ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบ ความรักของคนเขลา
สาวชาวสวนแม่ลูกสามคงมองว่าอาสึกะนั้นโง่ที่ไม่สนใจเงินในบัญชีธนาคารของตนเอง
เชื่อคำหวานของผู้ชายเดี๋ยวก็จะโดนหลอกจนใจเอง
ผมก็ยอมรับว่าจริง
ความฉลาดนั้นไม่ใช่จุดแข็งของเธออยู่แล้ว
เธอไม่ได้โง่แต่เรียกว่าเธอมักจะทำอะไรตามสัญชาตญาณมากกว่าตามสไตล์นางเอก
เราอาจจะคิดว่าเอดจี้หรือการมองผลประโยชน์เป็นหลักแบบชาวสวนแม่ลูกสามนั้นคือเรื่องฉลาดแล้วก็อาจจะจริง
แต่ผลจากการนับถือคติของชาวสวนแม่ลูกสามจะเป็นที่มาของการหย่าร้างหากบริษัทในปักกิ่งของสามีประสบปัญหาล้มละลาย
เพราะความรักตั้งมั่นอยู่บนรากฐานของการที่จะต้องมีชีวิตอย่างสุขสบายด้วยแม้จะเป็นชาวสวนก็จะไม่ทำนากลางแดดที่ทำให้หน้าดำไหม้หรือแก่เร็วเป็นอันขาด
นั่นคือความรักอย่างมีเงื่อนไข
มันคือความฉลาดอย่างหนึ่งที่มาพร้อมกับประสบการณ์ทางกาลเวลาหลังจากพลาดหวังและผิดหวังมาหลายครั้ง
หญิงสาวอายุสามสิบปีหลายคนก็ “ฉลาดขึ้น”และดำเนินการตามแนวคิดชาวสวนแม่ลูกสาม
ผู้ชายหลายคนก็”ฉลาดขึ้น”เช่นกันที่คิดว่าไปคบกับสาวอายุสามสิบที่มีแนวคิดเช่นนี้เป็นเรื่อง“ไม่ฉลาด”
หญิงสาวอายุสามสิบหลายคนก็เลยต้องเพิ่มเงื่อนไขอย่างหนึ่งต่อผู้ชายคือ“พ่อแม่ฝ่ายชายตายไปแล้ว”
เพราะคงกลัวจะให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดแก่ลูกชายจากประสบการณ์ชีวิตหลายสิบปีให้มาแก่พ่อแม่ที่จะบอกลูกชายของตนว่า
“ลูกเอ๊ย หนูคนนี้อายุสามสิบแล้วนะจะสาวจะสวยได้อีกสักกี่ปี หน้าที่การงาน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร สามารถช่วยเหลือหน้าที่การงานของลูกได้หรือ?”
มันคือ wisdom ความรู้ที่จะถ่ายทอดให้กับลูกชายจากพ่อแม่ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก
สาวอายุสามสิบที่มีแนวคิดแบบเดียวกับชาวสวนแม่ลูกสามจึงคาดหวัง
“การตายของพ่อแม่ฝ่ายชาย”
เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่ฝ่ายชายให้คำแนะนำแก่ลูกชายของตนเองแบบเดียวกับชาวสวนแม่ลูกสามให้คำแนะนำต่อหญิงสาวอายุสามสิบที่ยังไม่ได้แต่งงาน
ว่าหากเรามองแค่การมีชีวิตคู่คือผลประโยชน์ล้วนๆ
ก็เท่ากับว่าทั้งชาวสวนแม่ลูกสามและพ่อแม่ฝ่ายชายที่มองผลประโยชน์ก็คิดถูกนั่นล่ะ
แต่การคาดหวังความตายของพ่อแม่ฝ่ายชายเราสามารถมองได้ว่า
สาวอายุสามสิบปี ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายตัดสินใจอย่างมีสติและเชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมากกว่าแบบเดียวกับที่พวกเธอเชื่อฟังชาวสวนแม่ลูกสาม
แสดงว่าสาวชาวสวนอายุสามสิบไม่ได้แต่งงานพวกนี้ก็มองออกเหมือนกันว่าการมองแต่ผลประโยชน์ในการแต่งงานและมีชีวิตคู่มันไปไม่รอด
ต้องการให้ตนเองคิดอย่างฉลาดมีสติมองผลประโยชน์เป็นหลัก
แต่คาดหวังให้ฝ่ายชายคิดถึงแต่ความรักแบบไร้สติ“คลั่งรัก”เท่านั้น
พ่อแม่ตายแล้วจะยิ่งเพอร์เฟคมากๆ
เพราะแปลว่าฝ่ายชายจะไม่มีใครถ่ายทอดความคิดที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่าง“ฉลาด”ให้กับฝ่ายชาย
ช่างเพอร์เฟคจริงๆคนที่รักด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง
เพราะการตั้งคำถามแบบชาญฉลาดว่า
“มีเหตุผลอะไรที่คนรูปหล่อพ่อรวยท่านชายนายหัวท่านชี๊ค จะต้องมาคบกับผู้หญิงสามสิบที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วย?”
มันจะทำให้ตรรกะทั้งหมดที่เราสร้างทุกเหตุผลที่เราคิดว่าชาญฉลาดนั้นพังครืนลงมาทั้งหมด
หากไร้ซึ่งความรักอย่างอื่นก็ไร้ความหมาย
ผ่านมาตั้งนานผมพึ่งเข้าใจในเรื่องนี้
ว่าพวกเธอไม่ใช่สาวชาวสวนแม่ลูกสาม
คำแนะนำที่ชายหลายคนไปคบกับเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า
เป็นเพราะความจริงอย่างหนึ่งว่า
พวกเธอไม่ใช่สาวชาวสวนแม่ลูกสาม
พวกเธอยังเชื่อมั่นในความรักอยู่
มันคือ Passion
มีคนที่บอกว่าผ่านประสบการณ์มาแล้วจะคิดว่าตนเองในอดีตคือคนที่น่าขำ
นั่นคือคำพูดของสาวอายุสามสิบปียังไม่ได้แต่งงาน
หมายความว่าชายที่จะแต่งงานกับสาวอายุสามสิบปีผู้นั้นให้นึกไว้เสมอว่า
เธอจะไม่มีวันรักคุณได้อย่างที่เธอเคยรักคนอื่นในอดีตได้อีกต่อไปแล้วขอให้เตรียมใจเอาไว้ด้วย
นี่ไม่ใช่หญิงสาวที่รักอย่างบริสุทธิ์ใจแต่คือคนที่มองว่าความรักบริสุทธิ์ใจในอดีตนั้นคือเรื่องตลกไม่มีอยู่จริงในตอนที่อายุสามสิบปีแล้ว
มันเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้วนั่นเอง
ดังนั้นการตายของพ่อแม่ของฝ่ายชายจึงเป็นสิ่งจำเป็นของสาวอายุสามสิบเช่นนี้แล
แต่นี่คือสาวไฮท์สคูลที่คงทำให้สาวอายุสามสิบคิดว่าพวกเธอนั้นโง่เขลา
เพราะพวกเธอยังเชื่อในความรักอยู่
Fool of Youth
ความเขลาของวัยรุ่น
Fool of Love
ความเขลาของความรัก
แต่ไม่มีใครหยุดการเดินทางของอาสึกะที่จะก้าวเดินไปได้เช่นกันไม่ว่ามันจะโง่เขลาเพียงใด
การเดินทางต่อไปคือหนทางของ The Fool
อาสึกะจูบผมเองในคราวนี้ด้วยความรู้สึกของตนเอง
ผมประมาทพลังของนางเอกไปอีกครั้งแล้ว