ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ลึกเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดซึ่งแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิยังยากจะเข้าถึง ความเงียบสงัดปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบผิวน้ำดังแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจของภูผา
ภายในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ บ่อน้ำสีฟ้าเรืองแสงสว่างไสวในความมืดราวกับถูกหลอมรวมจากแสงดาว น้ำในบ่อใสราวกับกระจก
ร่างของเย่หลินนอนจมอยู่ในบ่อน้ำแห่งนั้นในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย เสื้อผ้าขาดวิ่น แขนขาบิดผิดรูป รอยแผลจากการฝืนร่างกายมากเกินไปยังคงฝังลึกอย่างไม่จางหาย
น้ำที่อยู่ในบ่อนี้คือ น้ำพุวารีแสงจันทร์ มันคือ ยารักษาที่สูญหายไปจากโลกเบื้องบนมานานหลายหมื่นปี มีคุณสมบัติเพียงหนึ่งเดียวคือ รักษาได้ทุกสิ่ง แม้แต่วิญญาณที่แตกสลาย หากยังไม่ดับสูญก็สามารถฟื้นคืนมาได้
ร่างของเย่หลินค่อยๆ ลอยนิ่งอยู่ในน้ำ แสงจากบ่อแผ่เข้าหาตัวเขา ชำระบาดแผล รอยช้ำ และแม้แต่เศษของคำสาปและพลังปีศาจที่เกาะแน่นในตันเถียนของเขาก็ถูกละลายทีละน้อย
หลายชั่วยามผ่านไป... เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงจิต
“เจ้าหนู เย่หลิน... ได้ยินข้ามั้ย?”
น้ำเสียงของต้วนหลิงเฉินฟังดูเร่งเร้าแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง
“ตื่น...ตื่นเร็วเข้า!”
แต่เย่หลินกลับยังไม่รู้สึกตัว จิตของเขาจมลึกลงไปในความฝัน
ในความฝันนั้น เขาตื่นขึ้นมาในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งดูคล้ายที่ที่เขาอยู่ในปัจจุบัน และสภาพร่างกายกลับฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ดีทุกประการ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ต้วนหลิงเฉินที่เป็นเศษจิตวิญญาณอยู่ในร่างของเขาก็อยู่ในสภาพดีขึ้น
ในความฝันของเย่หลิน ทุกอย่างช่างงดงามราวภาพฝัน หลังจากเย่หลินฟื้นฟูร่างกายเสร็จ ทั้งสองคนออกเดินทาง ฝึกฝนบ่มเพาะ หาวัตถุดิบหายาก เก็บสมบัติที่ซ่อนเร้นในมิติร้าง บุกป่าฝ่าอสูร ฝ่าด่านทดสอบด้วยความราบรื่น
แต่ทว่า ในตอนที่พวกเขาพักผ่อนอยู่ภายในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เสียงซุบซิบของข่าวใหญ่ก็แพร่สะพัดไปทั่วโลก
“เจ้าได้ยินหรือยัง? อู๋จ้าวจะแต่งงาน!”
“เจ้าสาวของเขามีถึง 15 คนแต่ที่น่าสนใจที่สุดก็น่าจะเป็นฮัวจินหรู นางคืออดีตสมาชิกของหอการค้าหมื่นมหาสมุทรใช่ไหม?”
เย่หลินที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เขายังคงออกเดินทางหาโอกาสและสมบัติต่อไป แต่แล้วในวันถัดมา ข่าวที่ไม่คาดฝันก็แพร่สะพัด
ฮัวจินหรูเสียชีวิตแล้ว...
อู๋จ้าวเสียชีวิต...
ตระกูลอู๋ถูกกวาดล้าง…
ศพของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะถูกแขวนประจานพร้อมครอบครัวของเขา…
เมื่อทราบข่าว จิตใจของเขาแตกกระจายทันที ความฝันกลายเป็นฝันร้าย พื้นถ้ำสั่นไหว เสียงระเบิดดังลั่นในหัวของเขา ภาพในฝันเริ่มบิดเบี้ยว สะเปะสะปะ เหล่าภูเขาที่เดินผ่าน สมบัติที่ค้นพบ เริ่มละลายกลายเป็นหมอกควัน
ดวงตาของเย่หลินเปิดขึ้นในโลกแห่งความจริง
ร่างของเขายังอยู่ในบ่อน้ำเรืองแสง แสงสีฟ้ายังห้อมล้อมร่างของเขาไว้เหมือนเกราะอันอ่อนโยน แต่ใบหน้าของเขา... มันรู้สึกเย็นเฉียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เย่หลินสะดุ้งเฮือก ลมหายใจสะดุดลงในลำคอ ขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง ร่างทั้งร่างลุกพรวดขึ้นจากบ่อน้ำสีฟ้าเรืองแสงกลางถ้ำลึก เขาหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน แต่เมื่อสายตากวาดมองไปรอบตัว กลับพบว่า... สถานที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้มันเหมือนกับในความฝันของเขามาก
โดยไม่มีอะไรผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว ทั้งถ้ำทั้งบ่อน้ำ ต้นหญ้า บรรยากาศและอื่นๆ
ริมฝีปากของเขาขยับเบาๆ
“นั้นมันบ้าอะไรกัน?”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในจิตสำนึกของเขา
“ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ฟื้นซะแล้ว... เจ้าหนู” เสียงของต้วนหลิงเฉินดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความโล่งใจ
เย่หลินขมวดคิ้วแน่น ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร แหวนวงหนึ่งก็พุ่งออกจากความว่างเปล่าตรงหน้าร่วงลงพื้นดัง แกร๊ง เขารีบคว้ามันไว้ทันที ก่อนจะเงยหน้ามองด้วยแววตามุ่งมั่น เพราะสิ่งนี้ก็อยู่ในความฝันของเขาเช่นกัน
“ท่านบรรพบุรุษ... ผู้อาวุโสหานละ!! เขาเป็นอะไรรึเปล่า?!”
ต้วนหลิงเฉินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมองลงมาที่เย่หลินด้วยแววตาลึกซึ้ง สายโชคสีทองเส้นหนึ่งทอดแน่นจากฟ้าลงสู่ร่างของเย่หลิน พลังแห่งโชคชะตาถักทออยู่รอบตัวของเขาอย่างชัดเจน
เสียงของต้วนหลิงเฉินนุ่มลงเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วงสิ่งเดียวที่จะฆ่า เขาได้ก็มีแค่เขาเลือกที่จะตายเท่านั้น”
เย่หลินก้มหน้าลง พร้อมตัวเขาในตอนนี้รู้สึกไม่สบายอย่างยิ่งก่อนจะพูดขึ้น “แต่ว่า…”
ต้วนหลิงเฉินพูดขึ้นทันที “ถึงเจ้าจะเห็นสภาพเขาแย่ขนาดนั้นแต่เขาก็ไม่น่ามีปัญหาในการเอาชีวิตรอดอยู่ดีเชื่อข้าเถอะ ตอนนี้เจ้าห่วงตัวเองดีกว่า”
“ขอบคุณท่านบรรพบุรุษ” เย่หลินพูดขึ้นด้วยความเคารพ
เย่หลินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมสติและหยิบหินสื่อสารขึ้นมาพร้อมเสียงของปู่ของเขาที่ดังขึ้น
“เย่หลิน หนีไปซะ จงหนีไปให้ไกลไม่ว่าเจ้าจะได้ยินข่าวอะไรอย่าสนใจ แค่จำเอาไว้ว่าพวกเราจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเจ้าตลอดไป”
“ห๊ะ…นี้มันไม่มีในความฝัน”
เย่หลินตกอยู่ในความมึนงงก่อนที่ภาพแห่งความฝันเมื่อครู่จะลอยเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ภาพการตายของปู่ของเขารวมถึงคนอื่นในตระกูลเย่ ศพของพวกเขาถูกแขวนประจานอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี
ทันใดนั้นเขาก็หันมองไปรอบตัวอีกครั้งเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าความฝันนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก่อนจะพบว่าทั้งบ่อน้ำ หินย้อย ต้นหญ้า บรรยากาศ ทุกอย่างมันเหมือนกับในความฝันไม่มีผิดไปเลยแม้แต่น้อย ความสับสนเริ่มเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
เขารวบรวมสติก่อนจะหยิบหินส่งสัญญาณไปหาปู่ของเขาอีกครั้ง “ท่านปู่… ท่านปู่…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงชายคนหนึ่งก็ตอบกลับมา “โอ้…ในที่สุดก็ติดต่อได้สักที”
เย่หลินพูดขึ้นอย่างเร่งรีบเมื่อได้ยินเสียงปลายทางตอบกลับแต่มันไม่ใช่เสียงของท่านปู่ “เจ้าเป็นใครกัน”
เสียงปลายสายตอบกลับมา “อยากรู้เหรอ มาที่ตระกูลอู๋ในวันนี้สิแล้วข้าจะบอกเจ้าเอง และอย่ามาสายละเพราะเดี๋ยวจะไม่ได้ลงไปนรกกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา”
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของปู่เย่หลินก็ดังขึ้นพร้อมเสียงสัญญาณที่หายไป “อ๊าาาาาาาาาาาาาาา”
ร่างของเย่หลินหยุดนิ่งไปชั่วครู่ราวกับถูกแช่แข็ง ความโกรธมากมายถาโถมเข้ามาในจิตใจของเขาจนไม่สามารถควบคุมได้ออร่าพลังปีศาจค่อยๆ ไหลออกมาจากตัวของเขาอย่างรุนแรง ต้วนหลิงเฉินที่ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ก็พอจับใจความได้ก็พูดขึ้น
“ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าหนูค่อยๆ คิด ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
เย่หลินที่ได้ยินเสียงของต้วนหลิงเฉินก็ได้สติก่อนจะ คุกเข่าลงทันทีด้วยความเคารพ
“ขอบคุณ... ท่านบรรพบุรุษ”
ต้วนหลิงเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สายตาเหลือบไปเห็นแหวนมิติในมือของเย่หลิน เขายกคิ้วเล็กน้อย
“แหวนมิตินั่น... หานหมิงมอบให้เจ้ารึ?”
เย่หลินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าไม่แน่ใจเหมือนกันขอรับเพราะว่ามันหล่นลงมาพร้อมกับช่องแห่งความว่างเปล่าที่ปิดลงไป”
ต้วนหลิงเฉินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ
“ดูเหมือนเจ้าหนูหานจะค่อนข้างชอบเจ้าไม่น้อยเลยทีเดียวนะ”
เย่หลินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งั้น... ข้าสามารถเป็นศิษย์ของท่านผู้อาวุโสหานได้ไหมขอรับ?”
ต้วนหลิงเฉินส่ายหน้าเบาๆ เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“เจ้าหนูหาน... เขามีวิธีเลือกศิษย์ของเขาอย่างเฉพาะตัว ถึงข้าจะเห็นแค่แวบเดียวแต่ศิษย์ทั้งเจ็ดของเขาแต่ละคนล้วนเป็นตัวประหลาด ข้ามั่นใจว่าขอแค่หานหมิงพูดไม่มีใครลังเลที่จะสังหารศัตรู... หรือแม้กระทั่งคนใกล้ตัวของพวกเขาด้วยซ้ำ”
ต้วนหลิงเฉินมองเย่หลินอยู่ครู่หนึ่ง
“แต่เจ้าน่ะ... เจ้าในตอนนี้นะไม่มีหัวใจแบบนั้น”
ก่อนที่ดวงตาของต้วนหลิงเฉินจะหรี่ลง เขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างในแหวนมิติของเย่หลิน... แสงเรืองรองจางๆ สะท้อนออกมาจากวัตถุทรงกลมสีฟ้าอมเขียวที่เต็มไปด้วยลวดลายค่ายกลโบราณ มันคือแหวนหล่อเลี้ยงวิญญาณระดับอมตะ
“เจ้าหนู เอาแหวนมาให้ข้าดูหน่อยสิ” เสียงของต้วนหลิงเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า
เย่หลินไม่ลังเล เขายื่นแหวนมิติออกไปเบื้องหน้าทันที ทันใดนั้น... เสี้ยววิญญาณของต้วนหลิงเฉินก็พุ่งเข้าไปในแหวนนั้นอย่างว่องไว
ภายในเวลาเพียงลมหายใจเดียว แสงเรืองรองจากแหวนก็สว่างขึ้นเล็กน้อย ก่อนเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีจะดังสะท้อนออกมาจากข้างใน
“ฮ่าๆ ได้สิ หานหมิง ข้ามันไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรกแล้วนินะ… ถึงแม้พลังมันจะน้อยมากจนอาจจะต้านพวกตัวตนระดับสูงไม่ได้ แต่ถ้าแค่จะ ตบ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่สักสิบหรือยี่สิบคน ก็ยังถือว่าสบายอยู่”
เสียงของต้วนหลิงเฉินเต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ
“โอ้ แหวนวงนี้ยังมีค่ายกลปกปิดพลังระดับอมตะติดตั้งไว้อีกด้วย ถ้าข้าไม่เผาผลาญพลังวิญญาณจนเกินตัว ก็ไม่มีใครสังเกตการณ์มีอยู่ของข้าได้แน่”
เย่หลินกำแหวนไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากมัน เป็นความอบอุ่นที่เหมือนจะบอกว่า... เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป
“เอาล่ะ เจ้าหนู” เสียงต้วนหลิงเฉินเอ่ยอีกครั้ง “เจ้ามั่นใจได้เลย ว่าเจ้าจะช่วยครอบครัวของเจ้าออกมาได้แน่นอน ไปกันเถอะ”
เย่หลินพยักหน้าทันที ก่อนจะพูดด้วยแววตามุ่งมั่น
“ขอบคุณท่านบรรพบุรุษ...”
ต้วนหลิงเฉินหัวเราะเบาๆ อย่างพึงใจ ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ
“ฟังให้ดี ภายในแหวนมิติที่เจ้าหนูหานมอบให้มา ยังมีของสำคัญซ่อนอยู่อีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือหินจิตวิญญาณระดับสูงสุดจำนวนมากพอที่จะหล่อเลี้ยงเมืองขนาดใหญ่ทั้งเมืองได้”
“และยังมีอาวุธอมตะอีกหนึ่งชิ้น เป็นเกราะหล่อเลี้ยงวิญญาณ ซึ่งมีคุณสมบัติลดการสูญเสียพลังจิตวิญญาณ ทำให้เจ้าสามารถฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้นในระหว่างต่อสู้และยังสามารถใช้หล่อเลี้ยงวิญญาณของคนที่ไร้ร่างได้อีกด้วย”
“ยังมีพวกโอสถรักษา โอสถเพิ่มพลัง หินวาร์ปและอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ห้าเม็ด เมื่อกินแล้วจะสามารถปลุกพลังระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสูงสุดได้ชั่วคราวเป็นเวลา 5 นาที หากผู้มีการบ่มเพาะถึงระดับนักบุญกินเข้าไปหลังจากยาหมดฤทธิ์จะทำให้คนคนนั้นการบ่มเพาะลดลงเล็กน้อย แต่หากคนที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่านั้นกินเข้าไป...” น้ำเสียงของต้วนหลิงเฉินเคร่งขรึมขึ้น
“...การบ่มเพาะจะพังทลายทันทีหลังจากหมดฤทธิ์ของตัวโอสถ”
เย่หลินฟังอย่างตั้งใจ มือของเขายังคงกุมแหวนไว้แน่นราวกับกลัวมันจะหายไป
“สุดท้าย” ต้วนหลิงเฉินกล่าว “ยังมียันต์ปิดผนึกพิเศษหนึ่งชุด มันสามารถบดบังตัวตนของเจ้า ไม่ให้พวกผู้บ่มเพาะระดับสูงจากโลกเบื้องบนตรวจจับได้ มันใช้ได้ทั้งปิดบังสายเลือด ปิดบังพลัง ปิดบังแม้กระทั่งดวงชะตา”
ต้วนหลิงเฉินหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดช้าๆ
“ระหว่างเดินทางถ้าเจ้ามีข้อมูลอะไรของตระกูลอู๋ก็บอกข้าที ข้าจะได้วางแผนถูก”
“รับทราบขอรับ” เย่หลินตอบกลับ
เย่หลินออกเดินทางทันที เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ระหว่างทางเขาได้เล่าเรื่องต่างๆ ของตระกูลอู๋ที่เขารู้ให้กับท่านบรรพบุรุษฟัง