หลังจากที่ อ๋องหลงเฟย ได้รับรายงานถึงการโจมตีอันลึกลับจาก แคว้นฉิน (Qin) ที่มุ่งทำลายจากภายใน อาณาจักรเจียงหนานก็เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ไม่ใช่การเตรียมทัพเพื่อสู้รบในสมรภูมิ แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ สงครามแห่งปัญญา การโจมตีด้วยเงาที่มองไม่เห็นทำให้เหล่าแม่ทัพและขุนนางต่างรู้สึกอึดอัดและไร้หนทางแก้ เหล่าทหารหาญที่คุ้นชินกับการสู้รบด้วยคมดาบต่างรู้สึกไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไร้ตัวตน แต่หลงเฟยรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่สำคัญที่สุดในฐานะผู้นำของเขา
ในห้องบัญชาการซึ่งเต็มไปด้วยแผนที่และตำราพิชัยสงคราม หลงเฟย ยืนอยู่ตรงหน้าแผนที่ขนาดใหญ่ ดวงตาของเขาลุ่มลึกราวกับกำลังมองเห็นอนาคต "เราจะไม่ตอบโต้ด้วยการทำลายล้าง" หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด "แต่เราจะตอบโต้ด้วยการทำให้พวกเขาอ่อนแอลงจากภายใน โดยไม่ให้พวกเขาได้ใช้กำลังทหารในการโจมตีเราเลยแม้แต่น้อย"
ซือหม่าคุน พยักหน้าเล็กน้อย "ถูกต้องขอรับท่านอ๋อง" ซือหม่าคุนกล่าว "แม่ทัพหลี่เจี้ยนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามเงา แต่เขาอ่อนแอในสงครามเศรษฐกิจ เราจะใช้จุดแข็งของเราในการโจมตีจุดอ่อนของเขา"
แผนการรบที่หลงเฟยวางไว้ร่วมกับซือหม่าคุนนั้นเรียกว่า "ยุทธการปิดปากมังกร" โดยมีเป้าหมายคือการโจมตีแคว้นฉินอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด โดยไม่ให้พวกเขาตั้งตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่หลงเฟยได้เรียนรู้มาจาก เว่ยอู๋จี๋ ในอดีต แต่เขาจะใช้มันเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่เพื่อทำลาย
แผนการรบของซือหม่าคุนมีดังนี้:
เหลียงกัง และ ไป๋ห่าว จะนำทัพส่วนหนึ่งบุกเข้าโจมตีเมืองหน้าด่านของแคว้นฉินทางตอนเหนืออย่างรวดเร็วและรุนแรง เพื่อดึงความสนใจของกองทัพฉิน
หมิงเหยา จะนำพลธนูและหน่วยสอดแนมไปซุ่มโจมตีหน่วยลาดตระเวนของแคว้นฉิน เพื่อทำลายการสื่อสารของพวกเขา
หลงเฟย จะนำกำลังพลที่เหลือบุกเข้าโจมตีเมืองหลวงของแคว้นฉินอย่างไม่ทันให้พวกเขาตั้งตัว
การรบเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ เหลียงกังและไป๋ห่าวนำทัพบุกเข้าโจมตีเมืองหน้าด่านของแคว้นฉินอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทหารของแคว้นฉินที่ยังไม่พร้อมรบต่างตกใจเป็นอย่างมากและส่งกำลังเสริมไปช่วยเมืองหน้าด่าน หลงเฟยฉวยโอกาสนี้บุกเข้าโจมตีเมืองหลวงของแคว้นฉินอย่างไม่ทันให้พวกเขาตั้งตัว ทหารของแคว้นฉินที่เหลืออยู่ไม่กี่คนต่างตกใจและยอมจำนนในไม่ช้า
การยึดเมืองหลวงของแคว้นฉินได้สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของหลงเฟยและอาณาจักรเจียงหนานแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน เว่ยอู๋จี๋ เองก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่หลงเฟยสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ เขาไม่คิดว่าหลงเฟยจะมีฝีมือและมันสมองที่เหนือกว่าเขา