สุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ

    สุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ_48_ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพี่น้อง!

    การต้อนรับอันอบอุ่น รวมถึงให้คนเรียกว่า ‘พี่เจิ้ง’ โดยพร้อมเพรียงกัน คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่เย่ซื่อกวนมอบให้กับเซียวเจิ้ง ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 5 ปี ความยิ่งใหญ่นี้ทำให้เซียวเจิ้งรู้สึกอึดอัดใจมาก แต่ถึงอย่างนั้นเซียวเจิ้งก็ยังไว้หน้าเย่ซื่อกวน แล้วกล่าวออกมาว่า “นายเปลี่ยนไปมากจริง ๆ”


    “หืม?”


    เย่ซื่อกวนในชุดสูทสีขาวเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มออกมา “ฉันเปลี่ยนไปตรงไหน?”


    “เมื่อก่อนนายคือพี่เย่ แต่ตอนนี้กลายเป็นบอสเย่ ที่อยู่ในคฤหาสน์สุดหรู ขับรถยี่ห้อดัง จะไปไหนมาไหนก็มีลูกน้องติดตามเป็นสิบ แบบนี้ยังไม่เปลี่ยนไปอีกเหรอ?” เซียวเจิ้งหยุดไปชั่วครู่ แล้วพูดต่อไปว่า “และแน่นอน ที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือนายหล่อจนน่าอิจฉาเลย!”


    สิ่งที่เซียวเจิ้งพูดออกมาไม่ได้ขัดต่อความคิดในใจแม้แต่น้อย เย่ซื่อกวนมีใบหน้าที่หล่อเหลาจนทำให้สาว ๆ คลั่งไคล้ ใบหน้าคมคาย ผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตาลึกล้ำราวกับอัญมณีสีดำสองเม็ดนั้นเปล่งประกายแวววาวอย่างมีเสน่ห์ ชุดสูทที่ออกแบบและตัดเย็บมาเป็นอย่างดียิ่งขับเน้นให้รูปร่างที่สูงและเพรียวบางของเขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่ต้องพูดถึงในวงการนักเลง ถึงเขาจะเข้าสู่วงการบันเทิง หรือวงการนายแบบ เขาก็สามารถปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยความเร็วติดจรวด และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดังที่มีคนนับไม่ถ้วนจับตามอง


    “ฮ่าๆๆ ไม่ได้เจอกันหลายปี เจ้าเด็กคนนี้มันปากหวานขึ้นเยอะเลย”


    เย่ซื่อกวนจับไหล่เซียวเจิ้ง แล้วกล่าวด้วยความกระตือรือร้น “ไป เข้าบ้านไปกินข้าวกัน ฉันให้คนเตรียมหมูตุ๋นน้ำแดงของโปรดนายเอาไว้แล้ว”


    เซียวเจิ้งไม่ปฏิเสธ เขายิ้มรับและเดินเข้าไปในวิลล่าสุดหรู ทันทีที่ก้าวเข้าไปในตัวบ้าน เขาก็พบว่าหลี่เฟิงกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้น และพูดขึ้นมาว่า “บอสเย่ พี่เจิ้ง”


    “จะสุภาพขนาดนั้นทำไม?” เย่ซื่อกวนตบไหล่หลี่เฟิง และคลี่ยิ้มออกมา “พวกเราเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ นั่งลงเถอะ”


    เมื่อพูดจบ เขาก็เลื่อนเก้าอี้ให้เซียวเจิ้งด้วยตัวเอง จากนั้นกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “พวกเราพี่น้องไม่ได้กินข้าวด้วยกันมา 5 ปีแล้ว วันนี้ไม่เมาไม่เลิก!”


    หลังจากนั้นก็เปิดเหล้าเหมาไถ และรินให้กับทั้งสองคน


    “มา ฉันขอดื่มอวยพรให้กับพวกนาย”


    หลี่เฟิงยกแก้วขึ้นมาอย่างเชื่อฟัง ในขณะที่กำลังจะชนแก้วกับเย่ซื่อกวน ก็พบว่าเซียวเจิ้งยังไม่ได้จับแก้วเลยด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่หยิบบุหรี่มวนหนึ่งมาจุดไฟอย่างไม่รีบร้อน


    “อาเจิ้ง เป็นอะไรไป? นายไม่ชอบเหมาไถเหรอ? อย่างอื่นฉันก็มีนะ นายเลือกมาได้เลย” เย่ซื่อกวนกล่าวอย่างใจกว้าง


    เซียวเจิ้งพ่นควันบุหรี่ออกมา และกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พี่เย่ ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ฉันอยากถามอะไรเรื่องหนึ่ง”


    เย่ซื่อกวนที่กำลังจะดื่มอวยพรชะงักไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เรื่องอะไร?”


    “นายได้ปฏิบัติต่อเขาในฐานะพี่น้องหรือเปล่า?” เซียวเจิ้งชี้นิ้วไปยังหลี่เฟิง และเอ่ยถามอย่างใจเย็น


    “แน่นอนอยู่แล้ว!” การตอบรับของเย่ซื่อกวนนั้นหนักแน่นและทรงพลังมาก “ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือของหลี่เฟิง ก็ไม่มีเย่ซื่อกวนในวันนี้”


    “ถ้าเป็นแบบนั้น งั้นทำไมนายถึงอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ขับรถยี่ห้อดัง แต่เขายังแข่งรถอย่างลำบากตรากตรำ หารายได้อยู่ข้างนอกอีกล่ะ?” เซียวเจิ้งเอ่ยถามด้วยสีหน้าถมึงทึง


    ทันทีที่คำพูดนี้โพล่งออกมา หลี่เฟิงก็รีบวางแก้วลงและกล่าวออกมา โดยที่ไม่รอให้เย่ซื่อกวนเป็นฝ่ายอธิบาย “พี่เจิ้งเข้าใจผิดแล้ว หลายปีมานี้บอสเย่ดูแลฉันเป็นอย่างดี มันไม่ใช่อย่างที่พี่เจิ้งคิดเลย”


    “ดูแลยังไงนายถึงได้ถูกนักเลงกระจอกซ้อมเอาแบบนั้น?” เซียวเจิ้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดูแลยังไงถึงได้ปล่อยให้นายไปแข่งรถทั้ง ๆ ที่ขากะเผลก? ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่เอาชีวิตไปทิ้งจะเป็นใคร?”


    “ถูกซ้อมเหรอ?” สีหน้าของเย่ซื่อกวนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ดวงตาคมจ้องมองไปที่หลี่เฟิง “ใครเป็นคนทำ?”


    “คือว่า......” หลี่เฟิงหยุดชะงัก ก้มหน้าก้มตา ไม่พูดอะไรออกมา


    “อาซื่อ” เย่ซื่อกวนวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไปพามันมาหาฉัน!”


    “ครับ บอสเย่” ชายหนุ่มในชุดสูทรับคำสั่งและเดินจากไปทันที


    หลังจากที่จัดการเรื่องหลี่เฟิงถูกคนซ้อมเสร็จสิ้น เย่ซื่อกวนก็สูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ “อาเจิ้ง นายพูดถูก ฉันดูแลหลี่เฟิงได้ไม่ดีจริง ๆ นายจะต่อว่าฉันมันก็สมควรแล้ว แต่ว่าตอนนี้นายกลับมาแล้ว ในที่สุดพวกเราพี่น้องก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง! หลังจากนี้ใครจะกล้ามารังแกหลี่เฟิงอีก?”


    เซียวเจิ้งพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางส่ายหน้า “หลี่เฟิงติดตามนาย นายก็มีหน้าที่ดูแลเขาให้ดี ส่วนฉัน ฉันหางานที่มีสภาพแวดล้อมดี ๆ ได้แล้ว”


    เย่ซื่อกวนทำท่าไม่เข้าใจ “งานอะไร? มันน่าสนใจยิ่งกว่าการที่พวกเราพี่น้องได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกเหรอ?”


    “งานธรรมดานี่แหละ” เซียวเจิ้งคลี่ยิ้มบาง ๆ “ฉันจะไม่ติดตามพี่เย่แน่นอน ถึงนายจะมีอนาคตในวงการนี้ แต่ฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากล่องลอยไปเรื่อย ๆ อีก”


    “พูดอะไรแบบนั้น? พวกเราร่วมมือกันแล้ว จะปล่อยให้นายล่องลอยอย่างไร้จุดหมายได้ยังไง? ถ้านายยินดี สโมสรใจกลางเมืองของฉันจะถูกโอนให้เป็นชื่อของนายทันที” เย่ซื่อกวนกล่าวอย่างจริงจัง “อาเจิ้ง พวกเรารู้จักกันมา 10 ปีแล้ว ตอนที่พวกเราเสี่ยงชีวิตไปด้วยกัน พวกเราเคยกลัวใครที่ไหน? ในเมื่อพวกเราฝ่าฟันความทุกข์ร่วมกันได้ แล้วทำไมจะแบ่งปันความสุขให้กันไม่ได้? นายกลับมาเถอะ ฉันต้องการให้นายคอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างฉันจริง ๆ”


    เซียวเจิ้งฝืนยิ้ม พูดออกมาว่า “พี่เย่ ยิ่งนายพูดแบบนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิด ตอนที่พวกเราใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมายไปด้วยกัน พวกเราก็แค่ทำตัวแย่ ๆ ด้วยกันเท่านั้น ไม่มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่อะไร หลังจากนั้นมา ฉันก็เดินทางออกจากบ้านเกิด ไม่ได้ช่วยนายก่อร่างสร้างตัวเลย มีสำนวนที่ว่า อย่ารับรางวัลที่ไม่สมควรจะได้รับ ฉันจะกล้ารับสโมสรของนายได้ยังไง? ถ้าลูกน้องรู้เข้าจะไม่รู้สึกแย่เอาเหรอ?”


    “ฉันอยากให้นาย ใครจะกล้าไม่เห็นด้วย?” สายตาของเย่ซื่อกวนดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก


    เซียวเจิ้งส่ายหน้าเบา ๆ แล้วอธิบายต่อไปว่า “ตอนนี้ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา พี่เย่ ธุรกิจของนายมันใหญ่โตเกินไป ฉันไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยเหลือนายได้หรอก เอาไว้มีเวลา พวกเรามากินข้าวด้วยกัน ดื่มด้วยกันก็ได้ นายอย่าทำให้ฉันลำบากใจในเรื่องนี้เลย ฉันทำไม่ได้จริง ๆ”


    สีหน้าของเย่ซื่อกวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาถอนหายใจ พูดออกมาว่า “เฮ้อ อาเจิ้ง นายก็รู้ว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันมานาน ฉันมองนายในแง่ดีมาเสมอ ถ้านายเต็มใจที่จะมาช่วยฉัน ในอนาคตนายจะต้องประสบความสำเร็จยิ่งกว่าฉันแน่นอน แต่ถ้านายไม่พอใจงานที่อยู่ในมือของฉัน ฉันก็จะยอมหลีกทางให้นาย พวกเราเป็นพี่น้องกัน จะคิดเรื่องหยุมหยิมไปทำไม?”


    “พี่เย่ นายอย่าเข้าใจฉันผิด” เซียวเจิ้งส่ายหน้า พูดขึ้นมาว่า “ฉันก็แค่อยากใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาเท่านั้น ถ้านายยังเกลี้ยกล่อมฉันอีก ฉันจะออกไปจากที่นี่แล้วนะ”


    “ก็ได้”


    เย่ซื่อกวนส่ายหัว กล่าวอย่างจนปัญญา “ฉันไม่เกลี้ยกล่อมนายแล้ว พวกเรามาดื่มกันเถอะ เจ้าเด็กคนนี้ยังดื้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง”


    เซียวเจิ้งฉีกยิ้ม จากนั้นยกแก้วขึ้นมา แล้วพูดว่า “เมื่อกี้นี้เป็นฉันที่ไม่รู้เรื่องเอง จนเข้าใจพี่เย่ผิดไป ฉันจะดื่มแก้วนี้เพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง”


    “ไอ้เด็กหน้าเหม็น เหล้าชั้นดีแบบนี้เอามาลงโทษตัวเองได้ที่ไหน?” เย่ซื่อกวนรีบยกแก้วขึ้นมาดื่ม จากนั้นกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ถึงใจชะมัด!”


    พวกเขาพูดคุยกันไป ดื่มกินกันไปด้วย จู่ ๆ เซียวเจิ้งก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “เฮยสงล่ะ? มีวงเหล้าแบบนี้ ทำไมหมอนั่นถึงยังไม่โผล่มาอีก?”


    “หมอนั่นกำลังรีบมา ฉันโทรเรียกเขาแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงจะมาถึง” เย่ซื่อกวนคลี่ยิ้ม


    ฝ่ายเซียวเจิ้งพยักหน้ารับและไม่ได้เอ่ยถามอะไรมาก เขากำลังสังเกตสีหน้าท่าทางของหลี่เฟิงอยู่


    หลี่เฟิงสงวนท่าทีเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมองเย่ซื่อกวนด้วยสายตายำเกรงเป็นครั้งคราว ราวกับกำลังเคารพบุรุษผู้แข็งแกร่ง ถ้าเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ก็ไม่ควรที่จะมีท่าทางแบบนี้ปรากฏให้เห็น เว้นแต่ว่าในสายตาของเขาจะมองว่าเย่ซื่อกวนเป็นหัวหน้าและเจ้านาย


    จุดนี้ทำให้เขามองเห็นสถานการณ์ของหลี่เฟิง


    ด้วยความสามารถของเย่ซื่อกวนในตอนนี้ ถึงแม้ว่าหลี่เฟิงที่เดินขากะเผลกจะรู้สึกว่าตัวเองด้อยคุณค่า ไม่อยากอยู่เคียงข้างเขา เพราะว่าตนช่วยอะไรเย่ซื่อกวนไม่ได้ แต่ถ้าเย่ซื่อกวนต้องการดูแลหลี่เฟิงจริง ๆ เขาจะปล่อยให้พี่น้องที่เคยอยู่ร่วมกันมาลำบากขนาดนี้ได้ยังไง? เขาจะยอมให้ไปเสี่ยงชีวิตเพื่อหาเงินได้ยังไง?


    แต่เซียวเจิ้งทำได้แค่พิสูจน์ว่ามีปัญหาหรือไม่เท่านั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เหมือนกับเมื่อ 5 ปีก่อน ส่วนเรื่องที่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนั้น เซียวเจิ้งเองก็ไม่รู้ และไม่สะดวกใจที่จะเป็นฝ่ายถาม


    และประเด็นสำคัญที่สุดคือ.........ความสัมพันธ์ระหว่างเซียวเจิ้งกับหลี่เฟิงนั้นไม่ได้สนิทสนมกันเท่ากับความสัมพันธ์ระหว่างหลี่เฟิงกับเย่ซื่อกวน อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น


    เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เซียวเจิ้งได้มารู้จักกับหลี่เฟิง นักแข่งรถฝีมือฉกาจ และพี่น้องที่กลายเป็นศพอยู่บนถนนผ่านทางเย่ซื่อกวน ส่วนเฮยสงนั้นมารู้จักหลังจากที่ต่อสู้กัน อาจกล่าวได้ว่า หลี่เฟิงคือน้องชายที่คอยติดตามเย่ซื่อกวนมาโดยตลอด มีแค่เฮยสงเท่านั้นที่เป็นพี่น้องที่สร้างมิตรภาพต่อกัน


    ดังนั้นถึงเซียวเจิ้งจะอยากรู้เรื่องราวในอดีตของหลี่เฟิง เขาก็ไม่สะดวกใจที่จะเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ถึงยังไงทุกคนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่ตรงหน้าทั้งสองคนนี้ เขาถือว่าเป็นคนนอกอยู่ครึ่งหนึ่ง


    สิ่งที่เขาพูดออกไปเมื่อสักครู่นี้ เป็นแค่การทดสอบแบบง่าย ๆ เท่านั้น และเขาก็ไม่คาดหวังว่ามันจะได้ผล แต่จากท่าทีของเย่ซื่อกวนกับหลี่เฟิง ทำให้เซียวเจิ้งสงสัยว่าตัวเองอาจจะคิดมากเกินไป ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้ อาจเป็นเพราะสถานะที่แตกต่างกัน และต่างคนต่างเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ จึงไม่หลงเหลือความใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนตอนเด็ก ๆ


    ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง ๆ ถ้าเซียวเจิ้งยังดึงดันถามต่อไป เขาก็จะถูกมองไม่ดีไปซะเปล่า ๆ


    ในระหว่างที่กำลังดื่มกินกันอยู่นั้น อาซื่อที่รับคำสั่งก็เปิดประตู เดินกลับเข้ามา ด้านหลังเขามีชายหนุ่มในชุดสูท 2 – 3 คน รวมไปถึงพี่ตงที่เซียวเจิ้งเคยเล่นงานมาแล้วครั้งหนึ่งเดินตามมาด้วย


    ตอนนี้พี่ตงกำลังตัวสั่นสะท้าน ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความหวาดกลัว


    พี่ตงอยากเข้ามากินข้าวในบ้านของบอสเย่มาโดยตลอด แต่มันจะต้องไม่ใช่วิธีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาดันไปทำให้พี่น้องของบอสเย่ขุ่นเคือง เมื่อถูกเรียกตัวมาเร็วขนาดนี้ แสดงว่ามีเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นคือเขากำลังเจอปัญหา!


    “บอส เซี่ยงตงมาแล้วครับ”


    อาซื่อที่มีอายุพอ ๆ กับเซียวเจิ้ง แต่ทำสีหน้าซังกะตายตลอดเวลาโบกมือ ส่งสัญญาณให้เซี่ยงตงที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร


    “อืม”


    เย่ซื่อกวนวางตะเกียบลง ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นคล้ายกับมีเปลวไฟส่องแสงเจิดจ้าออกมา


    “พี่จ้งก็กำลังมาที่นี่เหมือนกันครับ”


    “เขาก็มาด้วยเหรอ?”


    ดวงตาของเย่ซื่อกวนเกิดประกายไฟแลบออกมา เขาเหยียดริมฝีปาก แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ทำไม? มากางปีกปกป้องเจ้าเด็กนี่เหรอ?”


    อาซื่อเพียงพยักหน้า ไม่พูดอะไรออกมา


    “ถึงจักรพรรดิสวรรค์จะมาก็ไม่มีประโยชน์!” เย่ซื่อกวนลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้าไปหาเซี่ยงตงที่กำลังตัวสั่น มือข้างหนึ่งหยิบไม้กอล์ฟขึ้นมา เขาเดินเข้าไปหาเซี่ยงตงและพูดว่า “แขนหรือขา?”


    พี่ตงเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาจ้องมองเย่ซื่อกวนด้วยแววตาอ้อนวอนอย่างหมดหนทาง


    “คนของฉัน แกยังกล้ามาแตะต้องอีกเหรอ?”


    ดวงตาของเย่ซื่อกวนเปล่งแสงวาวโรจน์อย่างเห็นได้ชัด เขาเหวี่ยงแขนข้างหนึ่งอย่างกะทันหัน ฟาดไม้กอล์ฟใส่ขาของพี่ตงอย่างรุนแรง เสียงที่คมชัดดังสนั่นขึ้น ไม้กอล์ฟหักเป็นสองท่อนในทันที จากนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังแผดก้องออกมา


    พี่ตงที่ถูกฟาดด้วยไม้กอล์ฟ ล้มลงไปนอนขดอยู่บนพื้นเหมือนกุ้งแห้ง มือทั้งสองข้างกุมขาขวาที่ถูกตี น้ำมูกน้ำตาไหลลงมารวมกันบนใบหน้า เขาส่งเสียงกรีดร้องออกมาและกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น ทำเอาคนอื่น ๆ ไม่กล้าสบตามองตรง ๆ


    ส่วนเย่ซื่อกวนเพียงแค่โยนไม้ในมือทิ้ง และเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเท่านั้น หลังจากนั้นก็กล่าวกับหลี่เฟิงที่ยังคงนิ่งอึ้งไปว่า “ต่อไปนี้ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้ามันกล้ามารังแกนาย ก็ให้นายพูดชื่อของฉันออกไป คนของฉัน เย่ซื่อกวน จะมาแตะต้องไม่ได้ง่าย ๆ!”


    ตึงๆๆ


    ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งได้วิ่งเข้ามาที่ประตู ด้านหลังมีลูกน้องสี่คนตามเข้ามาด้วย หยดเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผากเพราะกำลังเร่งฝีเท้า เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อไม่หยุด แววตาเผยอารมณ์อันซับซ้อนออกมา


    ทันทีที่วิ่งเข้ามาในห้องโถง เขาก็พบพี่ตงที่กำลังนอนขดอยู่บนพื้น และกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขารีบเอ่ยถามออกมาว่า “บอสเย่ เกิดอะไรขึ้นครับ? อาตงไปสร้างปัญหาอะไรเอาไว้?”


    “กลับไปถามกันเอาเอง” เย่ซื่อกวนไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน เขาไล่แขกกลับไปทันที “ฝากพาหมอนี่ออกไปด้วย ฉันกำลังกินข้าวกับเพื่อน”


    พี่จ้งรีบมาถึงที่นี่ได้ไม่ทันไร ก็ถูกเย่ซื่อกวนส่งกลับไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ แม้แต่จะผายลมก่อนจากไป เขาก็ยังไม่กล้าทำเลยด้วยซ้ำ ชัดเจนแล้วว่าการข่มขวัญของเย่ซื่อกวนในเมืองหมิงจูมีพลังมากเพียงใด

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดบอดี้การ์ดอหังการ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640