ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์สยบฟ้า

    บทที่ 35 ทำลายพรรคมารสาขาย่อย

            "หลบไปเจ้าพวกสวะชั้นปลายแถว!" เสียงของฉินฟงคำรามลั่นในขณะที่กำลังพุ่งตัวไปข้างหน้าราวกับลูกธนูสองฝ่ามือยังคงรับกระบี่มากมากมายจากทุกทิศทาง ราวกับว่าในตอนนี้เขาเป็นกวนอิมพันมือยังไงยังงั้นแถมยังตอบโต้พวกที่คิดร้ายกลับด้วยพลังหมัดอันร้ายกาจ จนคนมากมายที่พรรคมารระดมพลมา กระเด็นกระดอนปลิวว่อนดุจใบไม้



            "หากยังรักชีวิตก็จงหลีกทางให้ข้าเสีย" ฉินฟงกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดังก้อง ตัวของเขาในยามนี้เคลื่อนไหวรวดเร็ว และน่าสะพรึงกลัวราวกับเป็นพญามังกรที่กำลังเกรี้ยวกราด แต่พวกคนของพรรคมารก็ดาหน้ากันเข้ามาไม่จบไม่สิ้น เพราะถ้าพวกมันถอย หรือหลบหนีก็มีโทษตายอยู่ดี นี่คือคำสั่งของหัวหน้าพรรคมาสาขาย่อยคนปัจจุบัน หมิงเจียวจูนั้นเอง..



            นางได้รับข่าวจากพิราบสื่อสารเมื่อราว ๆ ห้าวันก่อน พอเปิดจดหมายมาอ่านก็แทบจะล้มทั้งยืนเพราะนอกจากจะตกใจที่คนของพรรคมารสาขาภาคกลางอย่าง เย้จงเทียนจะต้องมาจบชีวิตลงในการต่อสู้ อีกสองคนที่มาด้วยก็ยังหนีกลับสาขาหลักของตนโดยไม่คิดจะกลับมาช่วยนาง หมิงเจียวจูทั้งโกรธทั้งแค้นแต่นางก็มิอาจทำอันใดได้ แถมเจ้าเด็กหนุ่มที่มีนามว่า ฉินฟง ก็กำลังจะมุ่งหน้าที่พรรคอีก



            หมิงเจียวจูจึงต้องเร่งร่วมกำลังพลจากทุกสารทิศที่อยู่ใต้อาณัติของนาง เพื่อมารับมือกับฉินฟง และยังต้องวางค่ายกลเพื่อเล่นงานเขาอีก ในศึกครั้งนี้นางจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด หากแพ้ ย่อมหมายถึงนางไม่เหลือที่ใดให้ไปอยู่ได้อีกแล้ว…



            ตัดกลับทางด้านของเด็กหนุ่มลึกลับผู้สะพายกระบี่ศิลาประหลาด ยามนี้เขาได้เล่นงานคนของพวกพรรคมารที่เข้ามาขัดขวางไปมากกว่าหลายร้อยคนแล้วตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้ามา และอีกเพียงไม่กี่ชั่วยามฉินฟงก็จะเข้าเขตของพรรคมารสาขาย่อยแดนใต้



            "ใกล้ถึงแล้วสินะ เช่นนั้นข้าขอพักเหนื่อยสักหน่อยดีกว่า.." ฉินฟงเอ่ยขึ้นกับตนเอง ก่อนจะนั่งลงเอาหลังพิงต้นไม้เพื่อพักหายใจหายคอ ก่อนเดินทางต่อแต่เหมือนพวกพรรคมารจะไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้นได้นาน ฉินฟงนั่งพักได้ไม่ถึงครึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ จู่ ๆ ก็ได้ปรากฏร่างของชายในชุดดำราว ๆ 7 คนขึ้นรอบตัวของมัน แต่ล่ะคนถืออาวุธต่างกันคนล่ะแบบ มีทั้งดาบ หอก กระบี่ ขวาน แส้ ง้าว ลูกตุ้มหนาม และ กระบอง ดูจากท่าทางแล้วพวกมันคงมิได้มาดีเป็นแน่



            "พวกเจ้านี่นะ ไม่คิดจะให้ข้าได้พักหายใจสักนิดเลยรึ ช่างใจคอคับแคบเสียจริง" ฉินฟงพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมาก่อนจะส่ายหน้าและบ่นพึมพำ ส่วนคนในชุดดำทั้ง 7 หาได้เอ่ยอันใดกับต่อสู้ฟงไม่ พวกมันยืนตัวแข็งทื่อราวกับไม่ใช่มนุษย์ ก่อนที่จะเริ่มขยับร่างกายและมีเสียง กึก..รวมไปถึง.. คล้ายฟันเฟืองโลหะขบกันดังออกมา จากนั้นพวกมันก็พลันพุ่งเข้าเล่นงานฉินฟงด้วยความรวดเร็วแถมพร้อมเพรียงกันอีกต่างหาก ฉินฟงแย้มยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากก่อนหมุนตัวลอยขึ้นไปในอากาศหลบการโจมตีของพวกมันทุกคนได้อย่างง่ายดาย



            "หึ แค่ฟังเสียงกับมองปราดเดียว ข้าก็รู้แล้ว ว่าพวกเจ้าหาใช่มนุษย์ คงจะเป็นตุ๊กตากลจากฝ่ายอาวุธของสำนักเก้ามังกรสินะ แถมยังถูกพัฒนาขึ้นมาก จากเมื่อก่อน นางจิ้งจอกหมิงเจียวจูกับเจ้าฉีฟู๋คงรวมหัวกันสร้างขึ้นมาเป็นแน่ แต่….ไอ้ของเล่นพรรค์นี้มันหาใช่คู่มือของข้าไม่! ฝ่ามือมังกรฟ้าดินประสานกระบวนท่าที่หนึ่ง มังกรทลายปฐพีพินาศ!"



            ฉินฟงพลิกม้วนฝ่ามือทั้งสองก่อนจะพุ่งทะยานลงมาในแนวดิ่ง เกิดเป็นคลื่นลมมหาศาลกระแทกลงมาใส่เจ้าตุ๊กตากลสังหารทั้ง 7 จนแหลกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา ก่อนที่ตัวมันจะมายืนอยู่บนพื้นดิน ท่ามกลางเศษซากของวัตถุโลหะมากมาย แต่ทว่า…มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น นอกจากกลไกเหล็กแล้วก็ยังมีร่างอันน่าเวทนาของมนุษย์ร่วมอยู่ด้วย!! พวกเขาถูกทรมานจนผิดรูปร่าง และจับมาใส่ในหุ่นกลอย่างโหดเหี้ยม



            ฉินฟงที่ได้เห็นก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดที่จะช่วยเหลือคนเหล่านี้ หรือมีเมตตาส่งพวกมันไปสวรรค์ ทำไมจึงเป็นนั้นนะรึ? เพราะฉินฟง มองออกว่า หมิงเจียวจูกับเจ้าต่อสู้ฟู๋ ได้ใส่อาวุธลับซ่อนไว้อีกชั้นในตัวของคนพวกนี้ หากฉินฟงเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อมอบความช่วยเหลือ อาวุธลับที่อาจจะเป็นเข็มพิษหรือไม่ก็ระเบิดพิษก็คงจะทำงานเป็นแน่  ซึ่งนับว่าเขาคิดถูก เจ้าคนพวกนี้พยายามยกมือ และส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากฉินฟงเป็นครั้งสุดท้ายจริง แต่พอฉินฟงนิ่งเงียบไม่สนใจ ดวงตาของพวกมันก็เบิกกว้างก่อนจะแน่นิ่งไป จากนั้นก็มีควันเขียว ๆ ลอยออกมาจากร่าง



            ฉินฟงได้มองพวกมันด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะจากไป มิรู้คนพวกนี้เป็นใคร และมาจากฝ่ายไหนกันแน่ หากเป็นคนของพรรคมาร พวกมันคงเต็มใจทำ แต่ถ้าไม่ใช่พวกเขาก็คงโดนจับมาจากที่ไหนสักแห่งเพื่อเป็นหนูทดลองให้กับหมิงเจียงจูและเจ้าฉีฟู พวกมันช่างชั่วช้าสามานย์เสียจริง ๆ จริง ฉินฟงกำหมัดแน่นก่อนจะสาบานกับตนเองว่า จะต้องฆ่าพวกมันทั้งคู่ให้จงได้



            ***


            ฉินฟงเดินหน้าต่อมาอีกสักพักก่อนจะเริ่มพบกับความผิดปรกติ จู่ ๆ รอบกายก็เกิดหมอกลึกลับขึ้น เป็นไปได้อย่างไรกัน? ยามนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณใกล้ ๆ ตอนเที่ยงหาใช่ยามรุ่งเช้าเสียหน่อย ฉินแต่นั่นขมวดมุ่นคิ้วก่อนจะเดินหน้าต่ออย่างระมัดระวัง แต่ทว่า…ยิ่งเดินก็ยิ่งวนกลับมาที่เดิม นั้นยิ่งทำให้ฉินฟงตกใจมาก..



            ซะที่ไหนกัน มันแย้มยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างผู้มีชัยก่อนจะกล่าวขึ้น



            "ค่ายกลหมอกไร้ดาราเช่นนั้นสินะเจียวจู…ข้าก็หลงคิดว่าเจ้าจะนำค่ายกลอันใดมาเล่นงานข้า ที่แท้ก็ใช่แค่ของหลอกเด็กพรรค์นี่เอง น่าผิดหวังยิ่งนัก" ฉินฟงส่ายศีรษะไปมาก่อนที่มันกวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง เมื่อพบก็พุ่งตรงไปหาทันที เกิดเสียงดัง ฉับ..! จากนั้นภาพหมอกที่อยู่รอบ ๆ ก็ค่อย ๆ จางหายไป และ ตรงเท้าของฉินฟงมียันต์แผ่นหนึ่งฉีกขาดอยู่ นี่ก็คือที่มาของภาพลวงตาเมื่อสักครู่นี่เอง จากนั้นฉินฟงจึงเดินหน้าต่อทันที…



            ภายในห้องโถงของพรรคมาร ยามนี้ หมิงเจียวจูกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่บนเก้าอี้ของหัวหน้าพรรค และข้าง ๆ ของนางก็มีชายในชุดสีม่วงร่างผอมแห้งกำลังยืนอยู่ ฉีฟู่ที่ปรึกษานั้นเอง ส่วนที่ยื่นอยู่รอบข้างในตำแหน่งที่ต่ำกว่าก็คือ หลู่อี้ถัง หลู่อี้ไป๋ คนโฉด กับเจ้าสำนักจากพรรคธรรมะอื่น ๆ ที่แปรพักตร์มาเข้ากับเจียวจู



            น่าแปลกที่ไร้วี่แววของ หลู่อิงฉาน กับ เสี้ยวอี้หลาน มิรู้คนทั้งสองเป็นตายร้ายดีเช่นไร ส่วนจางซุนเตื่นเต้นย อดีตผู้อาวุโสแห่งฝ่ายโอสถ นั้น ถูกหมิงเจียวจู ทรมานไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน และโดนบังคับให้ผลิตโอสถ กับอาวุธอยู่ในห้องลับ ส่วนจางซุนเจี่ยกับ จางเทียนจื้อแห่งฝ่ายลมปราณ และคนของพรรคเก้ามังกรพิทักษ์อีกหลายคน ที่ไม่ยอมเข้ากับพรรคมาร พวกเขาทั้งหมดถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน…



            "สถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นไรแล้วบ้าง เหตุใดจึงไม่มีคนมารายงานข้า..!!" หมิงเจียวจู ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ ทุกคนในห้องต่างมองหน้ากันไปมาแต่ไร้คำตอบ แต่จากนั้นก็มีลิ่วล้อชั้นปลายแถวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องก่อนจะคุกเข่าก้มหน้าลง



            "เรียนท่านหัวหน้า ยามนี้เจ้าฉินฟงได้ผ่านค่ายกลหมอกไร้ดารามาเรียบร้อย และกำลังจะเข้าในพรรคส่วนหน้าแล้วขอรับ..!!"



            พอทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันตกใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับหมิงเจียวจู ดวงตานางเบิกกว้างเพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ค่ายกลหมอกไร้ดาราแม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่ถ้าไม่ใช่คนที่เคยอยู่ในสำนักเก้ามังกรฝ่ายโอสถมาก่อน ย่อมมิมีทางที่จะหายันต์ต้นกำเนิดภาพลวงตาได้โดยง่าย และถึงขั้นต้องเดินวนอยู่ในหมอกไปจนตาย เช่นนี้แล้วเจ้าเด็กหนุ่มที่ชื่อ ฉินฟงผู้นั้นมันรู้ตำแหน่งของยันต์ได้อย่างไรกัน...



            มีอยู่ชั่วครู่ที่หมิงเจียวจูคิดว่าฉินฟงเคยอยู่ในสำนักเก้ามังกรมาก่อน แต่พอคิดไปคิดมาก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ด้วยอายุ และวรยุทธ์ที่สูงส่งพอ ๆ กับพวกปรมาจารย์อาวุโส ไม่มีทางเลยที่เขาจะเคยอยู่ในสำนักมาก่อน หมิงเจียวจูสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งก่อนจะไล่ให้ทุกคนออกไปเด็ดหัวฉินฟงมาให้ได้ นางกล่าวว่าผู้ใดที่สังหารฉินฟงสำเร็จคนผู้นั้นจะได้รับรางวัลก้อนโตจากทางพรรคมารสาขาหลัก



            พอทุกคนได้ยินคำสั่งของหมิงเจียวจู แทนที่พวกมันจะรีบออกไปแต่กลับมองหน้ากันไปมาด้วยความหวาดกลัว จะไม่ให้รู้สึกเช่นนั้นได้อย่างไร ฉินฟงอายุเป็นไม่เท่าไหร่แต่สามารถเอาชนะหลู่อิงฉาน จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ไหนจะเอาชนะ คนทั้งสามจากพรรคมารสาขาภาคกลางได้อีก และที่ทุกคนคิดกันไปเองก็คือ ฉินฟงสังหาร เย้จงเที้ยน สำเร็จ (ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง มันถูก หนานไห้เยี้ยต่างหากที่สังหาร) ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงมิมีผู้ใดกล้าเอาชีวิตไปทิ้ง



            หมิงเจียวจูกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด เพราะมิมีผู้ใดทำตามที่นางสั่ง  ยกเว้น…สองพ่อลูกสกุลหลู่ที่ก้าวเท้าออกมาตรงหน้าหญิงสาวบนเก้าอี้



            "หากมิมีผู้ใดกล้า เช่นนั้นพวกข้าสองคน จะเป็นคนไปเด็ดหัวเจ้าฉินฟงผู้นั้นให้เอง หนึ่งเพื่อพรรคมารของพวกเรา และสองเพื่อ…..แก้แค้นให้กับหลานข้า.." หลู่อี้ถังกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว หลู่อี้ไป๋ก็เช่นกัน หมิงเจียวจูจากใบหน้าบูดบึ้งพลันเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มในทันที



            "ดีมาก ดีมาก หากเป็นพวกท่านทั้งสองออกหน้าข้าก็คงเบาใจได้ แม้เจ้าฉินงฟงผู้นั้นจะเก่งกาจ แต่ถ้าเจอกับคนระดับปรมาจารย์แถมด้วยเจ้าสำนักพร้อมกันถึงสองคน มันย่อมไม่รอดเป็นแน่..พวกเจ้าที่เหลือก็เหมือนกันจงออกไปช่วยคนทั้งสองเดี๋ยวนี้ หาไม่ข้าจะลงโทษขั้นเด็ดขาด..!!" หมิงเจียวจูประกาศเสียงดัง พวกมันจึงต้องยอมทำตาม ในใจส่วนหนึ่งก็หวังพึ่งสองพ่อลูกสกุลหลู่นั้นเอง..



            ***



            ณ ลานกว้างหน้าพรรคมารยามนี้  ฉินฟงได้เดินมาถึงเรียบร้อยแล้ว และมันก็ได้พบกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนรออยู่ ซึ่งมีผู้นำเป็นสองพ่อลูกสกุลหลู่นั้นเอง



            "หลู่อี้ถัง กับหลู่อี้ไป๋ และบรรดาเจ้าสำนักคนอื่น ๆ เช่นนั้นรึ? อ้อ คงจะออกมาจัดการกับข้าตามคำสั่งของหมิงเจียวจูสินะ ช่างเลี้ยงไม่เสียข้าวสุกจริง ๆ" ฉินฟงครุ่นคิดอยู่ในใจก่อนจะส่ายศีรษะไปมา จากนั้นหลู่อี้ถังก็ได้กล่าวขึ้น



            "เจ้าเองรึ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ชื่อ ฉินฟง ผู้ที่สังหารหลานชายกับหลานสะใภ้ของข้า" หลู่อี้ถังยกมือขึ้นชี้หน้าฉินตื่นเต้น พร้อมแววตาแดงก่ำด้วยโทสะ ฉินฟงที่ได้ยินก็ขมวดมุ่นคิ้วไปในทันที "ข้ารึสังหารหลู่อิงฉาน กับเสี้ยวอี้หลาน? เหลวไหลสิ้นดี หากเป็นเจ้าอิงฉานก็ยังพอเป็นไปได้ แต่เสี้ยวอี้หลาน…..ไม่มีวันเป็นเช่นนั้นแน่ นี่แปลว่าทั้งคู่ยังมิได้กลับมาที่พรรคสินะ" ฉินฟงนิ่งเงียบก่อนคิดในใจ



            "หึ เป็นอะไรไปเล่าเจ้าหนู ท่าทีเช่นนั้นแปลว่าเจ้ายอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าฆ่าคนทั้งสองจริง" หลู่อี้ถังถามอีกครั้ง ฉินฟงได้แต่ถอนหายใจ ถึงมันจะอธิบายว่าไม่ได้ฆ่าคนทั้งสอง คนถ่อยอย่างหลู่อี้ถังก็คงไม่ฟังอยู่ดี



            "ท่านพ่อ อย่าไปถามเจ้าเด็กนี้ให้เสียเวลาอีกเลย รีบเอาเลือดมันเซ่นวิญญาณลูกอิงฉานเถิด" หลู่อี้ไป๋ชักกระบี่ออกมาก่อนหันบอกบิดาของมัน หลู่อี้ถังเองก็พยักหน้าอย่างแช่มช้า รังสีแห่งการฆ่าฟันอันโหดเหี้ยมค่อย ๆ แผ่กระจายออกมาจน ผู้คนที่อยู่ข้างล่างของมันยังรู้สึกขนลุก แต่ฉินฟงหาได้ประหวั่นพรั่นพรึงไม่ มันเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าหากตนอยู่ในร่างของไท่หยวนอี้ ช่วงวัยเยาว์เช่นนี้จะรับมือหลู่อี้ถังได้สักกี่กระบวนท่า



            "ตายซะเถอะเจ้าเด็กสารเลว..!!" หลู่อี้ถังคำรามลั่นก่อนจะพุ่งกระบี่ตรงเข้ามาหาฉินฟงพร้อมกับบุตรชายข้างกายของมัน ส่วนเจ้าสำนักคนอื่น ๆ ก็ทยอยตามกันมา



            "หึ หมาหมู่เช่นนั้นสินะ เข้ามาเลย ข้าไม่กลัวหรอก..!!" ฉินฟงเองก็ส่งเสียงดังออกมาเช่นกันพร้อมกับโคจรลมปราณอันมหาศาลไปทั่วร่างก่อนตรงเข้าไปปะทะกับพวกของหลู่อี้ถัง  เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างดุเดือดในทันที กระบี่มากมายพุ่งตรงเข้ามาหาฉินฟงแถมทุกเล่มยังว่องไว และอัดแน่นไปด้วยพลังปราณรุนแรง แต่ฉินรวมไปถึงก็สามารถพลิกหมุนตัวหลบได้อย่างง่ายดาย นอกจากกระบี่ก็ยังมีกระบวนท่าฝ่ามือ ฝ่าเท้าอีกมากมายสลับผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเล่นงาน แต่ฉินฟงก็สามารถตั้งรับ และต้านกลับไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ



            นี่มันเป็นไปไม่ได้ แค่เด็กเพียงคนเดียว ไฉนถึงรับมือยอดฝีมือมากมายระดับเจ้าสำนักได้ถึงเพียงนี้ มันเป็นตัวอะไรกันแน่ เทพเซียนจากสรวงสวรรค์เช่นนั้นรึ!!? ทุกคนที่กำลังรุมเล่นฉินฟง อยู่ต่างคิดแบบเดียวกันทั้งหมด "พวกท่านหลบไปให้ข้ากับท่านพ่อจัดการมันเอง..!!" เสียงของหลู่อี้ไป๋ร้องดังลั่น ก่อนที่จะแทรกตัวเข้ามาพร้อมกับกระบี่ในมือ ทุกคนพอได้ยินก็เปิดทางให้ หลู่อี้ไป๋วาดกระบี่ไปมาพร้อมปลดปล่อยปราณกระบี่อันรุนแรง ที่มีรูปร่างคล้ายมังกรสีดำทมิฬตัวใหญ่กำลังแยกเขึ้ยว



            "วิชาปราณกระบี่เขี้ยวมังกรหกกระบวนเช่นนั้นรึ? แต่อานุภาพของมันรุนแรง และอำมหิตยิ่งกว่าของหลู่อิงฉานมากมายนัก สมแล้วที่เป็นเจ้าสำนักฝ่ายกระบี่ แต่ถ้าเทียบกับปราณกระบี่ของท่านอาจารย์ก็ยังนับว่าหากชั้นกันหลายเท่านัก.." ฉินฟงคิดในใจก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นมันก็โคจรลมปราณไปที่ฝ่ามือก่อนจะพลิกม้วน และตรงเข้าปะทะกับปราณกระบี่ของหลู่อี้ไป๋จนเกิดเสียงดังสนั่น และผลที่ปรากฏออกมาก็คือ มีผู้ที่พ่ายแพ้จนกระเด็นลอยถอยออกมาซึ่งก็คือ….หลู่อี้ไป๋นั้นเอง



            ร่างของมันร่วงลงมากระแทกพื้นก่อนจะกระอักเลือดออกมาจากนั้นก็แน่นิ่งไปต่อหน้าต่อหน้าทุกคน ร่วมถึงต่อหน้าบิดาของมันด้วย หลู่อี้ถัง ถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้างไปชั่วขณะ



            "อี้ไป๋!! อี้ไป๋ลูกพ่อ..!!" มันร้องเรียกลูกชายเสียงหลง แต่หลู่อี้ไป๋ก็มิได้ตอบอันใดกลับ หัวใจของหลู่อี้ถังแหลกสลายก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้น มันมองมาที่ฉินฟงด้วยแววตาดุร้ายที่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเด็กหนุ่มตรงหน้าเสียให้ได้ จากนั้นปราณชั่วร้ายสีดำในร่างก็ปะทุออกมา ครานี้มันดูรุนแรงมากจนฉินฟงเองก็ยังขาสั่นเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของหลู่อี้ถังจากหายลับไปต่อหน้าต่อตาทุกคน แล้วก็มาโผล่อยู่ที่ด้านหลังของฉินฟงราวกับภูตผี พร้อมกระบี่คมกริบในมือที่สาดแสงวาววับ



            กระบี่ฟาดฟันตรงมาที่ลำคอของฉินฟงเร็วจนแทบมองไม่ทันแถมยังอัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันมหาศาลหากคนทั่วไปโดนเข้า คงมิใช่แค่คอขาด แต่อาจจะสลายกลายเป็นฝุ่นไปเลยก็เป็นได้ แต่นั่นก็เป็นคนอื่นไม่ใช่ฉินฟง มันก้มตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ใช่มันเส้นยาแดงผ่าแปดจริง ๆ ปลายกระบี่ของหลู่อี้ถังถากแก้มฉินฟงจนเกิดเป็นรอยแผลยาว โลหิตสีแดงไหลซึมออกมาเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่การโจมตีทั้งหมด หลู่อี้ถังโจมตีอย่างต่อเนื่องทันที ทุกกระบี่รวดเร็ว และมีพลังทำลายล้างมหาศาล บริเวณรอบ ๆ ถูกทำลายจนพังพินาศ เหล่าเจ้าสำนักต่าง ๆ พากันที่หลบซ่อนกันจ้าล่ะหวั่น



            "...เจ้าเฒ่าหลู่อี้ถังเอาจริงแล้วสินะ ด้วยพลังของมันระดับนี้ ข้าคงมิอาจรับมือได้นานเป็นแน่ เช่นก็คงเหลือหนทางเดียวแล้ว…." ฉินฟงเหงื่อกาฬแตกเต็มหน้าก่อนที่มันจะก้าวถอยเล็กน้อยจากนั้นก็ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ



            "อยากฆ่าข้านักใช่ไหมตาแก่อี้ถัง เช่นนั้นก็จงตามข้ามาฮ่าๆๆๆ"



            หลู่อี้ถังตกใจเล็กน้อยก่อนที่มันจะพุ่งทะยานตามฉินฟงขึ้นมาและเอ่ยขึ้น



            "คิดหนีรึไอ้หนู ไม่มีทางหรอก วันนี้ข้าจะต้องเอาหัวเจ้า มาเซ่นวิญญาณลูกกับหลานข้าให้ได้..!"



            จากนั้นทั้งสองก็หายลับตาจากสายตาของทุกคนไป



            พวกมันทั้งคู่เล่นไล่จับกันมาเรื่อย ๆ จนมาถึง ใจกลางป่าลึก ฉินฟงก็หายวับ คลาดสายตาของหลู่อี้ถังไปดื้อ ๆ ..



            "เลิกเล่นซ่อนหาได้แล้วไอ้หนู!! ออกมารับความตายของเจ้าซะ..!!" หลู่อี้ถังตะโกนดังลั่นป่า ทุกอย่างรอบตัวมันเงียบไปสักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะกับเสียงพูดของชายชราที่ฟังคุ้นหูดังขึ้นมา



            "หึหึ หนีเช่นนั้นรึ? หลู่อี้ถัง…เปล่าเลย มิมีเหตุอันใดจะต้องหนี ข้าเพียงแค่พาเจ้ามายังสถานที่แห่งนี้ เพื่อตัดสินเรื่องของพวกเราต่างหาก…" คำพูดเหล่านั้นทำเอาหลู่อี้ถังถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางค์



            "สะ เสียงนี้…ปะ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เจ้าตายไปแล้วนี่ตั้งแต่เมื่อตอนนั้น…" ดวงตาของหลู่อี้ถังเบิกโพลงด้วยความตกใจ น้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่คนผู้ซึ่งพูดกับมันจะค่อย ๆ เผยร่างออกมาจากเงามืด



            "ตกใจมากนักรึ? อี้ถังที่เห็นข้า" ฉินฟงในร่างของไท่หยวนอี้เอ่ยขึ้น



            "นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ตาย แล้วไอ้เด็กเวรคนเมื่อกี้มันหายไปไหนแล้ว เจ้าซ่อนมันไว้เช่นนั้นหรือ จงมอบมันออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้..!!" หลู่อี้ถัง แม้จะหวาดกลัวแต่ก็ยังไม่ลืมความแค้น



            "มอบเขาให้เจ้ากระนั้นรึ? หึหึ เห็นที่ข้าคงจะทำเช่นนั้นมิได้ เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นศิษย์ข้า ข้าจะส่งตัวเขาให้เจ้าได้เช่นไร" พอหลู่อี้ถังได้ฟังมันก็แสยะยิ้มออกมาบนใบหน้า



            "เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่ามันถึงได้มีฝีมือสูงนัก ที่แท้มีเจ้าเป็นคนถ่ายทอดวิชาให้โดยตรง แต่มันสังหารหลานกับลูกข้า ยังไงหนี้แค้นครั้งนี้ก็ต้องชดใช้ ในเมื่อเจ้าเป็นอาจารย์แต่อบรมสั่งสอนมันไม่ดี เช่นนั้นก็จงรับโทษแทนมันซะ!!" หลู่อี้ถังกัดฟันแน่นก่อนจะพุ่งเข้ามาหาฉินฟงด้วยความโกรธแค้น ฉินฟงนั้นแย้มยิ้มอย่างสบายใจก่อนจะเอ่ยขึ้น "ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็จะได้สะสางเรื่องของเราให้มันจบ ๆ ไป เจ้าทำให้สำนักที่อาจารย์ของข้าสร้างมาต้องมัวหมองตกต่ำ แถมยังไปสมคบคิดพรรคมารสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนบริสุทธิ์ แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้เจ้าต้องไปชดใช้กรรมในนรกแล้ว หลู่อี้ถัง.." ฉินฟงเอ่ยขึ้นด้วยแววตาดุดันก่อนที่มันจะชักกระบี่ศิลาฟ้าดินตรงกลางหลังออกมา



            ยามปรกติที่ฉินฟง อยู่ในร่างไท่หยวนอี้ช่วงวัยเยาว์มันไม่สามารถดึงพลังของกระบี่ออกไม่ได้เต็มที่ แต่ยามนี้มิได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพียงแค่กระบี่ในมือของหลู่อี้ถังปะทะกับกระบี่ศิลาประหลาดในมือของฉินฟง หลู่อี้ถังก็ถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง มันตกใจมาก พลังอันใดกันนี่ ถึงได้มากมายมหาศาลเพียงนี้ แต่หลู่อี้ถังก็ยังไม่ยอมแพ้ มันโคจรลมปราณสูงสุดก่อนจะใช้ ปราณกระบี่เขี้ยวมังกรทั้งหกกระบวนจู่โจมฉินฟง หากเป็นผู้อื่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลู่อี้ถังในยามนี้ก็คงถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดภายในหนึ่งหรือกระบวนท่า แต่ทว่า…ตรงหน้าของมันในเวลานี้ คือ ฉินฟง ในร่างของปรมาจารย์ไท่หยวนอี้แถมในมือยังมีกระบี่วิเศษอีก มันย่อมไม่ง่ายเลยที่จะเอาชนะ



            ยิ่งต่อสู้หลู่อี้ถังก็พบว่ามันไม่สามารถเอาทำอะไรชายชราตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย พลังที่ทุ่มโจมตีลงไปราวกับถูกดูดหายเข้าในหลุมลึกไร้ก้น



            "ไม่ เป็นไปไม่ได้!! ฝีมือของข้ากับไท่หยวนอี้ไม่น่าจะต่างกันถึงเพียงนี้ เป็นไปไม่ได้..!!!!!" หลู่อี้ถังตะโกนดังลั่นก่อนจะจู่โจมใส่ฉินฟงอย่างบ้าคลั่งแต่มันก็ไร้ผลอยู่ดี



            ฉินฟงที่ตั้งรับอย่างสบายก็เริ่มส่ายศีรษะไปมา "อย่าเสียเวลาอีกเลยหลู่อี้ถังเจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้..จงรับผลกรรมที่เจ้าก่อซะเถอะ.." ฉินฟงหมุนตัวหลบการโจมตีครั้งสุดท้ายของหลู่อี้ถัง ก่อนที่มันใช้เพลงกระบี่ในมือโจมตีสวนกลับ "จงรับไปซะ เพลงกระบี่เก้ามังกรประสานฟ้า กระบวนท่าที่เก้า มังกรสวรรค์ผ่าจักรวาล..!!" ปราณกระบี่สีทองเก้าสาย พวยพุ่งออกมาจากกระบี่ศิลาฟ้าดินก่อนตรงเข้าปะทะกับร่างของหลู่อี้ถัง จนเกิดเสียงสะเทือนเลือนลั่นดังไปทั่วพื้นป่า และเมื่อทุกอย่างจบลง ร่างของหลู่อี้ถังก็นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่บนพื้นดินเรียบร้อย…



            "จบสิ้นกันเสีย จากนี้เจ้ากับลูกก็ไปชดใช้กรรมที่ปรโลกเสียเถิด เยี้ยเหม่ยคงจะถูกใจน่าดูที่ได้ทรมานคนชั่วอย่างพวกเจ้า" ฉินฟงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะคืนร่างเป็นเด็กหนุ่มเช่นเดิม และมุ่งหน้ากลับไปยังพรรคมารเพื่อคิดบัญชีเลือดกับหมิงเจียงจูต่อ



            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์สยบฟ้า ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659