แสงแดดของช่วงบ่ายแก่ๆ ในเดือนเมษายนแผดเผาจนอากาศภายนอกดูเหมือนจะเต้นระริกเป็นริ้วคลื่น ความร้อนระอุทะลุผ่านผนังคอนกรีตของบ้านเดี่ยวสองชั้นย่านชานเมืองเข้ามา แม้ว่าเครื่องปรับอากาศในห้องนั่งเล่นจะทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำ แต่ดูเหมือนความอบอ้าวของฤดูร้อนจะยังคงซึมลึกอยู่ในบรรยากาศเงียบสงัดของบ้านหลังนี้
เจน หญิงสาววัย 24 ปี ถอนหายใจเบาๆ ขณะวางแก้วน้ำเย็นเฉียบลงบนโต๊ะกาแฟ เธอปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้จะอยู่ในบ้าน แต่การเดินขึ้นลงบันไดเพื่อจัดการงานบ้านก็ทำให้เธอรู้สึกเหนียวตัวได้ไม่ยาก เจนอยู่ในชุดอยู่บ้านที่แสนสบาย เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่บางจนเกือบจะเห็นรอยเสื้อชั้นในสีเนื้อรางๆ กับกางเกงขาสั้นกุดสีเทาที่โชว์เรียวขาขาวเนียน ทุกครั้งที่เธอขยับตัว ชายเสื้อยืดจะเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นต้นขาอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใน
วันนี้เป็นวันที่เงียบสงบกว่าปกติ พ่อและแม่เลี้ยงของเธอเดินทางไปงานแต่งงานญาติที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เช้ามืด และจะกลับมาอีกทีก็คงเป็นคืนวันพรุ่งนี้ ทิ้งให้เจนต้องรับหน้าที่ดูแลบ้านและดูแล จรัญ น้องชายต่างแม่วัย 20 ปี เพียงลำพัง
เจนกับจรัญไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน พ่อของเจนแต่งงานกับแม่ของจรัญเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเจนกำลังเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนจรัญยังเป็นเด็กมัธยมหัวเกรียน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเป็นเหมือนพี่สาวที่คอยดูแลน้องชายจอมซนมากกว่าจะมีความผูกพันลึกซึ้งแบบพี่น้องท้องเดียวกัน แต่ด้วยความที่เจนเป็นคนเจ้าระเบียบและมีความรับผิดชอบสูง เธอจึงทำหน้าที่ "พี่สาว" ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“เสื้อผ้าของจรัญกองเต็มตะกร้าอีกแล้วมั้งเนี่ย” เจนบ่นพึมพำกับตัวเองขณะมองนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง
เธอเพิ่งเคลียร์งานกราฟิกที่รับมาทำแบบฟรีแลนซ์เสร็จเร็วกว่ากำหนด ความโล่งใจทำให้เธอเริ่มมองหางานบ้านทำแก้เบื่อ เจนเป็นคนประเภทที่ทนเห็นความรกไม่ได้ เธอเดินไปที่โซนซักล้าง จัดการแยกผ้าขาวและผ้าสีอย่างคล่องแคล่ว ความใส่ใจของเธอมีมากถึงขนาดที่ว่าเธอจำตารางเรียนของจรัญได้แม่นกว่าเจ้าตัวเสียอีก เธอรู้ว่าวันนี้น้องชายไม่มีเรียนบ่าย และคงจะหมกตัวอยู่ในห้องนอนเล่นเกมเหมือนทุกที
หลังจากเอาผ้าลงเครื่องซัก เจนเดินเข้าครัวไปเปิดตู้เย็น เช็คดูของสดสำหรับทำมื้อเย็น เธอหยิบหมูสับและผักออกมาเตรียมไว้ จรัญชอบกินไข่เจียวหมูสับกับแกงจืดเต้าหู้ เมนูง่ายๆ ที่น้องชายตัวดีมักจะร้องขอเสมอ ความรู้สึกเอ็นดูน้องชายต่างแม่คนนี้มีอยู่เต็มเปี่ยมในใจเจน แม้จรัญจะโตเป็นหนุ่มมหาวิทยาลัย ตัวสูงโย่งเริ่มมีกล้ามเนื้อแบบนักกีฬา แต่ในสายตาของเจน เขาก็ยังเป็นเด็กผู้ชายที่ต้องคอยจัดแจงเรื่องชีวิตให้อยู่ดี
“ไปเอาตะกร้าผ้าที่ห้องจรัญลงมาซักด้วยดีกว่า จะได้เสร็จทีเดียว”
เจนตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ความเงียบของบ้านทำให้ได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ปาร์เก้เบาๆ เธอเดินผ่านห้องนอนของตัวเอง ตรงไปยังห้องที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นห้องของน้องชาย ประตูห้องของจรัญปิดสนิท เจนคุ้นเคยกับการเข้าออกห้องนี้เพื่อทำความสะอาด เก็บกวาด หรือเอาเสื้อผ้าที่รีดแล้วไปแขวนให้ โดยปกติเธอจะเคาะประตูตามมารยาท แต่ครั้งนี้ด้วยความที่คิดว่าจรัญคงใส่หูฟังเล่นเกมเสียงดังจนไม่ได้ยิน หรือไม่ก็นอนหลับกลางวัน เธอจึงเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูโดยไม่ได้ส่งสัญญาณเตือน
แกร๊ก...
ประตูไม่ได้ล็อก เจนผลักบานประตูเปิดออกกว้าง พร้อมกับปากที่กำลังจะเอ่ยเรียกชื่อน้องชาย
“จรัญ เอาผ้า...”
เสียงของเจนขาดห้วงไปในลำคอ ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาปด้วยเวทมนตร์ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ภายในห้องนอนที่ปิดผ้าม่านจนแสงสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สว่างวาบอยู่บนโต๊ะ จรัญนั่งอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งตัวใหญ่ หันหลังให้ประตูเล็กน้อย แต่สิ่งที่สะท้อนอยู่บนหน้าจอนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง... มันเป็นฉากรักอันดุเดือดของหนังผู้ใหญ่ หนังโป๊เกรดเอที่มีภาพการสอดใส่ขยับเข้าออกอย่างชัดเจน เสียงครางกระเส่าดังลอดออกมาจากหูฟังที่จรัญครอบไว้หลวมๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เจนช็อกจนทำอะไรไม่ถูกไม่ใช่หนังบนจอ แต่เป็นสิ่งที่จรัญกำลังทำอยู่
น้องชายต่างแม่ของเธอกำลังเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ กางเกงบาสเกตบอลขาสั้นถูกร่นลงไปกองอยู่ที่หน้าขา เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งขึงชี้ชัน จรัญกำลังใช้มือขวากำรอบแก่นกายของตัวเอง รูดรั้งขึ้นลงด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความเสียวซ่าน ปากเผยอครางระบายอารมณ์โดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเสียงนั้นดังออกมา
“อึก... อูย...”
จรัญกำลังดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ราคะอย่างเต็มที่ มือของเขาสาวรูดท่อนเนื้อนั้นอย่างเมามัน จังหวะการชักว่าวของเขาช่างดูดิบเถื่อนและรุนแรงจนเจนรู้สึกหน้าร้อนวูบ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนแดงก่ำ เธอควรจะหันหลังกลับ เธอควรจะปิดประตูแล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็น แต่ขาทั้งสองข้างกลับก้าวไม่ออก สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่แท่งเนื้อขนาดเขื่องของน้องชายที่กำลังสั่นไหวสู้มือ
มันใหญ่กว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มาก...
จังหวะนั้นเอง จรัญที่รู้สึกถึงความผิดปกติ หรืออาจจะเป็นเพราะลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ไหลเข้ามาทางประตูที่เปิดอ้า เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเล็กน้อยและสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างของพี่สาวที่ยืนตัวแข็งอยู่ที่หน้าประตู
วินาทีนั้น โลกทั้งใบของจรัญเหมือนหยุดหมุน
“เฮ้ย! พี่เจน!”
จรัญร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด เขาตะกายลุกขึ้นจากเก้าอี้จนเกือบจะล้ม หน้าตาตื่นตระหนกเหมือนคนเห็นผี มือข้างหนึ่งรีบคว้าเมาส์ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างลนลาน อีกมือหนึ่งพยายามดึงกางเกงขึ้นมาปิดบังความน่าอายของตัวเอง แต่ด้วยความรีบร้อนและความแข็งขึงที่ยังไม่ยอมสงบลง ทำให้มันยากที่จะยัดเก็บเข้าไปในกางเกงได้ทันท่วงที หัวบานหยักสีชมพูเข้มยังคงโผล่พ้นขอบกางเกงในออกมาทักทายสายตาของเจนอย่างน่าอับอาย
“พ...พี่เจน... ผม... คือผม...” จรัญหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่แอร์เย็นเฉียบ เขาพูดตะกุกตะกัก ฟังไม่ได้ศัพท์
เจนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงสติของตัวเองกลับมา เธอเห็นความลนลานและความหวาดกลัวในแววตาของน้องชาย แทนที่เธอจะกรีดร้องหรือโวยวาย เธอกลับรู้สึกถึงอำนาจบางอย่างที่เหนือกว่า เธอปรับสีหน้าให้เรียบเฉย พยายามซ่อนความเขินอายและความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อย
“จรัญ...” เจนเรียกชื่อน้องชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน “จัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วลงไปคุยกับพี่ที่ห้องนั่งเล่น... เดี๋ยวนี้”
พูดจบ เจนก็ดึงประตูปิดลงทันที ทิ้งให้จรัญยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องกับความอับอายที่อยากจะแทรกแผ่นดินหนี
…
สิบนาทีต่อมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นชั้นล่างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เจนถอดเสื้อยืดตัวโคร่งออกแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีขาวพอดีตัว สวมทับด้วยเสื้อคลุมบางๆ แต่ก็ไม่ได้ติดกระดุม ทำให้ยังคงเห็นเนินอกอวบอิ่มได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เธออาจจะบอกตัวเองว่าเปลี่ยนเสื้อเพราะร้อน แต่ลึกๆ แล้ว สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เธอทำแบบนี้
เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา สายตาจ้องมองไปยังจรัญที่นั่งก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ที่พื้นพรมฝั่งตรงข้าม จรัญอาบน้ำล้างหน้าล้างตาแล้ว สวมชุดใหม่เรียบร้อย แต่ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อและไม่กล้าสบตาพี่สาว
“พี่จะไม่ถามนะว่าทำมานานแค่ไหนแล้ว” เจนเริ่มเปิดบทสนทนา น้ำเสียงของเธอเหมือนครูฝ่ายปกครองที่กำลังสอบสวนนักเรียน “แต่เล่นเปิดประตูทิ้งไว้แบบนั้น... ถ้าแม่มาเห็นจะทำยังไง?”
“ผม... ผมขอโทษครับพี่เจน” จรัญตอบเสียงอ่อย “ผมคิดว่าพี่ทำงานอยู่ในห้อง... แล้วพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่... ผมเลย...”
“เลยประมาท?” เจนสวนกลับ “จรัญ เราโตแล้วนะ 20 แล้ว การมีความต้องการมันเป็นเรื่องธรรมชาติ พี่เข้าใจ...” คำว่า 'เข้าใจ' ของเจนทำให้จรัญเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย แววตามีความประหลาดใจ “แต่การหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังโป๊ กับผู้หญิงในจอพวกนั้น มันดีแล้วเหรอ?”
เจนลุกขึ้นยืน เดินวนรอบตัวน้องชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ เธอเริ่มเทศนาด้วยมาดของพี่สาวที่หวังดี “ผู้หญิงในจอน่ะ ของปลอมทั้งนั้น พวกนั้นแสดง แอคติ้ง ร้องเสียงดังเกินจริง เพื่อให้ผู้ชายอย่างเราๆ ชอบ แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่แบบนั้นนะจรัญ”
เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจรัญ ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากสบู่ของเจนลอยมาแตะจมูกเด็กหนุ่ม ทำให้หัวใจของจรัญเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของพี่สาวอยู่ในระดับสายตาของเขาพอดี
“นายช่วยตัวเองบ่อยแค่ไหน?” เจนถามจี้จุด
จรัญสะดุ้ง “เอ่อ... ก็... เกือบทุกวันครับ”
“นั่นไง หมกมุ่นเกินไปแล้ว” เจนส่ายหน้า ถอนหายใจ “มิน่าล่ะ ถึงไม่ค่อยออกไปหาแฟน ไม่ไปจีบสาวจริงๆ เพราะมัวแต่สนองความต้องการกับภาพลวงตาแบบนี้... แล้วที่ทำเมื่อกี้ จินตนาการถึงใคร? ดาราคนนั้นเหรอ?”
คำถามนี้ทำให้จรัญชะงัก เขาเม้มปากแน่น ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ จรัญรู้ว่าเขาไม่ควรพูด แต่ความกดดันและอารมณ์ที่ยังค้างคาอยู่ทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาลดต่ำลง
“เปล่าครับ...” จรัญตอบเสียงแผ่วเบา
“อ้าว แล้วคิดถึงใคร?” เจนถามย้ำ คาดคั้น
จรัญเงยหน้าขึ้นสบตาเจน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดระคนหลงใหล “ผม... ผมจินตนาการถึง... พี่...”
คำตอบนั้นเหมือนระเบิดเวลาที่ทำงานขึ้นกลางห้อง เจนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไขสันหลัง วูบวาบไปทั่วทั้งตัว เธอควรจะโกรธ เธอควรจะตบหน้าเขาแล้วไล่เขาไป แต่แปลกที่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองในทางตรงกันข้าม หัวนมภายใต้เสื้อกล้ามแข็งเป็นไตขึ้นมาทันที และความเปียกชื้นเริ่มซึมออกมาที่กางเกงในตัวจิ๋ว
“นาย... ว่าไงนะ?” เสียงของเจนเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันแหบพร่าลงและแฝงความสั่นไหว
“ผมขอโทษพี่เจน! ผมรู้ว่าผมเลว...” จรัญรีบละล่ำละลักพูด พนมมือไหว้ “แต่ผมอดไม่ได้จริงๆ... พี่สวย หุ่นพี่ดีมาก... โดยเฉพาะ... หน้าอกของพี่... เวลาผมเห็นพี่ใส่เสื้อยืดอยู่บ้าน ผม... ผมเก็บไปฝันตลอด”
เจนยืนนิ่งฟังคำสารภาพนั้น แทนที่จะรังเกียจ เธอกลับรู้สึก 'ภูมิใจ' และ 'ตื่นเต้น' อย่างประหลาด การที่รู้ว่าตัวเองเป็นวัตถุแห่งความปรารถนาของน้องชายหนุ่มแน่นคนนี้ มันปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่มีความต้องการสูงอยู่แล้ว แต่ต้องเก็บกดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์พี่สาวที่แสนดี
ความคิดพิเรนทร์บางอย่างแล่นเข้ามาในหัว... ถ้าเขาชอบหน้าอกเธอมากขนาดนั้น ทำไมไม่ใช้มันเป็นบทเรียนดัดนิสัยเสียเลยล่ะ?
เจนยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่จรัญไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์และยั่วยวน
“ชอบหน้าอกพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” เจนถามเสียงนุ่ม
จรัญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยักหน้าช้าๆ
“ถ้างั้น...” เจนก้าวถอยหลังไปนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม นั่งชันเข่าขึ้นเล็กน้อยทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นมาสูง “เรามาทำข้อตกลงกันหน่อยดีไหม จรัญ”
“ข้อตกลง... อะไรครับ?”
“นายบอกว่านายคุมตัวเองไม่ได้ ต้องช่วยตัวเองตลอดเพราะเห็นหน้าอกพี่...” เจนเว้นจังหวะ นิ้วเรียวสวยเริ่มไล้ไปตามสาบเสื้อคลุม “งั้นพี่จะทดสอบดูว่านายจะอดทนได้แค่ไหน... ถ้าพี่ให้ดูของจริง นายจะทนไม่ช่วยตัวเองได้ไหม?”
จรัญตาโต “พี่เจน... จะทำอะไร...”
“นี่คือบททดสอบความอดทน บทที่ 1” เจนประกาศเสียงเข้ม แต่แววตาพราวระยับ “ถ้านายทนมองหน้าอกพี่ได้โดยไม่จับ และไม่ช่วยตัวเองจนเสร็จ... แสดงว่านายเริ่มรู้จักควบคุมตัวเองแล้ว”
โดยไม่รอให้จรัญตอบรับหรือปฏิเสธ เจนค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อคลุมตัวนอกออก ปล่อยให้มันไหลลงไปกองที่ข้อศอก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวบางๆ จากนั้นมือทั้งสองข้างของเธอก็เอื้อมไปจับชายเสื้อกล้าม แล้วค่อยๆ ถลกมันขึ้นช้าๆ
จรัญนั่งตัวเกร็ง จ้องมองภาพตรงหน้าตาไม่กระพริบ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ผ้าสีขาวค่อยๆ เลื่อนขึ้นผ่านหน้าท้องแบนราบ ผ่านเอวคอดกิ่ว และในที่สุด... มันก็เปิดเผยสิ่งที่จรัญเฝ้าฝันถึงมาตลอด
“อึก...”
เจนไม่มีเสื้อชั้นใน เธอถอดมันออกไปแล้วตอนเปลี่ยนชุด หน้าอกคู่มหึมาดีดตัวออกมาท้าทายสายตา ทรวงอกขาวผ่องเนียนละเอียด ไร้ริ้วรอยใดๆ ขนาดของมันใหญ่เกินตัวจนน่าตกใจ รูปทรงหยดน้ำสวยงามที่ทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งทำให้ดูเย้ายวนและเป็นธรรมชาติกว่าหน้าอกศัลยกรรมในหนังโป๊ที่เขาเคยดู ยอดอกสีชมพูหวานชูชันแข็งขึง ราวกับกำลังเชิญชวนให้สัมผัส
“มองสิ จรัญ...” เจนสั่งเสียงพร่า พลางแอ่นอกขึ้นเล็กน้อย “นี่ไง สิ่งที่นายเอาไปจินตนาการ... ของจริงอยู่ตรงนี้แล้ว”
ภาพความงามตรงหน้ากระแทกเข้าสู่สมองของจรัญอย่างจัง ความเป็นชายที่เพิ่งจะสงบลงกลับผงาดง้ำขึ้นมาอีกครั้ง ดันกางเกงจนตุงเป็นลำชัดเจน เลือดลมสูบฉีดรุนแรงจนเขาปวดหนึบไปหมด
“สวย... สวยมากครับพี่เจน...” จรัญพึมพำเหมือนคนละเมอ มือไม้สั่นระริก เขาเผลอยกมือขึ้นทำท่าจะเอื้อมไปหา
“หยุด!” เจนสั่งเสียงดุ “กฎคือ 'ห้ามจับ' ทำได้แค่มอง... เอามือวางไว้บนหน้าตักเดี๋ยวนี้”
จรัญสะดุ้ง รีบชักมือกลับมาวางที่ตักตัวเอง แต่สายตายังคงละไปจากปทุมถันคู่งามไม่ได้ เขาเห็นเส้นเลือดฝอยจางๆ ที่พาดผ่านผิวขาวเนียน เห็นการกระเพื่อมไหวเบาๆ ทุกครั้งที่เจนหายใจ มันช่างยั่วยวนกิเลสจนเขาแทบคลั่ง
“เป็นไง... ทรมานไหม?” เจนถามพลางใช้มือของตัวเองข้างหนึ่งยกประคองเต้าข้างขวาขึ้นมา บีบเบาๆ ให้เนื้อนุ่มปลิ้นผ่านง่ามนิ้ว เพื่อกระตุ้นอารมณ์น้องชายให้พุ่งสูงขึ้น
“ทรมานครับ... ผมปวดไปหมดแล้ว” จรัญยอมรับตรงๆ เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยลงมาตามขมับ
“ดี... จำความรู้สึกนี้ไว้” เจนยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ในใจเธอก็สั่นไหวไม่แพ้กัน การถูกจ้องมองด้วยสายตาหิวกระหายของน้องชายทำให้เธอรู้สึกเสียววูบวาบที่หว่างขาจนน้ำหล่อลื่นไหลออกมาแฉะกางเกงใน เธอเองก็ต้องอดทนไม่แพ้เขา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหมือนเป็นชั่วโมง ทั้งที่จริงผ่านไปเพียงไม่กี่นาที จรัญนั่งตัวสั่นเทา กัดฟันแน่น มือจิกเข้าที่ต้นขาตัวเองเพื่อระงับความอยากที่จะกระโจนเข้าไปขย้ำหน้าอกคู่นั้น หรือควักอาวุธของตัวเองออกมาจัดการให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็กลัวจะทำให้พี่สาวผิดหวังและยกเลิก 'บทเรียน' พิเศษนี้
“โอเค... พอแค่นี้ก่อนสำหรับวันนี้”
ในที่สุด เจนก็ดึงเสื้อกล้ามลงมาปิดบังความงดงามนั้นไว้ตามเดิม ทิ้งให้จรัญรู้สึกเสียดายแทบขาดใจ แต่ก็โล่งอกที่ความทรมานสิ้นสุดลง
เจนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะมองหน้าน้องชายที่นั่งหอบหายใจแรง
“นายผ่านบททดสอบแรกนะ จรัญ... เก่งมากที่อดทนได้” เจนเอ่ยชม แต่แฝงนัยยะบางอย่าง “แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้น... ถ้าอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าแน่จริง เรายังต้องมีบททดสอบต่อไปอีก”
จรัญเงยหน้ามองพี่สาวด้วยแววตาที่มีความหวังและความปรารถนาลุกโชน “บททดสอบต่อไป... คืออะไรครับ?”
เจนลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้จรัญ แล้วก้มลงกระซิบที่ข้างหู กลิ่นหอมของเธอยังคงติดจมูกเขา
“พรุ่งนี้บ่าย... มาเจอพี่ที่ห้องเดิม แล้วพี่จะบอกว่าส่วนไหนของร่างกายพี่... ที่นายจะต้อง 'อดทน' กับมันเป็นด่านต่อไป”
เจนผละออกไปพร้อมรอยยิ้มที่มีความลับซ่อนอยู่ ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าครัวไป ทิ้งให้จรัญนั่งอยู่กับความคับแน่นในกางเกงที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย และจินตนาการที่เตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เขารู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ไป... ความสัมพันธ์ของเขากับพี่สาวต่างแม่ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว