วาโยยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินอีกคนพูดว่า คืนนี้จะนอนด้วย
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก” คนร่างสูงพูดขึ้นมาราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
“โยไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อยค่ะคุณริน”
“แล้วคิดแบบไหน” ศิขรินก้มต่ำลงมาใกล้กับใบหน้าเธอ คนตัวเล็กจึงเบี่ยงหน้ารีบไขกุญแจเปิดประตูห้อง
ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงสว่างของไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ ศิขรินปล่อยชายเสื้อตัวเองออกจากกางเกง พร้อมกับปลดกระดุมเสื้อ้าสองเม็ด เพราะเริ่มรู้สึกร้อน ท่ามกลางความมืดอีกคนจึงไม่เห็นว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่
“โยขออาบน้ำก่อนนะคะคุณริน” เสียงจากวาโยดังออกมาจากในห้องนอนของเธอ
“ตามสบาย” ศิขรินตอบกลับไป
ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงน้ำไหลจากฝักบัว คนในห้องน้ำฮัมเพลงเบาๆ อย่างสบายใจ คงจะกลบความเงียบ ศิขรินยิ้มออกมา ทุกๆ การกระทำของผู้หญิงคนนี้ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย แม้ในบางครั้งจะเป็เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว วาโยจึงเดินออกมาหาศิขรินที่นั่งอยู่มุมนั่งเล่นโดยใช้ไฟฉายจากมือถือส่องนำทาง คนร่างสูงที่ปลดกระดุมเสื้อ เผยให้เห็นผิวขาวภายใน ทันทีที่เธอเห็นแผงอกของอีกคน หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที จนต้องรีบเบือนหน้าหนี และดูเหมือนอีกคนก็รับรู้ได้
"เป็อะไร"
"เอ่อ ปะ เปล่า ๆ ค่ะ คุณรินจะอาบน้ำมั้ยคะ"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้"
ศิขรินพูดก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวของตัวเองออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำตัวบาง ไฟฉายจากมือถือที่ส่องไปยังเธอ ทำให้ภาพเบื้องหน้าชัดเจนท่ามกลางความมืด วาโยเผลอมองร่างนั้นไม่ละสายตา จนเ้าตัวรู้สึกเขินอายขึ้นมา
"จ้องอย่างกับจะกินฉัน"
เสียงของอีกฝ่ายทำให้คนตัวเล็กได้สติ เธอรีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่น อีกฝ่ายยิ้มออกมาเบาๆ
เธอเป็คนแรกที่ปฏิเสธฉัน แต่ฉันจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธนี้หรอกนะ วาโย ศิขรินนึกในใจ
"จุดเทียนดีกว่า เปลืองแบตโทรศัพท์"
ศิขรินเดินไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะตัวหนึ่งที่วางอยู่มุมห้อง ห้องนี้เคยเป็ห้องของเธอ ไม่แปลกที่เธอจะรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน คนร่างสูงจุดเทียนวางบนโต๊ะ และอีกหลายจุดในห้อง เธอจุดเทียนประมาณห้าเล่ม ทำให้ตอนนี้ภายในห้องสว่างมากขึ้น วาโยปิดไฟฉายจากมือถือ และตอนนี้นี่เองยิ่งทำให้ร่างของคนตรงหน้าชัดเจนกว่าเดิม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าศิขรินคนนี้เป็ผู้หญิงที่ทั้งสวยและเท่ในคนเดียวกัน ความรู้สึกของคนที่เคยมีแฟนเป็ผู้หญิงมาแล้ว ไม่แปลกเลยที่จะหวั่นไหวได้ง่าย ยิ่งอีกฝ่ายก็แสดงท่าทีว่ารู้สึกแบบเดียวกันกับเธอ ยิ่งทำความรู้สึกของเธอเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
"ง่วงรึยัง"
คนร่างสูงถามขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้ามาหาเธอ วาโยถอยหลังกรูดจนตอนนี้เธอแนบชิดกับฝาผนัง ไม่สามารถถอยไปไหนได้อีก ร่างสูงประจันหน้ากับเธอในระยะใกล้ จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย ซึ่งเธอตั้งใจ
"เอ่อ ๆ ยังไม่ง่วงค่ะ" วาโยในตอนนี้เหมือนกระต่ายตัวน้อยที่กำลังจะโดนหมาป่ากัดกิน แต่ความกลัวก็ไม่ได้มีมากนัก ไม่เท่าความรู้สึกที่ต้องห้ามใจไม่ให้สั่นไหวทุกทีที่อยู่ใกล้
"ไม่ง่วงเหรอ งั้นทำอะไรกันดี"
"ง่วงค่ะ ง่วงแล้วค่ะ ง่วงแล้ว" วาโยรีบพูดทันที เพราะเธอเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่าง หวังว่าเขาคงไม่ทำอะไรในแบบที่เธอคิด
"ง่วงแล้วก็ไปนอนกัน"
พูดจบคนตัวสูงก็ใช้สองแขนช้อนร่างของเธอขึ้นมาแนบอก วาโยไม่ทันตั้งตัว สองแขนของเธอจึงคล้องคออีกฝั่งอัตโนมัติเพราะกลัวตก
"คุณรินทำอะไรคะ โยเดินเองได้"
"เธอซุ่มซ่าม ทางก็มืด ฉันอุ้มดีกว่า"
ศิขรินพูดในขณะที่เดินมายังห้องนอน เมื่อถึงแล้วเธอจึงวางคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล จังหวะที่โน้มตัวลงบนเตียง กลิ่นตัวจากอีกคนที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จหมาดๆลอยเข้าจมูกเธออย่างจัง กลิ่มหอม ละมุน นุ่มนวล มันเหมือนเป็ตัวจุดชนวนอย่างดีให้อารมณ์ในตัวของเธอปะทุขึ้นมา วาโยปล่อยแขนของเธอออกจากอีกฝ่าย ก่อนจะขยับไปอีกฝั่งของเตียงแล้วหันหน้าไปอีกทางโดยอัตโนมัติ ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากเธอ
ศิขรินเห็นดังนั้น จึงขยับไปนอนใกล้ๆ ใกล้จนได้กลิ่นหอมอีกครั้งชัดเจน แต่เหมือนอีกคนจะไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังแนบชิดเธออยู่
"ง่วงขนาดนั้นเลย" เป็คนร่างสูงที่พูดขึ้นมาก่อน
"ค่ะคุณริน" วาโยตอบกลับทั้งที่ยังนอนหันหลังให้เธอแบบนั้น
"วันก่อนฉันยังไม่คิดบัญชี"
อีกฝ่ายพูดต่อโดยไม่ได้สนใจคำตอบที่เธอตอบมา และมันก็ได้ผล คนร่างเล็กหันกลับมามองหน้าเธอ ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กัน จนปลายจมูกของคนตัวเล็กโดนแก้มเธอ
ไม่มีคำอุทาน ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา มีเพียงความเงียบ และนิ่งสนิท
"ฉวยโอกาสฉันอีกแล้วนะ คิดบัญชีทีเดียวเลยละกัน"
ศิขรินพูดพลางยิ้มมุมปาก
"อะไรกันคะคุณริน คิดบัญชีอะไร โยไม่เห็นจะเข้าใจ"
"ก็วันก่อนเธอจูบฉัน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลย ฉันเสียหายนะ เมื่อกี้ก็เพิ่งจะหอมแก้มฉันไป"
"โถ่ คุณริน ก็คุณบอกเองว่าโยเมา จะถือสาคนเมาทำไมละคะ อีกอย่างเราก็เป็ผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ ไม่เสียหายหรอกค่ะ"
อีกฝ่ายพูดพลางเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ตอนนี้เธอพยายามควบคุมสติ และทำทุกอย่างให้ปกติที่สุด เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร เพราะเธอกลัวจะควบคุมมันไม่ได้
"โอเค้ ไม่เสียหาย"
พูดจบคนร่างสูงก็ประกบริมฝีปากกับอีกคนโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว รสจูบนี้ที่เธอตราตึงใจั้แ่คืนนั้น เธอคิดถึงที่สุด ัันุ่มนวล และกลิ่นละมุนของร่างเล็ก ยิ่งทำให้อารมณ์เดือดในกายเธอประทุขึ้นมา และดูเหมือนครั้งนี้เธอจะไม่ห้ามมันอีกแล้ว เพราะอีกคนไม่ได้เมา และมีสติ
"อย่าค่ะคุณริน" วาโยถอนริมฝีปาก หลังจากที่ปล่อยให้อีกฝ่ายเชมชมอยู่นาน
"เธอไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม"
อีกฝ่ายถามพลางใช้สองมือสอดไปยังท้ายทอยของคนตรงหน้า ค่อย ๆ ลูบไล้เส้นผมของเธอลงมายังซอกคอ นิ้วเรียวเลื่อนไปััใบหน้าอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล นิ้วเรียวค่อย ๆ ััริมฝีปากบาง แล้วจึงประกบปากลงไปอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันร้อนแรงกว่าครั้งก่อนหน้า ลิ้นของเธอก็ทำงานอย่างรู้หน้าที่ อีกฝ่ายก็ไม่ปฏิเสธ แลกลิ้นกันอย่างร้อนแรง อุณหภูมิห้องที่ว่าร้อนดูเหมือนจะเทียบไม่ได้กับอุณหภูมิของอีกฝ่ายที่ใกล้จะทะลุปรอท
"วาโย เธอกำลังทำให้ฉันคลั่ง" คนร่างสูงพูดแล้วก้มลงไปพรมจูบเบาๆที่ซอกคอของอีกฝ่าย ก่อนจะดูดเบาๆ และแน่นอนว่ามันทำให้อีกฝ่ายอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาเช่นกัน
"อื้มมม คุณริน"
ทันทีที่ได้ยินเสียงกระเส่าของอีกฝ่าย ศิขรินก็ยิ้มออกมา นิ้วเรียวของเธอสอดไปใต้เสื้อสายเดี่ยวที่เป็ชุดนอนของวาโย แล้วรูดลงมา ซึ่งมันก็หลุดออกง่ายดาย ทำให้ตอนนี้หน้าอกอวบอั๋นอีกฝ่ายกำลังยั่วยวนให้เธอทักทาย สองมือของเธอค่อย ๆ บีบมันอย่างเบามือราวกับว่ากลัวมันจะแตกสลาย ยอดอกชูชันแข็งสู้มือ เธอใช้ลิ้นเรียวเลียวนปลายยอดที่ชูชันอย่างมูมมาม ทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านจนเผลอแอ่นตัว
"ปฏิเสธสิวาโย หากเธอไม่ได้รู้สึกอะไร"
ศิขรินพูดในขณะที่มือข้างหนึ่งที่ลูบไล้อกสวยอยู่นั้น ค่อย ๆ เลื่อนลงผ่านหน้าท้อง จนไปถึงเนินสวาท ทันทีที่นิ้วยาวัักับจุดกระสัน เธอก็รู้ถึงความ้าของอีกคนในทันที น้ำรักเอ่อล้นจนเธอััได้ เธอค่อย ๆ ถูวนอยู่จุดนั้นอย่างทะนุถนอม
"อ๊าาา อื้มมมม" วาโยแอ่นสะโพกสู้นิ้ว ท่าทีของเธอบ่งบอกว่าความ้าของเธอตอนนี้มันถึงขีดสุดแล้ว
ศิขรินผู้ที่ผ่านเื่บนเตียงกับหญิงสาวมานักต่อนัก เธอช่ำชองจนรู้ถึงทุกส่วนในร่างกายของอีกฝ่ายที่จะทำให้สุขจนล้น ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน บทเพลงรักดำเนินไปอย่างนุ่มนวล และไม่รีบร้อน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็อีกฝ่ายที่ร้อนแทน เพราะความ้ามากเพิ่มขึ้นทุกที
คนร่างสูงยังคงหยอกเย้ากับจุดกระสันของเธอ และพรมจูบไปทั่วร่างกายของอีกฝ่าย เธอกัดซอกคอของวาโยเบาๆ และริมฝีปากบางงับเบา ๆ ที่ใบหู วาโยเสียวซ่านไปทั้งตัว แม้เธอจะเคยผ่านบทรักกับผู้หญิงมาบ้างแล้วเหมือนกัน แต่ไม่มีใครทำให้เธอมีความสุขได้เท่าผู้หญิงคนนี้เลย ไม่มีใครที่ตั้งใจในทุก ๆ ััได้เหมือนศิขริน
"อ๊าาา คุณริน อย่าแกล้งโย"
อีกฝ่ายตั้งใจปลุกอารมณ์ในตัวของเธอให้เพิ่มมากขึ้น ยังไงก็ไม่อยากได้ชื่อว่าบังคับอีกคนโดยไม่จำยอม และอยากจะได้ยินคำขอจากปากของอีกฝ่ายมากกว่า นิ้วเรียวยังคงทำหน้าที่อยู่อย่างนั้น แต่ไม่ยอมสอดใส่เข้าไปในร่างของอีกคน วาโยเหงื่อท่วมตัว ความรู้สึกเสียวซ่านยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด ศิขรินโน้มตัวลงไปประกบปากกับคนตัวเล็กอีกครั้ง เธอตอบรับอัตโนมัติอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ซึ่งทำให้อีกคนพอใจอย่างมาก
"คุณริน" ร่างเล็กเสียงกระเส่าหลังจากถอนจูบ พลางเรียกอีกฝ่ายอย่างแ่เบา
"ว่าไงคะ"
"โย้าคุณ"
จบประโยคศิขรินก็ไม่รออะไรอีกต่อไปแล้ว เธอสอดนิ้วเรียวเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายที่รออยู่แล้ว เธอััได้ถึงความรัดแน่นภายใน จนนิ้วของเธอชา บทเพลงรักแสนเร่าร้อนได้เริ่มขึ้นทันที อุณหภูมิในตัวของศิขรินไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไรได้เลย มันรุนแรงจนอีกฝ่ายตั้งรับไม่ทัน แต่ความเสียวซ่านที่มีมากกว่าทำให้เธอเองก็พอใจที่จะให้มันเป็เช่นนั้น ร่างของเธอกระตุกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เท่าที่อีกฝ่าย้า
วาโยไม่สามารถจะปฏิเสธในทุก ๆ การกระทำ ศิขรินตั้งใจทำให้เธอมีความสุขอย่างที่สุด ทะนุถนอมเธอราวกับกลัวว่าร่างของเธอจะแตกสลาย ทุกส่วนในร่างกายของวาโยมีรอยจูบของศิขรินทั่วเรือนร่าง กลิ่นตัวของคนตัวเล็กเปรียบเสมือนขนมหวานที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน มีแต่อยากจะกินซ้ำๆ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลยสักคน จนมาเจอผู้หญิงคนนี้
"อ๊าาา" ร่างเล็กกระตุกอีกครั้ง ซึ่งจำไม่ได้ว่าครั้งที่เท่าไหร่ เธอหายใจอย่างหอบเหนื่อย ศิขรินจูบหน้าผากของเธอรวมไปถึงแก้มทั้งสองข้าง และริมฝีปากด้วยเช่นกัน
"ทำไมไม่ปฏิเสธฉันละ" วาโยถามพลางนอนลงข้าง ๆ และดึงร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด
"คุณรินเ้าเล่ คุณเริ่มก่อน"
"เปล่านะ ถ้าเธอขัดขืน ไม่จำยอม ฉันก็จะไม่ทำ"
"....."
"แต่เธอไม่"
"ก็ฉัน ...." เสียงของคนร่างเล็กขาดหายไป เธอคิดหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมร่างกายถึงไม่ปฏิเสธ ท่าทีเ่าั้
"เพราะเธอก็รู้สึกแบบที่ฉันรู้สึกกับเธอไง วาโย"
-----------------------------------------------------