เมื่อผู้คนเห็นชายหนุ่มผมขาว ใบหน้าหล่อเหลา ราวกับหนุ่มเจ้าสำราญย่าง ก้าวเท้าพลิ้วกายา เอื้อมฝ่ามือไปแตะบนแท่นศิลาสีดำสนิท เป็นสัญญาณเริ่มการทดสอบ อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
ผู้คนโดยรอบต่างตัวเย็นเยือกด้วยความ บ้าดีเดือดของเขาไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำพูดออกมา "ไอ้หมอนั้นมันบ้าไปแล้ว พวกเรารีบถอยเร็วเข้า"
ไม่ทันสิ้นเสียงของชายหนุ่มผู้นั้น ที่เอ่ยเตือนเหล่าผู้คน รอบๆ ก็มืดครึ้มอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเมฆหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งอะไรบางอย่างที่อันตรายกำลังจะแหวกท้องฟ้าลงมาอย่างฉับพลัน
เหล่าผู้คนต่างถอยกรูด ครั้นรับรู้ถึงสิ่งที่จะลงมา ยกยิ้มมองชมเรื่องสนุก แต่ก็มีหลายคน ร่างแตกสลายครั้นถูกสายฟ้าเส้นมหึมาผ่าฟาดลงมาอย่างฉับพลัน กลุ่มคนที่สูญเสียพวกพ้องหรือคนในสำนัก ถึงกับกำหมัดไว้จนแน่น สบถด่าชายหนุ่มผมขาวอย่างไม่มีปิดบัง "บัดซบ บัดซบ!! ไอ้เวรตะไล เหตุใดมันไม่บอกไม่กล่าว คิดจะเข้าไปทดสอบก็เข้าไปดื้อๆ เสียอย่างนั้น ดูสิคนตายไปเท่าใด"
กลุ่มคน ต่างจับจ้องไปที่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง จิตสังหารโหมซัด รอบทิศทางจนเข้มข้น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง แม้แต่ยี่ผิงที่อยู่ห่างๆ ยังกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่คิดเพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มผมขาวจะสร้างศัตรูไปมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าเมื่อนางเห็นชายหนุ่มผมขาว หลบเลี่ยงสายฟ้าได้หลายครั้งหลายครา ประหนึ่งเขารู้ตำแหน่งที่สายฟ้าผ่าฟาดลงมา อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
คนอื่นๆ ที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ ราวกับชายหนุ่มผมขาวในยามนี้รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงสายฟ้า ที่พุ่งลงมา เนื่องด้วยเพียงมัน คำรามเปรี้ยง!! ครื้น!! ไม่กี่เสี้ยววินาที ลำแสงสายฟ้าขนาดใหญ่ก็ผ่าฟาดลงมา บางคนอดไม่ได้ที่จะกำหมัดไว้จนแน่น ปากเอ่ยพูดออกมาหมายจะเย้ยหยันชายหนุ่ม "มันต้องโกง การทดสอบแน่ๆ ไม่เช่นนั้นมันไม่หลบได้ง่ายดายเช่นนั้นหรอก"
ทว่าบางคนที่รับรู้ พวกเขากลับไม่คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มผมขาว เพียงหลบเลี่ยงตามสัญชาตญาณของเขาเท่านั้น ไม่นานเขาก็จะถึงขีดจำกัด
ทางด้านอี้เฉิน เขาหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง ครั้นเมื่อขับเคลื่อนวิชาเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา กระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลง ในร่างเองก็ตื่นตัวอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งมันชอบฉากเป็นตายที่อยู่เบื้องหน้า ส่องแสงอยู่ภายในร่างกายอี้เฉินจนสว่างเจิดจ้า เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่พร่างพราว แถมมันยังสั่นไหว ราวกับกำลังถูกกระตุ้นให้ลืมตาตื่น อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มยินดีออกมา
มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ ครั้นเห็นอี้เฉิน หลบสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมาได้ หลายครั้งหลายครา เขาอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ทว่ารอยยิ้มของเขายังคงอยู่บนใบหน้า ครั้นรับรู้อีกไม่ช้า สายฟ้าจะแปลเปลี่ยนสภาพ โจมตีลงมาราวห่าฝน ไร้ทางให้หลบหนีอีกต่อไป
จู่ๆ ท้องฟ้ารอบบริเวณ ที่เต็มไปด้วยเสียง เปรี้ยง!! ครื้น!! จู่ๆ ก็สว่างเจิดจ้าก่อนจะมีตำหนักสายฟ้าโผล่ ออกมาท่ามกลางอากาศ อี้เฉินที่เห็นภาพเบื้องหน้าถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ทันใดแขนขวาของเขาก็ชาหนึบ เลือดไหลซึมออกมาในทันที ผิวหนังหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
เหล่าฝูงชนที่มามุงดูเรื่องสนุก ต่างพากัน อมยิ้มน้อยๆ ครั้นเห็นความทุกข์ยากของผู้อื่น "มันโดนสายฟ้าเข้าแล้ว เพียงแค่การโจมตีเดียวกายาของมันก็รับไม่ไหวแล้ว ไอ้เวรนั้นมันตายแน่" ชายหนุ่ม คนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล เพื่อนๆ ของเขาหลายคนหนีไม่ทันถูกสายฟ้า ที่ชายหนุ่มเรียกลงมาฆ่าสังหารลงไปอย่างฉับพลัน เขาจึงโกรธเคืองชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย รอดูอี้เฉินตายตกอย่างทรมาน
อี้เฉินเขากัดฟันไว้จนแน่น ในยามนี้เขาเริ่มหลบไม่พ้นสายฟ้าอีกต่อไป แถมกว่าเวลาจะหมดหนึ่งชั่วยามร่างของเขาไม่กลายเป็นเศษซาก จากสายฟ้าหรอกหรือ เขาที่ไร้ทางเลือกจึงต้องสำแดงกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมา คุ้มกันกายาให้ผ่านสายฟ้านี้ไปให้ได้ จนผิวกายทอประกายไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างเองก็สอดประสาน สาดแสง ที่น่าคร้ามเกรงออกมาสู่สายตาผู้คน
แววตาของอี้เฉินเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ แม้แต่ชายอาภรณ์ยังขาดวิ่น เลือดฝาดเองก็ค่อยๆ สาดกระเซ็น แต่งแต้มกายาเปรอะเปื้อนไปทั่ว แต่ก็ต้องอดทนรับกับสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมาไม่ขาดสายไว้
จนรอบๆ การทดสอบในยามนี้ เต็มไปด้วยแสงสายฟ้าผ่าฟาดลงมา จนสว่างเจิดจ้า สายตาทั่วไปที่จ้องมองถึงกับ เจ็บปวดน้อยๆ
"หืม?" เทพสายฟ้าน้อย กวนซี แห่งตำหนักเทพ ครั้นเห็นชายหนุ่มผมขาวมี ขั้นกายเนื้ออยู่ในระดับ ศักดิ์สิทธิ์ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชม "มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ เหมือนว่าเจ้าจะประเมินเขาต่ำไปแล้ว จากที่ข้าดูๆ เขาร้ายกาจไม่เบาเลย"
จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลายา เขาเองก็คิดเช่นนั้น ใบหน้ายกยิ้มอย่างไม่มีปิดบัง"ไอ้หมอนี้ มันเก็บซ่อนความสามารถไว้งั้นหรือ สงสัยเจ้าได้เสียหน้าแน่ มารน้อย หาญเจีย หวังว่าเจ้าคงจะทำตามเดิมพันนะ ฮ่าๆ!!!"
มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ ครั้นนึกถึงข้อตกลงอดไม่ได้ที่เขาจะกำฝ่ามือไว้จนแน่น แถมยังเอ่ยพูดต่อหน้าประชาชี ไม่คิดไอ้เวรนั้นมันจะทนสายฟ้าได้จริงๆ "พวกเจ้ารอดูไปก่อน หลังจากนี้สายฟ้าจะยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีก"
อสูรทองคำ ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต เขาที่ถนัดด้านการใช้พละกำลัง อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ เมื่อเห็นกายาศักดิ์สิทธิ์ ของชายหนุ่มผมขาว มันดูแปลกประหลาด กว่าของตัวเขา อดไม่ได้ที่จะใช้ดวงตาดวงที่สามของเผ่าภูต จ้องมองออกไปเขม็ง หาความลับของร่างกายนั้นของอี้เฉิน แต่เขากลับต้องตกตะลึง ครั้นเมื่อดวงตาที่เบิกเนตรของเขา กลับไม่อาจตรวจสอบร่างกายชายหนุ่มได้ "มันคืออะไรกันแน่ ข้าไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน เหตุใดดวงตาที่3ของข้าถึงมองไม่เห็นอะไรเล่า ราวกับมีอะไรปิดกั้นดวงตา ของข้าอยู่ หรือว่าเขามีของวิเศษบางอย่างอยู่ในครอบครอง"
...ทว่าเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วยาม มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ เริ่มนั่งไม่ติด ไม่คิด การทดสอบจะยังคงดำเนินอยู่เช่นนั้น แถมเหมือนว่าชายหนุ่มจะนั่งขัดสมาธิ กลางอากาศไม่มีท่าทีลนลานเฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป แม้กายาของเขาหลายๆ ส่วน จะมีรอยปรี แตก เลือดสาดกระเซ็นไปบ้างก็ตาม เขากลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ผู้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่คิดเจตจำนงของคนผู้นี้ จะสูงล้ำมากถึงเพียงนี้ แม้แต่ความตายที่อยู่เบื้องหน้าก็ไม่อาจทำให้เขาหวาดกลัวได้
แม้กระทั่งบางคนที่เคย โกรธเคืองชายหนุ่มผมขาว ยังกำฝ่ามือไว้จนแน่น อดที่จะชื่นชมศัตรูผู้นี้ไม่ได้ กระทั่งผู้เยี่ยมยุทธ์บางคน ถึงกับให้การยอมรับในตัวของชายหนุ่มผมขาว ไม่คิดเก็บความแค้นมาใส่ใจ มองชายหนุ่มด้วยความเลื่อมใสอยู่ไม่น้อย
อี้เฉินในยามนี้เขาผ่านความเจ็บปวดมานับไม่ถ้วน แค่สายฟ้าที่บ้าคลั่งแค่นี้ เขาทนรับกับมันได้อย่างสบาย เจตจำนงที่ยึดมั่นถือมั่นของเขา ไม่ใช่ อะไรที่สายฟ้าจะหยุดยั้งเขาได้
ครั้นเมื่อ อี้เฉินส่งปราณจิตออกไปสำรวจกระดูกสันหลัง ภายในร่างกาย เขาก็ถึงกับตกตะลึง ไม่คิดกระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลงของเขา จะช่วยเสริมพลังกายาของเขา ได้มากถึงเพียงนี้ แถมเหมือนว่ามันจะพัฒนาไปได้อีกมาก แม้แต่ปราณพลังสายฟ้าที่แทรกซึมเข้ามา ภายในร่างกาย ยังถูกกระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลง ดูดซับปราณพลังสายฟ้า ขจัดออกจากร่างจนหมดสิ้น
ยี่ผิงที่มองดูอยู่ไกลๆ นางเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย มองดูความรุ่งโรจน์ ของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา เหตุใดชายหนุ่มผู้นี้ ถึง ถึกทนได้ถึงเพียงนี้ ราวกับว่า เขาผ่านความเจ็บปวดมานับครั้งไม่ถ้วน 'หากเป็นตัวนางจะทำได้แบบชายหนุ่มผมขาว ได้หรือไม่ นางอดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นมา'
ครั้นเมื่อการทดสอบใกล้จะเสร็จสิ้น มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ เขาไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป เหล่าศิษย์ที่ได้ยินข้อตกลงเองก็หน้าบูดเบี้ยวไม่น้อย ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึง ข้อตกลงระหว่างพวกเขา กับชายหนุ่มผมขาว