ภายใต้หลังคาโดมที่สามารถบรรจุคนได้ประมาณหนึ่งหมื่นคน ทีมงานกลุ่มหนึ่งกำลังขึ้นไปตรวจระบบสลิงที่จะใช้ในโชว์คืนนี้ อีกส่วนก็กำลังสำรวจหน้าจอขนาดั์สองฝั่งข้างเวที และอีกส่วนกำลังทดสอบระบบเสียงและไฟที่ต้องทำงานให้สอดคล้องกัน เพราะไฟ้าที่ส่องสว่างอยู่ตอนนี้จะถูกดับสนิทเมื่อคอนเสิร์ตเริ่มขึ้นเหลือเพียงไฟฟอลโล่วและไฟเอฟเฟกต์เท่านั้น
เบ็กกี้เดินถือไอแพดส่วนตัวไปทั่วฮอลล์ ใช้ปากกาขีดฆ่ารายการที่เธอตรวจเช็คไปแล้ว หันไปคุยกับโปรดิวเซอร์ผู้ดูแลคอนเสิร์ตนี้บ้างเป็ระยะๆเพื่อขอให้แก้ไขตามสิ่งที่ศิลปิน้าและปรึกษาในบางส่วนที่ควรเพิ่มเติมเข้ามา ขณะที่กำลังเดินไปคุยไปนั้นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ชื่อโพนี่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์เธอจึงรีบกดรับสาย “ว่าไงจ๊ะโพนี่” เสียงจากอีกฝั่งฟังคล้ายแผ่นเสียงตกร่องเดาได้ว่าคงจะเพิ่งตื่นถึงแม้ว่าตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว
“ใช่จ้ะ พี่กำลังเช็คกับทางโปรดิวซ์ฯตามลิสต์ที่โพนี่ส่งให้อยู่เลย แล้วโพนี่จะเข้ามาตอนไหนล่ะ” กำหนดซ้อมระบุไว้ชัดเจนตอนบ่ายโมงตรงและตามนิสัยโพนี่ที่ชอบมาถึงงานก่อนเวลานัดก็คงถึงฮอลล์ประมาณเที่ยงสี่สิบนาที นั่นคือเบ็กกี้เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่จะต้องตรวจทุกรายการให้เสร็จและทำให้ทุกภาคส่วนในฮอลล์นี้อยู่ในสถานะพร้อมใช้ก่อนนักร้องสาวจะมาถึง
ประตูหลังเวทีเปิดออกพร้อมเสียงพื้นยางของรองเท้าผ้าใบแบรนด์หรูถูเสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังก้องทั่วฮอลล์ โพนี่เดินเข้าประตูมาในชุดวอร์มสีเทาอ่อนรวบผมช่อเดียวเป็หางม้าและถือขวดน้ำส่วนตัวมาด้วย ทีมแดนเซอร์ ทีมคอรัสรีบะโขึ้นไปอยู่จุดมาร์คของตัวเองบนเวที ทีมงานทุกคนรู้ในทันทีว่าได้เวลาเริ่มซ้อมใหญ่แล้ว เพราะสาวเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างโพนี่ไม่เคยรอใคร ไม่มีคำว่าไม่พร้อมและห้ามมีคำว่าพลาดเด็ดขาด
เธอก้าวขึ้นบันไดมุ่งไปที่กลางเวทีจุดเดียวกับตอนซ้อมเมื่อวาน ทั่วทั้งฮอลล์มืดสนิทลงในพริบตาเดียว ไฟสีขาวดวงใหญ่สาดแสงมาที่โพนี่ ไฟเลเซอร์หลากสีเต้นส่ายไปมาตามจังหวะอินโทรเพลง กลุ่มแดนเซอร์ตั้งแถวเต้นไปตามทางยาวหน้าเวทีก่อนจะค่อยๆกระจายตัวออกด้านข้างแหวกทางให้นักร้องสาวเฉิดฉายไปที่ปลายสุดของเวที
การซ้อมผ่านไปจนถึง่ท้ายก่อนปิดโชว์ที่โพนี่ต้องขึ้นสลิงบินไปรอบฮอลล์ ก่อนขึ้นบนนั้นเธอมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธออ้าปากหายใจเร็วและถี่ไม่ต่างจากเสียงเต้นของหัวใจตัวเองจนต้องรีบยกมือขึ้นมากุมหน้าอกเอาไว้ แต่เมื่อทีมงานนับถอยหลังจากเลขห้าถึงเลขหนึ่งใบหน้าวิตกนั้นหายไปกลับมีแต่รอยยิ้มสดใสไร้ซึ่งความกลัวใดๆให้เห็น ทั้งที่ตัวเธอเองมีภาวะกลัวความสูงหนักมาก
ทีมงานข้างเวทีค่อยๆลดระดับสลิงลงมาจนรองเท้าผ้าใบของโพนี่แตะถึงพื้น เธอยกมือขึ้นสูงเหนือหัว เล็บเจลที่นิ้วโป้งกระทบแสงไฟจากด้านข้างเป็สัญญาณที่ดีว่าเธอพอใจในการซ้อมครั้งนี้ และได้แต่หวังว่าคอนเสิร์ตใน่หัวค่ำจะออกมาสมบูรณ์แบบราบรื่นเหมือนตอนซ้อมเช่นกัน
ท้องฟ้าไร้แสงแดดยามบ่าย มวลเมฆจับกลุ่มเป็สีเทาเข้มตามมาด้วยฝนลูกใหญ่เทกระหน่ำเป็สิ่งที่ผู้จัดคอนเสิร์ตและผู้จัดการสาวไม่ประสงค์ให้เกิดที่สุด แต่อย่างว่าใครจะสามารถห้ามกฎธรรมชาติได้ล่ะ และยิ่งใกล้เวลาเปิดประตูแต่จำนวนผู้ชมยังดูบางตายิ่งทำให้ทีมPRของค่ายกระวนกระวายใจมากขึ้น จริงอยู่ที่บัตรคอนเสิร์ตขายหมดเกลี้ยงั้แ่ชั่วโมงแรกที่เปิดขายในระบบ แต่นี่เป็คอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องสาวแห่งปีทั้งทีผู้ชมและแฟนคลับที่มาให้เห็นกันแค่กระหย่อมนึงก็อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของศิลปินสาวได้ กลุ่มแอนตี้และเพจข่าวต่างๆคงรีบเก็บภาพบรรยากาศ่นี้ไปโจมตีว่านี่คงถึงขาลงของโพนี่ พรสรวงซะแล้ว
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็กังวลกับจำนวนคนดูเพียงหยิบมือ โพนี่กลับนั่งกินขนมอย่างสบายใจในห้องพักส่วนตัวไม่แม้แต่สอบถามสถานการณ์หน้างานจากทีมงาน มีเพียงผู้จัดการสาวที่วิ่งวุ่นไปทั้งบู๊ทขายของ จุดตรวจบัตร และยังต้องคอยเข้ามาดูแลศิลปินสาวอีกขนาดที่ไอแพดคู่กายขึ้นเตือนแถบพลังงานสีแดงแล้วก็ยังไม่มีเวลาพามันไปชาร์จพลังงานเข้าเลย
“พี่เบ็กกี้เข้ามาหาโพนี่หน่อยสิ” ข้อความเรียกตัวทำเธอวางทุกอย่างทิ้งตรงหน้าบู๊ทขายของที่ระลึกและรีบตรงดิ่งไปยังห้องพักศิลปิน