“ร้อน!”
คำพูดพยางค์แรกที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มทันทีที่ก้าวเข้ามาในถ้ำคือ ‘ร้อน’ และนั่นโทษว่าอะไรเขาไม่ได้เลย เพราะอุณหภูมิที่สัมผัสได้ในตอนนี้น่าจะเกิน 50 องศาเซลเชียสไปแล้ว
และตรงจุดที่ออสการ์ยืนอยู่ตรงนี้ มันเพิ่งจะเป็นแค่ปากทางเข้าถ้ำ!
“ไม้! น้ำแข็ง! ดินบวกน้ำ! น้ำบวกลม! ต่อไปเป็นอะไร? ตั้งต้นด้วยไฟ… ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย!”
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ เขาใช้เวลาเตรียมตัวอยู่ภายนอกนานกว่าที่คิดเอาไว้ และตัดสินใจว่ามันได้เวลาเข้ามาเคลียร์ถ้ำที่ 3 บนหน้าผาชั้นที่ 3 เสียที
คะแนนหมด!
เม็ดยาเติมมานาที่สะสมเอาไว้น่าจะใช้ได้สัก 7-8 วันเท่านั้น ถึงเวลาต้องหาคะแนนเพิ่ม
เขาฝึกฝนต่อที่ภายนอกได้อีกเกือบ 30 วันจากเม็ดยาเติมมานาที่เหลืออยู่ แต่จากการประเมินแบบเข้าข้างตัวเอง เด็กหนุ่มคิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลา 4-5 วันในการเคลียร์ถ้ำที่ 3
และควรจะเผื่อเวลาเอาไว้ในกรณีศัตรูกำจัดได้ยากอีกสัก 2-3 วัน
ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
“ตรวจสอบพลังชีวิต!”
ออสการ์เรียกหลอดเลือดออกมาดู ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น มันเริ่มขยับลดลงไป แม้ว่าจะเป็นในอัตราที่น้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น แต่ความร้อนในถ้ำนี้ฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน!
“ม่านวารี!”
เด็กหนุ่มกระตุ้นใช้เวทย์ป้องกันสายน้ำออกมาปกคลุมร่างกายเอาไว้ มันช่วยบรรเทาความร้อนที่รุมเร้าเข้ามาได้เกือบทั้งหมด และพลังชีวิตของเขาไม่มีการรั่วไหลออกไปอีก
“บ้าเอ้ย ถ้ำลาวา! ดินบวกไฟ ทำไมถึงได้เป็นดินอีกแล้ว!! มันฆ่ายากไม่รู้หรือไง!!?”
ออสการ์สบถออกมาอย่างเหลืออดเมื่อเดินก้าวเข้าไปในโถงถ้ำแรก และเห็นว่าบนพื้นคือหลุมเล็ก ๆ ที่กระจายกันอยู่เกือบจะเต็มพื้นที่ ภายในหลุมเต็มไปด้วยหินหลอมเหลวสีแดงฉานที่ส่งควันกรุ่นลอยออกมา
“เอาไงละทีนี้!? เพลิงไร้ลักษณ์น่าจะไร้ประโยชน์ สายฟ้าก็ไม่น่าไหว ให้ตายเถอะ!! ต้องใช้ ‘ภูษาเหมันต์’ โจมตี แล้วแบบนี้ยาเติมมานาจะพอได้ยังไง? โธ่โว้ย! ไม่น่ามั่นใจว่ามันจะเป็นหมอกหรือพายุไฟเลย!”
เสียงสบถยังดังออกมาต่อเนื่อง เพราะเด็กหนุ่มเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองต้องเผชิญกับศัตรูแบบไหน ผิวหน้าของลาวาที่อยู่ในหลุมนูนสูงขึ้นมาอย่างที่เรียกได้ว่าพร้อมเพรียงกัน
สไลม์ลาวา! ที่พ่นหอกลาวาออกมาโจมตีในระยะไกล!
จะฆ่ามันยังไง? ออสการ์พอจะมีวิธีอยู่ แต่มันเปลืองมานาอย่างที่เขาบ่นออกมาจริง ๆ
นั่นเพราะ ‘ภูษาเหมันต์’ ที่เด็กหนุ่มเลือกเรียนรู้แทน ‘หอกน้ำแข็ง’ เพิ่งจะอยู่ในระดับชำนาญเท่านั้น เขาคิดจะใช้น้ำแข็งป้องกันตัว ไม่ได้หวังพึ่งเพิ่มอำนาจการทำลายล้างโจมตีอะไร เลยไม่ได้ตั้งใจฝึกให้ระดับของมันสูงขึ้นไปกว่านี้
แต่ดูเหมือนว่าจะนั่นจะเป็นความคิดที่ผิดพลาดอีกครั้ง!
…
“บ้า! บ้า! บ้าไปแล้ว! ภูษาเหมันต์!”
ฟึ่บ!!
“หมัดป่นศิลา!”
ตึง!! ครึก! ตูมม!!!
คำสบถไม่เคยหยุดหลุดออกจากปากของเด็กหนุ่ม เพราะเมื่อเริ่มภารกิจกวาดล้างโถงถ้ำแห่งแรก ออสการ์ก็พบว่างานมันหนักขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
เขาต้องทำลายลาวาที่อยู่ในหลุมด้วย การแช่แข็งสไลม์และใช้ดาบยักษ์ฟันให้แตกกระจายเป็นชิ้น ๆ นั้นไม่เพียงพอ พวกมันจะผุดขึ้นมาใหม่อย่างไม่รู้จักจบสิ้น ถ้าหลุมลาวาอันเป็นเหมือนต้นกำเนิดยังคงมีลาวาอันร้อนแรงเหลืออยู่
และมันหมายถึงปริมาณมานาที่ต้องใช้จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวด้วยเช่นกัน!
การใช้เวทย์น้ำผสานอย่าง ‘ม่านวารีบำบัด’ ได้ ‘ดั่งใจ’ ทำให้เด็กหนุ่มควบคุม ‘ภูษาเหมันต์’ ได้ดั่งใจเช่นกัน เขาสามารถสร้างเกราะน้ำแข็งให้ปกคลุมทั่วร่างกาย สร้างเป็นโล่น้ำแข็งขนาดใหญ่ หรือแม้แต่บังคับให้มันปกคลุมเจ้า ‘สไลม์ลาวา’ แต่ละตัวเพื่อแช่แข็งพวกมันได้
แต่ก็ต้องแลกกับมานาจำนวนมหาศาลในทุกครั้งที่ใช้วิธีนี้ออกไป ไม่ต้องพูดถึงการพยายามแช่แข็งบ่อลาวาที่มีขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตรพวกนั้นเลย
ใช้ไป 1 ครั้งมันกินมานาไปเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นครั้งแรกที่ออสการ์ต้องเติมมานาซ้ำ 3 ครั้งโดยยังไม่ผ่านโถงถ้ำแรก แถมยังจัดการเคลียร์พวกมันได้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
ความหวังที่มีคือยกระดับ ‘ภูษาเหมันต์’ ให้ขึ้นไปเป็น ‘ดั่งใจ’ ได้จริง ๆ
ถ้าทำได้ เขาอาจจะมีมานาพอสำหรับการเคลียร์ถ้ำแห่งนี้
………
“หิวอีกแล้ว? … แกนี่หิวไม่เลือกเวล่ำเวลาเลยนะ? ไม่รู้หรือยังไงว่าฉันกำลังต้องรัดเข็มขัดอยู่”
เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบเมื่อ ‘วิญญาณ’ ในดาบยักษ์ ‘สื่อสาร’ เข้ามาในหัว แต่เขาก็หมุนตัวหันหลังย้อนออกจากโถงถ้ำที่ 7 กลับไปยังปากทางเข้าถ้ำทันที
ทั้งเพื่อพักผ่อนหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และให้อาหาร ‘สัตว์เลี้ยงวิญญาณ’ ของตัวเองไปในคราเดียวกัน
อุณหภูมิที่โถงถ้ำแรก ๆ ลดลงจนใกล้เคียงกับสภาพปกติแล้ว มันเหมาะสมสำหรับการพักผ่อนใช้ความคิดมากกว่าที่นี่ ซึ่งแม้จะจัดการบ่อลาวาไปได้ทั้งหมด แต่ความร้อนที่สัมผัสได้ยังเกิน 60 องศาเซลเซียสอยู่ดี
…
“ม่านวารีบำบัด! กินเสีย… อิ่มแล้วก็บอกด้วย!”
หลังจากที่นั่งพิงหลังลงกับพนังถ้ำในโถงที่ 1 ได้ ออสการ์ก็กระตุ้นเวทย์ฟื้นฟูเอาไว้ที่แขนข้างขวา ก่อนที่จะอนุญาตให้เจ้าตัวตะกละดูดพลังชีวิตเหมือนกับทุกครั้ง
“ภูษาเหมันต์ถึงขั้นเชี่ยวชาญ! แต่ยังใช้มานามากเกินไปอยู่ดี… ต่อให้เป็นระดับดั่งใจ แต่บ่อลาวาก็จะใหญ่ขึ้นอีกในช่วงหลัง เม็ดยาที่เหลืออยู่ไม่พอแน่… ทำยังไงดี? ทำยังไงดี?”
คราวนี้เด็กหนุ่มพึมพำออกมาโดยที่ดวงตานั้นเบิกโพลงอยู่ แม้แต่จะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเขายังทำไม่ได้ สถานการณ์ที่รออยู่ปลายทางนั้นบีบรัดเกินไปจริง ๆ
“หือ… อิ่มแล้ว! อือ… อิ่มแล้วก็พักเสีย หือ? อยากกินของหวานด้วย? แกนี่มันชักจะเคยตัวเกินไปแล้ว! รู้มั้ยว่า มานานั้นหายาก ต้องลำบากออกเรือไป ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็งและน้ำมัน…”
ออสการ์บ่นออกมายืดยาว แต่ก็ยังกระตุ้นส่งพลังเวทย์เข้าไปในดาบยักษ์อยู่ดี โดยคราวนี้เป็นม่านวารีบำบัดที่ถูกดูดซับได้ง่ายที่สุด
“อืม… ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้มันแข็งตัวก่อนถึงจะตีให้แตกได้! ใช้สายฟ้ากับไฟโจมตีเหมือนกับเป็นการยิ่งเพิ่มพลังให้พวกมัน…
แล้วอย่างนี้…? เจ้าพวกที่เคลียร์ถ้ำไปก่อนหน้านี้ใช้วิธีไหนกันแน่? ดูเหมือนว่ามารุจะไม่รอด! แต่เจ้าโล้นนัปป้าเข้าไปในถ้ำสุดท้ายแล้ว เจ้านั่นทำได้ยังไง?”
เด็กหนุ่มใช้เวลาอยู่ด้านนอก 10 วัน เขาเห็นมนุษย์ลิงมีหางหัวโล้นมุ่งหน้ามาทางหน้าผาแวบ ๆ และเมื่อกลับไปถามข่าวคราวดู ก็ได้รับรู้ว่าเจ้าโล้นซ่าที่ใช้ขวานขนาดมหึมาเป็นอาวุธคู่กายมุ่งหน้าไป ‘ฝ่าถ้ำทมิฬ’ ในขณะที่ตลอดทั้ง 10 วัน ออสการ์ไม่เคยเจอมนุษย์เสือชีต้าอีกเลย มันเกินระยะเวลาในการเคลียร์ถ้ำบนชั้นที่ 3 นานเกินไป บทสรุปที่ได้คือโอกาสรอดน้อยกว่า 0.023647 เปอร์เซ็นต์
“เจ้ายักษ์ ‘บาเลียน’ นั่นก็ขึ้นไปที่ถ้ำทมิฬแล้วเหมือนกัน พวกเขาดูไม่เหมือนว่าเป็นประเภทที่จะใช้เวทย์ได้ครบ 5 สาย พวกเขาไม่เหมือนเป็ด! แล้วเคลียร์ถ้ำชั้นที่ 3 ได้ยังไง?”
มันเป็นความสงสัยที่ติดอยู่ในใจของเด็กหนุ่มมานาน ถ้ำชั้น 1 กับชั้น 2 จัดการได้ด้วยความแข็งแรงของร่างกายและอำนาจการโจมตีทางกายภาพ
แต่ชั้นที่ 3!?
ประสบการณ์เท่าที่ผ่านมาบอกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย
“เราพลาดอะไรไป?”
ออสการ์พึมพำถามตัวเองออกมาเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ และมันไม่เคยมีคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ผุดขึ้นมาเลย นอกจาก…
“มีเงื่อนไขการปลดล็อกทักษะเวทย์ชั้นสูง!? แต่… ให้ตายสิ!! ค่าความกลมกลืน 5! ให้ตายเถอะ! มันไม่ได้ใช้คะแนนอย่างเดียว…”
เด็กหนุ่มครวญครางออกมาในตอนสุดท้าย เขาพลาด… อีกแล้ว!