สรรพธาตุสังหารเทพ

    ตอนที่ 52 เพลงกระบี่พู่กันสวรรค์

            ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!


            ณ จุดศูนย์กลางแห่งแดนเทพตอนนี้มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังฝึกฝนฟาดฟันกระบี่ไปมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย..


            "..ท่านปู่..ข้าเบื่อมากๆแล้ว.." ลู่เหมยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก..


            "เฮ้อ..หลานข้า..เจ้าพึ่งฝึกได้แค่ 2 ชั่วยามเองมิใช่หรือ..?" หานหลงยี่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น..


            "นี่มันน่าเบื่อมากจริงๆ...ข้าตื่นมาก็ต้องมาฝึกฝนกระบี่ซํ้าๆเดิมๆทุกวัน.." ลุ่เหมยกล่าวออกมาก่อนจะปล่อยมือจากกระบี่ไม้ของสวี่หยุนและนั่งลงบนพื้นราวกับเด็กสาวตัวเล็กๆที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว..


            "..ไม่ใช่ว่าเจ้าฝึกกระบี่กับปู่แค่ 2 ชั่วยามก่อนจะใช้เวลาที่เหลือไปวาดรูปหรือ?" หานหลงยี่กล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มขณะมองมาที่ลู่เหมยด้วยแววตาห่วงใย...


            "งืม..แค่ 2 ชั่วยามมันก็น่าเบื่อมากๆแล้ว..เมื่อไหร่จะครบหนึ่งปีหรือท่านปู่..?" ลู่เหมยบ่นเสียงเบาออกมาก่อนจะกล่าวถามขึ้นมาด้วยความคาดหวังเล็กๆ..


            "ฮุฮุ..ไม่ใช่ว่าเจ้าถามเรื่องนี้กับปู่ทุกวันตั้งแต่เจ้าหนุ่มน้อยนั่นจากไปรึ? เช่นนั้นข้าก็จะตอบเช่นเดิม..นี่มันยังผ่านไปไม่ถึง 1 เดือนเลยนะหลานข้า" หานหลงยี่หัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวตอบลู่เหมยอย่างตรงไปตรงมา..


            "..เมื่อไหร่จะครบหนึ่งปีกัน..นี่มันก็นานมากแล้วนะ.." ลู่เหมยกล่าวบ่นออกมาด้วยนํ้าเสียงเบาบางราวกับกำลังจะมีนํ้าตาตกลงมายังใบหน้าของเด็กสาวแล้ว..


            "..เอาล่ะ..ไหนๆเจ้าก็มาถึงก่อเมล็ดลมปราณขั้นที่ 1 แล้ว..ข้าจะสอนเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์ให้เจ้าเป็นอย่างไร?" หานหลงยี่เดินมาลูบหัวลู่เหมยอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม..


            "..กระบี่อีกแล้วหรือ..ข้าเบื่อมากๆแล้วจริง..หืม? ท่านปู่กล่าวว่าพู่กันหรือ..?" ลู่เหมยกล่าวบ่นหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่อารมณ์ของเด็กสาวจะเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อทบทวนคำพูดของหานหลงยี่อีกครั้ง..


            "ฮุฮุฮุ..เจ้าชื่นชอบในการวาดรูปเสียจริง..หากเจ้าชื่นชอบการฝึกฝนกระบี่เหมือนการวาดรูปเจ้าอาจจะเป็นอัจฉริยะไปแล้วก็เป็นได้..เพลงกระบี่พู่กันสวรรค์คือหนึ่งในสองวรยุทธตัดระดับที่ข้ามีอยู่เช่นเดียวกับดรรชนีไร้เงา..เพลงกระบี่พู่กันสวรรค์ถึงแม้จะเป็นวรยุทธตัดระดับที่หายากอย่างยิ่งแต่ก็แทบจะไม่มีใครอยากจะฝึกฝนมันแม้แต่น้อย.." หานหลงยี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างยิ่ง..


            "หืม? ทำไมไม่มีใครอยากจะฝึกฝนมันเลยล่ะ? นั่นมันวรยุทธตัดระดับเชียวนะ!" ลู่เหมยกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..


            "..วรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์นี้เป็นวรยุทธที่จะใช้กระบี่แทนพู่กันในการวาดรูปต่างๆในอากาศ..ถึงแม้จะกล่าวว่ามันคือการวาดรูปแต่จริงๆแล้วมันก็คือการควบแน่นลมปราณให้มีรูปลักษณ์ต่างๆตามที่วรยุทธได้อธิบายไว้..ผู้ฝึกฝนวรยุทธกระบี่นี้จำเป็นที่ต้องเข้าถึงรูปภาพอย่างแท้จริงไม่เช่นนั้นก็จะฝึกวรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์ไปได้แค่ขั้น 2 จากทั้งหมด 36 ขั้นเท่านั้น.." หานหลงยี่กล่าวอธิบายอย่างช้าๆออกมาให้ลู่เหมยฟัง..


            "ว้าว!! วาดรูปด้วยกระบี่! น่าสนใจยิ่งนัก! แต่มันมีถึง 36 ขั้นเลยหรือ? ข้าไม่ต้องฝึกจนแก่เฒ่าใช่หรือไม่ถึงจะบรรลุมันได้ทั้งหมด?" ลู่เหมยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำอธิบายของหานหลงยี่..


            "ฮุฮุฮุ..นั่นมันก็แล้วแต่ความสามารถในการวาดรูปของเจ้า..ถึงแม้ข้าจะพูดว่า 36 ขั้นแต่จริงๆแล้วมันก็คือรูปภาพ 36 ภาพนั่นเอง..ทุกรูปต่างก็มีเอกลักษณ์ของมันเอง..แม้แต่ผู้ที่มุ่งเน้นการวาดรูปมาทั้งชีวิตอาจจะฝึกวรยุทธนี้ได้แค่ 10-20 ภาพเท่านั้น..หากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้นก็เช่น..ก้อนหิน..ก้อนหินคืออะไร? หากเป็นคนปกติก็อาจจะเห็นก้อนหินธรรมดาเป็นแค่หินก้อนหนึ่ง..แต่สำหรับผู้ฝึกภาพก้อนหินจากวรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์นี้อาจจะเห็นเป็นสิ่งอื่น..เจ้าอาจจะมองเห็นก้อนหินก้อนนั้นคือธาตุดินที่เข้มข้น..เจ้าอาจจะมองเห็นก้อนหินก้อนนั้นเบาบางเหมือนปุยเมฆ..เจ้าอาจจะมองก้อนหินก้อนนั้นเป็นกระบี่ที่แหลมคมและใช้มันในการฟาดฟันศัตรูของเจ้าได้.." หานหลงยี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะโบกมือหนึ่งครั้งทำให้ก้อนหินก้อนเล็กๆบนพื้นรอยมาอยู่เบื้องหน้าของลู่เหมย..


            "..ท่านปู่จะบอกข้าว่ารูปภาพในเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์คือมุมมองของแต่ล่ะคนหรือ..? นี่มันน่าสนใจยิ่งนัก!! ถึงจะฝึกวรยุทธเดียวกันแต่กลับให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน..ผู้ฝึกก็จะมีเอกลักษณ์ในการใช้รูปภาพจากเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์เป็นของตนเอง! ท่านปู่..ข้าอยากเรียนรู้วรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์แสนสนุกนี้!!" ลู่เหมยทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีตื่นเต้นในทันที..เปลี่ยนกระบี่ธรรมดาให้กลายเป็นพู่กันสร้างสรรค์งานภาพต่างๆ..นี่มันคือวรุยทธกระบี่ที่สร้างมาเพื่อลู่เหมยที่ชื่นชอบการวาดรูปอย่างแน่นอน!


            "..หืม? เดี๋ยวก่อนนะ..ทำไมท่านปู่ต้องรอตั้งนานกว่าจะให้ข้าฝึกวรยุทธน่าสนุกแบบนี้ล่ะ! ที่สวี่หยุนยังได้ฝึกวรยุทธตัดระดับเช่นเดียวกันตั้งแต่ขั้น 1 ของรวบรวมลมปราณเลยนี่!!" ลู่เหมยเหมือนจะครุ่นคิดบางเรื่องได้ก่อนจะบุ้ยปากกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจในทันที..


            "ฮุฮุ..หลานจะมาว่าท่านปู่ก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว..ที่ข้ามอบวรยุทธตัดระดับให้เจ้าหนุ่มน้อยนั่นตั้งแต่แรกเพราะมีเวลาไม่เพียงพอจริงๆ..แต่ใครจะไปคาดคิดว่าวรยุทธตัดระดับที่ยากเย็นในการฝึกฝนยิ่งนักจะถูกฝึกฝนสำเร็จในวันเดียวด้วยเด็กหนุ่มตัวน้อยที่อยู่เพียงขั้น 1 ของรวบรวมลมปราณเพียงเท่านั้น.." หานหลงยี่มีสีหน้าที่ยังคงแสดงความตกตะลึงเล็กน้อยขณะกล่าวออกมา..


            "บู่ว..ท่านปู่ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย.." ลู่เหมยบุ้ยปากอย่างน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ..


            "ฮุฮุฮุ..เอาล่ะเจ้าอยู่ขั้น 1 ของก่อเมล็ดลมปราณแล้ว..ถึงแม้จะเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ที่จะถ่ายทอดวรยุทธให้กับเจ้าเลย..หลานข้าจงจดจำไว้ด้วยล่ะหากเจ้าไม่สามารถเรียนรู้มันได้จริงๆก็ไม่จำเป็นต้องดื้อรั้นไป..บางคนต้องใช้เวลาถึงหลายปีกว่าจะสำเร็จขั้นพื้นฐานของวรยุทธบางชนิด..เจ้าไม่ได้มีเวลามากเช่นนั้น..หากเจ้าไม่สามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็วก็จงดึงสติของคนเองกลับมาจากวรยุทธนั้น..เรียนวรยุทธหนึ่งวรยุทธอีกสิบปีก็ยังไม่สาย..แต่เจ้ายังมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำในหนึ่งปีนี้.." หานหลงยี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง..


            "อืม..ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่.." ถึงแม้ลู่เหมยจะงุนงงกับคำพูดของหานหลงยี่..แต่เด็กสาวก็เลือกที่จะผงกหัวรับคำก่อนจะกล่าวออกมาอย่างว่านอนสอนง่าย..


            "..สงบจิตใจของเจ้าให้ดี..หากเจ้าไม่ได้คิดถึงสิ่งใดนอกจากวรยุทธจะช่วยให้เจ้าเข้าใจวรยุทธได้เร็วยิ่งขึ้น.." หานหลงยี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล..ลู่เหมยผงกหัวรับคำของหานหลงยี่ก่อนจะจัดท่านั่งของตนเองให้ดีพร้อมกับปิดตาลง..เมื่อผ่านไปสักพักหานหลงยี่ก็ยื่นนิ้วของหนึ่งนิ้วชี้ไปที่หว่างคิ้วของลู่เหมยก่อนจะถ่ายทอดวรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์ให้กับลู่เหมย..ผ่านไปสักพักหานหลงยี่ก็ถอนมือออกมาก่อนจะยืนมองเด็กสาวที่พยายามเข้าใจวรยุทธอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง..


            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจากยามเที่ยงกลายเป็นยามเย็น..ทั้งลู่เหมยและหานหลงยี่ไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย..หานหลงยี่ยังคงมองลู่เหมยด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นเดิม..ลู่เหมยเองก็ยังคงพยายามเข้าใจวรยุทธเพลงกระบี่พู่กันสวรรค์ต่อไป..เวลาล่วงเลยไปอีกเล็กน้อยก็ทำให้พระอาทิตย์หายลับไปจากขอบฟ้าก่อนจะมีดวงจันทร์เต็มดวงที่สวยงามเป็นอย่างยิ่งขึ้นมาในอีกทิศทาง..


            "..หลานข้า..เจ้าชื่นชอบการนอนมิใช่หรือ? วันนี้เจ้าจะไม่นอนหลับเช่นเดิมรึ?" หานหลงยี่กล่าวขึ้นเพื่อเตือนสติของลู่เหมยที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของการฝึกฝนวรยุทธ..


            "อืม..ข้าว่าวรยุทธนี้มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด..หากฝึกอีกไม่กี่วันข้าคงจะสำเร็จขั้นพื้นฐานของขั้นที่ 1 แล้ว.." ลู่เหมยลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..


            "โอ้? ถึงแม้จะไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดแบบเจ้าหนุ่มน้อยนั่นแต่ก็นับว่าหลานเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆของแดนเทพทีเดียว.." หานหลงยี่กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจในทันที..


            "หืม? นี่มันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยรึ..? หากข้าพ่ายแพ้สวี่หยุนก็ยังนับได้ว่าข้ายังทำได้แย่อยู่!" ลู่เหมยกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นในทันที..


            "โฮะโฮะหลานข้า..เจ้าจะเปรียบเทียบตัวเองกับเจ้าหนุ่มสัตว์ประหลาดน้อยเช่นนั้นไม่ได้หรอก..บางทีหากเจ้าเลิกนอนหลับในยามคํ่าคืนเจ้าอาจจะแซงหน้าเจ้าหนุ่มน้อยสัตว์ประหลาดนั่นไปไกลก็เป็นได้.." หานหลงยี่กล่าวแนะนำออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน..


            "ขะ..ข้าขอโทษท่านปู่..แต่ข้า..ไม่ชื่นชอบยามกลางคืน.." ลู่เหมยกล่าวตอบออกมาอย่างยากลำบากด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือราวกับกำลังจะรํ่าไห้ออกมา..ทุกครั้งที่ยามคํ่าคืนมาถึงลู่เหมยก็มักจะคิดถึงการนอนหลับในอ้อมกอดของสวี่หยุนเสมอ..ในตอนนี้เด็กสาวต้องพยายามข่มตาหลับตอนกลางคืนอย่างยากลำบากก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในตอนเช้า..ทุกครั้งที่ยามเช้ามาถึงลู่เหมยก็จะให้กำลังใจตนเองอยู่เสมอก่อนจะหาลูกท้อสีฟ้ามาให้อ้ายสุ่ยทุกวันเพื่อพยายามลืมเรื่องที่ทำให้ตนเองโศกเศร้า..


            "เฮ้อ..หลานข้า..ความรักมิใช่เรื่องผิด..แต่เจ้าไม่ควรงมงายมันมากเกินไป..ข้าว่าบิดามารดาของเจ้าก็นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีแล้ว..ถึงแม้เจ้าจะมองว่าตัวเองในตอนนี้เป็นอิสระแล้วในตอนนี้..แต่ในความคิดข้าเจ้าก็ยังคงเป็นแค่นกน้อยที่ยังไม่ออกจากรัง..หากเจ้ายังไม่มีกำลังพอเจ้าก็จะไม่สามารถออกไปเผชิญโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ได้ไม่แม้แต่จะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ..ถึงแม้เจ้ากับเจ้าหนุ่มนั่นจะต้องแยกจากกัน..สิ่งที่เจ้าต้องทำก็แค่ต้องมีกำลังพอที่จะบินกลับไปหากันและกันเพียงเท่านั้น..หลานข้า..ข้าหวังว่าคำพูดพวกนี้จะช่วยให้เจ้าเติบโตขึ้นได้บ้าง.." หานหลงยี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของลู่เหมยอย่างอ่อนโยน..เมื่อลู่เหมยได้ยินคำพูดของหานหลงยี่ก็ทำให้เด็กสาวมีนํ้าตาไหลออกมาในทันที..ลู่เหมยไม่ได้กล่าวอะไรออกมาก่อนจะผงกหัวรับคำของหานหลงยี่พร้อมกับเดินกลับไปยังกระท่อมไม้ในทันที..


            ลู่เหมยเดินอย่างห่อเหี่ยวมาจนถึงกระท่อมไม้..ระหว่างทางเด็กสาวก็เริ่มข่มกลั้นอารมณ์ของตนเองได้บ้างแล้ว..ถึงแม้ตอนนี้ลู่เหมยจะหยุดรํ่าไห้แล้วแต่ก็ยังคงโศกเศร้าอยู่เช่นเดิม..เมื่อลู่เหมยทำการเปิดประตูของกระท่อมไม้และก้าวเข้าไป..สิ่งที่เด็กสาวเห็นคือเตียงไม้เก่าๆที่มีแสงไฟสลัวๆจากตะเกียงประหลาดที่ไม่มีวันดับไป..เมื่อลู่เหมยมองไปรอบๆก็พบกับอ้ายสุ่ยที่กำลังชะโงกหัวออกมาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อมองเห็นลู่เหมยกลับมา..


            "อ้ายสุ่ย..เจ้าคิดถึงข้าหรือ?" ลู่เหมยฝืนยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่อ้ายสุ่ยอยู่..ลู่เหมยยื่นมือออกไปลูบหัวของอ้ายสุ่ยอย่างนุ่มนวล..อ้ายสุ่ยดูจะชื่นชอบเป็นอย่างยิ่งเมื่อลู่เหมยจะดึงมือกลับมันก็รีบเอาศีรษะของตนเองมาคลอเคลียกับมือของลู่เหมยทันที..ลู่เหมยหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของอ้ายสุ่ยก่อนจะยืนลูบหัวมันสักพักหนึ่ง..เวลาล่วงเลยไปอ้ายสุ่ยก็หดหัวกลับไปในกระดองอีกครั้งราวกับว่ามันต้องการพักผ่อนบ้างแล้ว..ลู่เหมยยืนมองอ้ายสุ่ยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินไปยังเตียงไม้และค่อยๆล้มตัวลงไปนอนบนเตียงไม้..


            "..ท่านยังคิดถึงข้าอยู่ใช่หรือไม่..?" ลู่เหมยกล่าวขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือพร้อมกับมองไปยังสร้อยคอมือที่มีไม้แกะสลักเป็นรูปของอ้ายสุ่ยอยู่..


            "..ท่านจะ..รีบกลับมาหาข้ากับอ้ายสุ่ยใช่หรือไม่..?" ลู่เหมยกล่าวขึ้นมาอีกครั้งทำให้นํ้าตาจำนวนมากที่เด็กสาวอดกลั้นไว้ไหลออกมาโดยที่รอบนี้เด็กสาวไม่สามารถอดกลั้นมันได้อีกแม้แต่น้อย..ลู่เหมยดึงมือข้างซ้ายที่สวมสร้อยข้อมืออยู่กลับมาที่อกของตนเองก่อนจะหลับตาลง..เด็กสาวรํ่าไห้ได้อยู่สักพักก็ผล็อยหลับไปในที่สุด..


         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


            "พี่ชาย..พี่ชายร้องไห้ทำไมหรือ..?" จู่ๆหลินเสี่ยวโหยวก็กล่าวถามขึ้นมาขณะที่ทั้งสามกำลังเล่นวาดรูปกันอยู่อย่างสนุกสนาน..


            "หืม..?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะยกมือขึ้นไปเช็ดนํ้าตาของตนเองที่ไหลลงมาอย่างไม่มีสาเหตุ..


            "พี่ชาย..พี่ชายเป็นอะไรหรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความห่วงใยก่อนจะเดินมาจับมือของสวี่หยุน..


            "..ข้าไม่ได้เป็นอะไร..แค่โศกเศร้าเล็กน้อยเพียงเท่านั้น.." สวี่หยุนถึงแม้จะยังคงงุนงงอยู่แต่เขาก็กล่าวตอบเด็กสาวออกมาอย่างตรงไปตรงมา..


         ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องสรรพธาตุสังหารเทพ ที่คุณอ่าน