หลังจากฆ่าสัตว์อสูรทั้งหมดเย่เทียนก็ปลดเปลื้องทักษะการปลอมตัวและมองไปที่รอยแยกมิติ
“เยว่เอ๋อร์ผมกำลังจะกลับไป!”
เย่เทียนส่งข้อความผ่านรอยแยก
อีกด้านหนึ่งของรอยแยก
จักรพรรดิจันทราได้ยินคำพูดของเย่เทียนและเห็นร่างของเย่เทียนที่ผ่านรอยแยกมิติมา เธอจึงรีบกล่าวกับจอมเวทค่ายกล “เย่เทียนกำลังจะกลับมาพวกคุณรีบถอนค่ายกลออกไป!”
จอมเวทค่ายกลต่างรู้ถึงตัวตนของจักรพรรดิจันทราดีพวกเขาไม่กล้าชักช้า รีบถอนค่ายกลออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานรอยแยกมิติก็กลับสู่ระดับ3 ดาวอีกครั้ง
เมื่อรอยแยกมิติกลับมาเป็นระดับ3 ดาว เย่เทียนก็ลงมือทันที!
“เปิด!”
เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์ด้านมิติและฝืนฉีกรอยแยกโยนแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งสิ่งมหัศจรรย์ 5 ดาวออกไป
แม้ว่ารอยแยกมิตินี้จะมีพลังกดทับที่น่าสะพรึงกลัวแต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งได้
“นั่นอะไรน่ะ?”
จอมเวทค่ายกลหลายคนของฐานทัพจงไห่ตกใจเมื่อเห็นแผ่นศิลาขนาดใหญ่พุ่งออกมา
ในเวลานี้ มีระดับราชาจำนวนมากที่ยังอยู่ใกล้รอยแยกรวมไปถึงเยว่หลิงอีกคน
เมื่อเยว่หลิงเห็นแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งเธอก็ตะลึงงันไปในทันที เพราะเธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันคุ้นเคย
“นี่…ศิลาแห่งเต๋า!!!”
เยว่หลิงเคยใช้แผ่นศิลาแห่งเต๋าเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับราชาเธอจึงคุ้นเคยกับศิลาแห่งเต๋าเป็นอย่างดี แต่ศิลาแห่งเต๋าของตระกูลเยว่นั้นเป็นเพียงแผ่นหินขนาดเล็กเท่าหนึ่งตัวคน
แต่นี้เป็นแผ่นหินที่สูงนับ100 เมตร
“ไม่ใช่ แม้ว่าแผ่นหินสองแผ่นนี้จะคล้ายกันแต่ก็ไม่ใช่แผ่นหินชนิดเดียวกัน ดูเหมือนว่าศิลาจารึกที่อยู่ตรงหน้าเรานั้นจะมีอำนาจสูงกว่าแผ่นศิลาแห่งเต๋าของตระกูลเยว่เราเสียอีกศิลาแห่งเต๋าของตระกูลเยว่เราไม่เพียงแต่เป็นเพียงเศษชิ้นส่วนเท่านั้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแผ่นศิลานี้อีกด้วย”
เยว่หลิงคิดในใจ
ในเวลานี้ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเย่เทียนถึงต้องบุกเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรเพราะโลกของสัตว์อสูรที่มีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็จะต้องหวั่นไหว
จักรพรรดิจันทราเองก็จ้องเขม็งที่แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งในตอนนี้เธอถูกแผ่นหินขนาดใหญ่นั่นดึงดูดโดยสมบูรณ์
ศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าศิลาเทพสงครามอีกทั้งกลิ่นอายก็ทรงพลังยิ่งกว่า เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้เป็นสมบัติในระดับเดียวกัน
“แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้มีมูลค่าที่สูงมากเกรงว่ามันจะทำให้เกิดการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิมากมายนับไม่ถ้วน!”
จักรพรรดิจันทราลอบคิดกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนนั้นแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิคนอื่นๆได้ อย่างน้อยในฐานจงไห่ก็คงจะไม่มีใครกล้าที่จะแย่งชิงมันกับเขา
ตูม!!!!
ภายใต้การผลักดันของเย่เทียนแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งพุ่งผ่านรอยแยกมิติออกมา
โดยไม่รีรอจักรพรรดิจันทราเองก็ลงมือทันทีเธอคว้าจับแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งไว้ และวางมันลงข้างกายรอคอยเย่เทียนกลับมา
ตูม!!!!
รอยแยกมิติถูกฉีกขาดอีกครั้งเงามนุษย์ได้แหวกผ่านความว่างเปล่าออกมา
ในตอนนี้ ร่างของเย่เทียนอาบไปด้วยเลือดราวกับเทพสงครามโลหิตก็มิปาน
“ท่านเย่เทียนท่านไม่เป็นไรใช่ไหม”
ราชาคนหนึ่งรีบถาม
“แค่บาดแผลนิดหน่อยเท่านั้น!”
เย่เทียนยิ้มและเปิดใช้งานพรสวรรค์ในการรักษาบาดแผลของเขาสมานตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังปราณออกมาเล็กน้อย เลือดทั้งหมดบนร่างกายของเขาถูกขจัดออกไปในทันทีเย่เทียนเปลี่ยนตัวเองเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาและสะอาดสะอ้าน
“เอาละ พวกคุณไปจัดวางค่ายกลใหม่เถอะ!”
เย่เทียนกล่าวกับกลุ่มจอมเวทค่ายกล
“ครับ!”
จอมเวทหลายคนตอบพร้อมกัน
“เยว่เอ๋อร์ไปกันเถอะ!”
เย่เทียนถือแผ่นศิลาแห่งเต๋าด้วยมือข้างเดียวและกล่าวออกมา
“อื้ม!”
จักรพรรดิจันทราพยักหน้า
พวกเขาบินออกไปและหายลับไปจากสายตาของผู้คนอย่างรวดเร็วมุ่งหน้ากลับไปยังฐานจงไห่
ระหว่างทาง
“เย่เทียน ศิลาแห่งการรู้แจ้งแผ่นนี้ไม่สามารถเก็บในถุงเก็บของมิติหรือมิติส่วนตัวได้อย่างนั้นหรือ?”
จักรพรรดิจันทราถาม
“ไม่ได้ ผมพยายามแล้วมันไม่ได้ผล!” เย่เทียนส่ายหน้า “ศิลาแห่งการรู้แจ้งคือสิ่งมหัศจรรย์ของสวรรค์และโลกว่ากันว่าสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ไม่มีทางที่จะเก็บเข้าไปในมิติส่วนตัวหรือถุงเก็บของมิติได้!”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
จักรพรรดิจันทราตระหนักได้ในทันที
ศิลาแห่งการรู้แจ้งไม่อาจปิดบังได้ด้วยขนาดของมันที่โดดเด่นเกินไป มันต้องดึงดูดสายตาของทุกคนอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราจึงไม่คิดที่จะปิดบังมันอีก
ในทางกลับกัน พวกเขาเองก็มีขุมกำลังที่สามารถปกป้องแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งได้
ทั้งสองปรึกษาหารือกันแล้วแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งจะถูกเก็บไว้ในหอสวรรค์ เมื่อกลับไปแล้วเย่เทียนจะสร้างสำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์ขึ้นมาใหม่และศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้ก็จะกลายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของหอสวรรค์
ศิษย์ของหอสวรรค์ทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะได้ใช้งานมัน
นอกจากนี้ นิกายเทพจันทราก็ยังได้รับสิทธิ์เช่นกันแน่นอนว่าในจำนวนคนที่จำกัด มิฉะนั้นศิลาแห่งการรู้แจ้งแผ่นนี้คงจะพูดไม่ได้ว่ามันเป็นสมบัติของหอสวรรค์
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงฐานจงไห่
เมื่อผู้คนเห็นว่าเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราบินมาพร้อมกับศิลาแผ่นใหญ่ที่ปลดปล่อยอำนาจอันน่าเกรงขามออกมาเรื่องนี้ทำให้เกิดความโกลาหลในหมู่ผู้คนทันที
ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!!!
ผู้ฝึกยุทธ์มากมายหลายคนปรากฏตัวขึ้นมีทั้งระดับราชาและระดับศักดิ์สิทธิ์
“นั่นอะไรน่ะ?”
“ศิลาแผ่นนี้มีขนาดใหญ่มากทำไมฉันสัมผัสได้ว่ามันดูคล้ายกับศิลาเทพสงคราม?”
“มันเหมือนกับศิลาเทพสงครามจริงๆด้วย พระเจ้า จักรพรรดิเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราคงไม่ได้พบกับอาณาจักรสาบสูญและนำสมบัติอย่างศิลาเทพสงครามกลับมาใช่ไหม”
“ทุกคนล้วนแต่รู้ดีถึงประโยชน์ของศิลาเทพสงครามถ้าจักรพรรดิเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราได้รับศิลาที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับศิลาเทพสงครามมาแล้วล่ะก็ไม่ใช่ว่าศิษย์ภายใต้บังคับบัญชาของพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วหรอกหรือ?”
ท่ามกลางเสียงพูดคุย เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็เข้าสู่ฐานจงไห่พวกเขาเก็บศิลาแห่งการรู้แจ้งไว้ภายในนิกายเทพจันทราชั่วคราว
ไม่กี่วันถัดมา หอสวรรค์ก็ได้ก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ขึ้นซึ่งครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า และยังได้สร้างห้องโถงใหญ่เพื่อเป็นที่จัดวางศิลาแห่งการรู้แจ้งภายในห้องโถงใหญ่ของสำนักงานใหญ่มีพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 100 เมตร
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์สามารถสร้างอาคารขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วดังนั้นอาคารสำนักงานใหญ่ทั้งหมดใช้เวลาก่อสร้างเพียงแค่ 10 วัน เมื่อสำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์ถูกสร้างขึ้นเรียบร้อย
เย่เทียนก็ย้ายศิลาแห่งการรู้แจ้งมาไว้ในหอสวรรค์ทันที
ในขณะเดียวกัน
เย่เทียนก็เปิดใช้งานแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งศิษย์ของหอสวรรค์สามารถใช้คะแนนเพื่อทำความเข้าใจด้วยแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งได้ ส่วนศิษย์หลักและผู้อาวุโสของนิกายเทพจันทราก็ได้รับสิทธิพิเศษเหล่านี้เช่นกัน
ไม่นานเรื่องของศิลาแห่งการรู้แจ้งก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและมันก็ได้ดึงดูดความสนใจของขุมกำลังใหญ่ในฐานจงไห่ทั้งหมด
ในวันถัดมา
นิกายฉิน วิหารเทพมนต์ดำ พันธมิตรพเนจรและเหล่าผู้อาวุโสของหอทหารรับจ้างขวานสงครามต่างก็มาพบเย่เทียน พวกเขาหวังว่าเย่เทียนจะอนุญาตให้กองกำลังของพวกเขาใช้งานศิลาแห่งการรู้แจ้งเช่นกัน
อย่างไรก็ตามคำตอบที่พวกเขาได้รับจากเย่เทียนมีเพียงคำเดียวนั่นก็คือ ไม่!
เย่เทียนปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด!
ศิลาแห่งการรู้แจ้งเป็นสมบัติที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตนำมันกลับมาเขาจะปล่อยให้คนอื่นใช้งานมันง่ายๆ ได้อย่างไร?
ณ สำนักงานใหญ่ของหอทหารรับจ้างขวานสงคราม
จักรพรรดิคนหนึ่งกำลังบ่นกับจักรพรรดิขวานสงครามที่เพิ่งกลับมา
“จักรพรรดิขวานสงครามเย่เทียนได้รับสมบัติที่คล้ายกับศิลาเทพสงครามมา และฉันก็รู้สึกว่าสมบัติชิ้นนั้นมันดีกว่าศิลาเทพสงครามเสียอีกแต่เย่เทียนกลับถือเอกสิทธิ์ครอบครองมันไว้แต่เพียงผู้เดียว หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอัจฉริยะทั้งหมดคงจะเข้าร่วมหอสวรรค์ ใครจะมาเข้าร่วมกับหอทหารรับจ้างขวานสงครามของเรา?”
จักรพรรดิขวานสงครามขมวดคิ้วในใจเขาเองก็อยากได้โควตาจากหอสวรรค์เช่นกัน แต่เขาดีรู้ว่าโอกาสที่จะได้รับโควต้ามานั้นน้อยมากแต่พอมาคิดคิดดูแล้วเขาเองก็เคยทำเช่นนั้นเหมือนกัน
ในตอนที่เขาได้รับทักษะดาบระดับตำนานมาใครก็ตามที่ต้องการจะแลกเปลี่ยนมันไปก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล และมูลค่าของศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้เขาไม่รู้ว่ามันมีค่ามากกว่าทักษะดาบระดับตำนานกี่เท่า
แล้วเย่เทียนจะยอมให้โควตากับคนอื่นง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?
อีกอย่าง แม้กระทั่งการใช้ศิลาเทพสงครามยังต้องใช้คะแนนของหอคอยเทพสงครามเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนจนไม่มีใครอยากที่จะขายคะแนนของหอคอยเทพสงครามด้วยซ้ำ
หากต้องการใช้ศิลาแห่งการรู้แจ้งของเย่เทียนแล้วละก็ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายคงเป็นอะไรที่มากเกินจะจินตนาการ
“จักรพรรดิขวานสงครามความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเย่เทียนและจักรพรรดิจันทรานั้นค่อนข้างดี ทำไมนายถึงไม่ลองไปเจรจากับพวกเขาดูสักหน่อยล่ะ?”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งกล่าว