บทที่ 66 เหล่าขุมอำนาจเริ่มเคลื่อนไหว
ดินแดนคมวายุที่เคยเงียบสงบมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อครู่ คลื่นพายุก็ได้เริ่มขึ้น
ภายในสำนักราชสีห์คลั่ง
จ้าวสำนักและบรรดาผู้อาวุโสได้นั่งสนทนาในห้องประชุมกันอย่างดุเดือด
“ช่างกล้ายิ่งนัก แอบเข้ามาในดินแดนคมวายุยังไม่พอยังกล้าที่จะใช้วิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศอีกงั้นรึ นี่เจ้าเด็กกำพร้านั่นคิดว่าตระกูลหลินยังอยู่หรืออย่างไร”
“เหอะลูกวัวย่อมไม่กลัวเสือ”
“ข้าว่าวันนี้เรามาทำความดีส่งทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลินไปหาญาติของมันกันดีกว่า”
“เช่นนั้นเราก็ไปกันเลยเถอะ”
จ้าวสำนักและผู้อาวุโสในห้องประชุมสำนักนี้นั้น ล้วนแต่เป็นตัวตนระดับสูงในมหาทวีปฟ้านิรันดร์ แม้จะไม่ได้เป็นสิบขุมอำนาจใหญ่แต่พลังที่สำนักราชสีห์คลั่งมีนั้นก็ไม่สามารถดูถูกได้เลย
ในตอนที่ทุกคนกำลังจะออกจากห้องประชุมแห่งนี้ไป ประตูของห้องประชุมสำนักได้เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับปรากฏร่างของชายชราที่พวกเขาต่างรู้จักเป็นอย่างดี
“ผู้ดูแลเหยียนโม่โฉว เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่กัน”
จ้าวสำนักราชสีห์คลั่งเอ่ยออกมา พร้อมกับคาดเดาบางสิ่ง
“ฮ่าๆ…จ้าวสำนักอิง พอดีว่าข้ามีเรื่องอยากจะสนทนากับพวกท่านสักหน่อยนะ ข้าขอรบกวนเวลาหน่อยก็แล้วกัน”
ชายชราเหยียนโม่โฉวเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น
ในด้านจ้าวสำนักราชสีห์คลั่งที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยอันใด
แรงกดดันอันหนักหน่วงก็ได้แพร่กระจายไปทั่วห้องประชุมแห่งนี้ในทันที
“ไม่ทราบว่าพวกท่านสะดวกหรือไม่ ชายชราเช่นข้าก็รู้สึกเกรงใจพวกท่านเช่นกัน”
ถึงแม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่แรงกดดันที่ชายชราปล่อยออกมากับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“อะ…โอ้พวกข้าก็ต้องมีเวลาให้ท่านอยู่แล้วสิท่านผู้ดูแลเหยียนโม่โฉวเชิญๆ ท่านนั่งก่อน”
แม้จะเอ่ยไปเช่นนั้นแต่ภายในใจของจ้าวสำนักราชสีห์คลั่งได้แต่บ่นและหวาดกลัวไปในเวลาเดียวกัน
“หมายความเช่นไรกัน เหตุใดผู้ดูแลสมาคมการค้าสวรรค์ถึงต้องการมาคุยกับข้าในยามนี้ นี่เขาจะต้องมาขัดขวางข้าในการไปจัดการเจ้าเด็กจากตระกูลหลินแน่ๆ แต่เพราะอะไรกันล่ะสมาคมการค้าสวรรค์ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์กับตระกูลหลินนี่หน่า”
“และที่สำคัญที่สุด ผู้ดูแลเหยียนโม่โฉวผู้นี้ ที่ผ่านมาทำตัวไม่เป็นจุดสนใจและคอยจะหลบเลี่ยงปัญหาอยู่ตลอด จนทุกคนต่างก็คิดว่าระดับพลังของชายชราผู้นี้คงไม่ได้แข็งแกร่งอันใด น่าจะเก่งในเรื่องของการค้าเสียมากกว่า แต่ทว่าเมื่อครู่ข้าเข้าใจแล้ว”
“ชายชราผู้นี้นั้นเก็บซ่อนความแข็งแกร่งไว้โดยตลอด เกรงว่าในดินแดนคมวายุคงจะไม่มีใครต่อกรกับผู้ดูแลเหยียนโม่โฉวได้แล้ว”
ในทางทิศเหนือทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของดินแดนคมวายุ ตัวตนเหนือระดับราชันย์ยุทธ์สามคนได้มุ่งหน้าไปยังจุดที่วิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศปรากฏอย่างรวดเร็ว
ทว่าตัวตนระดับสูงของทางทิศใต้นั้นกลับไม่ได้เคลื่อนไหวอันใดเลย
ในด้านของชายหนุ่ม เมื่อสำแดงวิชามรรคออกมาแล้ว ได้นำร่างจำแลงสัตว์เทพทั้งห้าปิดล้อมไว้ทั้งสี่ทิศและบนท้องฟ้าอีกหนึ่ง
“ดูเหมือนว่าร่างจำแลงในครั้งนี้จะมีกฎสวรรค์มากกว่าครั้งก่อนมาก นี่เป็นเพราะข้าแข็งแกร่งขึ้นงั้นรึ”
ชายหนุ่มได้แต่สงสัยและเก็บคำถามนี้ไว้ พร้อมกับสัมผัสตำแหน่งของหลิวจินเยว่ผ่านรัศมีพลังที่ร่างสัตว์เทพทั้งห้าปิดล้อมไว้
“เท่านี้เจ้าก็หนีไปไหนได้ไม่ไกลแล้ว”
สิ้นเสียงชายหนุ่มได้ยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับกระโดดขึ้นเหนือพื้นดินและฟาดฟันดาบลงไป
“วิชาดาบหยินหยาง”
“หยินผนึกสวรรค์”
“ในรัศมีที่สัตว์เทพปิดล้อมอยู่ ไม่ว่าเจ้าจะหลบอยู่มุมไหนยังไงเสียเจ้าก็ต้องรับการโจมตีนี้”
สิ้นสุดความคิดของชายหนุ่ม
เป็นไปตามคาด หลิวจินเยว่ที่พรางตัวอยู่ในเขตแดนของตนแต่กลับถูกจำกัดขอบเขตโดยร่างจำแลงสัตว์เทพของชายหนุ่ม จึงต้องฝืนเผยตำแหน่งของตนและส่งการโจมตีสวนกลับไป
กระบวนท่านี้ของชายหนุ่มนั้นมีไว้สำหรับหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูและสังหารในชั่วพริบตา
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดว่าตนจะสังหารนางได้ง่ายได้ขนาดนั้น การโจมตีนี้จึงทำเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของหลิวจินเยว่เพียงอย่างเดียว
เมื่อปะทะเข้ากับปราณดาบของชายหนุ่ม สีหน้าของหญิงสาวก็เปลี่ยนไปในทันที
เมื่อร่างของนางถูกผนึกการเคลื่อนไหวแม้จะเพียงชั่วลมหายใจแต่นั่นก็เพียงพอแล้ว
ตูม !! ในตอนนั้นเองการโจมตีของร่างจำแลงเสือขาวได้เข้าปะทะกับร่างของนางเข้าอย่างจัง การโจมตีนี้ทำให้ร่างของหลิวจินเยว่กระเด็นลอยออกไปไกล
“หลินตงเจ้ามันช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก นี่เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายหรือไม่ถึงได้เล่นลูกไม้สกปรกเช่นนี้”
เสียงของหลิวจินเยว่ได้ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ยังลอยออกไปไกลอย่างต่อเนื่อง
เมื่อจัดการเรื่องของตนเองเสร็จแล้วชายหนุ่มจึงมองไปยังการต่อสู้ทางหลี่เฟย ในทางนั้นเองก็สามารถกำราบศิษย์สำนักราชสีห์คลั่งได้เกือบสมบูรณ์แล้วเช่นกัน แต่คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักเป็นแน่กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงเข้าร่วมวงในทันที พร้อมกับปลดปล่อยวิชาดาบออกไป
“หยางสะบั้นภพ”
เมื่อการโจมตีนี้ถูกส่งออกไป เป้าหมายหลักของชายหนุ่มก็คืออิงลู่อย่างแน่นอน
ในด้านของอิงลู่เมื่อเห็นการโจมตีของชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาสีหน้าก็กลายเป็นซีดเผือด
ราชันย์ยุทธ์ระดับต้นและราชันย์ยุทธ์ระดับสูงนั้น ช่องว่างของพลังนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นี่จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่อิงลู่จะสามารถรับการโจมตีนี้ของชายหนุ่มได้ แม้ว่าตนจะเกือบถึงราชันย์ยุทธ์ระดับกลางแล้วก็ตามที
เพียงเสี้ยววินาที ศีรษะของอิงลู่ก็ไม่ได้อยู่บนบ่าอีกต่อไป นี่ทำให้จอมยุทธ์ของสำนักราชสีห์คลั่งที่เหลือช็อกไปตามๆ กัน
กงลี่มี่ ที่เห็นช่องโหว่ของราชันย์ยุทธ์ทั้งสองตรงหน้า จึงส่งการโจมตีเข้าใส่ทั้งสองเข้าอย่างจัง
ถึงแม้จะไม่สามารถพรากชีวิตไปได้ แต่ในระยะเวลาสั้นๆไม่มีทางที่ทั้งสองจะลุกขึ้นมาสู้อีกได้เลย
ศิษย์สำนักราชสีห์คลั่งคนอื่นๆ ที่เห็น ราชันย์ยุทธ์ฝั่งพวกตนถูกจัดการไปจนหมด จึงวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิตไปคนละทิศคนละทาง
เหล่าจอมยุทธ์ที่มารับชมการต่อสู้เมื่อเห็นชายหนุ่มสังหารอิงลู่โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยทุกคนก็ต่างพากันพุ่งหนีออกไปด้วยความตื่นตระหนกประหนึ่งผึ้งแตกรัง
“ไปกันเถอะพวกเราไม่มีเวลาแล้ว นอกจากหลิวจินเยว่ ที่กำลังมุ่งมาข้าก็สัมผัสได้ถึงพลังอีกสามสายที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้”
“หากข้าเดาไม่ผิดเจ้าพวกนั้นจะต้องเป็นตัวตนเหนือกว่าราชันย์ยุทธ์อย่างแน่นอน หากเราเป็นจุดสนใจมากกว่านี้จนตัวตนในเมืองทิศใต้ที่มีค่ายกลตั้งอยู่เคลื่อนไหวล่ะก็ หนทางหนีของพวกเราคงยากลำบากเป็นแน่”
“และที่สำคัญเหล่าจอมยุทธ์ที่พึ่งหนีกันไปเมื่อครู่ จะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกแก่ขุมอำนาจหรือสำนักของพวกเขา อีกไม่นานตัวตนระดับสูงในดินแดนคมวายุจะต้องเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน”
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ทุกคนต่างพากันพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง และเริ่มมุ่งตรงไปยังตัวเมืองทิศใต้ที่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายในทันที
เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปกลุ่มของชายหนุ่มก็เห็นกำแพงของเมืองทางทิศใต้แล้ว
ทว่าก่อนที่พวกชายหนุ่มจะได้เข้าใกล้ไปมากกว่านี้ ร่างสามร่างที่ปล่อยแรงกดดันมหาศาลออกมา ได้ปรากฏตัวขวางทางกลุ่มของชายหนุ่มไว้
“นี่มัน…ตัวตนเหนือระดับราชันย์ยุทธ์”
ชายหนุ่มอุทานออกมาในใจ พร้อมกับแสดงสีหน้าตึงเครียดถึงขีดสุด
“นี่กะจะไม่ให้ข้ารอดเลยหรืออย่างไร เหตุใดดวงของข้าถึงได้ซวยเช่นนี้กันนะ”
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio ฟรีทุกตอน