เจ้าภูแสนรับรู้ด้วยสัมผัสอันเป็นทิพย์ ว่ามีคนแอบฟังอยู่ด้านนอก เจ้าชายหนุ่มทำทีหันหลังให้กับเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์แล้วเดินไปยังประตูหยุดยืนนิ่ง ดวงตาของเจ้าภูแสงเปล่งประกายสีเขียวมรกตและไมต้องเปิดประตูเจ้าภูแสนก็เห็นคนข้างนอกชัดเจนเจ้าภูแสนยิ้มในหน้า ‘พระชายามุกประดับ!’ เมื่อเจ้าภูแสนเห็นว่าเป็นใครก็มิได้เปิดประตูออกไปต้อนรับเพียงแต่เดินเลยไปยืนอีกฝั่งของห้องนอนทำทีตั้งใจฟังเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์พูดอย่างตั้งใจ ส่วนเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยยังคงพูดต่อเรื่องเดิม
“หลังจากพิธีพญาวันซึ่งจะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าลูกต้องเข้าพิธีสมรสกับเจ้านางดาราสาย และทำพิธีแต่งตั้งเจ้านางขึ้นเป็นชายาเอกแห่งองค์รัชทายาทเมืองภูเชียงแสนซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้เพราะมันเป็นสัจจะวาจาที่สองเมืองต่างให้ไว้แก่กัน” เจ้าภูแสนยืนนิ่งแววตาเย็นชาเจ้านางดาราสายหาใช่คนที่ข้าสนใจและข้าก็ใช่คนที่จะต้องทำตามสัจจะอะไรนั่นสักนิด
ทว่า..พระชายามุกประดับที่อยู่หน้าประตูห้องก็ต้องรีบปิดปากตัวเองเอาไว้อย่างเร่งด่วนก่อนที่เสียงกรี๊ดกร๊าดจะดังเล็ดรอดออกไป เจ้าภูแสนยิ้มเยาะปรายตาไปยังประตูห้องบรรทมของตนเอง
พระชายามุกประดับแอบตามมาสืบว่าสองพ่อลูกจะคุยเรื่องอะไรกันแต่ก็ได้เรื่องจนได้ เพราะพระชายามุกประดับ เป็นกองหนุนของเจ้านางละอองทองเต็มพิกัดแต่อยู่ๆ เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ สวามีของพระนางกำลังจะยกคู่ตุนาหงันของหลานสาวไปให้กับนังเจ้านางดาราสายแห่งคุ้มบัวแสน คุ้มนั่นดูลึกลับน่ากลัวจะตายไปกิติศัพท์ที่ได้ยินมาก็คือเจ้าหลวงอดิศักดิ์พระราชบิดาของเจ้านางดาราสายและเป็นผู้ครองเมืองบัวแสนเลี้ยงผีไว้เต็มคุ้มยังจะให้มาดองกันกับเจ้าภูแสนหลานชายของพระนางอย่างนั้นรึ ยอมไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อพระชายามุกประดับได้ยินเรื่องราวที่สองพ่อลูกคุยกันก็รีบออกตัวร้อยยี่ล้อฟรี มีจุดมุ่งหมายยังห้องประทับของเจ้านางละอองทองผู้เป็นหลานสาวอย่างเร่งด่วน เรื่องนี้ต้องขยาย..ซึ่งถ้าพระชายามุกประดับหยุดฟังสักนิดก็จะพบว่า เจ้าภูแสน แตะเบรกเจ้าพ่อของตนเองอย่างแรง
“เจ้าหลวงคิดว่าจะบังคับข้าได้เช่นนั้นรึ...?”เสียงถามช้าแต่ชัดเจน และไม่ได้ถามเปล่าเจ้าภูแสนหันมองหน้าเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ดวงตาสีเขียวเป็นประกายอย่างไม่ปิดบังเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์แม้จะมีสีหน้านิ่งแต่แววตาไหวระริกอย่างเห็นได้ชัดแต่กระนั้นก็ยังพูดขึ้นพยายามให้น้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุด
“แต่ตอนนี้เจ้าอยู่ในตำแหน่งองค์รัชทายาทแห่งเมืองเชียงภูแสนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ขององค์รัชทายาทให้แนบเนียนที่สุด” เพราะถึงอย่างไรเจ้าภูแสนบุตรชายเพียงคนเดียวของพระองค์ก็เหมาะสมกับเจ้านางดาราสายที่สุดแล้วจะให้เหมาะสมกับแพงอรผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาที่ลักลอบได้เสียกันจนงามหน้าเช่นนั้นรึ! เจ้าภูแสนหันมองเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก่อนจะยิ้มดุ
“เพราะปกครองแบบนี้ไงแพงอรถึงได้ผูกคอตายคาคุ้มแห่งนี้!” เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ชะงักไปทันทีในแววตาฉายแววโศกเศร้าระคนเด็ดขาดพร้อมกัน
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะแต่งกับใคร?”แว้บหนึ่งในความคิดเจ้าภูแสนนึกไปถึง อลินตา..! แต่เจ้าภูแสนก็สลัดความคิดนั้นออกก่อนตอบนิ่งๆ
“ข้ายังไม่คิดเรื่องนั้น”แต่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆเพราะเจ้าหลวงยึดในสัจจะยิ่งกว่าสิ่งใด
“ไหนๆแพงอรก็ตายไปแล้ว หมดเรื่องกันไปแล้ว เจ้านางดาราสายก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี”ทว่า ประโยคสวนกลับของเจ้าภูแสนนี่สิ เหมือนหมัดน็อกคู่ต่อสู้คาเวที
“ถ้าแพงอรยังไม่ตายถ้านางยังมีชีวิตอยู่เล่าเจ้าหลวง!!” ประโยคสุดท้ายลงเสียงหนักอย่างจงใจเจ้าภูแสนพูดออกไป ใจก็กระหวัดไปถึงอลินตา ถ้าเจ้าหลวงแสนยาศักด์เกิดอยากเจอแพงอรขึ้นมาจริงๆแม่นางอลินตานั่นคงจะไม่แบกโลงศพเข้ามาเฝ้าเจ้าหลวงที่ท้องพระโรงหรอกนะในใจเจ้าภูแสนนึกขบขัน แต่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ไม่ขันด้วย
“หมายความเช่นไร?”เจ้าภูแสนตอบกลับเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ผู้เป็นพระราชบิดาตนเองนิ่งๆ
“แพงอรยังมีชีวิตอยู่!!”
ทางด้านพระชายามุกประดับเร่งรีบไปหาละอองทองผู้เป็นหลานสาว และด้วยความเร่งรีบนั้นก็ทำให้พระชายามุกประดับชนเข้ากับใครบางคนอย่างจังแต่กระนั้นพระชายามุกประดับก็เพียงแค่เซถลา แต่ไม่ได้ล้มไปกองกับพื้นพระชายามุกประดับรีบชูตะเกียงในมือขึ้นมองว่าตนชนใคร บ่าวที่คอยรับใช้ไม่ห่างของพระชายามุกประดับก็รีบเข้ามาประกบติดกับพระชายาทันทีพระชายาเห็นใบหน้าของคนในความมืดนั้นก็อุทานชื่อด้วยความแปลกใจ
“เจ้านางดาราสาย!”ก็น่าแปลกใจอยู่หรอกค่ำมืดเช่นนี้แต่ทำไมเจ้านางดาราสายยังมาเดินเพ่นพ่านอยู่ที่บริเวณตำหนักของเจ้านางละอองทองซึ่งในเวลานี้ควรจะอยู่ในตำหนักของพระองค์มิใช่หรือ? พระชายามุกประดับหรี่ตามองก่อนจะถามเสียงดุดัน
“ออกมาเพ่นพ่านบริเวณนี้ในเวลานี้ ทำไมกัน..?” เจ้านางดาราสายหลุบตาต่ำลงและด้วยความที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้ที่ประทับของเจ้านางละอองทองจึงทำให้เจ้านางละอองทองและบ่าวรับใช้ออกมาทันเห็นเหตุการณ์
“เกิดอะไรขึ้นเจ้า?”เจ้านางละอองทองถามยังไม่ทันจะได้ความ ก็หันไปมองเจ้านางดาราสายที่ยืนนิ่งมือประสานกิริยาเรียบร้อยด้านหลังมีข้ารับใช้หญิงสองคน ยืนอยู่ในอาการเดียวกันกับผู้เป็นนายพระชายามุกประดับสบตากับเจ้านางละอองทองก่อนที่ทั้งสองคนจะแท็กทีมหันไปเล่นงานเจ้านางดาราสายโดยส่งสายตาคาดคั้นรอคำตอบว่าเจ้านางดาราสายมาทำอะไรแถวนี้?
“ข้า...” แม้น้ำเสียงจะดูคล้ายสลดกับการถูกพบเห็นเข้าโดยบังเอิญ แต่แววเสียงกลับไม่มีความประหม่าหวาดกลัวแต่อย่างใด
“จะไปเข้าเฝ้าเจ้าพี่ภูแสนตามคำบัญชาของเจ้าหลวงเจ้า..”คำตอบนั้นแฝงรอยเยาะเล็กๆ และเพราะคำตอบของเจ้านางดาราสายก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้านางละอองทองไม่ใช่น้อยหยามกันถึงเพียงนี้เชียวรึ แต่พระชายามุกประดับรีบชิงตำหนิเจ้านางดาราสายเพื่อออกตัวปกป้องเจ้านางละอองทองหลานสาวของตน
“เป็นสาวเป็นนางริอ่านเข้าหาผู้ชายยามราตรีคงจะงามหน้าไปถึงคุ้มบัวแสนล่ะมังเป็นชายาของเจ้าภูแสนแล้วรึก็ยังไม่ใช่สักหน่อย” พระชายามุกประดับตวาดดังไปแปดหมู่บ้านด้วยความเกรี้ยวกราดราดเพราะไม่พอใจอย่างแรงที่เจ้านางดาราสายกระทำการเกินหน้าเจ้านางละอองทองผู้เป็นหลานสาวของตนที่หมายจะเก็บไว้ให้เจ้าภูแสนเสียเอง
“กลับตำหนักเจ้านางไปเสียอย่าออกตัวจนเกินงามนัก บริวารมันจะดูถูกเอาได้ว่าเจ้านางดาราสายมิใช่หญิงจากสกุลสูงส่งแต่เป็นเพียงหญิงชั้นต่ำเหมือนนังแพงอร...” แต่ทว่า..เมื่อพระชายามุกประดับพูดชื่อแพงอร พระองค์ก็เหมือนจะชะงักไปนิดเจ้านางละอองทองเองก็สะดุดไปเช่นกันจากนั้นก็รีบเข้ามาจับมือพระชายามุกประดับเอาไว้เสมือนจะเรียกสติพระชายามุกประดับให้กลับคืนมาสู่สมองของพระนาง
“อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่เขตของเจ้านางดาราสายถ้ามีอะไรข้าจะทูลกับเจ้าหลวงเองเพราะข้าคือชายาของเจ้าหลวง!” พระชายามุกประดับพูดพลางก้าวเข้าไปประชิดเจ้านางดาราสายที่ยืนนิ่งสีหน้าสลด แต่สลดไม่จริง..!
“อย่างน้อยฐานันดรศักดิ์ของข้าก็เหนือกว่าเจ้านางนัก พึงระลึกไว้ด้วย!” แว้บหนึ่งแห่งแววตาของเจ้านางดาราสายนั้น ดุดันแข็งกร้าวยิ่งนัก...