รุ่งสาง ณ แอนเดรียแลนด์ ดินแดนหลวงที่ซึ่งปกครองจักรวรรดิเรสเวนย่า ในขณะที่ ผู้แทนองค์จักรพรรดินี มิเกล คาเบโย่ และ ท่านหญิง โนเอเลีย ลอยนาซ กำลังนอนหลับอยู่นั้น เหล่าข้าราชบริพารภายในต่างวิ่งวนวุ่นวายรายรอบพระมหาราชวัง ทั้งกำลังทหารร่วมร้อยนายต่างทำหน้าที่ฉุกเฉินอันชวนสลดหดหู่ เดินแบกศพกันคนละร่างอย่างเป็ระเบียบ
ตึง! ตึง!
“พระองค์ขอรับ เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ”
เปา สนิทฤทัยของมิเกลปลุกเรียกเ้านายด้วยความลุกลี้ลุกลนอยู่หน้าประตูห้องนอน มิเกลและโนเอเลียพลันสะดุ้งลุกขึ้นนั่งแล้วมองหน้ากันงงงวย ไม่นานนักพวกเขาเริ่มจับทิศจับทางได้ มิเกลรีบไปเปิดประตูให้เปาทันที ส่วนโนเอเลียดึงคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวไว้เนื่องจากยังอยู่ในอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อยดีนัก
“อะไรหรือเปา เ้ากระวนกระวายอันใด”
มิเกลต่อว่าคนสนิทที่มาขัด่เวลาความสุขยามรุ่งอรุณ เปาที่ตั้งสติไม่ได้มาั้แ่เมื่อกี้ไม่รู้จะเริ่มเื่อย่างไรดี
“ไปดูเองกับตาเถิดขอรับ”
สิ้นคำเสนอผ่านน้ำเสียงอันอึกทึกนั้น เปารีบเดินเข้าไปข้างในห้องนอนของมิเกลเพื่อหยิบอาภรณ์ลำลอง และระหว่างที่เดินเข้ามาเขาได้พบสบตากับโนเอเลีย
“ข้าน้อยขออภัยขอรับ”
เขารีบหลบสายตาหลีกหนีทันทีแล้วตรงดิ่งไปยังหีบเก็บอาภรณ์ เปาวุ่นวายอยู่กับกองผ้าในนั้นไม่นานนัก หลังจากเจออาภรณ์ที่ใช่แล้ว เขารีบเดินมาสวมใส่ให้มิเกลอย่างเร่งรีบ ส่วนมิเกลปล่อยให้เขาแต่งตัวไปโดยที่ยังมิยอมละทิ้งความสงสัย
“ตกลงเ้ามีสิ่งใดวุ่นใจนัก มีอะไรเกิดขึ้น ไยไม่บอกข้า”
มิเกลเริ่มหงุดหงิดกับเปาขึ้นทุกที ทว่า โชคยังเข้าข้างเปาอยู่บ้าง เขาเงยขึ้นมาสบตามิเกลทันทีที่ติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ
“ไปดูด้วยตนเองเถิดขอรับ”
เปาฉวยจังหวะรีบคว้าแขนมิเกลพร้อมก้าวเท้ายาวลากเขาเดินออกไปยังจุดหมาย โนเอเลียเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นมาแต่งตัวหวังจะตามออกไปด้วย
เมื่อมิเกลและเปาเดินมาถึงยังสนามเดอลาครูซ สนามสังเวียนอันกว้างขวางภายในพระมหาราชวัง เขาเห็นศพจำนวนมากนอนเรียงรายกันเต็มสนามตามการจัดวางของเหล่าทหารที่ขนร่างพวกเขาเดินเข้ามาเรื่อย ๆ พื้นสนามเต็มไปด้วยร่างที่นอนแน่นิ่งเปื้อนคราบสีครามเกือบจะแห้งสนิท ในบางรายที่นอนคว่ำ เห็นชัดว่าท้ายทอยเหวอะหวะคล้ายกับโดนเหล็กทุบจนเนื้อแตกปริ มิเกลอึ้งจนพูดไม่ออก
เรเยส ผู้ยืนดูการทำงานของเหล่าทหารในมุมที่สามารถเห็นสนามได้รอบทิศ สีหน้าเขาดูไม่ดีนัก ทันทีที่เห็นมิเกลและเปาค่อย ๆ เดินเข้ามายังบริเวณสนาม เขาไม่รอช้าเดินเข้าไปหาทันที
“พระองค์…” เรเยสเดินเข้ามาโค้งคำนับต่อหน้ามิเกล
“เมื่อยามฟ้ารุ่ง เหล่าชาวเมืองพบศพชาวเืสีครามนอนตายเกลื่อนกว่า 800 ศพ และทุกศพถูกควักหลังคอทั้งสิ้น ข้าคิดว่า… นาง…กลับมาแล้ว”
เรเยสค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองมิเกล เืนักรบและตำแหน่งหัตถาครองภิภพของเขาหายสิ้นผ่านแววตาที่มีความหวาดกลัวคู่นั้น มิเกลรับรู้ได้ทันทีถึงสายตาและวาจาดังกล่าวของเรเยส
“เปา เ้าจงส่งเื่ให้สกุณาไร้พรมแดนตามหาครอบครัวพวกเขาและติดต่อราชินีทุกอาณาจักรถึงภัยที่กำลังเกิด” มิเกลหันกลับมามองเรเยสอีกครั้ง “ส่วนเ้าเรียกประชุมสภาหลวงให้ข้า เดี๋ยวนี้!”
จารึกหอสมุดผู้เปิดภิภพ
อัญมณีที่ฝังอยู่บริเวณท้ายทอยของชาวเืสีครามเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบประสาทส่วนกลาง การพยายามงัดหรือควักอัญมณีออกมาในขณะที่เ้าของยังมีชีวิตอยู่ จะทำให้เหยื่อเ็ปแสนสาหัสและเสียชีวิตลงทันที การกระทำเช่นนี้ถือเป็ศาสตร์มืดต้องห้ามขั้นสูงสุดในมหาจักรวรรดิ