดาวกระจายใส่นิลกาฬอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
“โทษทีนะ แต่ข้าถูกสอนมาว่าอย่าหันหลังให้ศัตรู” นิลกาฬใช้ก้าวเงาในการหลบการโจมตีของพวกฮันโซ และยิงส่วนกลับไปทุกครั้งเมื่อมีโอกาศ
ปัง ปัง ปัง ปัง
ตอนนี้ฮันโซเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกน้องของเขาตอนนี้เหลือเพียง 11 คนเท่านั้น แถมพวกเขาเองยังไม่สามารถโจมตีโดนนิลกาฬเลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกที่เหลือเองก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะต่อสู้กับนิลกาฬอีกต่อไปแล้ว ฮันโซเห็นท่าไม่ดี เขาแปลงร่างเป็นมนุษย์เสือชีตาห์ความเร็วของเขารวดเร็วเป็นอย่างมาก แต่สำหรับนิลกาฬความเร็วระดับนี้ยังช้าเกินไปสำหรับเขา ฮันโซถือดาบสั้นคู่ เขามาฟันนิลกาฬจากด้านหลังแต่นิลกาฬสามารถหลบได้ทุกการโจมตี
ฮันโซปาระเบิดแสงใสหน้านิลกาฬ นิลกาฬใช้มืดป้องกันดวงตาเอาไว้ ฮันโซคิดว่านิลกาฬไม่สามารถมองเห็นพวกเขาได้ พวกเขาทั้งหมดได้รุมโจมตีนิลกาฬพร้อมกันแต่กระนั้น
ปัง ปัง ปัง ปัง
เมื่อได้ยิงเสียงปืนของนิลกาฬพวกเขากระโดดหลบ พวกเขาคิดว่านิลกาฬยิงมาแบบมั่วๆ แต่เมื่อพวกเขาสังเกตุดูดีพวกของเขาพบว่าพวกเขา 4 คนลงไปนอนกองกับพื้น ทำให้พวกฮันโซรู้ว่านิลกาฬไม่ได้ยิงมาแบบมั่วๆ
“ยกเลิกภารกิจ ยกเลิกภารกิจ ทุกคนถอยออกจากที่นี้ทันที” ฮันโซสั่งพวกของเขาให้ถอยทันที
ปัง ปัง
“คิดจะมาขโมยของของข้าแล้วจะหนีกลับไปได้ง่ายๆอย่างงั้นหรือ พวกเจ้าผิดเองที่บังอาจมาขโมยของจากข้า”
ปัง ปัง ปัง ปัง
“ข้าจะให้เจ้ารอดกลับไปเพื่อไปรายงานแก่เจ้านายของเจ้า ถ้ายังกล้ามายุ่งวุ่นวายกับข้าอีก ต่อให้เป็นองค์ชายลำดับ 2 ของทวีปแห่งนี้ข้าก็ไม่กลัว” นิลกาฬพูดพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารที่มีความรุนแรงมหาศาลแผ่เป็นวงกว้างออกมาขู่ฮันโซ ซึ่งจริงๆแล้วเขาต้องการให้พวกคนที่ตามเขามาอีก 2 กลุ่มได้รับรู้ถึงพลังของเขาด้วย
ฮันโซและพวกอีกคนหนีออกจากที่แห่งนี้ทันที ด้วยความเร็วสูงสุดของพวกเขา โดยไม่หันหลังกลับมามองนิลกาฬเลย
ปัง
พวกของฮันโซที่เหลืออีกคนตายลงทันที ฮันโซตกใจเป็นอย่างมาก ระยะห่างจากพวกเขากับนิลกาฬน่าจะประมาณ 1 กม. ทั้งยังมีต้นสนขึ้นหนาถึบบดบังจากสายตาของนิลกาฬ พวกเขาเองก็ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามกิ่งไม้ของต้นสนซึ่งเป็นทิศทางที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว แต่นิลกาฬกลับสามารถโจมตีพวกเขาได้อย่างแม่นยำ ตอนนี้ฮันโซได้รู้ถึงความน่ากลัวของนิลกาฬแล้ว
“ข้าบอกแล้วว่าจะให้เจ้ารอด” เสียงของนิลกาฬตะโกนมาจากภายในป่า
พวกคนอีก 2 กลุ่มที่ตามนิลกาฬมาหน้าซีดทันที
“พวกเรารีบกลับโดยทันที และไปรายงานคุณหนูว่าไม่ต้องเป็นห่วงนายน้อยนิลกาฬ นายน้อยปลอดภัยดี และไปบอกนายท่านใหญ่ด้วยว่าบุคคลคนนี้น่ากลัวเกินกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก อย่าได้ทำอะไรที่เป็นการขัดใจเขาจะดีที่สุด” พวกเขาทั้ง 10 คนรีบกลับเข้าเมืองทันที
ส่วนอีกคนที่เหลือ
“สัตว์ประหลาดชัดๆ ข้าจะต้องรีบแจ้งนายท่านให้รู้เสียแล้วว่าเขาน่ากลัวขนาดไหน” ชายชุดคลุมดำเองก็รีบกลับเข้าเมืองเช่นกัน
นิลกาฬที่ยืนอยู่ภายในป่าสามารถเห็นทุกการกระทำของทุกกลุ่ม มีเพียงกลุ่มของฮันโซเท่านั้นที่คิดจะทำร้ายเขา ในเมื่อกลุ่มอื่นๆไม่คิดจะทำร้ายเขา เขาก็จะไม่ร้ายพวกเขาเช่นกัน
ก่อนที่นิลกาฬจะกลับเข้าเมืองนิลกาฬได้เก็บแหวนมิติจากศพที่เขาฆ่าทั้งหมด และยังขุดหลุมฝังศพให้พวกเขาอีกด้วย
“ข้าขอให้พวกเจ้าไปสู่สุคติ ภพภูมิที่ดี กรรมในครั้งนี้ข้าจะขอแบกรับเอาไว้เอง สาธุ” หลังจากที่นิลกาฬฝังศพพวกเขาทั้งหมดก็กลับเข้าเมืองทันที
เมื่อนิลกาฬกำลังเดินเข้าเมืองนั้น หลิน ยูกิ เสวียนซิน และไป๋หนิง ยืนรอเขาอยู่ด้านหน้าประตูเมือง
“พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี้ ข้างนอกมันอันตรายทำไมพวกเจ้าไม่อยู่แต่ภายในโรงเรียนกัน” นิลกาฬพูดด้วยความเป็นห่วง
“ข้าต้องขอโทษนายน้อยนิลกาฬด้วยที่บอกเรื่องที่ว่าท่านโดนพวกนักฆ่าตามล่าแก่พวกนาง” ไป๋หนิงพูดความรู้สึกผิด
“ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อยอย่าได้กังวล แม่นางไป๋หนิงนี้คือของตอบแทนของข้าที่ท่านส่งคนมาช่วยข้า” นิลกาฬส่งแหวนมิติของพวกฮันโซให้แก่ไป๋หนิง
“แต่ว่า..”
“เจ้ารับไปเถอะข้าไม่ได้มีความต้องการของพวกนี้ ถ้าเจ้าไม่อยากรับของจากข้า งั้นข้าขายพวกมันทั้งหมดให้กับเจ้า เท่านี้เจ้าพอใจหรือยัง”
ไป๋หนิงพยักและรับแหวนมิติเพื่อกลับไปประเมินราคาของสินค้า
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“เอาละพวกเรากลับกันเถอะ ข้าอยากนอนพักผ่อนเต็มที่แล้ว”
““อืม””
พวกเขาทั้งหมดเดินทางกลับหอพักพะยูงทันที
“จ..เจ้าว่ายังไงนะฮันโซ คนของข้าตายทั้งหมดยกเว้นเจ้า เจ้ายังบอกอีกว่าไอ้หมอนั้นมันมีอาวุธที่สามารถโจมระยะไกลได้ มีพลังทำร้ายล้างสูงมากอีก แถมมันรู้แล้วว่าข้าเป็นส่งพวกเจ้าไป ดูเหมือนว่าข้าจะไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งด้วยซะแล้ว ข้าต้องไปบอกเสด็จพี่ให้จัดการเรื่องนี้เสียแล้ว ฮันโซเจ้าเอาเรื่องไปแจ้งแก่เสด็จพี่ บอกเสด็จพี่ไปว่ามีคนต้องการสังหารข้า ไม่รู้ทั้งชื่อและที่อยู่ของมันแต่ตอนนี้มันอยู่ที่เมืองไม้คราม”
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เจ้าจะต้องรายงานเรื่องทั้งหมดตามที่ข้าบอกเจ้าไปนี้คือคำสั่ง”
“ข..ขอรับองค์ชายสอง” องค์ชายสองบันโช ก็เดินออกจากห้องไปทันที
ในตอนนี้ตัวของฮันโซยังสั่นกลัวไม่หายเลยเมื่อนึกถึงนิลกาฬ เขานึกถึงจิตสังหารที่รุนแรงและความกระหายเลือดที่ยิลกาฬปลดปล่อยออกมา ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้สักพักหนึ่ง ตั้งแต่เขาเกิดมาเขาไม่เคยกลัวใครมากขนาดนี้มาก่อน
“เรียนท่านประมุข ตอนนี้คนที่พวกเราส่งไปคุ้มกันแขกผู้ทรงเกียรติได้กลับมากันแล้ว” หนึ่งในลูกน้องรายงาน
“แล้วแขกผู้ทรงเกียรติเป็นยังไงกันบ้าง ปลอดภัยดีไหม” ท่านประมุขพูด
“ปลอดภัยดีขอรับ”
“พวกเจ้าทำงานได้ดีมาก พวกเจ้าเตรียมรอรับรางวัลได้เลย”
“เออ~ คือว่าท่านประมุข พวกเราที่ไปกันนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย แขกผู้ทรงเกียรติท่านคนนั้นสามารถจัดการระดับวิวัฒนาการขั้นท้าย 24 คน อีกคนระดับผู้เป็นเลิศขั้นต้น เขาได้ปล่อยให้หนีไปได้ พลังของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงระดับของเขาจะเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการ แต่เขากลับสามารถชนะผู้เป็นเลิศได้อย่างสบายๆ เท่าที่ข้าสังเกตุต่อให้พวกข้าทั้ง 10 คน ใช้พลังเต็มที่ต่อสู้กะบแขกผู้ทรงเกียรติก็ไม่สามารถทำได้แม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ขอรับท่านประมุข”
“จ..เจ้าดูไม่ผิดใช่ไหม”
“ขอรับ ไม่ผิดอย่างแน่นอน ทางที่ดีพวกเราไม่ควรเป็นศัตรูกับเขา ขอรับ”
ท่านปตะมุขเหงื่อตกทันที ไม่เรียกไป๋หนิงมาหาข้า ข้ามีเรื่องจะคุยกับนาง
“ขอรับ”
“เงาทมิฬ” ชุดคลุมดำเรียก
“ขอรับนายท่าน”
“รีบแจ้งนายท่านโดยทันที ว่าชายที่ชื่อ นิลกาฬนั้นอันตรายเกินไป พลังของเขาอาจจะเหนือกว่านายท่านได้ และดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้วด้วยว่าข้ากำลังตามเขา บอกนายท่านว่าข้าจะค่อยสังเกตุดูเขาต่อไป ถ้านายท่านรับสั่งอะไรมาให้เจ้ารีบมาแจ้งข้าโดยทันที”
“ขอรับนายท่าน” เงาดำก็ค่อยๆจางหายไปจากความมืด ส่วนชุดคลุมดำเขาได้ถอดชุดคลุมของเขาออก ปรากฏเป็นชายหนุ่มรูปงามอายุประมาณ 15 - 16 ปี ไว้ผมยาวสีดำ สวมชุดสูทสีดำที่ดูแปลกตาสำหรับคนเมืองนี้ เดินเข้าไปประปนกเบฝูงชนทันที