มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 99 มิอาจขัดขืน

            ไม่ว่าใครต่างก็ไม่สามารถทำใจเชื่อกันได้ทั้งนั้นต่อภาพที่พวกมันได้พบเห็นตรงหน้า ผู้คนจากสูงยันต่ำต่างพากันนิ่งเงียบสนิทราวกับว่าคนผู้นี้นั้นความตายก็ยังมิอาจที่จะทำอะไรเขาได้ แม้แต่ทางด้านตัวของหมิงจงเองสติของมันยังถึงกับหลุดลอยไปไกลมันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งกว่าเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้มันไม่สามารถตรวจจับสัญญาณชีวิตใดๆต่อชายตรงหน้าได้เลยราวกับว่าชีวิตของมันผู้นี้นั้นดับสูญไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ แต่ภาพที่ตัวของมันได้พบเห็นก่อนหน้านี้นั้นมันคืออะไรกันที่ส่วนหัวของมันที่เป็นเศษเนื้อไปแล้วกลับกลายมาเป็นสภาพดังเดิมหลงเหลือเพียงเศษเลือดที่สาดกระจายก่อนหน้าเท่านั้น

            “ปลดล๊อคพันธนาการ” หวืดดดดด หวืดดดดด มหาวิชาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของห่าวชวนในยามนี้นั้นตัวของมันสามารถเรียกใช้พลังดั่งเดิมของตนได้ด้วยเวลาเพียง 10 วินาที มันเป็นระดับพลังที่เหนือชั้นเกินกว่าระดับที่ผู้คนสมัยนี้จะเข้าใจ

            อึก อึก หมิงจงในยามนี้นั้นถึงกับมีสีหน้าที่ไร้สีเลือดเพราะพลังของชายตรงหน้าที่ปลดปล่อยออกมานั้นมันกำลังกดทับไปที่ร่างและจิตวิญญาณของมันยิ่งเวลาผ่านไปนานเพียงไรก็ยิ่งจะมีแต่หนักหน่วงยิ่งขึ้น พลังที่ชายตรงหน้าปลดปล่อยออกมานั้นมันเหนือกว่าความรู้ความเข้าใจของมันไปไกลแม้แต่ผู้คนที่มาจากทวีปที่แข็งแกร่งพลังแรงกดดันของมันก็ยังไม่มากมายมหาศาลถึงเพียงนี้

            

            ณ ห้องรับรอง

            ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโตทั้งสิ้นพวกมันต่างพากันมารวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำสภาจอมเวท ผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทจากหลากหลายสถานที่พวกมันในยามนี้ต่างก็ได้เห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ความสามารถที่หลินเทียนสำแดงเดชออกมามันเกินกว่าความคาดหมายของมันไปไกลนัก แต่ที่ทำให้ดวงจิตวิญญาณของมันถึงกับต้องสั่นสะเทือนมากที่สุดก็คือตัวตนปริศนาตรงหน้า พลังแรงกดดันของมันผู้นี้นั้นมันหนักหน่วงและร้ายกาจราวกับปีศาจร้ายจากยุคบรรพกาล

            “พลังแรงกดดันขนาดนี้ นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดในร่างคนชัดๆ” ผู้นำสภาจอมเวท อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา ตั้งแต่ตัวของมันเกิดมาในชีวิตมันไม่เคยรู้สึกถึงความหวาดกลัวเท่านี้มาก่อน ตัวของมันนั้นแข็งแกร่งแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ใดจะทัดเทียม แต่ตัวของชายเบื้องหน้านี้นั้นมันเกินกว่าคำว่าแข็งแกร่งแล้ว

            “ตั้งแต่ข้าเกิดมา ข้าไม่เคยสัมผัสถึงแรงกดดันวิญญาณที่ร้ายกาจเช่นนี้มาก่อน แต่ที่แน่ๆคนผู้นี้เป็นคนรู้จักของเจ้าหนูหลินเทียน” ชิงหลงไม่รู้ว่าก่อนเลยว่าตัวของหลินเทียนนั้นจะรู้จักผู้คนที่ทรงพลังมากมายถึงเพียงนี้ด้วยพลังของมันที่ปลดปล่อยออกมานั้นคนผู้นี้สามารถที่จะครอบครองทวีปแห่งนี้ได้สบายๆถ้าตัวของมันต้องการ ชิงหลงจะคิดเช่นนี้ก็ไม่แปลกเพราะพลังที่ห่าวชวนปลดปล่อยออกมานั้นมันเหนือกว่าความรู้ความเข้าใจของคนทุกคนจริงอยู่ว่าพลังที่ตัวของมันผู้นี้ปลดปล่อยออกมามันร้ายกาจเสียจนหน้าหวาดผวา แต่ตัวของมันสามารถสำแดงเดชออกมาได้เพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นพลังเวทที่มันมีจะเหือดหายไปเป็นเวลาหลายชั่วยาม เพราะพลังเวทที่ห่าวชวนสมควรมีมันควรที่จะอยู่ระดับจอมเวทชั้นสูงขั้นที่ 1 เท่านั้น การที่ตัวของมันสามารถเรียกใช้พลังดั่งเดิมของตนได้เป็นเวลา 10 วินาที เพียงแค่นี้ตัวของมันก็แหกกฎสวรรค์มากเกินพอแล้ว

            ทางด้านตัวของผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์แววตาที่แก่ชราของมันจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่ค้นหาพลังที่ยากเกินกว่าจะหยั่งถึงเช่นนี้ตัวของมันเคยสัมผัสรับรู้พลังระดับนี้มาก่อน จากอดีตผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์การมีอยู่ของคนผู้นี้นั้นนับว่าเป็นความลับสูงสุดเพราะมันคือตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตที่เหลือรอดจากยุคสมัยเมื่อ 1 แสนปีก่อน และดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้แล้ว แต่รัศมีพลังที่กล้าแกร่งของมันที่ปลดปล่อยออกมานั้นมันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียเหลือเกิน และเข็ดลับของการมีอายุที่ยืนยาวนั้นตัวของผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบันได้รับสืบทอดมาจากคนผู้นี้นั้นเอง

            ทางด้านที่โลกภายนอกนั้นในยามนี้ร่างกายของหมิงจงถึงกับแข็งทื่อไปแล้ว ความถือดีถือหยิ่งเมื่อครู่ล้วนแล้วแต่ดับสูญไปจนหมดสิ้น นี่นับว่าเป็นความต่างชั้นอย่างแท้จริงต่อให้ตัวมันนึกเสียใจตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว

            ห่าวชวนค่อยๆวาดมือของตนขึ้นสูงอย่างช้าๆพร้อมทั้งดีดไปที่หน้าผากของหมิงจงอย่างเด่นชัดเจ้าสิ่งนี้เรียกว่าการโจมตียังไม่ได้ด้วยซ้ำเขาเพียงแค่ต้องการสั่งสอนเท่านั้นหากมันตกตายขึ้นมาจริงคงเกิดเรื่องยุ้งยากกับหลินเทียนไม่จบไม่สิ้นเขาต้องการให้นายท่านของตนผู้นี้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

            ตู๊มมมมมมมมมมม ร่างกายของหมิงจงถึงกับหลุดลายไปไกล สิ่งปลูกสร้างเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนถึงกับพังทลาย ด้วยการโจมตีด้วยพลังที่สุดแสนจะน้อยนิดคนตรงหน้าถึงกับไม่มีทางต้านไม่มีทางขัดขืนมีแต่เพียงที่จะต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้น หนึ่งในเสาหลักของสภาจอมเวทกับถูกจัดการอย่างง่ายดายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวสติของมันถึงกับดับหายโดยฉับพลัน กว่าที่ตัวของมันจะฟื้นฟูกับมามีสภาพดังเดิมนั้นตัวของมันอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวนานนับเดือน

            หลังจากวันเวลาผ่านไปผู้คนต้องไม่มีข้อกังขาในความสามารถของหลินเทียนทุกคนต่างเชื่อว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มผู้นี้ควรที่จะอยู่ระดับใดกันแน่ เหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมานั้นไม่ได้เป็นโศกอนาถตกรรมของหมิงโจวเท่านั้นแต่มันยังเป็นโศกอนาถตกรรมของตระกูลหมิงอีกด้วย การสูญเสียของพวกมันที่ได้รับนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยเพราะพวกมันต้องสูญเสียรุ่นเยาว์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์มากถึงสองคน ต่อให้ตระกูลหมิงเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของทวีปแต่การที่จะคิดแก้แค้นกับหลินเทียนนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพวกมันต่างรู้สึกหวาดกลัวตัวตนอันลึกลับที่อยู่ที่ข้างกายหลินเทียน เพราะพลังที่ตัวของชายผู้นี้ถือครองนั้นมันสูงล้ำเกินกว่าที่ผู้คนจะเข้าใจ และอีกไม่นานหลังจากนี้ไม่แน่ว่าตัวของห่าวชวนนั้นอาจจะได้สะสางบัญชีแค้นกับองกรแสงศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน