บทที่ 131 คำสั่ง
ในขณะเดียวกัน หมู่บ้านกลางหุบเขาที่หลี่ชิงหมินได้สอนวิธีการใช้ประโยชน์จากผลคันนั้นกำลังตื่นเต้นกับเสบียงใหม่ของตนเองอย่างมาก พวกเขารีบถอนต้นผลคันเพื่อที่จะนำมาปลูกรอบๆบ้านของตนเองทันที ราวกับกลัวว่าผลคันเหล่านี้จะถูกแย่งไปอย่างไรอย่างนั้น
หลายครอบครัวเริ่มแช่ผลคันข้ามคืนเพื่อที่จะขจัดพิษและอยากจะบดเก็บเอาไว้ เผื่อว่าฤดูที่น้ำท่วมใหญ่มาถึงแล้วเกิดปัญหา อย่างน้อยๆพวกเขาก็ยังมีอะไรให้กิน แม้ว่าเสบียงที่ทางกองทัพให้มาจะมีจำนวนไม่น้อย และน่าจะเพียงพอให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาน้ำท่วมไปได้ ถึงอย่างนั้น...มันก็แค่เสบียงที่ทำให้พอรอดตายเท่านั้น พวกเขายังต้องอดมื้อและกินมื้อในหนึ่งวัน เนื่องจากวันที่น้ำป่าไหลหลากมานั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าจะกินเวลานานเท่าไร
ความสงบของผู้คนในช่วงนี้ทำให้ทหารและสมาชิกทุกคนค่อนข้างโล่งใจ พวกสตรีที่วนเวียนอยู่ก็ถูกพาออกไปเพื่อทำงานและเก็บเกี่ยวผลคันกันทั้งนั้น หลี่ชิงหมินที่เคยเป็นที่จับตามองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็รู้สึกว่าหายใจหายคอได้เสียที
เขาให้สิงโตน้อยพาตนเองไปรอบๆหมู่บ้าน ไม่กล้าออกจากหมู่บ้านเช่นที่หวงซีเฉิงได้เตือนเอาไว้ ทว่ารอบๆหมู่บ้านนี้ก็ยังมีพืชพรรณหลายชนิดที่เขาไม่รู้จักมาก่อน ชิงหมินไล่เก็บเกี่ยวพวกมันไปอย่างละต้นสองต้น ซึ่งสร้างความสนใจให้ชาวบ้านที่เห็นเป็นอย่างมาก
พวกเขากำลังคาดหวังว่าคุณชายที่แสนวิเศษผู้นี้จะสามารถรู้วิธีในการกินอะไรอย่างอื่นนอกจากผลคัน และทำให้พวกเขามีทางรอดมากยิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ชิงหมินไม่ได้ลงมือทำอะไรนอกจากเล่นสนุกตลอดทั้งวัน ใช้เวลาเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็กลับมาพักผ่อน ทำเอาชาวบ้านที่รอลุ้นอยู่ได้แต่เสียดายเท่านั้น ต่างกับพวกทหารที่รู้อยู่แล้วว่าคุณชายหลี่ผู้นี้นิสัยเช่นไร หากเขาขยันมากเกินไปต่างหาก นั่นจึงจะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ
โชคดีแค่ไหนแล้วที่คุณชายหลี่ลุกขึ้นมาจัดการกับผลคันเหล่านี้ เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้คุณชายสะกิดใจแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงาน แต่นั่นเรียกได้เลยว่าเป็นเวลา “ทองคำ” ที่หาได้ยากแล้ว อย่าคาดหวังอีกเลยว่าจะได้เจอกับสถานการณ์เช่นนั้นอีกในเร็ววันนี้
วันนี้กองทัพจะอยู่ที่หมู่บ้านเป็นวันสุดท้าย พวกเขาต้องเคลื่อนไหวเพื่อไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงอีก ทว่าค่ายพักแรมยังอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ มีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่จะนำเสบียงไปส่งพร้อมกับช่วยดูเรื่องการกินผลคันในหมู่บ้าน หลี่ชิงหมินผู้ชื่นชอบการอยู่บนหลังของสิงโตน้อยนึกอยากจะไปด้วย ทว่าในคืนนั้นเอง...จู่ๆก็เกิดเรื่องขึ้น
แสงไฟที่ควรจะมืดมิดกลับค่อยๆปรากฏขึ้นทีละดวงสองดวง การเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบค่อยๆล้อมหมู่บ้านขนาดเล็กนี้เอาไว้ ในขณะเดียวกัน...บ้านของผู้นำหมู่บ้านก็มีคนเข้ามา
“นะ นายท่าน...” เสียงของชายชราดังขึ้นด้วยความตกใจ เนื่องจากวันนี้ตัวเขาเองก็ทำงานหนักเพื่อเก็บเกี่ยวผลคันตลอดทั้งวัน ทำให้เมื่อท้องฟ้ามืดลง เขาก็ต้องการเอนหลังเพื่อพักผ่อน
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีแขกยามวิกาลปรากฏตัวขึ้นมาในบ้านของเขาเช่นนี้
“ยังจำได้หรือ ว่าใครเป็นเจ้านายของเจ้า...” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวเย้ยหยัน ดูแล้วเขาน่าจะอายุไม่มากกว่า 40 ปีเท่านั้น ทว่ากลับสามารถขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มใหญ่ได้แล้ว แม้แต่ชายชราที่มากประสบการณ์ก็ยังต้องกลัวจนหัวหด
“ข้า ข้าจะลืมท่านได้อย่างไรขอรับ”
“เหอะ! เห็นว่าช่วงนี้พวกเจ้ามีความสุขดีไม่ใช่หรือ? ผลคันพวกนั้นสามารถกินได้ ต่อไปคงไม่อดอยากแล้วต้องมาร้องขอความช่วยเหลือกับพวกเราอีกแล้วกระมัง”
“นะ นายท่าน...”
“น่าเสียดายที่พวกเจ้าได้ทำสัญญามอบชีวิตและความตายให้เผ่าม้าแคระของพวกข้าดูแลไปแล้ว ดังนั้น...ชีวิตของพวกเจ้าอยู่ในกำมือของข้า ด้วยสัญญาเหล่านี้” คนมีอำนาจโยนหนังสือเล่มหนาออกมา ในนั้นมีสัญญาและรายชื่อของผู้ที่ลงนามเอาไว้ทั้งหมด
เป็นหนังสือที่จะทำให้ทางการไม่สามารถทำอันใดได้ แม้ว่าชนเผ่าม้าแคระจะพาตัวพวกเขาไปขังเอาไว้ในเผ่าพันธุ์ก็ตาม นี่เป็นหนังสือการขายตัวเองอย่างสมบูรณ์ของชาวบ้านผู้โง่เขลาเหล่านี้ ในช่วงเวลาที่เกิดสงครามใหญ่ พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
ดังนั้นจึงได้ขายตนเองกลายเป็นทาสของเผ่าม้าแคระเพื่อแลกกับอาหาร ซึ่งเรื่องนี้ไม่อาจจะโทษผู้ใดได้เลย ชาวบ้านทำเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าผิด เผ่าม้าแคระยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาก็ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะถ้าพวกเขาไม่ลงนามทำสัญญาต่อกัน คงจะทำให้ชาวบ้านพวกนี้ตกตายกันไปหมดแล้ว
“ขะ ข้าทราบดีขอรับ นะ นายท่านมาที่นี่ด้วยตนเองเช่นนี้ คงจะมีเรื่องให้พวกข้าลงมือกระมัง....” ชายชราปาดเหงื่อของตนเอง กลายเป็นทาสของผู้อื่นแล้ว เมื่อเจ้านายต้องการออกคำสั่งให้พวกเขาทำสิ่งใดก็ย่อมต้องทำ ปฏิเสธก็เท่ากับตายเท่านั้น
“ข้าต้องการบุรุษผู้นั้น”
“ขอรับ?”
“จับตัวคนที่คิดเรื่องผลคันมาให้ข้า ข้าต้องการเขาในคืนนี้” ผู้นำเผ่าม้าแคระหรี่ตาลงเมื่อคิดถึงบุรุษร่างเล็กผู้นั้น
เขาไม่ต้องการเคลื่อนไหวด้วยตนเอง เพราะถ้าเขาทำการโจ่งแจ้งเช่นนั้นจะทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้ คนที่มาที่นี่ก็คือ “แม่ทัพใหญ่อาณาจักรเซิน” และบุรุษร่างเล็กคนนั้นก็สมควรจะเป็นขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง แม้ว่าที่ผ่านมาพวกเขาจะรังแกชาวบ้านได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะคนเหล่านั้นไร้กำลังที่จะต่อสู้
ยิ่งตอนนี้กลายมาเป็นทาสของพวกเขาแล้ว จะสั่งให้ทำสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น ทว่า...หากพวกเขาลงมือกับคนของทางการ เผ่าพันธุ์ม้าแคระจะกลายเป็นผู้เริ่มต้นสงครามขึ้นทันที และสิ่งนี้จะทำให้ทางการมีข้ออ้างเพื่อทำลายพวกเขา
หากเป็นกลุ่มอื่น เผ่าม้าแคระไม่คิดเกรงกลัว คิดจะลงมือต่อพวกเขา อย่างนั้นก็ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่!
แต่...ขบวนเดินทางนี้คือแม่ทัพปีศาจของอาณาจักรเซิน บุรุษผู้นั้นเอาชนะสงครามได้โดยไม่พึ่งพากำลังของทางการเลยด้วยซ้ำ ในช่วงเวลาที่หายไป เขาสามารถรวบรวมคนของตนเองขึ้นมาใหม่และฝึกฝนจนกระทั่งกลายเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรเซินแทน
ยิ่งตอนนี้ได้รับตำแหน่งกลับคืนมา มีอำนาจและทรัพยากรในมือ แบบนี้แล้วจะกล้าเสี่ยงได้อย่างไร
การใช้ชาวบ้านเหล่านี้เพื่อลงมือแทนตนเอง ขอเพียงทำให้บุรุษผู้นั้นมาอยู่ในพื้นที่ของพวกเขาได้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้พวกแม่ทัพใหญ่ไม่กล้าเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว
ถ้ายังดื้อรั้นจะเข้ามา อย่างนั้นก็จะกลายเป็นฝั่งแม่ทัพใหญ่ต่างหากที่วางแผนเข้ามาจัดการพวกเขาด้วยการส่งบุรุษที่ร่วมขบวนมาด้วย ชื่อเสียงของพวกอาณาจักรเซินนั้นสำคัญที่สุด จะทำการสิ่งใดยังต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ไม่มีทางที่จะลงมือง่ายๆได้
“นะ นายท่าน...คุณชายผู้นั้น...” ในขณะที่เขาต้องการคำตอบว่า “ขอรับ” แต่สิ่งที่ได้ยินจากผู้นำหมู่บ้านกลับเป็นความลังเลเสียอย่างนั้น
คิ้วของคนมีอำนาจขมวดมุ่น ความรู้สึกไม่พอใจยิ่งเพิ่มขึ้นเท่าทวี!
“ข้าสั่งเจ้า แต่เจ้าที่กลายเป็นทาสไม่ต้องการทำตามคำสั่งงั้นหรือ?”
“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ เพียงแต่...”
“เพียงแต่?”
“คือว่า...ขอร้องล่ะขอรับนายท่าน ละเว้นคุณชายหลี่เอาไว้สักคนได้หรือไม่ขอรับ คุณชายผู้นั้นเป็นคนมอบโอกาสที่จะรอดชีวิตให้แก่พวกเรา เขาคือคนที่หาวิธีจัดการกับผลคันได้ และหลังจากนี้จะทำให้หมู่บ้านของพวกเราไม่ต้องมีคนอดตายอีก บุญคุณนี้...ข้า ข้าไม่อาจจะ....”
โครม!!
เท้าของผู้นำเผ่ายกขึ้นและเตะผู้นำหมู่บ้านที่แก่ชราปลิวออกไปอย่างรวดเร็วจนกระแทกกับผนังบ้านจนเกิดเสียงขึ้น ผู้นำเผ่าม้าแคระเป็นคนลงมือเรื่องนี้ด้วยตนเอง เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชายชราจะลงไปคุกเข่าให้เขาด้วยความจริงใจหรือไม่ ตอนนี้ที่เขาสนใจก็มีเพียงแค่ตัวของคุณชายหลี่ผู้นั้นเท่านั้น!
“ข้าสั่งให้เจ้าทำ มิใช่ให้ทาสเช่นเจ้ามาปฏิเสธ! ถ้าเจ้าไม่ลงมือ...อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายเกินไป ชีวิตของทุกคนในหมู่บ้านนี้ ขึ้นอยู่กับการทำงานให้ข้าในครั้งนี้แล้ว!”
เขาพูดแค่นั้นแล้วก็สะบัดผ้าออกไป ทิ้งให้ชายชราที่ยังจมกองเลือดมองตามด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด คนหนึ่งก็คือผู้ที่เข้ามาเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาชาวบ้าน เปิดโอกาสให้ได้มองเห็นหนทางรอดชีวิตกันต่อไป ในฐานะผู้นำหมู่บ้านแล้ว...เขาย่อมรู้สึกกตัญญูต่อคุณชายหลี่เป็นที่สุด
ทว่า...หากไม่ทำตามคำสั่ง ชีวิตของชาวบ้านที่ขายตัวเป็นทาสก็จะต้องถูกสังเวยไปทั้งหมด กลายเป็นว่าที่พยายามกันมาไม่มีค่าอะไรเลย เขาที่เป็นผู้นำหมู่บ้านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบกรับความเลวทรามนี้ไว้เท่านั้น
“ไปเรียก แค่กๆ คนในหมู่บ้านมา ข้ามีคำสั่งให้ทำ...” เขาหลับตาลง รู้สึกว่าชีวิตของตนเองนั้นใกล้จะดับสูญเต็มที
แม้ว่าเขาจะสั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านลงมือกับคุณชายหลี่จะทำให้ทุกคนรอดตายได้ แต่ก็ต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้และอธิบายให้ท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ดี ซึ่งแน่นอนว่าคนๆนั้นจะต้องเป็นเขา
ไม่สามารถแสดงให้รู้ได้ว่าพวกเขาเป็นทาสที่รับคำสั่งมาจากเผ่าม้าแคระ หากกองทัพรู้ว่าพวกเขาขายตนเองให้กับเผ่าม้าแคระแล้ว ต่อไปในอนาคตลูกหลานของพวกเขาก็จะกลายเป็นทาสของเผ่าม้าแคระและไม่ได้มีสถานะในอาณาจักรเซินอีก จะถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับการดูแลจากทางการ ซึ่งนั่นจะทำให้ชีวิตภายหลังยากลำบากมากขึ้น
ดังนั้น....ในฐานะของผู้นำหมู่บ้าน เขาต้องเตรียมแต่งเรื่องดีๆเอาไว้ เขาจะต้องมีเหตุผลที่ลงมือเช่นนั้นกับคุณชายหลี่!
ในกระโจมขนาดกลาง หลี่ชิงหมินนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ ข้างๆนั้นเป็นที่พักของเจ้าสิงโตน้อยที่ยังหลับใหลไม่ต่างกันนัก ผงสีขาวละเอียดถูกโปรยออกมารอบๆ ทั้งยังมีการจุดเผาสมุนไพรบางอย่างที่ทำให้กลิ่นควันหอมลอยไปทั่วบริเวณ ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ท้องฟ้ายิ่งมืดครึ้มจากเมฆหมอก ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วหมู่บ้าน...
ร่างของบุรุษและสตรีสามสี่คนปรากฏขึ้นในเงามืด พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรัดกุมมากนักเนื่องจากไม่ใช่มืออาชีพ สีหน้าของแต่ละคนไม่ได้ดูดีเลย พวกเขาบางคนเกือบจะร้องไห้เมื่อได้รับคำสั่งเช่นนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนกับผู้นำหมู่บ้าน...พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องทำตาม
หลังจากนี้ พวกเขาจะไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกจนกว่ากองทัพจะกลับไป ส่วนผู้นำหมู่บ้าน...เห็นทีว่าต้องแยกจากกันตรงนี้แล้ว
“ข้าไม่อยากทำเช่นนี้เลย คุณชายหลี่เป็นผู้มีพระคุณต่อพวกเรา” สตรีร่างใหญ่ผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“ไม่มีใครอยากทำทั้งนั้น แต่นี่เป็นคำสั่ง เจ้าไม่เห็นหรือว่าท่านผู้นำหมู่บ้านถูกทำร้ายอย่างไรน่ะ”
“ไอ้พวกเผ่าม้าแคระพวกนั้นมันสารเลวจริงๆ!! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันที่คอยจัดการคนในหมู่บ้านของพวกเราจนออกหาของป่าอย่างราบรื่นไม่ได้ พวกเราก็ไม่ต้องอดอยากขนาดที่ต้องไปร้องขอความเมตตาต่อพวกมัน แล้วก็ถูกบังคับเป็นทาสชีวิตเช่นนี้หรอก!”
“พวกมันวางแผนกดดันพวกเราเอาไว้หมดแล้ว แต่จะทำเช่นไรได้...ในเมื่อเวลานั้นพวกเราไม่มีทางเลือก” คนสองสามคนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
พวกเขารู้ตั้งแต่แรกว่าเผ่าม้าแคระไม่ใช่ตัวดีอะไร อาศัยตอนที่พวกเขาลำบากยิ่งสร้างความลำบากให้มากกว่าเดิม ผู้ชายในหมู่บ้านที่กลายเป็นคนพิการก็เพราะพวกเผ่าม้าแคระนี่แหละลอบโจมตี สุดท้ายดูแลตนเองไม่ได้ พวกมันก็ยังใช้โอกาสนี้สร้างเงื่อนไขให้พวกเขากลายเป็นทาสชีวิตอีก
เรื่องนี้เป็นเพียงความโชคร้ายของพวกเขาก็เท่านั้น หากคุณชายหลี่มาที่นี่ก่อนหน้านี้ พวกเขามีทางออกที่จะอิ่มท้อง ก็คงไม่ต้องจนตรอกเหมือนสุนัข
“แล้วพวกมันจะพาตัวคุณชายหลี่ไปทำไม”
“นั่นสิ คุณชายหลี่ไม่ได้ทำอะไรให้พวกมันเสียหน่อย”
“เรื่องนี้...ได้ยินว่าผู้นำเผ่าม้าแคระมาด้วยตนเอง บางที...อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่เผ่าม้าแคระก็ได้”
“คุณชายหลี่มีความสามารถ บางทีพวกมันอาจจะต้องการขังคุณชายเอาไว้ใช้งานหรือไม่?”
“ไม่มีทาง! เรื่องนี้ต่อให้มีความสามารถขนาดไหน ก็ไม่ควรจะต้องเสี่ยงต่อสู้กับทางการของอาณาจักรเซิน...” ต่างคนต่างวิเคราะห์ จนสุดท้ายแล้วก็มาถึงหน้ากระโจมของหลี่ชิงหมินจนได้
เสียงหายใจของสิงโตน้อยทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกชัน ดังนั้นบทสนทนาทั้งหมดจึงค่อยๆเงียบลง แม้ว่าจะใช้ “สมุนไพรหลับใหล” ไปแล้ว แต่ก็กลัวว่าจะมีบางอย่างผิดพลาดเกิดขึ้น
เจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่นี้ หากตื่นขึ้นมาได้ ชีวิตของพวกเขาก็คงจะต้องโยนทิ้งไป ไม่มีทางที่จะรอดพ้นจากการโจมตีของร่างกายใหญ่โตของมันได้เลย ดีที่สมุนไพรหลับใหลใช้กับมันได้ดี...
……………………………………….