23.เ้านายแห่งนิกายทมิฬ
“เพล้ง!”เสียงขว้างถ้วยกระเบื้องแตกดังขึ้นจากในเรือนของอนุแห่งแม่ทัพหงซือจง
“บัดซบเป็ไปได้ยังไงที่ยอดยุทธสามสิบคนตายหมด!”ใบหน้างดงามของสตรีผู้งามล่มเมืองเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะคว้างปาถ้วยชาในมือทิ้ง
ยอดยุทธสองคนในชุดดำคุกเข่าก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยวาจาหวาดกลัวเ้านายจะบันดาลโทสะใส่พวกเขาแทน
“เพล้ง”
“เพล้ง”
“เพล้ง”
หลังจากหญิงงามขว้างปาถ้วยชาแตกไปหลายใบเศษกระเบื้องก็เกลื่อนห้องหญิงงามสูดหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อระงับโทสะของตน
“เกิดอะไรขึ้นนักฆ่าสามสิบคนเหตุใดจึงตายหมด!”
นักฆ่าทมิฬคือกลุ่มองค์กรใต้ดินขนาดใหญ่มีกำลังแทรกซึมในหลายอาณาจักรก่อตั้งมาแล้วนับพันปีมีเครือข่ายขนาดใหญ่เลี้ยงนักฆ่าระดับยอดยุทธไว้มากมายนับพันคนปัจจุบันผู้นำของนักฆ่าทมิฬคือบิดาของสตรีผู้นามว่าเซียงหรูซึ่งปัจจุบันเป็อนุของแม่ทัพหงซือจง...ก่อนหน้าที่นางจะแต่งงานนางมีฐานะกึ่งๆนายใหญ่แห่งองค์กรทมิฬนี้...สตรีผู้แสแสร้งอ่อนหวานมาตลอดหลายปี
เดิมทีเซียงหรูและบิดาใช้ชีวิตปกปิดตัวตนมาตลอดโดยการทำการค้าบังหน้ามีฐานะเป็คหบดีใหญ่ผู้หนึ่ง ในปีนั้นนางบังเอิญพบกับหงซือจงเข้าขณะที่มีคนรนหาที่ตายคิดจะฉุดนางกลับมีบุรุษผู้นี้ก้าวเท้าออกมาปกป้องนางอย่างกล้าหาญ นับจากวันนั้นนางใช้ฐานะปลอมของตนซึ่งเป็ที่รู้จักในเมืองหลวงว่าเป็ธิดาของคหบดีผู้ร่ำรวยคนนึง แต่งงานเข้าสกุลหงทว่าด้วยฐานะปลอมของนางไม่สูงส่งพอ จึงถูกคัดค้านจากาุโในตระกูลให้มีฐานะเป็แค่อนุ
แต่งงานผ่านไปได้สองปี กลับมีราชโองการจากฮ่องเต้พระราชทานสมรสยกคุณหนูฮุ่ยเจินแห่งจวนอ๋องฮุ่ยให้แม่ทัพงหงซือจง....นับจากนั้นชีวิตเซียงหรูคล้ายตกอยู่ในขุมนรกด้วยความโกรธแค้นชิงชังนางส่งคนลอบสังหารฮุ่ยเจินผู้นี้ ทำให้ฮุ่ยเจินาเ็สาหัว ร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจใช้พลังยุทธได้
ต่อมาเมื่อสตรีผู้นี้แต่งเข้าจวน เซียงหรูจึงเปลี่ยนวิธีลงมือต่อหน้าแสแสร้งเป็คนดี เรียกสตรีจากสกุลฮุ่ยว่าพี่สาวทั้งๆที่ความจริงแล้วนางขยะแขยงอีกฝ่ายยิ่ง เมื่อได้รับความไว้วางใจจากอีกฝ่ายนางค่อยๆใช้พิษราตรีเงียบใส่ลงในอาหารอีกฝ่ายพิษราตรีเงียบเป็พิษที่ผู้ฝึกยุทธสามารถเดินลมปราณขับออกมาได้และสามารถใช้สมุนไพรรักษาได้แต่กลับเป็สมุนไพรหายากที่แทบไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นดังนั้นการรักษาด้วยสมุนไพรก็แทบเป็ไปไม่ได้ ฮุ่ยเจินผู้นี้ไม่อาจเดินลมปราณใช้พลังยุทธได้อีกแล้วดังนั้นจึงไม่ทราบว่าตนถูกพิษและไม่อาจขับพิษออกมาเองได้หนำซ้ำแพทย์ที่ถูกส่งมาตรวจร่างกายให้นางก็เป็แค่แพทย์ธรรมดาไม่ใช่แพทย์ผู้ฝึกยุทธจึงไม่อาจตรวจหาพิษนี้เจอ ในขณะที่เซียงหรูกำลังยินดีที่อีกฝ่ายร่างกายอ่อนแอลงทุกทีๆนางคาดว่าไม่นานอีกฝ่ายต้องถูกพิษเล่นงานจนตาย
แต่แล้วฮุ่ยเจินกลับมีโชคตั้งครรภ์ตอนตรวจพบมีอายุครรภ์ได้สามเดือนแล้วทั้งๆที่ท่านแม่ทัพไปหาฮุ่ยเจินนับครั้งได้ หลังจากตั้งครรภ์ ฮุ่ยเจินแพ้ท้องง่ายจึงไม่ค่อยยอมทานอะไรดังนั้นผู้ลงมือทำอาหารให้มักจะเป็คนใช้สนิทของฮุ่ยเจินทำให้เซียงหรูนึกแค้นใจที่หาโอกาสวางยาพิษอีกฝ่ายได้น้อยครั้งมากเพราะบางครั้งฮุ่ยเจินจะอ้างว่าแพ้อาหารและไม่ยอมทาน
นางเฝ้ารอถึงเก้าเดือนฮุ่ยเจินก็คลอดธิดาออกมา เซียงหรูโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้คลอดบุตรชาย หาไม่แล้วด้วยฐานะบุตรชายของภรรยาหลวงเด็กคนนี้ย่อมต้องกลายเป็ผู้สืบสกุลแย่งฐานะกับบุตรชายคนโตของเซียงหรูเมื่ออีกฝ่ายคลอดลูกเซียงหรูจึงลงมือวางยาพิษต่อจนอีกฝ่าย มีชีวิตได้ไม่ถึงปีหลังคลอดลูกก็ตายจากไป
เมื่อหงหนิงหรงธิดาของฮุ่ยเจินไร้มารดาคอยดูแล เซียงหรูจึงปล่อยให้หนิงหรงมีชีวิตต่อไป จัดหาแม่นมมาดูแล ตามความสมควรจนถึง่หย่านมหลังจากนั้นจึงปล่อยให้สาวใช้ที่ฮุ่ยเจิน นามว่าเสี่ยวเมิ่งที่อายุเพียงแค่เก้าขวบสิบขวบและสาวใช้อายุสิบกว่าปีอีกคนดูแลเด็กคนนี้จากนั้นมาสถานะของหงหนิงหรง คล้ายเป็เพียงอากาศ ไม่มีผู้ใดสนใจใยดี
ยิ่งเมื่อหงหนิงหรงผู้นี้เกิดมาร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถฝึกยุทธได้ท่านแม่ทัพจึงไม่สนใจใยดีธิดาคนนี้อีก สุดท้ายบ่าวไพร่ทั้งหลายหมางเมินไม่ให้ความเคารพเด็กหญิงแม้ไม่กล้ารังแก กระนั้นก็มองหนิงหรงด้วยสายตาดูิ่ เห็นนางเป็แค่ขยะไร้ค่าตัวขี้โรคตัวนึงเท่านั้น เนื่องด้วยคนในจวนแม่ทัพแม้แต่สาวใช้หรือเด็กหาบน้ำล้วนมีพลังยุทธกันทั้งสิ้น คนไรพลังยุทธในตระกูลบู๊จึงเป็แค่ขยะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้
แต่แล้วก็เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นครึ่งปีก่อนเหงหนิงหรงถูกลูกชายคนโตของนางใช้สัตว์อสูรโยนลงสระหัวฟาดขอบสระอาการสาหัสปางตายนอนเป็ผักอยู่ครึ่งเดือนก็ไม่ฟื้น สุดท้ายจึงถูกส่งไปอยู่กลางหุบเขาอสูร ไม่มีหมอไม่มียาดีๆ แน่นอนเด็กน้อยนั่นต้องตาย! เมื่อแน่ใจว่าเด็กน้อยไม่มีทางฟิ้นจึงให้คนเลิกไปส่งยาส่งอาหารอีกต่อไป...รอให้เด็กน้อยตายจากไปเอง...
ทว่าเด็กน้อยนั่นกลับฟื้นขึ้นมาหนำซ้ำยังฝึกวรยุทธรอบกายเต็มไปด้วยองค์รักษ์มากความสามรถสอนสั่งวิชาทั้งหลายให้ ที่ร้ายที่สุดหนึ่งในนั้นมีแพทย์โอสถระดับสูงอยู่ด้วยเกรงว่าป่านนี้หนิงหรงคงใช้พลังยุทธ์ขับพิษออกจนหมดแล้ว ด้วยแพทย์โอสถขั้นสูงผู้นั้นต้องรู้แน่ว่าพิษนั้นถูกวางั้แ่เด็กน้อยอยู่ในครรภ์เพราะฉะนั้นหลังจากที่เด็กน้อยกลับมาต้องมาแก้แค้นแน่นังเด็กนั่นต้องคาดเดาได้แน่ว่าเป็ฝีมือนาง ดังนั้นนางในฐานะกึ่งอดีตผู้นำองกรทมิฬจึงส่งยอดยุทธสามสิบคนเพื่อสังหารนางและองค์รักษ์พวกนั้นให้สิ้นซาก...แต่แล้วนี่อะไรกลายเป็ยอดยุทธทั้งสามสิบคนตายหมด!
“เรียนคุณหนูจนถึงบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปใกล้บริเวณที่เกิดเหตุได้ปราณเทพัทองแข็งแกร่งมากกดข่มจนไม่อาจมีผู้ใดเข้าใกล้บริเวณที่เทพัอยู่ได้พวกเราทราบแต่ว่าหินิญญาของคนทั้งสามสิบคนดับแสงลงหมดแล้วคาดว่าตอนที่ัดำปรากฏตัว อาจจะเป็ผู้ลงมือฆ่ายอดยุทธทั้งสามสิบคน”หินิญญาคือแร่หินพิเศษเป็ผลึกใสคล้ายทับทิมสีแดงที่สามารถเชื่อมต่อกับิญญาของคนที่หยดเืลงไปได้หากเ้าของหินยังมีชีวิตอยู่หินจะเปล่งแสงสีแดงออกมา หากตายไปหินจะดับแสงลงแต่เดิมหินนี้นิยมใช้ในสมัยโบราณ ทว่าพอมาถึงปัจจุบันมีราคาสูงลิบก้อนนึงสามารถซื้อคฤหาสถ์ขนาดกลางได้ ดังนั้นจึงไม่เป็ที่นิยมของคนทั่วไปยกเว้นแต่คนสำคัญ อย่างแม่ทัพคนสำคัญในกองทัพ หรือกับคนที่ถูกส่งไปทำภารกิจอันตราย
“ัดำนั่น...เหตุใดจึงอาละวาดได้เหมาะเจาะถึงเพียงนี้...ให้คนคอยจับตาไว้ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนังเด็กนั่นตายพร้อมกับยอดยุทธทั้งสามสิบคนไหม”เซียงหรูสั่ง
“ขอรับ/ขอรับ”นักฆ่าทั้งคู่ขานรับ
“พวกเ้าออกไปได้ระวังอย่าให้ใครพบเห็น”
นักฆ่าทั้งสองค้อมศีรษะให้ก่อนจะพุ่งหายออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
ขณะนั้นเองหงซือได้รับรายงานจากทหารคนสนิทที่เขาให้คอยจับตาดูเรือนของอนุเอาไว้กลับมารายงานว่าพบคนชุดดำออกจากเรือนของอนุ
หงซือจงเกิดความระแวงหลังจากที่ฟังเื่ราวที่หงหนิงหรงเล่าเกี่ยวกับพิษราตรีเงียบซึ่งไม่ใช่ของที่หาได้โดยทั่วไป ของเช่นนี้ต้องมาจากตลาดมืด เมื่อคิดดูเขาก็พบว่าอนุของเขาผู้นี้มีหลายอย่างที่น่าสงสัยเช่นว่าปกตินางจะน่ารักอ่อนหวานพูดจาดีกับทุกคน แม้แต่กับพ่อบ้านก็ให้เกียรติแต่เมื่อนางปิดประตูเรือนห้ามผู้ใดก้าวเข้าออกเสียงกราดเกรี้ยวคว้างปาข้าวของดังลั่นไปทั่ว
แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะอนุของเขาเป็สตรีการมีนิสัยโมโหร้ายแล้วระบายออกมาก็ไม่ผิดนางเพียงระบายอารมณ์แต่ในเรือนของตน ไม่เคยกระทำสิ่งเหล่านี้นอกเรือนตนและต่อบ่าวไพร่หรือผู้ใดที่อยู่นอกเรือน หลายปีมานี้ เขาจึงไว้วางใจนางยิ่งนักสิ่งผิดปกติต่อมาคือ นางมอบสัตว์อสูร สิงโตระดับหกให้บุตรชายคนโตโดยอ้างว่าบิดาเป็คนซื้อหามาให้ รวมทั้งบิดาเป็คนกว้างขวางเป็คหบดีใหญ่จึงหาซื้อยาอสูรทาสจิติญญาที่มีขายแค่ในตลาดมืดมาให้ลูกชายคนโตของนางเพื่อบังคับสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับยุทธสูงกว่าเป็ทาสได้
แน่นอนว่าหงซือจงไม่เชื่อยาอสูรทาสจิติญญา มีมูลค่าสูงมาก หนำซ้ำผู้ที่จะได้มันมาย่อมไม่ใช่แค่พ่อค้าธรรมดาจะทำได้ต้องมีความคุ้นเคยกับตลาดมืดและมีอิทธิพลมากคนเ่าั้จึงยอมขายยาที่ผู้คนมากมายล้วนปราถนาจะนี้ให้
สัตว์อสุรหากไม่สามารถปราบมันลงด้วยพละกำลังของตนเองก็อย่าหวังว่าจะทำพันธสัญญาให้มันยอมรับใช้ได้ทว่ากลับกัน ยาอสูรทาสจิติญญา เพียงหยดเืของคนที่้าทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรลงไปบนเม็ดยาและบังคับสัตว์อสูรให้กลืนมันลงไป ก็จะสามารถเป็เ้านายของสัตว์อสูรได้หากสัตว์อสูรไม่ฟังคำซ้ำ ยาเม็ดนั้นจะออกฤทธิกัดกร่อนร่างกายสัตว์อสูรเ็ปเจียนตาย จนกว่าจะยอมทำตามคำสั่ง
นอกจากนี้ยังมีรายงานหลังจากส่งคนไปสืบพบว่ามักมีคนชุดดำเข้าออกเรือนของอนุเซียงหรูแต่ละคนล้วนเป็ระดับยอดยุทธมีกลิ่นอายสังหารรุนแรง
‘ดูท่าว่าภรรยาของข้าผู้นี้คงจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว’หงซือจงคิดแม้เขาจะรักสตรีผู้นี้มาก ทว่าเขายังคงเป็แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ดังนั้นหากสตรีข้างหมอนของเขาเป็ภัยต่อราชสำนัก หรือเป็สายลับจากแคว้นอื่นเขาก็ต้องลงมือจัดการนาง...หงซือจงตาลุกวาวด้วยความอำมะหิตวูบนึง
“ให้คนไม่สืบเื่ของเซียงหรูและบิดารวมทั้งกิจการต่างๆของพวกเขา สืบมาให้ละเอียดอย่าให้พวกเขาไหวตัว”หงซือจงสั่งลูกน้องคนสนิท จวนแม่ทัพเลี้ยงสายสืบไว้มากมายถูกวางตัวไว้ในหลายอาณาจักร แทรกซึมเข้าไปในทุกที่เพื่อคอยส่งข่าวของแคว้นต่างๆ
ทหารคนสนิทล่าถอยออกไปแล้ว
หงซือจงนั่งจมอยู่กับความหลังของตนหวนนึกถึงความรักที่ผ่านมาหลายปีของเขาและอนุเซียงหรู...พลางนึกระแวงว่าอีกฝ่ายจงใจวางแผนเพื่อจะแต่งงานเข้าจวนแม่ทัพใช่หรือไม่นางมีแผนการอันใดซ่อนอยู่เอาไว้ ผ่านมาแล้วเกือบสิบปีเหตุใดนางยังไม่ลงมือแผนการอันใดที่เซียงหรูวางเอาไว้
ความรักที่หงซือจงเคยมีให้เซียงหรูเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาคิดไปในทางเลวร้ายกระนั้นหัวใจเขาก็ปฏิเสธ สตรีผู้นี้ช่างออดอ้อนเอาใจ น่ารักอ่อนหวาน เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายมีแผนการอยู่เื้ัการแต่งงาน...แต่กระนั้นเขาก็หยุดความคิดของตนไม่ได้
“เซียงหรูข้าหวังว่าเ้าจะไม่ได้มีเื่เลวร้ายใดซ่อนอยู่”หงซือจงพึมพำรู้สึกไม่สบายใจกลัวจะพบเื่เลวร้ายของอนุภรรยา
“รัชทายาท”หนิงหรงเรียกเด็กน้อยตรงหน้าเบาๆหลังหวงหลงร่ายเวทปลุกเด็กน้อยแล้วจากไป
เด็กน้อยขยับร่างก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาพบว่าตนนอนอยู่บนพื้น...และตรงหน้าคือมารร้ายที่เข่นฆ่าผู้คนราวกับผักปลา...
“อ๊ากกกกกก อย่าฆ่าข้า!!!”เด็กน้อยแหกปากร้องเสียงหลง ภาพเด็กหญิงสูบลมปราณยอดยุทธถึงสามสิบคนจนร่างกายแห้งเหี่ยวและภาพที่หนิงหรงซัดพลังใส่เขายังติดตา
หนิงหรงกลอกตามองฟ้า“ดูให้ดีก่อนว่าข้าเป็ใคร”หนิงหรงยื่นมือไปบิดหูรัชทายาทด้วยความหมั่นไส้นับวันรัชทายาทจะนิสัยคล้ายเ้าเสี่ยวไป๋ที่ชอบแหกปากเข้าไปทุกทีแล้ว
“โอ้ยยยย เจ็บๆ”เด็กชายโวยวายก่อนใบหูของตนจะได้รับอิสระคืนมา เขาลูบหูด้วยความเ็ปอยู่ครู่นึงความเ็ปนั้นเรียกสติของเขาคืนมา เหลือบมองคนตรงหน้าที่ตีสีหน้าขรึมใส่เขาทว่ารอบกายไร้พลังสีดำ แววตาไม่แดงก่ำเหมือนมารร้ายอีกต่อไป
รัชทายาทยื่นมือไปจิ้มๆคนตรงหน้าอยู่ครู่นึงจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ปีศาจร้ายที่ลงมือฆ่าคนอย่าโเี้
“ฮืออออออเ้าจริงๆด้วย”เด็กชายปล่อยโฮ ร้องไห้ออกมา
“หมับ”ขณะพุ่งเข้ากอดหนิงหรงทำให้หนิงหรงอึ้งไปครู่หนึ่ง ยังดีที่คนตรงหน้าเป็แค่เด็กคนหนึ่งหากว่าเป็บุรุษตัวโตๆละก็นางจะตบให้กระเด็นเลย
หนิงหรงยกมือตบหลังปลอบโยนอีกฝ่ายแบบเก้ๆกังๆอยู่ครู่นึงก่อนจะเริ่มทำอย่างเป็ธรรมชาตินางกู้ความทรงจำได้แค่ตอนสมัยเป็เทพบน์และเกิดในโลกนี้เมื่อแสนปีที่แล้วกับมีความทรงจำภพที่เป็ทนาย ทั้งสามชาติ นางไม่เคยต้องปลอบโยนใครดังนั้นนางจึงไม่คุ้นเคยอยู่บ้างกับการมีคนมาร้องไห้ซบไหล่นางเช่นนี้...
หนิงหรงปล่อยให้เด็กน้อยร้องไห้จนพอใจไหล่ซ้ายนางเปียกไปด้วยน้ำมูกน้ำตาอีกฝ่ายทั้งแถบ
“ข้า...ข้า...ข้านึกว่า ฮึกๆจะไม่ได้เจอเ้าแล้ว”เด็กน้อยพูดไปสะอื้นไป
หนิงหรงยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างนึกเอ็นดูคนตรงหน้าแค่ห้าขวบเขาต้องเห็นภาพสยดสยองมากมายหากไม่เสียขวัญก็ประหลาดแล้ว“ข้าก็อยู่ตรงหน้าเ้าแล้วไม่ใช่หรือ”หนิงหรงน้ำเสียงอ่อนโยนแบบไม่รู้ตัว
“ฮืออออพี่สาวววว”รัชทายาทร้องไห้โห ทำท่าจะโผเข้ากอดอีกรอบ
“ผลั่ก”หนิงหรงเอามือยันหน้าผากอีกฝ่ายไว้จนเด็กน้อยโผเข้ามากอดไม่ได้ “พอแล้วๆ เ้าร้องไห้จนเสื้อข้าเปียกน้ำมูกน้ำตาเ้าไปหมดแล้ว”หนิงหรงบ่น
รัชทายาทเหลือมองไหล่ซ้ายของหนิงหรงที่เปียกไปแถบใหญ่แล้วหน้าแดงเขินอายรีบเก็บไม้เก็บมือตนให้เรียบร้อย นึกกระดากอายที่ทำน้ำมูกเลอะเสื้อนางไปด้วยเขาเสียกริยาน่าอายอย่างยิ่ง
“ข้า...ขอโทษ”เด็กชายเอ่ยเสียงแ่เบา
“ช่างเถอะ...พวกเราไปกันเถอะไม่รู้ว่าคนอื่นๆหายไปไหนหมดแล้ว”หนิงหรงกล่าว ก่อนหน้าที่จะปลุกเด็กชายเธอสำรวจแล้วรอบๆไม่มีศพของฝ่ายเธอก็นึกโล่งใจ คาดว่าคงไม่มีใครตาย
อย่างน้อยเฮยหลงก็ยังไม่ทันได้ลงมือฆ่าคนฝ่ายเธอ
หนิงหรงค้นศพของเหล่าคนชุดดำได้แหวนสีดำมาหลายวงดูแล้วคล้ายจะมีราคาอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงพกมันมาด้วยหนำซ้ำแหวนหน้าตายังคล้ายๆกันนอกจากนี้ยังมีดาบหลายเล่มที่ดูทำจากวัสดุชั้นดีนางจึงเก็บโยนใส่รถม้าไปด้วยยังมีเงินอีกจำนวนไม่น้อย จะว่าไปค้นศพเ้าพวกนี้ก็ได้เงินกลับมาบ้าง ถือเป็ค่าทำขวัญที่ทำให้เธอใแล้วกัน...หนึ่งในศพนั้นมีตราหยกสีเขียวรูปหมาป่าอยู่อันนึงนางจึงเก็บกลับมาด้วย
หนิงหรงเลือกรถม้าคันเดียวที่ยังดีอยู่คือรถที่ใช้ขนของ ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งตรงคนขับ
“เ้าขับเป็หรือ”รัชทายาทถาทอย่างกังขาขณะปีนขึ้นมานั่งข้างๆ
‘หนิงหรงพยักหน้าตอนเป็เทพัเธอชอบขโมยรถม้าัของอวี้หวงต้าตี้มาขับเล่นบ่อยๆหนิงหรงหวดแส้เบาๆ รถม้าก็มุ่งไปทางเมืองหลวง
รัชทายาทมองหนิงหรงด้วยความสงสัยเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่สลบไปและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดหนิงหรงจึงกลายเป็มารปีศาจไปเข่นฆ่าผู้คนไปมากมาย
“เ้าจะจ้องข้าอีกนานไหม”หนิงหรงถามขณะหันมาสบตากับเด็กชาย
“เ้า...”ฮุ่ยเทียนหลงลากเสียง“แน่ใจนะว่าไม่เป็ไรแล้ว...จะ..เ้าไม่ลุกขึ้นมาไล่ฆ่าคนแล้วใช่ไหม”ถามเสียงตะกุกตะกักหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เลวร้าย
“ข้ากำจัดตัวอันตรายนั่นไปแล้วไม่มีมารร้ายไม่มีจิตมารอะไรอีกแล้ว เ้าหายห่วงได้ ถ้าข้าจะลุกขึ้นมาไล่ฆ่าคนอย่างน้อยข้าจะยังจำได้ว่าเ้าเป็ญาติผู้น้องของข้า จำเสี่ยวเมิ่งท่านอาจารย์ถางอี้เหรินและทุกๆคนได้...ไม่เผลอลงมือสังหารขนที่ข้ารู้จักแน่นอน”หนิงหรงตอบด้วยน้ำเสียงจิงจัง
รัชทายาทตัวน้อยยิ้มกว้างกับคำตอบที่ได้รับ“ข้าเชื่อเ้า”
หนิงหรงเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย ‘เด็กน้อยเอ๋ย เชื่อคนง่ายดีแท้’หนิงหรงยิ้มบางเบาขณะม้ายังคงวิ่งต่อไป
ไม่นานก็พบบ้านคนตามข้างทางประปรายหนิงหรงเห็นคนกลุ่มนึงควบม้าตรงมาพอดี
“ท่านอาจารย์”หนิงหรงะโเรียกเมื่อเห็นว่าคนนำหน้ากลุ่มคือถางอี้เหรินทุกคนลงจากหลังม้ารีบตรงเข้ามาหาหนิงหรงและรัชทายาทที่ปีนลงจากรถม้า
“พวกเ้าสองคนไม่เป็อะไรใช่ไหม”ถางอี้เหรินสำรวจคนทั้งคู่ไม่พบาแใดๆก็วางใจเว้นแต่หนิงหรงที่ชุดเปื้อนเืมากมายทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาล้วนหวาดกลัว
หนิงหรงก้มหน้ามองชุดตัวเองลืมไปเสียสนิทว่าควรเปลี่ยนชุดก่อน หากเข้าเมืองทั้งแบบนี้คงแตกตื่นกันหมด เสี่ยวเมิ่งเห็นดังนั้นจึงรีบรื้อค้นเสื้อคลุมในรถม้ามาคลุมให้
“พวกข้าปลอดภัยดี”รัชทายาทตอบ
หนิงหรงยืดคอมองทุกคนเห็นแต่ละคนพันแผลกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวเมิ่งที่ดูจะาเ็ที่แขน“แล้ว..เยี่ยนเฟยละ”หนิงหรงถามขึ้นเมื่อพบว่าขาดไปคนนึง ไม่ถูกสิ ยังหายไปอีกหนึ่ง“เ้าเสี่ยวไป๋ด้วย หายไปไหนกัน”
“เอ่อ...เยี่ยนเฟย..”จ้าวอี้หานอึกอักเหลือบมองไปทางหวงเหวิน
“ข้าตีเขาจนสลบ”หวงเหวินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกผิดใดๆในการตีเพื่อนจนสลบ “เขาสติแตกจะเข้าไปหาท่านตอนท่านสลบอยู่บนพื้นขณะที่เทพัทองและเทพัดำกำลังต่อสู้กัน”
พอพูดถึงเื่นี้ทุกคนก็เหลือบมองหนิงหรงด้วยความหวาดระแวงภาพที่นางตาแดงก่ำฆ่ายอดยุทธไปมากมายยังติดตา หนำซ้ำพวกเขาเห็นกับตาว่าเทพัดำออกจากร่างของนาง...หนิงหรงผู้นี้จู่ๆจะคุ้มคลั่งมีเทพัพุ่งออกจากร่างอีกไหม...
หนิงหรงกลอกตามองฟ้าอยากจับคนพวกนี้ล้างความทรงจำจริงๆแต่ติดตรงที่ว่าเธอให้หวงหลงผนึกพลังเทพในร่างของเธอไว้แล้ว...เธออยากใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ทั่วไป ฝึกฝนเพื่อเป็ยอดยุทธหรือระดับสูงกว่านั้นการมีพลังเทพเ้าย่อมได้ทุกสิ่งมาอย่างง่ายดายเช่นนั้นแล้วชีวิตคงเป็สิ่งที่น่าเบื่ออย่างยิ่ง...นางอยากลิ้มรสชาติของความพยายามและการต่อสู้โดยไม่พึ่งพลังเทพดู...หากวันนึงต้องกลับคืนสู่์เธอจะได้ไม่เสียดายขอใช้ชีวิตบนโลกทำตามใจตัวเองสักครั้งเถอะ!
“ข้ามาแล้วข้ามาแล้วเ้านาย”เสียงใสๆของเสี่ยวไป๋ลอยมาขณะที่เสี่ยวไป๋ปรากฏตัวตรงหน้าเธอ...
หนิงหรงกะพริบตาตรงหน้าคือชายหนุ่มรูปงามผิวขาวผ่องผมสีเงินสยายกลางหลัง...
“สรุปเ้าเป็ตัวอะไร”หนิงหรงถามตอนนี้นางไร้พลังเวท มองไม่เห็นร่างจริงของเสี่ยวไป๋
“ข้าคือเผ่าเทพอสูรจิ้งจอก”เสี่ยวไปในร่างหนุ่มรูปงามยืดอกขึ้นอย่างภาพภูมิใจตบอกตัวเองเบาๆอย่างคนหลงตัวเอง
หนิงหรงเห็นแล้วถอนหายใจนึกเสียความหล่อของอีกฝ่ายหากไม่หลงตัวเองคงจะดูดีกว่านี้ เธอจำได้ว่าเผ่าพันธุ์เทพอสูรจิ้งจอกสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้ แตกต่างจากเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรทั่วไปที่เป็แค่สัตว์แปลงร่างเป็มนุษย์ไม่ได้
“แล้วนี้พวกเ้าลากเอาเยี่ยนเฟยไปทิ้งไว้ที่ไหนแล้ว”หนิงหรงถาม
“ข้า ข้า เป็ข้า เอาเขาไปไว้ที่โรงเตี๊ยมแถวนี้”วิธีการพูดของเสี่ยวไป๋ยังน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเดิมแต่มันขัดกับรูปลักษณ์หล่อเหลาของอีกฝ่ายอย่างยิ่ง หนิงหรงเห็นแล้วขัดตาเสียดายความหล่อของอีกฝ่าย
หนิงหรงกวักมือเรียกให้เสี่ยวไป๋เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบ“เ้าร่ายเวทให้ทุกคนลืมเหตุการณ์ทั้งหมดเสียให้พวกเขาจำได้ว่าพวกเราถูกยอดยุทธโจมตี บังเอิญเทพัดำปรากฏตัวขึ้นลงมือฆ่าพวกคนชุดดำจะฆ่ารัชทายาทจากนั้นเทพัทองก็ปรากฏตัวขึ้นต่อสู่กัน พวกเราถึงหนีรอดออกมาได้...อ้ออย่าลืมเยี่ยนเฟยอีกคนยังมีล้างควาทรงจำที่พวกเขาเห็นเ้ามีร่างเป็มนุษย์ด้วย”
เสี่ยวไป๋ฟังแล้วทำหน้าไม่ยินยอมเขาตั้งใจจะใช้ร่างนี้ไปยั่วยวนเสี่ยวเมิ่งของเขา ให้นางมาเป็ภรรยาเขา...
หนิงหรงเหลือบมองไปทางเสี่ยวเมิ่งตามสายตาของเสี่ยวไป๋...เห็นเสี่ยวไป๋ทำสายตาเสียดายเช่นนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้เอ่ยปลอบ
“โอกาสหน้ายังมีแต่ตอนนี้ต้องทำตามที่ข้าบอกไม่อย่างนั้นจะมีเื่วุ่นวายตามมาไม่หยุด”หนิงหรงทำเสียงจริงจัง
“ก็ได้”เสี่ยวไป๋แบะปากอย่างขัดใจก่อนจะยกมือขึ้นร่ายเวททุกคนล้วนรู้สึกมึนงงอยู่ครู่นึงสะบัดหัวไล่ความมึนงง เื่ทุกอย่างที่เคยรู้เคยเห็นเกี่ยวกับเทพัและหนิงหรงผู้มีจิตมาก็หายไปจนสิ้นเสี่ยวไป๋คืนสู่ร่างกระต่ายน้อย
หลังจากนั้นหนิงหรงก็เดินทางไปที่สำนักฝึกยุทธทันทีโดยให้เสี่ยวไป๋และหวงเหวินไปรับเยี่ยนเฟยมาแน่นอนว่าเสี๋ยวไปต้อล้างความทรงจำตามคำสั่งของเธอ
รัชทายาทถูกส่งตัวกลับวังหลวงหนิงหรงและถางอี้เหรินพากันไปที่พักใหม่ของเธอในสำนักฝึกยุทธหลวงซึ่งที่พักนั้นอยู่ในบริเวณบ้านพักของถางอี้เหรินเพื่อเป็การแสดงศักดิ์ฐานะของลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวสายตรงของถางอี้เหรินเหล่าองค์รักษ์ของเธอล้วนเข้าพักที่บ้านพักของถางอี้เหริน
ท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะมากมายหนิงหรงถูกนับเป็อันดับหนึ่งของสำนักฝึกยุทธเมื่อข่าวแพร่ออกไปว่านางก้าวขึ้นสู่พลังยุทธระดับห้าเพียงอายุห้าขวบคนทั้งเมืองหลวงต่างมองนางใหม่ด้วยความชื่นชม จากขยะพลิกขึ้นมาเป็อัจฉริยะดังนั้นนางจึงได้รับความเคารพจากเด็กๆอายุไล่เลี่ยกันโดยเฉพาะจากคนที่ความสามารถด้านพลังยุทธอ้อนด้อยพวกเขามีกำลังใจในการฝึกยุทธมากขึ้น เมื่อได้ยินเื่ราวของหนิงหรง และวาดฝันที่จะผลิกขึ้นมาเป็อัจฉริยะบ้างเช่นกันอย่างน้อยก็สามารถเข้าสำนักฝึกยุทธหลวงของอาณาจักรฮุ่ย หรืออาณาจักรเฟยได้ในอนาคต
หนิงหรงส่งตราหยกรูปหมาป่าที่ยึดได้จากร่างนักฆ่าไปให้แม่ทัพหงซือจงโดยใช้จ้าวอี้หานไป พร้อมทั้งเล่าเื่ที่มีคนลอบฆ่าหนิงหรงและหนึ่งในคนที่ถูกโจมตีมีรัชทายาทอยู่ด้วยแน่นอนว่าการลอบทำร้ายรัชทายาทไม่ว่า จะรู้หรือไม่ว่าในขบวนมีรัชทายาทอยู่ด้วยโทษสถานเดียวของผู้ลงมือและผู้บงการคือปะาเก้าชั่วโคตร
เธอมั่นใจว่าต้องเป็อนุเซียงหรูส่งคนมาฆ่าเธอแน่แต่การส่งยอดยุทธมาถึงสามสิบคน สตรีผู้นี้ช่างโเี้นักดังนั้นที่นางให้คนแจ้งหงซือจงคือตั้งใจหาโทษตายให้เซียงหรู สตรีผู้นี้ทั้งโเี้และมีอำนาจในมือสามารถส่งนักฆ่าระดับสูงมาสังหารเธอได้ย่อมไม่ใช่คนที่เธอจะลงมือทุบตีแล้วจบเื่ได้อย่างง่ายดายเหมือนที่ผ่านมา
เื่เช่นนี้ต้องยืมมือผู้อื่นจัดการอย่างสาสม...ผ่านไปหนึ่งปีเมืองหลวงก็เกิดเื่ใหญ่ หัวหน้าองค์กรทมิฬถูกจับตัวได้รวมถึงาุโหลายคนขององค์กรทมิฬ
ผู้ที่มีความดีความชอบในการจับตัวคนขององค์กรทมิฬคือแม่ทัพหงซือจง! เขาและคนของอ๋องฮุ่ยร่วมมือกันจนจับคนเหล่านี้ได้
หนิงหรงประหลาดใจที่คนทั้งคู่ซึ่งเป็ไม้เบื่อไม้เมามาตลอดหลายปีเหตุใดจึงร่วมมือกันแต่เมื่อคิดได้ว่าโทษฐานลอบโจมตีรัชทายาทมีโทษถึงตายคงทำให้หงซือจงตัดสินใจที่จะสืบเื่ราวเ่าั้จนนำไปสู่การร่วมมือกันของทั้งสองฝ่ายเพื่อหงซือจงจะได้หลีกเลี่ยงการนำพาสกุลหงทั้งหมดไปสู่ความตายเพราะการกระทำของอนุเซียงหรู
องค์รักษ์ทั้งหกของเธอซึ่งถูกอ๋องฮุ่ยยืมตัวไปใช้งานหลายเดือนก็ถูกปล่อยตัวกลับมา
พวกเขาเล่าว่าถูกส่งไปสืบเื่ของเซียงหรูซึ่งมีความเกี่ยวพันกับองค์กรทมิฬ ด้วยหลักฐานที่หนิงหรงส่งให้หงซือจงเขาเคยพบเห็นตราหยกหมาป่าในห้องอนุมาก่อนเมื่อหนิงหรงส่งคนนำไปให้เขาจึงมั่นใจว่าเป็ชิ้นเดียวกันเมื่อสืบเกี่ยวกับตราหยกจึงพบว่า เซียงหรูคือธิดาของผู้นำองค์กรทมิฬซ้ำยังมีฐานะเป็กึ่งนายใหญ่มาตลอด
หงซือจงหาทางออกให้อนุคนเดียวของตนโดยคุกเข่าอ้อนวอนฮ่องเต้ เขาไม่้าให้อนุภรรยาของตนต้องโทษปะาฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ยพิโรธอย่างหนักเมื่อทราบความจริงว่าฮุ่ยเจินที่แต่งเข้าจวนแม่ทัพตายเพราะอนุเซียงหรูผู้นี้วางยาพิษดังนั้นทั้งสองพระองค์จึงปราถนาให้เซียงหรูตายเท่านั้น
กระนั้นด้วยความดีความชอบของหงซือจงที่จับตัวผู้นำทั้งหลายขององค์กรทมิฬได้จึงทำให้ทั้งสองพระองค์ตัดสินใจให้เซียงหรูมีชีวิตอยู่ต่อ ทว่าก็ให้แพทย์หลวงกรอกยาล้างความทรงจำและทำลายพลังยุทธของเซียงหรูทิ้งโดยสร้างเื่ว่าเซียงลื่นล้มในวันฝนตกหนักจนความจำเสื่อม นอกจากนั้นยังให้กินพิษราตรีเงียบเข้าไปในปริมาณน้อยๆให้เซียงหรูมีชีวิตอยู่ต่ออีกไม่เกินสามปีจนพิษกำเริบตาย
สุดท้ายหงซือจงก็ต้องยอมรับเงื่อนไขนี้เพื่อให้เซียงหรูมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้จะเป็เวลาสั้นๆ
หลายปีผ่านไปเซียงหรูก็ได้ตายจาก ตลอดหลายปีนี้หนิงหรงไม่คิดก้าวไปเหยียบสกุลหงให้เเปดเปื้อนขณะเดียวกันหงซือจงก็ไม่ย่างกรายเข้ามาที่สำนักฝึกยุทธหลวงด้วยไม่กล้าสู้หน้าหนิงหรงและไม่ถามหาเื่ที่หนิงหรงจะกลับสกุลหง
หลายปีมานี้เธอก็ได้เปลี่ยนมาใช้สกุลฮุ่ยอย่างเป็ทางการตัดขาดความสัมพันธุ์กับสกุลหงยังมีสินเดิมของมาดาเธอที่ถูกส่งคืนให้จวนอ๋องฮุ่ยและมีทรัพย์สินอื่นๆเพิ่มเติมอีกมากมายที่หงซือจงมอบให้หนิงหรง...เป็การยอมรับการตัดความสัมพันธ์ของสองตระกูลแต่โดยดี
“ญาติผู้พี่ท่านเก็บของเสร็จหรือยัง!”เสียงเด็กหนุ่มะโถามอยู่หน้าที่พักของถางอี้เหรินขณะที่องค์รักษ์ทั้งหลาย และเสี่ยวเมิ่งยืนอุ้มเสี่ยวไป๋รออยู่ข้างรถม้า
“เมื่อไหร่เ้าจะเลิกเอะอะเสียงดังเหมือนเสี่ยวไป๋สักทีโตจนป่านนี้แล้ว”เสียงหยอกเย้าของเด็กสาวดังขึ้น
ขณะที่ผู้กล่าวหอบหนังสือหลายสิบเล่มก้าวออกมาจากห้องหนังสือ
เป็หญิงสาวผู้สวมใส่ชุดสีน้ำเงินบางเบารัดรูปขับเน้นเอวบางรูปร่างอรชรให้น่ามอง กริยาเยื้องย่างรวดเร็ว สง่างาม มาดมั่นในตัวเองผมสีดำถูกรวบง่ายๆเป็หางม้า โบกสะบัดไปมายามก้าวเดิน ดวงตาสีดำให้ความรู้สึกคมกล้าดุดันเปล่งประกายงดงาม ยามเมื่อกะพริบตาขนตางอนยาวก็ทำให้หญิงสาวดูอ่อนหวานขึ้นมาหลายส่วนจมูกโด่งและคิ้วเรียวเสริมให้ใบหน้านั้นสมบูรณ์แบบงดงามราวกับถูกแกะสลักจากช่างที่ชำนาญให้ความรู้สึกสูงส่งสง่างามยามริมฝีปากบางเเย้มยิ้ม โลกทั้งใบคล้ายสว่างเจิดจ้าขึ้นมาในพริบตา
“ก็ท่านชักช้านี่นา”เด็กหนุ่มบ่นงึมงำขณะเดินเข้าไปรับของในมือญาติผู้พี่มาช่วยถือทั้งหมด
หนิงหรงเคาะหน้าผากเด็กหนุ่มเบาๆหน้าผากเหนือคิ้วเข้มปรากฏรอยแดงจางๆ ดวงตากลมโตถลึงใส่นางอย่างโมโหทว่าแทนที่จะดูน่ากลัวกลับดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งเมื่อประกอบกับริมฝีปากบางยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูอ่อนโยนงดงามคล้ายสตรีอยู่หลายส่วน
หนิงหรงมองแล้วก็อิจฉาคนอะไรขนาดถลึงตายังดูน่ารักน่าชัง ลองเป็เธอถลึงตาสิวิ่งกันป่าราบ...คิดแล้วก็อดอิจฉารูปโฉมรัชทายาทไม่ได้ สตรีควรมีลักษณะอ่อนโยนน่ามองเช่นฮุ่ยเทียนหลงไม่ใช่ดูดุดันเช่นเธอ หากเปลี่ยนชุดกันให้เธอสวมชุดบุรุษให้เขาสวมชุดสตรีน่าจะเหมาะสมกว่า
“เ้านี่ขี้บ่นราวกับสตรี...ไปขึ้นรถม้าได้เเล้ว”หนิงหรงว่าขณะก้าวขึ้นรถม้า
รัชทายาทส่งของในมือให้องค์รักษ์แล้วหมายจะก้าวตามทว่าเสี่ยวเมิ่งชิงก้าวตัดหน้าก่อนพร้อมกับร้องบอก
“ฝ่าาเป็บุรุษเชิญไปขึ้นรถม้าคันอื่น!”เสี่ยงเมิ่งกล่าว ขณะเดียวกันเสี่ยวไป๋ในอ้อมแขนเสี่ยวเมิ่งก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา
ทั้งคนทั้งกระต่ายร้ายกาจพอกัน น่าจับแต่งงานข้ามสายพันธุ์จริงๆ
ยังมีเ้าเยี่ยนเฟยอีกคนก้าวมาขวางทางขึ้นรถม้าไม่ให้เขาขึ้นไป...ชิ เ้าคนพวกนี้ เหตุใดต้องมาขวางด้วยเมื่อก่อนข้ากับญาติผู้พี่ก็นั่งรถม้าไปไหนมาไหนด้วยกันออกจะบ่อย...
รัชทายาทถอนหายใจและเดินอ้อมไปขึ้นรถม้าของตนรถม้าทั้งสองคันเคลื่อนออกจากบ้านพักของถางอี้เหรินตลอดทางได้ยินเสียงศิษย์น้องทั้งหลายที่มายืนรอส่ง ะโเรียก ร่ำลาหนิงหรงบ้างก็โบกไม้โบกมืออวยพรให้เดินทางปลอดภัย
เมื่อรถม้าเคลื่อนออกจากสำนักฝึกยุทธหนิงหรงก็มองกลับไปที่หน้าประตูสำนักเห็นศิษย์น้องทั้งหลายยืนโบกมือกันแน่นขนัดให้เธออยู่หน้าประตู หนิงหรงโบกมือตอบด้วยความรู้สึกผูกพันธ์หลายปีที่อยู่ร่วมกันมาทุกคนรักใคร่สามัคคีกันไม่แบ่งแยกฝักฝ่ายโดยมีเธอเป็ผู้นำของเด็กเหล่านี้ที่มองเธอเป็อัจฉริยะด้วยความเทิดทูนเมื่อรถม้าเคลื่อนมาไกลจนเห็นพวกเขาเป็จุดเล็กๆหนิงหรงจึงดึงตัวกลับเข้าสู่รถม้า
หนิงหรงหยิบตราหยกสีดำที่เธอเก็บรักษาไว้อย่างดีออกมาเธอลูบัสีดำที่แกะสลักนอนขดตัวอยู่บนตราหยกเบาๆ อีกไม่นานแล้วสินะที่เธอจะได้พบคนผู้นั้น เฟยหายตง เ้าของตราหยกชิ้นนี้เธออยากรู้นักว่าเด็กชายผู้นั้น ยังจำคำพูดเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วได้ไหมว่าคิดจะรับเธอเป็ภรรยา
หนิงหรงกระตุกยิ้มเมื่อหวนนึกถึงเด็กน้อยผู้เย่อหยิ่งเ็าเขาจะเติบโตมารูปงามสู้เยี่ยนเฟยได้หรือไม่ ฮึ ฮึ