[ท่านปลดล็อกความสามารถอีก 1 อย่างของ <ชุดเซ็ดเกราะมังกรรัตติกาล> ได้]
[ผลของเอฟเฟค <ชุดเซ็ตเกราะมังกรรัตติกาล> ทำงาน]
* อยู่ในที่มืดพลังของผู้เล่นจะสูงขึ้น 30% (ไร้ผลกับดันเจี้ยนลับ)
* สามารถฟื้นคืนชีพได้ 1 ครั้ง 1 วัน
* มีโอกาสปานกลางที่จะโจมตีคูณ 5
* ต่อต้านความผิดปกติทุกนิด 100%
* มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้สกิลทักษะก่อนหน้านี้ไม่มีคูลดาวน์
* (ใหม่!!) พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 300%
---
เมื่อชายหนุ่มเห็นพลังป้องกันสูงถึงสี่หมื่นห้าพันของตนเองก็ยักไหล่งั้นๆ แม้มันจะมาก แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยหากเจอกับระดับแบบนี้ นี่ไม่ต่างจากพลังป้องกันอันด้อยค่าเมื่อเทียบกับพลังโจมตีสุดสยองของมอนสเตอร์
"นับว่าไม่เลว" ชูหลานเข้ามายิ้มให้เขาก่อนจะเดินเข้าไปในประตู
"หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเรานะเด็กน้อย" แปะ ชูเสียนหมิงตบตูดเขาและเลียริมฝีปาก
"อยู่กับนายคงสนุกกว่านี้แน่" ฟู่! ธิงหยีเป่าลมใส่หูเขาและเดินหายไป โดยมีมี่เค่อแสดงอาการอิจฉาเล็กน้อย นิรนามแสระยิ้มวิ่งเข้าไปในประตู ไม่นานเขาก็มาโผล่เป็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆพวกนี้แข็งเหมือนหิน และบนก้อนเมฆมีอัศวินสีขาวต่างๆ มากมายกำลังเดินใหวุ่น ห่างออกไปไกลสายตาแต่เห็นลางๆ มันเป็นประตู
[มอนสเตอร์พิเศษ : อัศวินเมฆขาว เลเวล 302]
"คลื่นสวรรค์" ธิงหยีสะบัดมือ บึม~!!
Critical Attack : 5,000,000!
'แรงสัดๆ!' แม้จะไม่เท่าสุริยัน แต่ด้วยพลังของเธอเรียกได้ว่าน่ากลัว พลังของเธอนั้นสามารถโจมตีค่าคงที่ 5 ล้านไม่สนพลังป้องกัน และจะสูญเสียพลังชีวิตของทั้ง 1% ไม่สามารถเพิ่มคืนได้จนกว่าจะผ่านไป 1 ชั่วโมง หากนับรวมๆ 50 ครั้ง การโจมตีนี้น่าจะประมาณ 500 ล้านเห็นจะได้ ซึ่งเป็นตัวเลขน่ากลัวมาก
"ดาบเทวะดารา : ฟัน" มี่เค่อลงมือ ฉัวะ! บึม!
Critical Attack : 10,000,000!
"เขตแดนมารพิษ" ฟูม! ทักษะสกิลของชูหลานปรากฏขึ้น
Attack : 500,000
Attack : 500,000
Attack : 500,000
.
.
อัศวินนับร้อยตายลงด้วยเวลาไม่ถึง 10 วินาทีด้วยความรุนแรงของมัน แม้มันจะโจมตีเบาในสายตาของผู้เล่นเกรดเลเจนดารี แต่มันกลับดูดพลังชีวิตเป้าหมายทำให้ HP ของนางพุ่งทะลุเลือดชั่วคราว นี้คือผลของทักษะ
"การร่ายรำของหมู่ดาว" ชูเสียนหมิงกล่าว
ฟิ้งๆๆ! ลำแสงสีทองนับพันบนฟ้าพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ตูมๆๆ~!
Critical Attack : 2,000,000!
แม้มันจะรุนแรงแต่ลำแสงมีผลต่อหนึ่งตัวเท่านั้น อย่างน้อยมันก็ยังอ่อนแอกว่าจอมเวทย์อาถรรพ์มาก แต่มีหรือที่พลังของชูเสียนหมิงจะหมดแค่นี้ เมื่อลำแสงรูปหอกปีกกลางอกศัตรู เธอก็กำมือขึ้นและกล่าวเสียงเรียบ
"เริงระบำบัญชาดารา" บึมๆๆ! การระเบิดทั้งพันแสงปรากฏขึ้นพร้อมกับค่าความเสียหาย
Critical Attack : 5,000,000!
"บายบ๊าย!" ชูหลานจะสะบัดมืออกไป
"เขตแดนสังเวยชีวิต" บึม!
Critical Attack : Death N
Critical Attack : Death N
Critical Attack : Death N
อัศวินทั้งหมดในชั้นที่ 2 ตายอย่างรวดเร็วด้วยน้ำมือของทั้ง 4 ผู้เล่นอันน่ากลัว นิรนามอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนเองยังห่างชั้นกับคนพวกนี้นัก เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ได้ทำอะไรบางอย่างทันที
[ท่านได้เรียนรู้สกิล <เขตแดนสังเวยชีวิต> ฉบับผู้สืบทอดมาคัส]
[เมื่อท่านใช้สกิลนี้ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเลเวลต่ำกว่าท่านหรือสูงกว่าท่าน 20 ระดับจะตายทันทีไม่มีเงื่อนไข และทำให้ท่านได้รับพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 500,000 หน่วยต่อเป้าหมายที่เสียชีวิต (ฉบับผู้สืบทอดมาคัส)]
(เตือนความจำ : ที่นิรนามสามารถเรียนรู้สกิลของคนอื่น และใช้ได้ถาวรนั้นเป็นเพราะเขาได้รับรางวัลของภารกิจ สามารถขโมยทักษะของคนใดคนหนึ่งและนำมาเป็นของตนเองได้ถาวร)
ด้วยสกิลนี้ จะทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งได้มากขึ้น นิรนามอดยิ้มในใจพลางขอโทษและขอบคุณชูหลานไปในตัว แม้ฉบับต้นของชูหลานจะทำให้ศัตรูเลเวลต่ำกว่าตายอย่างเดียว แต่สำหรับนิรนามนั้นต่างออกไป เขาสามารถสังหารเป้าหมายที่มีเลเวลมากกว่า 20 ได้และยังได้พลังโจมตีเพิ่มเติมอีกด้วย รับว่าเป็นการเปิดเรื่องได้ดี
[บอสพิเศษ : หัวหน้าอัศวินเมฆขาว]
"ไม่มีบอกเลเวล" ใบหน้านิรนามพลันตึง ต่างจากทั้ง 4 ที่ยกยิ้มเบาๆ ราวกับเจอของสนุกทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมองตัวเองในอีกด้านนึง เขาพบว่าตัวเขาในตอนนี้ไม่มีความมั่นใจเมื่อเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งมากขึ้น นั้นคงเป็นเพราะความอ่อนแอของเกรดมิธที่สู้ได้เฉพาะตัวเดียวเท่านั้น ต่างจากเกรดเลเจนของทั้ง 4 สหายที่มีพลังเท่าเขาแต่กลับสามารถทำความเสียหายหมู่ได้อย่างน่ากลัว
'หรือว่าข้อมูลตำนานมาคัสเป็นเพียงนิทานกล่อมเด็ก ที่มีดีแค่เกรดมิธเท่านั้น ที่สามารถต้านทานธาตุทุกชนิดได้' แม้จะต้านทานได้ ถึงเขาจะเป็นเกรดเลเจนแต่หากสวมใส่เกราะมังกรรัตติกาลมันก็ไม่ต่างอะไร
"อย่าตื่นตระหนกนิรนาม บอสตัวนี้ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรสักเท่าไหร่หรอก" มี่เค่อยักไหล่พาดดาบใหญ่บนบ่าส่งยิ้มให้เขาเบาๆ ในขณะเดียวกันธิงหยี ชูหลาน ชูเสียนหมิงก็พยักหน้าให้กำลังใจไม่ต่างจากเขาที่เป็นเด็กอมมือ ชายหนุ่มเห็นก็แสดงหน้าผ่อนคลายลงหลายส่วน
"ขอบคุณ พอดีไม่คุ้นเคยกับบอสจำพวกนี้เท่าไหร่" คนในทีมไม่เก็บมาใส่ใจ หัวหน้าอัศวินเมฆขาวสวมชุดเกราะสีขาวสวยงาม กับส่วนสูง 3 เมตรและดาบคู่ยาวน่าเกรงขาม ทำให้มันไม่ต่างจากหอคอยสูงที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์
"มาเริ่มกันดีกว่า" ตูม~!
มี่เค่อพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ชนิดที่ว่าขนาดความเร็วของนิรนามยังตามไม่ทัน พริบตาร่างของ 1 ผู้เล่น 1 บอสก็ประจันหน้ากัน เกราะที่สวมใส่ปรากฏออร่าสีแดงขึ้นแพร่ออกมาอย่างรวดเร็ว
"สัญลักษณ์วิญญาณ" บึม!
Attack :158,780
"ดาบเทวะ : ฟัน" ฉัวะ! โฮก!
Critical Attack : 20,000,000!
'เพิ่มพลังโจมตีเป็น 2 เท่าสินะ' นิรนามกล่าวในใจ การโจมตีของดาบเทวะฟันจะแสดงดาเมจคงที่ 10 ล้านหน่วย เมื่อมี่เค่อใช้สัญลักษณ์วิญญาณ นั้นทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า
"ฮ่าๆๆ! ติดด้วยเว้ย" มี่เค่อกล่าวยินดี ทันใดนั้น
บึม!
Critical Attack : 40,000,000!
"โอกาสโจมตี 2 เท่างั้นหรอ?" นิรนามประหลาดใจ แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวรังสีโลหิตบริเวณมี่เค่อก็คลุมร่างทั้งสองเป็นโดรม 10 เมตร กับการโจมตีของทั้งสองที่เร็วเกินจนมองไม่เห็น ค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น ลดลง มี่เค่อบาดเจ็บ บอสอัศวินเสียหาย
"เร่งความเร็ว?" การเร่งความเร็วของสกิลทักษะมี่เค่อนั้นไม่ต่างจากนิยายแฟนตาซี ที่จะเข้าไปในโลกมิติและต่อสู้ด้วยความเร็วที่น่ากลัวต่างจากโลกแห่งความจริง จากที่ดูเหมือน 1 วินาทีในโลกนี้จะเท่ากับโลกของมี่เค่อ 1 นาที
"บทขับร้องท่วงทำนองความตาย" กรี๊ด! เปรี๊ยง! บึม!
Critical Attack : 100,000,000!
ธิงหยีโจมตีด้วยพลังอันน่ากลัว แต่ก็ทำให้พวกเขาทั้ง 4 หูหนวกไปชั่วคราว นิรนามมองอีกทีก็พบกับดาบที่เต็มไปด้วยพลังสีฟ้าราวกับเปลวเพลิงตัดอากาศเข้าฟันใส่บอสอัศวินเมฆขาว
"โฮก!!" เปรี๊ยง! บึม!
ดาบทั้ง 3 ปะทะกันอย่างแรง พร้อมกับการคลายตัวของสัญลักษณ์วิญญาณ พลังของมี่เค่อเหลือเท่าเดิม สภาพของทั้งสองนั้นไม่ต่างกันมาก เมื่อชายเกราะหนักพุ่งเข้าใส่บอสชั้น 2 และแทงดาบออกไป นิรนามก็ต้องเบิกตาโต
ฉัวะ!!
[ท่านได้รับความเสียหาย 1,000,000 หน่วย]
[ท่านสูญเสียพลังชีวิตมากเกินไป]
[ท่านเสียชีวิต]
[ผู้เป็นตำนานจักไม่ตายโดยง่าย ท่านอมตะ 5 วินาที คูลดาวน์ : เช้าวันใหม่]
"การโจมตีสะท้อนกลับแบบสุ่ม" นิรนามที่โดนพลังทำลายล้าง 1 ล้านเข้าไปเต็มก็เบิกตากว้างไม่ต่างจากคนอื่นที่ตื่นตระหนกเมื่อพบว่าคนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้จะโดนทำลายได้ง่ายๆ ด้วยความเป็นอมตะ 5 วินาทีนิรนามกัดฟันกระชับดาบปุผังออกมามองด้วยแววตาเยือกเย็น
"ตาย!!" นิรนามพุ่งตัวออกไปในระยะหวังผล
'วิชาดาบมาคัส'
'สังหารพระเจ้า'
ฉัวะ! โฮก!!
[ท่านสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 161,000,938 หน่วย]
[ท่านสังหารบอสพิเศษ หัวหน้าอัศวินเมฆขาว สำเร็จ]
[ท่านสังหารบอสพิเศษ : หัวหน้าอัศวินเมฆขาว สำเร็จ รายชื่อวิญญาณจะถูกจดบันทึกลงในแหวนวิญญาณทันที ท่านสามารถใช้ทักษะผสานได้เมื่อเวลาคูลดาวน์หมดลงแล้ว หรือต้องการใช้ทันที]
[ท่านได้รับไอเทม <ผลึกมาร>]
นิรนามรับรู้เลยว่าผลึกมารต้องเป็นรางวัลเมื่อชนะบอสประจำชั้นแน่นอน เขาเก็บมันและใช้ทันทีอย่างไม่สนใจใยดีใคร พริบตาแสงสีดำก๋เข้าไปในเกราะสีดำของเขาอีกครั้ง บ่งบอกถึงการใช้งานที่เสร็จสิ้น
[ท่านปลดล็อกความสามารถอีก 1 อย่างของ <ชุดเซ็ดเกราะมังกรรัตติกาล> ได้]
[ผลของเอฟเฟค <ชุดเซ็ตเกราะมังกรรัตติกาล> ทำงาน]
* อยู่ในที่มืดพลังของผู้เล่นจะสูงขึ้น 30% (ไร้ผลกับดันเจี้ยนลับ)
* สามารถฟื้นคืนชีพได้ 1 ครั้ง 1 วัน
* มีโอกาสปานกลางที่จะโจมตีคูณ 5
* ต่อต้านความผิดปกติทุกนิด 100%
* มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้สกิลทักษะก่อนหน้านี้ไม่มีคูลดาวน์
* พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 300%
* (ใหม่!) พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 500%
---
พลังชีวิต : 863.5k/863.5k ความเหนื่อยล้า : ∞
พลังกายภาพ : 2,494 (+20) ความแข็งแกร่ง(ถึก) : 1,727 (+20)
ความว่องไว : 2,402 (+20) พลังป้องกัน : 473 (+45,900)
พริบตาพลังชีวิตหนึ่งแสนเจ็ดหมื่น ก็กลายมาเป็นแปดแสนทันใด แน่นอนทั้ง 4 คนไม่ได้สนใจผลึกมารนั้น เพราะพวกเขารู้ว่าผลึกมารนั้นผู้สังหารจะใช้ได้เพียงคนเดียว ต่อให้เขาโง่อย่างไงก็ไม่ยอมเอามันทั้งๆ ที่เขาและคนอื่นๆ ก็ใช้ไม่ได้หรอก
"ต่อไปชั้นที่ 3" หมี่เค่อพยักหน้าเดินนำทันที ไม่นานเขาก็พบกับสถานที่แห่งใหม่ สถานที่นี้เป็นสะพานลอยฟ้ากว้าง 10 เมตรมีรูบางจุด และมันเคลื่อนไหวไปมาเพราะลมจนสามารถล่วงลงไปจากสะพานได้ง่าย เพราะที่เดินของมันมีรูจำนวนมาก ทั้งไม้และเชือกดูเหมือนจะพังแลไม่พังแล แต่มันกล่าวได้ว่ามันมีกลิ่นอายโบราณที่ให้ความรู็สึกว่าแข็งแกร่งกว่าทุกอย่างในโลกเลยทีเดียว
นิรนามหันไปสนใจรอบๆ พบกับนกอินทรีจำนวนมากกำลังบินว่อนบริเวณสะพานแห่งนี้ และไกลออกไปเป็นประตูโง่ๆ อันนึงพร้อมกับอะไรดำๆ หน้าประตู เขารู้เลยว่ามันเป็นบอสพิเศษแน่ๆ ชายหนุ่มและทั้ง 4 คนกระชับอาวุธเข้าหาตัวเดินไปหาอย่างรวดเร็ว
"ระวังไว้ หากเดินพลาดเราได้ตายไม่มีชิ้นดีแน่" มี่เค่อเตือน และนำกลุ่มทันที การเดินของเขาเร็วจนน่ากลัว แต่ในสายตาของมี่เค่อนั้นเขาไม่ต่างจากเดินธรรมดาอย่างมั่นคง ส่วนนิรนามนั้นต่างจากคนอื่นมาก เพราะเขานั้นเกๆ กังๆ แม้เขาจะมีเมฆาคอลยแต่มันไม่ได้ใช่ในการเคลื่อนที่แบบนี้ มันเน้นความเร็ว เขาคงมุ่งเน้นไปที่การย่างก้าวแทน
"ป-ป-ไปเลย! เดี่ยวฉันตามไปทีหลัง" ทั้ง 4 พยักหน้าและเคลื่อนตัวออกไป ไม่ถึง 10 วิพวกเขาก็ไปไกลสายตานิรนามมากๆ แล้ว ทันใดนั้นเงาสีดำขนาดใหญ่บนหัวก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าซีดเล็กน้อยเมื่อเจอนกอินทรีใหญ่ยักษ์ 10 เมตรสีขาวบินเข้ามาหาเขาพร้อมกับกรงเล็บที่คมกว่าใบดาบเกรดเลเจดารีซะอีก