บทที่ 6 ดอกท้อพิฆาต
“พ่อครับ แม่ครับ หยุดกอดกันได้แล้ว ฉู่ลั่ว… ไม่สิ อาจารย์ฉู่บอกว่าแม่ยังไม่หายดี”
คำพูดนี้ทำให้ซ่งอวิ๋นชิงตื่นตระหนกไปชั่วขณะ
ฉิงจื่อฉิงที่เพิ่งตื่นขึ้นมายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สามีจึงอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้เธอเข้าใจแจ่มแจ้ง
ป้าฉิงยิ้มอ่อนโยนให้คนที่ช่วยรักษา “ขอบใจนะ ลั่วลั่ว”
ฉู่ลั่วไม่มีภูมิต้านทานคนสวยอ่อนโยนแบบนี้ จึงยิ้มจางๆ กลับไป
“ลั่วลั่ว ภรรยาของฉันฟื้นแล้วไม่ใช่เหรอ? หรือว่ายังมีปัญหาอะไรอีก?”
ฉู่ลั่วเดินไปหยิบยันต์แผ่นนั้นออกจากตัวฉิงจื่อฉิง ชาดสีแดงบนแผ่นยันต์หายไปแล้ว ทันใดนั้นกระดาษสีเหลืองในมือของเธอก็กลายเป็เถ้าถ่าน
“นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ซ่งจือหนานใจนเสียงสั่น
เขาเห็นแสงสีทองบนยันต์แผ่นนี้กับตา ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้
“ที่จริงอาการิญญาออกจากร่างพบได้มากในคนทั่วไป แต่ส่วนใหญ่ิญญาจะกลับมาอย่างรวดเร็ว” ฉู่ลั่วอธิบาย
“แต่ิญญาของคุณนายซ่งกลับมาไม่ได้ เป็เพราะห้องผู้ป่วยนี้เต็มไปด้วยปราณมรณะ คอยขัดขวางไม่ให้ิญญาของคุณนายซ่งกลับเข้าร่าง”
“ขัดขวาง?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ใช่ ขัดขวาง หากไม่ใช่เพราะคุณนายซ่งสวมเครื่องรางไว้กับตัว เกรงว่าตอนนี้คุณนายซ่งคงกลายเป็ผีเร่ร่อนไปแล้ว”
เครื่องราง?
ฉิงจื่อฉิงนึกขึ้นมาได้ จึงคว้าจี้หยกออกมาจากคอ
“หรือว่าจะเป็สิ่งนี้?”
“นี่เป็เครื่องรางที่คุณยายให้ฉันมา บอกว่ามีอาจารย์ปลุกเสกให้” ฉิงจื่อฉิงก้มมองจี้หยก “อะ ทำไมถึงมีรอยแตกมากขนาดนี้”
“เพราะมันรับเคราะห์ร้ายแทนคุณยังไงล่ะ” ฉู่ลั่วเหลือบมองจี้หยก “แต่พลังจิติญญาของจี้หยกอันนี้ใกล้จะหมดลงแล้ว”
ราวกับเป็การยืนยันคำพูดของเธอ จี้หยกนั้นแตกเป็สองเสี่ยงในวินาทีต่อมา
ฉิงจื่อฉิง “...”
ซ่งอวิ๋นชิง “...”
ซ่งจือหนานเงยหน้ามองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ฉู่ลั่วไพล่มือไปด้านหลัง “จี้หยกแตกไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
เธอไม่ใช่คนมีวาจาสิทธิ์ ที่พูดอะไรก็เป็ไปตามนั้น
“ปราณสีดำรอบตัวคุณนายซ่ง กับโชคชะตาเธอไม่เกี่ยวข้องกัน คุณนายซ่งมีโหงวเฮ้งดี แววตาสดใส คงจะเป็คนที่ทำความดีอยู่เสมอ ตามปกติแล้ว คุณนายซ่งควรมีร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาวเป็ร้อยปี สาเหตุที่พลังงานดำมืดพวกนี้อยู่รอบตัวคุณนายซ่ง ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็เพราะคุณ คุณซ่ง”
“ฉันเหรอ?” ซ่งอวิ๋นชิงชี้ที่ตัวเอง
เขารีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ อีกอย่างดวงชะตาของฉันกับภรรยาก็เข้ากันได้ดีมาก ความสัมพันธ์ของพวกเราสามีภรรยาดีมาก”
ฉู่ลั่วยิ้มบาง ๆ “แน่นอน คุณซ่งกับคุณนายซ่งเป็คู่ที่์ลิขิตมา เดิมทีก็ควรอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เพียบพร้อมไปด้วยลูกชายลูกสาว”
คำว่า เดิมที สองคำนี้ถูกเลือกใช้ได้ดีมาก
“ลั่วลั่วมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะนะ” ฉิงจื่อฉิงดูออกว่าฉู่ลั่วกำลังพูดอ้อมค้อม “ไม่ว่าหนูจะพูดอะไร ฉันยอมรับได้ทั้งนั้นจ้ะ”
เธอเหลือบมองซ่งอวิ๋นชิงเล็กน้อย
ซ่งอวิ๋นชิงแทบจะคุกเข่าสาบาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน
แต่ไม่รอให้เขาคุกเข่า ฉู่ลั่วก็พูดขึ้นว่า “ดวงดาวที่เกี่ยวกับการครองเรือนของคุณซ่งเคลื่อนไหวผิดปกติมาหลายปีแล้ว พูดอีกอย่างก็คือ คุณซ่งเกี่ยวพันกับผู้หญิงไม่ดีมาเกือบสามสิบปีแล้ว”
ซ่งจือหนานกับฉิงจื่อฉิงมองไปที่ซ่งอวิ๋นชิงเป็ตาเดียว
อีกฝ่ายยกมือสาบาน “เมียจ๋า ผมเปล่านะ ผมเปล่าจริง ๆ ผม… ลั่วลั่ว เธอจะพูดไร้สาระไม่ได้! นี่มันเป็เื่เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของฉันตลอดสิบกว่าปีเชียวนะ!”
“ฉันพูดตามที่เห็นจากใบหน้าของคุณซ่ง และกลิ่นอายพลังที่ออกมาจากตัวคุณนายซ่งค่ะ” ฉู่ลั่วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“สาเหตุที่คุณนายซ่งป่วยเรื้อรังมานานหลายปี เป็เพราะว่าคุณซ่งถูกดอกท้อพิฆาตเข้าไป ดอกท้อพิฆาตไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวคุณ แต่จะมุ่งเป้าไปยังคนรักและลูกสาวลูกชายที่เกิดจากคนรัก”
“ในสมัยโบราณ มักใช้ดอกท้อพิฆาตแบบนี้ ทำให้ภรรยาและลูกที่เกิดจากภรรยาถูกฆ่าตายโดยไม่รู้ตัว”
โดยเฉพาะในราชวงศ์ที่มักจะใช้เล่ห์กลแบบนี้
ฉู่ลั่วเพิ่งพูดจบ ซ่งอวิ๋นชิงก็ลุกขึ้นยืน
“เมียจ๋า คุณจะสงสัยในตัวผมไม่ได้นะ! ผมจริงใจต่อคุณจริง ๆ นะ! รักแรกของผมก็คือคุณ ผมชอบคุณมาั้แ่อายุสิบกว่าปี”
“ผมตามจีบคุณมาตลอด คุณมักจะบอกว่าผมเด็กกว่าคุณสองปี แล้วก็เอาแต่ปฏิเสธผม ผมตามจีบคุณมาตั้งหลายปี! ถ้าคุณสงสัยในตัวผม ผมคง… ผม…”
พูดไปพูดมา ซ่งอวิ๋นชิงก็ร้องไห้ออกมาด้วยความคับข้องใจ
ฉู่ลั่ว “...”
ซ่งจือหนาน “...”
เดิมทีซ่งจือหนานคิดอยากจะอาละวาดใส่ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกอายเสียแล้ว
ที่จริงเขาไม่ได้อยากฟังเื่ราวความรักของพ่อแม่ตัวเองสักนิด
จึงทำได้เพียงกระแอมเบา ๆ “อาจารย์ฉู่ เป็ไปได้หรือไม่ว่าคุณจะดูผิดไป”
ซ่งอวิ๋นชิงมองเด็กสาวด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวัง
ฉู่ลั่วส่ายหน้าด้วยท่าทีมั่นใจมาก “ไม่มีทาง ไม่ใช่แค่คุณนายซ่ง แต่นายที่เป็ลูกชายของคุณนายซ่งก็จะได้รับผลกระทบจากดอกท้อพิฆาตไปด้วย ั้แ่เด็กจนโตดวงชะตานายตกต่ำ มีแต่สิ่งชั่วร้ายเข้ามาไม่หยุด”
ซ่งจือหนานได้ยินแบบนั้น ก็ะโโหยง “เป็แบบนั้นจริงด้วย”
ั้แ่เด็กจนโต ในกลุ่มเพื่อที่เล่นด้วยกัน เขาดวงซวยที่สุด ประมาณว่า หากมีฝูงห่านป่าฝูงหนึ่งบินอยู่เหนือศีรษะ ขี้นกจะต้องตกใส่หัวเขาอย่างแน่นอน ตอนเล่นเป่ายิงฉุบ เขามักจะแพ้ทุกครั้งไป
เป็ไปตามคาด
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งที่มี่ฐานะเป็ทายาทเศรษฐีที่มีชื่อเสียงของเมืองเจียง แต่ไม่ว่าชอบผู้หญิงคนไหน สุดท้ายก็จีบไม่ติดเลยสักคน
ในตอนนี้ สายตาของซ่งจือหนานที่มองฉู่ลั่วเปลี่ยนไปแล้ว
“อาจารย์ฉู่ ดอกท้อพิฆาตินี้มีหนทางแก้ไขไหมครับ?” ซ่งจือหนานถามด้วยความวิตกกังวล
สองสามีภรรยาต่างมองมาที่เธอ
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “แก้ได้ แต่เราต้องหาคนทำดอกท้อพิฆาตซึ่งเป็คนที่เกี่ยวข้องกับคุณซ่งมาให้ได้”
“หา ต้องตามหาแน่ พวกเราจะตามหาเดี๋ยวนี้เลย” ซ่งจือหนานปรบมือ
ซ่งอวิ๋นชิงที่ฝ่าพายุฝนมานาน ตอนนี้สมองของเขาฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งแล้ว
อยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ก็ต้องตามหาอีกฝ่ายให้เจอ
ไม่อย่างนั้น ต่อให้เขาะโลงไปในหวงเหอก็แก้มลทินไม่หมด
“ลั่วลั่ว หนูลองพูดมาหน่อยว่าอีกฝ่ายรูปลักษณ์เป็แบบไหน?” ผู้คนมากมายจะตามหามั่ว ๆ ไม่ได้
ฉู่ลั่ว “ตามลักษณะพิเศษของดอกท้อพิฆาต คนที่ทำสิ่งนี้ใส่คุณซ่ง มักจะอยู่ไม่ไกลจากคุณเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้น คุณซ่งจะได้รับผลกระทบไม่มากพอ”
“พวกคุณเอารูปภาพของคนพวกนี้มาให้ฉันดูก็พอ ฉันจะได้รู้ว่าใครคือคนทำ”
ซ่งอวิ๋นชิงตั้งใจฟังเงียบ ๆ จนจบ “เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบตามหาคนเหล่านี้มาให้หมด ถึงตอนนั้นต้องรบกวนลั่วลั่วมาระบุตัวตนให้แล้ว”
“อืม”
“จือหนาน ไปส่งลั่วลั่วที่บ้าน ฉันมีเื่ต้องคุยกับแม่ของแก”
ซ่งจือหนานมองมารดาของตนอย่างกังวล พอเห็นเธอพยักหน้า จึงเดินตามฉู่ลั่วออกไปข้างนอก
เพิ่งเดินออกไป ประตูห้องพักผู้ป่วยยังไม่ทันได้ปิด ก็ได้ยินเสียงน่าสมเพชของซ่งอวิ๋นชิงดังออกมา
“ที่รัก เมื่อกี้คุณสงสัยผมใช่ไหม?”
“คุณน่าจะรู้ดีว่าชีวิตนี้ คนที่ผมรักที่สุดก็คือคุณ คุณเชื่อคำพูดของเด็กนั่น แล้วมาสงสัยผม”
“ที่รัก…”
ตึง!
ซ่งจือหนานรีบปิดประตู เด็กหนุ่มลูบแขนเบา ๆ ตัวของเขาสั่นและขนลุกไม่หยุด