สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

    29. เสือร้ายหรือจะร้ายเท่า

             ชายหนุ่มเหยียบเดือยเหล็กพลิ้วตัวลงจากหลังม้าก่อนที่จะหันกลับไปชูแขนทั้งสองให้คนที่ยังนั่งอยู่บนหลังม้าที่ช่วงสั้นเกินกว่าที่จะเหยียบเดือยเหล็กถึง

            “ข้าลงเองได้!!”เจ้าของใบหน้าที่สุกก่ำราวผลท้อเอ่ยตอบชายตัวโตที่อ้าแขนรอรับอยู่ด้วยน้ำเสียงงึมงำ

            “นี่เจ้าดื้อกับข้าอีกแล้ว...”สายตาคมจดจ้องราวกับบังคับจนเด็กสาวบนหลังม้าต้องโจนลงเข้าหาอ้อมแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มครั้นเมื่อแตะเท้าลงบนพื้นได้มั่นคงสองแขนก็รีบผละออกจากอกแกร่งของไท่เว่ย์ในทันที

            “หากมีผู้ใดผ่านมาเห็นเข้าจะไม่ดีเจ้าค่ะ”สวี่กงเหมยเอ่ยพึมพำน้ำเสียงอ่อน

            “จะเป็นผู้ใดไปได้ถ้าไม่ใช่เสิ่นเฉิงของข้าและศิษย์พี่ของเจ้า”แววตาร้ายมองส่งความรู้สึกไปยังเด็กสาวที่ยืนบิดไปมาตรงหน้าก่อนที่เขาจะเปล่งเสียงกังวานขึ้นมา “ใช่ไฟางซื่อาเสิ่น อาอวี่!!!”

            ทั้งเสิ่นเฉิงและหลี่หลิวอวี่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต่างก็เบิกตาโตขึ้นหันหน้ามองกันอย่างไม่ได้นัดหมายในทันทีเขาทั้งคู่ไม่รู้ว่าไท่เว่ย์รู้ได้อย่างไรว่าเขาสองคนหลบอยู่ตรงนี้ที่ห่างจากจุดผูกม้าไปตั้งสองผิง[1]อย่างนี้นี่เองที่เขาได้รับฉายาอินทรีหนุ่มจากหัวหน้าก๊กต่าง ๆ

            “เจ้าสองคนจะออกมาดี ๆ หรือจะให้ข้า...”ไท่เว่ย์ยังพูดไม่ทันหมดความทั้งเสิ่นเฉิงและหลี่หลิวอวี่ก็ค่อยย่างเท้าออกมาจากที่ซ่อน

            “ทะ ไท่ เว่ย์!” น้ำเสียงของทั้งหลี่หลิวอวี่และเสิ่นเฉิงต่างก็สั่นเทาก่อนที่เสียงหนึ่งจะเอ่ยขึ้น

            “ข้าหาได้ซุ่มดูท่านนะขอรับ!” หลี่หลิวอวี่ทรุดเข่าลงต่อหน้าเซวียนจางหย่ง

            “เจ้าลุกขึ้นเถอะอาอวี่ข้าเองก็มิได้จะติเตียนเจ้า เพียงแต่เรียกหาตามประสาก็เท่านั้น”เจ้าของใบหน้าคมยกยิ้มขึ้นมุมปากเสิ่นเฉิงที่คอยจับสังเกตตระหนักรู้ในเจตนาของเซวียนจางหย่งในทันทีจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา

            “เจ้ามีเรื่องใดหนักใจอาเสิ่นข้าเห็นเจ้าเฝ้าแต่ถอนหายใจถึงสองคราต่อหน้าข้า”

            “ข้าหนักใจแทนอาเหมยขอรับที่ต้องรองรับอารมณ์ของชายหนุ่มที่มักเอาแต่ใจตนเอง” พูดจบเสิ่นเฉิงก็เดินไปอีกทางพลางมือก็คว้าเอาเชือกจูงของม้าสีขาวที่เพิ่งเดินเยาะเข้ามาในพื้นที่ไปผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ที่พัก

            คำพูดของเสิ่นเฉิงไม่ได้ทำให้เซวียนจางหย่งโกรธเกรี้ยวแต่กลับหัวเราะหึ หึ ในลำคออย่างอารมณ์ดีมีแต่เพียงหลี่หลิวอวี่เท่านั้นที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขารู้เพียงว่าอาเหมย ศิษย์น้องของเขาควบม้าเข้าป่าไปแต่เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงกลับมากับไท่เว่ย์บนหลังม้าตัวเดียวกันด้วยกริยาราวกับขี้ผึ้งหลังถูกไฟลนเช่นนี้

            อาจจะจริงดังเช่นที่เสิ่นเฉิงได้เอ่ยกับเขาไว้เมื่อครู่เขาอาจยังเป็นเด็กน้อยในเรื่องของผู้ใหญ่เขาจึงไม่เข้าไจถึงความรู้สึกที่ไท่เว่ย์มีต่ออาเหมยและเขาไม่มีวันที่จะเข้าใจตราบจนได้พบเจอความรู้สึกนั้นด้วยตัวของเขาเอง

    …

             “ยามเซิน[2]เราจะออกเดินทางกันมุ่งหน้าไปยังค่ายหัวเมืองเหนือในคราวเดียวโดยไม่แวะพักที่ใดอีกด้วยหนทางที่จะเจอข้างนี้อาจพบเจออันตรายจากสัตว์ป่าแต่จะปลอดภัยจากพวกโจรเพราะเส้นทางที่ใช้หาใช่ทางสัญจรของมนุษย์”เสิ่นเฉิงเอ่ยพูดขึ้น พาให้หลี่หลิวอวี่สีหน้าถอดสี

            “แล้วเป็นเส้นทางของสัตว์ชนิดใดท่านเสิ่น”เจ้าของสีหน้าวิตกเอ่ยถามสุ้มเสียงสั่น

            “เสือข้าเห็นว่ามีรอยเท้าของเสือเต็มไปหมด ทั้งต้นไม้ก็เต็มไปด้วยรอยลับเล็บเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางปลอดภัยมุ่งหน้าสู่ค่ายหัวเมืองเหนือโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ลี้ และไม่ถึงสองชั่วยาม”

            “ท่านเสิ่นท่านแค่เอ่ยข่มขวัญให้ข้ากลัวเล่นใช่หรือไม่” หลี่หลิวอวี่เสียงสั่นครั้นเมื่อนึกถึงเสือโคร่งแมนจูเรีย[3]ตัวมหึมาที่หลงเข้ามายังจวนหมื่นพิษเมื่อหลายปีก่อนเขายังจำเสียงคำราม อีกทั้งเสียงลมหายใจของมันได้ดีหัวใจของเขายังประหวั่นพรั่นพรึงไม่หาย แม้แค่ได้ยินชื่อของมันใจเขาก็สั่นจนขาก้าวไม่ออกแล้วนี่ยิ่งเสิ่นเฉิงจะพาเขาตะลุยเข้าไปยังเส้นทางเสือจะไม่ให้เขาหน้าซีดตัวสั่นได้อย่างไรกัน

            “แล้วถ้าพวกเราเกิดเจอกับเจ้าเสือกลางทางล่ะเจ้าคะ”เด็กสาวได้ฟังเรื่องราวอยู่ตั้งแต่ต้น จึงเอ่ยปากถามขึ้น ด้วยนางก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เจ้าเสือแมนจูเรียหลงเข้ามายังจวนหมื่นพิษถึงแม้นางว่าในเวลานั้นนางจะนั่งอยู่บนห้างอย่างไร้กังวลก็ตามทีแต่ความรู้สึกของนางก็สัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามของเจ้าลายพาดกลอนตัวมหึมานั้นได้ดี

            “เราก็ต้องสู้”เสิ่นเฉิงชักกระบี่ออกจากฟัก สีหน้าของเขาขึงขังราวกับว่าจะต้องเผชิญกับเจ้าสัตว์ร้ายอย่างแน่นอนพาให้เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องแห่งหุบเขาหมื่นพิษทันใดนั้นเสิ่นเฉิงก็หัวเราะออกมาพาให้ทั้งหลี่หลิวอวี่และสวี่กงเหมยมองหน้ากันอย่างงุนงง

            “พวกท่านหัวเราะอะไรกันมันหมายความว่าอะไรท่านเสิ่น...!!!”สุ้มเสียงกร้าวเอ่ยถามเสิ่นเฉิงที่กำลังหัวเราะจนพาให้ไท่เว่ย์รู้สึกชอบใจไปด้วยพลันก็เงียบลงทันทีที่หันไปเห็นสีหน้าที่เคยวิตกของเด็กสาวกลับกลายแดงก่ำด้วยความโกรธจึงกลบเกลื่อนด้วยเสียงกระแอมไอและสีหน้าเข้มขรึม

            แฮ่ม!

            “ข้าแค่แกล้งพวกเจ้าเล่น แท้จริงแล้วไม่มีอะไรที่พวกเจ้าต้องเป็นกังวลถึงแม้จะเป็นทางเสือผ่าน ทว่าพวกมันจะเดินผ่านเป็นเวลาเราจะใช้เส้นทางเมื่อพวกมันผ่านไปแล้ว”

            “เป็นความสัตย์แท้นะท่านองครักษ์ท่านแกล้งข้าเสียจนข้าสับสนไปหมดแล้ว” น้ำเสียงเข้มของสวี่กงเหมยเอ่ยอย่างฉุนขาดทำให้ชายหนุ่มตัวโตเหลือบมองเด็กสาวจึงได้พบแววตาจริงจังดุจนางพญากระนั้นเขาถึงระลึกได้ว่าตนเองเล่นสนุกไปมากเกินควรแล้วจริง ๆ จึงได้ประสานมือก้มหัวลงคำนับรับรองคำของตนเองในทันที


    [1] 1 ผิง 3.3 เมตร

    [2]15.00-16.59 น.

    [3] เสือโคร่งไซบีเรียหรือ เสือโคร่งอามูร์ หรือ เสือโคร่งจีนเหนือ หรือ เสือโคร่งแมนจูเรีย