Call me the best chef เรียกผมว่าสุดยอดเชฟ

    ตอนที่ 44 : เรื่องราวของเหล่าจอมมาร 2(จบ)

    “ใจเย็นๆไดสุเกะ ข้ารู้แล้ว” เจ้าอาวาทพูดออกมาอย่างสงบ

     

    “เอ๋ ท่านรู้หรอครับว่าเกิดอะไรขึ้น” ไดสุเกะถามอย่างสงสัย

     

    “เหล่าๆน้องของเจ้าอยู่ข้างในแล้วเจ้าตามพวกเขาไปและแอบกันดีๆเมื่อจบเรื่องแล้วข้าไปหาเจ้าเอง” เจ้าอาวาทพูดออกมาขณะชี้เข้าไปในวัด

     

    “ครับผม ขอบคุณท่านมาก” ไดสุเกะโค้งคำนับเจ้าอาวาทและเดินเข้าไปข้างใน

     

    “หืม” ใบหน้าเจ้าอาวาทพลันจริงจังขึ้นมา ขณะที่ไดสุเกะเดินหายเข้าไปในวัด

     

    พระทุกคนที่อยู่รอบๆก็ได้แสดงใบหน้าจริงจังออกมา ทุกคนต่างถืออาวุธขึ้นมาทีละคน ทีละคน จนครบทุกคน

     

    “เรื่องราวในครั้งนี้เป็นพวกเราที่ก่อ ขึ้นมาเอง เราจะไม่ให้ผู้อื่นมาแบกรับแทนเรา” เจ้าอาวาทพูดออกมาเสียงดัง

     

    “เฮ้” พระทุกคนต่างโห่ร้องออกมา

     

    “นี่มันอะไรกัน จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ไดสุเกะได้ยินเสียงเขาก็สงสัย

     

    ในห้องๆหนึ่ง

     

    “แกร๊ก แกร๊ก” ไดสุเกะเดินเข้ามาในห้อง

     

    “พี่ไดสุเกะ” เหล่าน้องๆร้องเรียกออกมา

     

    “พี่มีอะไรเกิดขึ้นด้านนอกงั้นหรอ” โทยะถามออกมาขณะมองไปที่ไดสุเกะที่ร่างกายมีแต่เหงื่อไหลออกมา

     

    “อืม ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้าไม่ต้องกังวล พี่ชายคนนี้จะอยู่ปกป้องพวกเจ้าเอง” ไดสุเกะยิ้มแล้วพูดออกมา

     

    “พี่ชายเยี่ยมที่สุด” มิกิและเซนะยิ้มแล้วเข้าไปกอดพี่ชายของเธอ

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอนอยู่แล้วก็เป็นพี่ของพวกเราซะอย่าง” อากิโตะหัวเราะแล้วพูดออกมา

     

    มีแต่โทยะ อากิโตะ และโคโมเอะเท่านั้นที่รู้ว่าไดสุเกะนั้นปกปิดความจริงเอาไว้แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา

     

    ด้านนอกวัด

     

    “เจ้าพวกกลุมกบฏอิคโค อิคิพวกเจ้ายอมจำนนต่อเราจอมารฟ้าผู้นี้แต่โดยดี ข้าสัญญาว่าแม้พวกเจ้าจะตายข้าก็ไว้ชีวิตพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนภูเขาแห่งนี้ หากเจ้าไม่ยอมข้าจะเผาทำลายทุกอย่างบนเขาลูกนี้ให้สิ้นซาก” นักรบโอวาริผู้ส่งสารพูดออกมาขณะเปิดอ่านข้อความให้เหล่าพระนักสู้ทุกคนฟัง

     

    “ชวิ้ง” หลังจากผู้ส่งสารพูดจบหัวของเขาก็ล่วงลงจากคอของเขาทันที

     

    “ไปเอากล่องมาใส่หัวนี้” เจ้าอาวาทพูดขึ้นมา หลังจากที่วาดดาบใส่ผู้ส่งสาร

     

    “ครับ” พระนักสู้คนหนึ่งได้หยิบกล่องสีเหลี่ยมออกมาใส่หัวของผู้ส่งสารในทันที

     

    “พะ พวกเจ้า คิดทำอันใด” พรรคพวกคนส่งสารอีกคนหนึ่งพูดออกมาอย่างเกรงกลัวพระพวกนี้ เพราะเพื่อนของเขาเพิ่งถูกตัดหัวไปเขาจะไม่กลัวได้อย่างไร

     

    “นำกล่องนี้ไปให้โนบุนางะบอกมันว่าข้าผู้นำเหล่าพระนักรบจะไม่ยอมจำนนต่อมัน” เจ้าอาวาทพูดออกมาขณะโยนกล่องใส่หัวไปเบื้องหน้าทหารโอวาริที่ยืนอยู่

     

    “ตึก ตึก ตึก” ทหารคนนั้นหยิบกล่องและวิ่งลงเขาในทันที

     

    สถานที่ตั้งค่ายของทหารโอวาริ

     

    “เจ้าพวกกบฎพวกนั้นไม่คิดยอมรับความเมตตาจากเราก็ดีในเมื่อพูดด้วยวาจากันไม่รู้เรื่องข้าก็จะเผาทำลายพวกมันให้สิ้นซากด้วยเพลิงความโกรธของจอมมารฟ้าผู้นี้” โนบุนางะในชุดนักรบพูดขึ้นมาอย่างโหดเหี้ยม

     

    ในการทำสงครามกวาดล้างสำนักสงฆ์ของกลุ่มกบฏอิคโค อิคิ โนะบุนะงะสั่งการให้กองกำลังทหารจำนวนมากกว่า 30,000 นาย เข้าโอบล้อมเทือกเขาฮิเออันก่อนจะตีโอบตะลุยขึ้นไปยังวัดซะกะโมะโตะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ของอิคโค อิคิ และเป็นจุดศูนย์กลางของพระนักรบ และการกวาดล้างพระนักรบในครั้งนี้เองที่โนะบุนะงะได้แสดงความโหดร้ายออกมาอย่างชัดเจน เขาออกคำสั่งให้ฆ่าทุกคนที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาฮิเออันจนหมดสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงหรือเด็กทารก สั่งให้กองกำลังทหารของตน เผาทำลายบ้านเรือนทุกหลังจนวอดวาย และให้กองกำลังทหารของเขาบุกโจมตีพระพุทธสถานแห่งอื่น ๆ ที่มีทีท่าว่าจะก่อการกบฏต่อเขา

     

    ขณะที่กองกำลังของโนบุนางะเข้ามาใกล้ๆกับวัดซะกะโมะโตะ

     

    “โทยะ อากิโตะ โคโมเอะ มิกะ เซนะ พวกเรามาเล่นซ่อนแอบกันเถอะ” ไดสุเกะที่เห็นท่าไม่ดียิ้มแล้วพูดออกมา

     

    “พี่ไดสุเกะ” โทยะเห็นไดสุเกะมีสีหน้าแปลกเขาก็อดรู้สึกไม่ดีไม่ได้

     

    “แกร็กๆ” ไดสุเกะเปิดประตูลับใต้พื้นห้องตามที่เจ้าอาวาทบอกขึ้นมา

     

    “ทุกคนเข้าไปแอบในนี้กัน ส่วนพี่จะนับ1ถึง10 หลังจากพี่นับถึง10แล้วทุกคนไม่สามารถพูดออกมาได้ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรขึ้นมาก็ห้ามส่งเสียงเข้าใจไหม” ไดสุเกะยิ้มให้กับมิกิและเซนะขณะบีบแก้มของพวกเธอเบาๆ

     

    “อืม” เด็กทั้งสองพยักหน้าให้ไดสุเกะพวกเธอคิดว่าไดสุเกะจะเล่นกับพวกเธอจริงๆ

     

    ขณะที่ไดสุเกะส่งเด็กหญิงทั้งสองเข้าไปในห้องลับแล้วเขาก็หันไปทางคนที่เหลทอ

     

    “ไม่น่ะ พี่ไดสุเกะผมจะอยู่กับพี่” โทยะพูดออกมาขณะน้ำตาของเขาเริ่มไหล

     

    “ไม่ได้แกเป็นพี่แกต้องอยู่ดูแลน้องๆที่เหลือแทนฉัน” ไดสุเกะพูดออกมาอย่างเด็ดขาด

     

    “พี่งั้นผมจะอยู่กับพี่แทนโทยะเอง” อากิโตะพูดออกมาขณะที่เขาทำหน้าตาที่มุ่งมั่น

     

    “ไม่ได้แกยังเด็กเกินไป” ไดสุเกะหาข้ออ้างบอกปฎิเสธอากิโตะ

     

    ในขณะที่โคโมเอะกำลังจะพูด เธอก็ถูกห้ามโดยไดสุเกะ

     

    “พวกเจ้าทุกคนต้องอยู่ต่อไปเพื่อดูแลมิกะและเซนะคอยดูแลกันและกันและเติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อมๆกันพี่จะคอยปกป้องพวกเจ้าเอง” ไดสุเกะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเขา

     

    “พี่ไดสุเกะ ข้าไม่อยากจากพี่ไป” โทยะที่อยู่กับไดสุเกะร้องไห้ออกมาขณะเข้าไปกอดไดสุเกะ

     

    “นี้คือความโหดร้ายในสงครามข้าที่เป็นพี่ชายของพวกเจ้าและเป็นหัวหน้าครอบครัวข้ามีหน้าที่ปกป้องพวกเจ้า จงไปจงเข้าไปในห้องลับ ข้าจะปกป้องประตูทางเข้านี้เอง” ไดสุเกะได้พาน้องๆทั้งสามคนเข้าไปในห้องลับ

     

    โคโมเอะ โทยะ และ อากิโตะทั้งสามได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อไม่ให้มิกิและเซนะสงสัย

     

    “เอี๊ยดด” ไดสุเกะปิดประตูทางเข้าพร้อมกับเอาข้าวของมากั้นประตูทางเข้าเอาไว้

     

    ด้านนอกวัดเหล่าขุนพลของโนบุนะงะได้ฝ่าเข้ามาในวัดพร้อมโยนคบเพลิงเข้าที่พักต่างๆเพื่อเผาทำลายทุกอย่างตามที่ได้รับคำสั่งจากโนบุนะงะ

     

    “เผาทุกอย่างและฆ่าทุกคนจะไม่มีใครรอดไปจากที่นี้ได้” ขุนพลในชุดเกราะซามูไรพูดออกมาเสียงดัง

     

    “เฮ้” เหล่าทหารที่เหลือก็โห่ร้องออกมาด้วยความฮึกเฮิม

     

    “ท่านขุนพลพบผู้รอดชีวิต1คนครับ” นายทหารเดินเข้ามารายงาน

     

    “ข้าบอกแล้วไงว่าไม่มีผู้รอดชีวิต มันหนีไปที่ใดแล้ว” ขุนพลพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

     

    “ไม่ครับ มันไม่ได้หนีแต่มันยังคงอยู่ในห้องๆหนึ่งครับ มันไม่ยอมออกมาเลยแม้แต่ก้าว ไม่ว่าพวกเราจะฟันแทงมันเท่าไหร่ชายคนนั้นก็ไม่มีท่าทีจะหนีหรือหวาดกลัวพวกเราแม้แต่น้อยเลยครับ” นายทหารรายงานออกมาเขารู้สึกชื่นชมชายหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้

     

    “พาข้าไปดู” ขุนพลพูดออกมาและเดินตามนายทหารขึ้นทันที

     

    ทันใดนั้นเอง

     

    “ออกไปจากที่นี้ซะ ไอพวกสารเลว” ชายหนุ่มผู้ที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลตะโกนออกมาขณะที่เลือดสดๆของเขาไหลลงมาบนพื้นเขายังคงหยิบดาบฟาดฟันเหล่าทหารที่ย่างกรายเข้ามาในห้องนี้

     

    “นี่มันหมาบ้าอะไรกัน” ขุนพลตกใจกับภาพที่เห็น

     

    ชายหนุ่มคนหนึ่งร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเข่นฆ่าเหล่าทหารของเขาไปไปเป็นสิบ

     

    “ดูเหมือนแกจะปกป้องผู้คนที่แกหลบซ่อนเอาไว้สินะ” ขุนพลพูดขึ้นมา เขาเคยเจอเหตุการณืแบบนี้มาแล้วแต่ไม่เคยเจอชายหนุ่มแบบนี้มาก่อน

     

    “ออกไปจากที่นี้ซะ เจ้าพวกสารเลว” ไดสุเกะไม่มีสติแล้วตอนนี้เขาพูดได้แค่ประโยคเดียวทั้งนั้น เขายืนฟาดดาบไปทั่วแบบไม่สนใจชีวิตเขาคิดเพียงแค่จะปักหลักอยู่แบบนี้จนกว่าเขาจะตายเพื่อปกป้องเหล่าน้องๆของเขา

     

    “ตายซะ” ขุนพลพุ่งเข้าไปฟาดดาบใส่แขนของไดสุเกะ

     

    “ตุบ” แขนของไดสุเกะหล่นลงบนพื้นทันที

     

    แต่ว่า

     

    “ปัง” ไดสุเกะใช้มืออีกข้างฟาดดาบสวนกลับไปที่ขุนพลคนนั้น

     

    “เหอะ เจ้านี่มันหมาบ้าชัดๆ” ขุนพลได้กระโดดออกมาเพื่อหลบดาบ

     

    “ออกไปจากที่นี้ซะ เจ้าพวกสารเลว” ไดสุเกะยังคงตะโกนแล้วใช้มือที่เหลืออยู่ข้างเดี่ยวฟาดฟันที่อากาศที่ไม่มีใคร

     

    “พวกเจ้าเผ่ามันซะ หากมันอยากอยู่ในห้องก็ให้มันอยู่ซะ โยนคบไฟเข้าไปในห้องและเผาพวกมันให้เป็นจุล” ขุนพลสั่งออกมา

     

    “ครับ” เหล่าทหารกว่าร้อยคนได้พากันโยนคบเพลิงในมือเข้าไปในห้องที่ไดสุเกะอยู่

     

    “ออกไปจากที่นี้ซะ เจ้าพวกสารเลว” ไดสุเกะเห็นท่าไม่ดีเขารีบพยายามดับไฟทันที

     

    แต่ว่า

     

    “ฉึก” มีดาบเล่มหนึ่งแทงเข้ามาที่หน้าอกของเขา

     

    “ตายซะเจ้าหมาบ้า” ขุนพลได้ลอบแทงไดสุเกะขณะที่เขาก้มลงดับไฟ

     

    “อ๊อกกก” ไดสุเกะพ่นเลือดออกมากองใหญ่

     

    “ไป” ขุนพลพูดกับเหล่าลูกน้องเมื่อมั่นใจว่าไดสุเกะไม่รอดแล้ว เขาพาทุกคนลงจากเขาไปรายงานโนบุนางะ

     

    ที่ห้องลับใต้ดิน

     

    ชายหญิงทั้งห้านั่งกอดกันพวกเธอได้ยินทั้งหมดทั้งห้าคนร้องไห้ออกมา

     

    “แปะ แปะ” รอยเลือดของไดสุเกะไหลลงมานากเพดานห้องและหยดลงมาที่พื้น

     

    “พี่ไดสุเกะ ฮือ ฮือ” ทุกคนคนร้องไห้ออกมาทันที

     

    “จงอย่าร้องไห้” เสียงไดสุเกะลอดผ่านแผ่นไม้เข้ามา

     

    “พี่ไดสุเกะแข็งใจเอาไว้” โทยะพูดขึ้นขณะพยายามดันประตูห้องลับเปิดออกแต่ไร้ประโยชน์เพราะประตูด้านนอกถูกล๊อคไว้แน่นหนาโดยไดสุเกะ

     

    “โทยะ” เสียงไดสุเกะลอกผ่านแผ่นไม้เข้ามา

     

    “พี่ไดสุเกะ” โทยะตอบกลับ

     

    “เจ้าอย่ากินแต่เนื้อล่ะเจ้าจงหัดกินผักด้วยเจ้าจะได้สารอาหารที่ครบถ้วน” ไดสุเกะพูออกมาอย่างเบาๆ

     

    “ฮือ ฮื ฮือ” ทุกคนร้องไห้โหออกมา

     

    “อากิโตะ” ไดสุเกะพูดออกมาเบาๆ

     

    “ครับ พี่ไดสุเกะ” อากิโตะตอบกลับ

     

    “เจ้าเป็นคนฉลาดเจ้าต้องเรียนหนังสือเยอะๆเพื่อที่จะได้มีงานดีๆทำจะได้ดูแลเหล่าพี่น้องได้” ไดสุเกะพูดออกมา

     

    “ครับ” อากิโตะตอบรับทั้งน้ำตา

     

    “โคโมเอะ” ไดสุเกะพูดออกมา

     

    “พี่ไดสุเกะ” โคโมเอะตอบเขา

     

    “เจ้าต้องดูแลน้องสาวทั้งสองคนให้ดีๆให้พวกเธอได้เติบโตมาแข็งแรงและสวยงามเหมือนเจ้าให้ได้ล่ะ ข้าจะได้มีเรื่องคุยกับคนอื่นๆว่าเหล่าน้องน้องของข้าเก่งกันแค่ไหน” ไดสุเกะพูดออกมาขณะที่เลือดและน้ำตาไหลนองไดสุเกะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใดๆขณะที่เขาพูดเขายิ้มอย่างยินดีอย่างน้องเขาก็สามารถปกป้องน้องๆของเขาได้

     

    “ข้าขอโทษที่ไม่สามารถดูแลพวกเจ้าไปมากกว่านี้ได้...” ไดสุเกะพูดไม่ทันจบเขาก็ขาดใจตาย

     

    “ฮือออ ฮืออออออ” เหล่าน้องชายน้องสาวของไดสุเกะร้องไห้ออกมามาเสียงดันลั่น ทุกคนนึกถึงครั้งแรกที่เขาพบกับไดสุเกะครั้งแรก มีคำๆหนึ่งที่ไดสุเกะมักจะพูดกับทุกคนเหมือนกันนั้นก็คือ

     

    “เจ้ามาเป็นเป็นน้องของข้าไหมล่ะ ต่อไปนี้ข้าจะดูแลพวกเจ้าเอง” นี้เป็นคำพูดที่เขาพูดกับทุกคน

     

    “ฮืออออ พี่ชายคนโกหก” มิกะกับเซนะตะโกนออกมาขณะร้องไห้

     

    “ข้าขอโทษ” ไดสุเกะที่เป็นวิญญาณพูดออกมาขณะเฝ้ามองน้องๆของเขา

     

    "วิ้งง" ทันได้นั้นก็มีแสงสีดำปรากฎขึ้น

     

    เหล่าพี่น้องทั้ง5ก็หายตัวไป