ร่างของมันเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้า กริชที่นาฟถืออยู่ในมือส่งประกายแสงวาววับนาฟพยายามจู่โจมอินทรีย์จำแลงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่ากริชจะคมแค่ไหนสร้างบาดแผลได้มากเท่าไหรก็ไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้
นาฟกระโดดถอยหลัง หยุดยืนกลางอากาศ มือจับกริชแน่นกวาดตามองอินทรีย์จำแลงที่ลอยวนอยู่เบื้องหน้า ความคิดค่อยๆ สะท้อนในหัว
“สัตว์จำแลงพวกนี้...ไม่มีความรู้สึก คงไม่สามารถทำลายได้ด้วยการโจมตีธรรมดาต้องใช้พลังที่เหนือกว่านั้น!”
นาฟสลัดความกังวลออกจากใจ ก่อนที่พลังการยืนอยู่บนอากาศจะหมดลง
เขากระโดดเคลื่อนตัวสลับไปมาอีกครั้ง ปล่อยอาวุธกลับสู่กำไรข้อมือทั้งสองข้าง และค่อยๆ ประสานมือข้างขวาเป็นกำปั้น พลังรุนแรงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบๆกำปั้นนั้น ร่องรอยอากาศเริ่มบิดเบือน จนเกิดเป็นแรงกดดันที่แผ่ขยายออกมา
อินทรีย์จำแลงเห็นพลังที่นาฟรวบรวมมันร้องคำรามเสียงดัง กรงเล็บของมันแผ่ขยายจนเหมือนกับจะฉีกท้องฟ้าออกจากกัน แต่ด้วยสามัญสำนึกของสัตว์ที่มีพลังระดับสี่ขั้นสูงส่งผลให้มันระแวดระวังมวลพลังแปลกๆ รอบกำปั้นนั้น มันจึงค่อยๆ ขยับถอยห่างเพื่อใช้การโจมตีระยะไกลแทน
ทันทีที่เจ้าอินทรีย์ขยับออกไปนาฟวาดมือซ้ายขึ้นมา
“กลืนสรรพสิ่ง!”
“วูซซซซ!”
มวลพลังไร้รูป คลอบงำเจ้าอินทรีย์ทันที เกิดเป็นแรงดึงดูดบางอย่างดูดเข้ามาใกล้นาฟอย่างรวดเร็ว
หมัดขวาที่กำแน่น เตรียมจะปล่อยด้วยพลังมหาศาลใส่เพื่อจบศึกนี้ในครั้งเดียว
ทันใดนั้นเอง พลังบางอย่างก็แผ่เข้ามาจากด้านข้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง กรงเล็บสีดำขนาดใหญ่พุ่งวาดมาขวางหน้า “สวบบบ!”
คลื่นพลังจากกรงเล็บนั้นเฉือนผ่านอากาศและสร้างแรงกดดันที่มหาศาลตัดผ่านแรงดูดจนขาดหายออกไปทันที
"อะไรกัน...?"
นาฟสบถในใจ และทันทีที่มองไปข้างหน้าก็พบกับร่างของเสือดำลายขาวขนาดมหึมาที่กระโดดขึ้นมายืนอยู่บนอินทรีย์จำแลง
“โบ่ว!”
มันคำรามเสียงดังกรงเล็บแหลมคมของมันวาดไปมาในอากาศ
พร้อมกับจ้องมองมาที่นาฟดวงตาของมันส่องประกายแดงเลือดมันค่อยๆ วางท่ารุกล้ำเข้ามาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังหาโอกาสโจมตี
นาฟรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่เกินกว่าระดับ 4 ที่แผ่ออกมาจากสัตว์จำแลงตัวนี้
“ครืนนน!” “ครืนนน!”
ขณะที่โลกมิติภายในถึงขั้นวิกฤติเกิดการแตกร้าวไปทั่วทั้งชั้นบรรยากาศ นาฟเหลียวมองไปรอบๆ เปิดประสาทสัมผัสอย่างเต็มที่ปล่อยร่างลงสู่พื้นเบื้องล่างทันที
นาฟเพ่งสมาธิไปที่พื้นดินเบื้องล่าง และก็เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง
สัตว์จำแลงที่อยู่พื้นดินทั้งสองตัวทะยานเข้าหานาฟอย่างรวดเร็ว และในขณะที่เสือดำและอินทรีย์ก็ติดตามเข้ามาจากทั้งด้านบนกรงเล็บแหลมคมวาดตัดอากาศลงมาในขณะที่คมเขี้ยวจากอสรพิษพุ่งทะยานจากด้านล่างความเร็วและพลังของพวกมันทำให้แม้แต่ดินและอากาศรอบๆ ยังสั่นสะเทือน
แต่นาฟก็ยังคงไม่รนรานและควบรวมพลังไว้ในหมัดขวาขณะที่เท้าแตะพื้น
“ตูมมม!”
เขาก็ทุบหมัดลงไปที่พื้นดินอย่างแรงพลังทำลายมหาศาลของ "หมัดสุญญากาศ" ปะทุขึ้นมาแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินใต้เท้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆรอยร้าวลึกและยาววิ่งไปทั่วทุกทิศทาง
เสียงระเบิดดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณฝุ่นควันลอยขึ้นสูงบดบังทัศนวิสัยทุกสิ่ง
“พลังทำลายระดับนี้......!” เป็นเสียงที่ดังก้องขึ้นมาในใจของคนที่เห็นพลังหมัดนี้อย่างองค์ชายและมฤตยูดำ
แรงระเบิดทำให้สัตว์จำแลงทั้งสี่ตัวชะงักไปชั่วครู่อินทรีย์จำแลงที่กำลังโจมตีจากด้านบนสูญเสียการควบคุม
ทิ้งตัวลงไปในฝุ่นควัน สัตว์จำแลงตัวอื่นเองก็ถูกแรงระเบิดผลักถอยไปหลายก้าว
นาฟใช้โอกาสนี้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางฝุ่นควันที่บดบังการมองเห็น มุ่งหน้าไปทางองค์ชายที่ถูกพันธนาการด้วยตาข่ายสีทองนั้น
แต่อีกเพียงไม่กี่ก้าวจะถึงตัวองค์ชายนาฟกลับรู้สึกถึงแรงบางอย่างที่ดึงรั้งข้อเท้าไว้ทันที สิ่งมีชีวิตบางอย่างดึงร่างของเขาให้หยุดชะงัก
นาฟก้มลงมองก็พบว่างูจำแลงตัวเล็กหลายตัวกำลังเลื้อยพันธนาการร่างของเขาไว้ กรงเล็บเล็กๆของมันกัดลึกเข้าไปในผิวหนัง รัดแน่นจนไม่อาจขยับตัวได้
งูจำแลงจำนวนมากเหล่านี้มีดวงตาแดงฉานส่องประกายราวกับมีชีวิตจิตใจที่ชั่วร้าย มันเลื้อยรัดจากข้อเท้าของนาฟขึ้นมาจนถึงต้นขาและบางตัวก็กำลังเลื้อยขึ้นมาจากพื้นดิน นาฟพยายามดิ้นรนขยับร่างกายอย่างแรงเพื่อสะบัดพวกมันออกแต่แรงรัดของมันเหนียวแน่นและทรงพลังเกินกว่าที่จะหลุดพ้นได้โดยง่าย
ความเย็นยะเยือกของเกล็ดงูซึมซับเข้าไปในผิวหนังทำให้นาฟเริ่มรู้สึกถึงพลังที่ค่อยๆ หายไปจากร่างกายช้าๆ
“ไม่ดีแล้ว!.....เจ้าสัตว์พวกนี้มันดูดพลังได้!”
นาฟเร่งหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างรีบด่วน
“ฮ่า ๆ ๆ !”
มฤตยูดำหัวเราะอย่างเย้ยหยันเสียงหัวเราะนั้นดังก้องสลับกับเสียงไอด้วยอาการบาดเจ็บ ขณะที่เขามองดูนาฟที่ถูกพันธนาการไว้โดยงูจำแลงหลายตัวดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความสมเพช
“แค่นี้เองหรือ?... นี่หรือคือพลังของเจ้า?... คิดจะมาช่วยเหลือผู้อื่นทั้งที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด น่าสมเพชยิ่งนัก!”
มฤตยูดำกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นปรากฏบนใบหน้าของเขา
องค์ชายที่ถูกคลอบคลุมอยู่ในตาข่ายทองคำก็เอ่ยขึ้นมา“อย่าห่วงข้า!.... เจ้าหาทางหนีไปเถอะ!