ฝ่าบาทจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเขาเจ็ดยอดเซียนทำไมกัน”เป้ยปินอดถามไม่ได้
“นางต้องพิษข้ากลับรู้สึกว่า โลกนี้ไร้ซึ่งความสดใสนางนอนหลับไม่ได้สติยิ่งทำให้ข้า หดหู่กลัวว่านางจะไม่ฟื้นขึ้นมา เช่นนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็จะต้องขึ้นเขาเจ็ดยอดเซียนนำยาถอนพิษมาให้นาง”เป้ยปินถอนหายใจ หลายปีมานี้โฮ๋วตัวฉินไม่เคยจริงใจกับใครเช่นนี้ใบหน้างดงามและท่าทีอ่อนหวานของอ้ายฉิงล่มเมืองล่มสวรรค์ก็คงได้ เขาจะแปลกใจทำไมว่าโฮ๋วตัวฉินทำไมจึง เป็นไปได้เพียงนี้
“เคลื่อนทัพพพ”โฮ๋วตัวฉินควบม้ายังหุบเขาเจ็ดยอดเซียนซึ่งครั้งหนึ่ง เหว่ยจื่อหยวนเคยไปที่นั่นมาแล้ว
“ปาหวางอ๋อง” หวงฉีจิ้งเอ่ยปากทักเมื่อเห็นว่าปาหวางอ๋องกุมมือจิวอันเข้ามา
“ปาหวางอ๋องถวายพระพรฝ่าบาท”
“เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่”หวงฉีจิ้งเอ่ยปากด้วยความห่วงใย ปาหวางอ๋องคุกเข่าลงตรงหน้า
“ฝ่าบาทข้าผิดไปแล้วฝ่าบาทโปรดลงทัณฑ์”คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสำนึกผิด
“จะลงทัณฑ์เจ้าทำไมกันแค่พบหน้าข้าก็ดีใจที่สุดแล้ว ฮองเฮาช่างร้ายกาจเกรงว่าเจ้าจะได้รับความลำบากไปด้วย”
“ฝ่าบาท ปาหวางอ๋องหลงเชื่อคนผิดทำให้ฝ่าบาทและเฉิงอู๋อ๋องรวมทั้งองค์หญิงทั้งสองต้องลำบากไปด้วย”
“ปาหวางอ๋องเราสองคนเป็นพี่น้องร่วมบิดา ข้าไม่อภัยให้เจ้า แล้วจะอภัยให้ใครยามนี้ขอแค่สำนึกผิดก็เพียงพอแล้ว ข้าเองตอนนี้ไม่ได้นั่งบนบัลลังก์ เป็นตายร้ายดีไม่อาจคาดเดา เช่นนั้นเมื่อเจ้ามานี่กล่าวคำขออภัยข้าจึงยินดียิ่งนัก”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“จิวอัน เจ้ายังโกรธพ่ออยู่อีกหรือไม่”ปาหวางอ๋องเหลือบตามองจิวอันที่ก้มหน้านิ่ง
“จิวอัน เสด็จพ่อจิวอันไม่ได้วางยา อ้ายฉิง”
“ข้าเข้าใจแล้วข้าเลี้ยงดูเจ้ามาจิวอันเช่นไรถึงได้ หูเบาไม่เชื่อใจเจ้าเพียงนั้นหากเจ้าจะฆ่านางเหตุใดต้องหนีไปเจ้าแต่เดิมมักขี้ใจน้อย ข้าน่าจะนึกถึงข้อนี้ หากเจ้าจะฆ่านางเจ้าจะต้องยืนกรานเพื่อที่จะรอคอยผลว่านางจะต้องตายอย่างแน่นอนแต่ รอยน้ำตาของเจ้าทำให้ข้ารู้ว่า จิวอันเป็นคนเข้มแข็งนางไม่มีหยาดน้ำตาง่ายๆ ”
“เสด็จพ่อตั้งแต่เล็กจนโตจิวอันเคยร้องไห้เพียงครั้งเดียว ครั้งน้้นจิวอันจำได้ขึ้นใจ ว่านางกำนัลข้างกายเสด็จแม่บอกกับจิวอัน ว่าเสด็จพ่อไม่รักจิวอันทรงมีองค์หญิงคนใหม่ จิวอันถึงกลับนำเรื่องนี้ไปถามเสด็จพ่อด้วยตัวเอง”หวงฉีจิ้งยิ้ม
“ข้าในตอนนั้นต้องลงทุนอธิบายเจ้าเสียยกใหญ่ลืมเวลาประชุมเหล่าขุนนาง นึกแล้วยังอดขำไม่ได้ เจ้าสเองก็หลับไปบนตักข้าพร้อมกับรอยน้ำตา ตื่นมาก็ถึงจะเข้าใจว่าที่ข้าพูดไปทั้งหมด”
“องค์หญิงเวลามีเหตุผลน่าเอ็นดูไม่น้อย คราวหลัง ก็ควรจะใช้เหตุผลให้มาก”ปาหวางอ๋องพูดยิ้มๆ
“เสด็จพ่ออ้ายฉิงนาง เป็นอย่างไรบ้าง”หวงฉีจิ้งถอนหายใจยาว จิวอันเหลือบตามอง ปาหวางอ๋องที่มีสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย
“ใต้เท้าเหว่ย อำนาจสั่งการที่นี่ควรเป็นใต้เท้าข้าน้อย จำต้องรีบเดินทางกลับไปอารักขาฝ่าบาทพร้อมขบวนเสด็จกลับมาที่นี่”
“ท่านอ๋อง คงต้องาอศัยท่านอ๋องแล้ว เหว่ยจื่อหยวนอยู่ทางนี้จะเตรียมการต้อนรับฝ่าบาทอย่างยิ่งใหญ่”
ตงเกากระโดดขึ้นบนหลังม้า เฉิงอู๋อ๋องกระตุกบังเหียนม้าให้พุ่งทะยานจากวังหลวงไปในทันที
เขาเจ็ดยอดเซียน
“ฝ่าบาทถึงแล้วที่นั่นเป็นที่พำนักของท่านเซียนหญิงผู้หนึ่ง”เป้ยปินประสานมือ
“ข้าต้องทำอย่างไร”
“มีเรื่องเล่าขานว่าท่านเซียนจะช่วยเฉพาะคนที่สามารถประมือกับท่านเซียนได้ถึงสามกระบวนท่าเท่านั้น”
ยื่นมือรับกระบี่จากมือของเป้ยปิน
“ฝ่าบาทข้าน้อยยินดี ประมือกับท่านเซียนแทนฝ่าบาท”
“ให้ข้าได้ลอง”โฮ๋วตัวฉินพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
ก้าวขาเข้าไปในถ้ำใหญ่ ร่างชราของเซียนหญิงนั่งอยู่บนแท่นหินหลับตานิ่งท่าทีน่าเกรงขาม โฮ๋วตัวฉิน ไม่มีโอกาสรู้ว่า ท่านเซียนผู้นี้คืออาจารย์ของอ้ายจิงคนที่ยอมมอบยาถอนพิษให้อ้ายจิงในครั้งนั้นและเป็นคนที่สร้างแผ่นหนังอัปลักษณ์ปิดบังใบหน้าให้กับอ้ายฉิงนั่นเอง
“ท่านเซียน ข้าน้อยมาขอให้ช่วย”
“ข้ารู้แล้วกลับไปเสีย ข้าไม่อาจช่วยได้”
“แต่ท่านเซียน คนกำลังจะตายท่านจะไม่ใจดำไปหน่อยหรือ”
“ยาถอนพิษนั่นข้าเคยให้คนผู้หนึ่งไปเมื่อสิบแปดปีที่แล้วบัดนี้ไม่มียานั่นอยู่อีกแล้ว”
“ทำไมกัน ท่านไม่มียาถอนพิษทั้งๆ ที่ข้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่”
“ยานั้น ข้า เคี่ยวมันขึ้นมาได้ครั้งละหนึ่งเม็ดสามารถถอนพิษได้ทุกชนิดแต่ รู้หรือไม่กว่าจะเคี่ยวยาถอนสารพัดพิษขึ้นมาได้ข้าต้องบำเพ็ญเพียรถึง20ปีนี่พึ่งจะผ่านไป18ปีอีกอย่างข้าสัมผัสได้ว่ายาเม็ดนั้นยังไม่ถูกใช้”
“ยังไม่ถูกใช้แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน”
“นั้นเป็นพวกเจ้าที่ต้องไปเสาะหากันเอง ข้าบอกได้เพียงเท่านี้”
“ท่านเซียนได้โปรดชี้เบาะแส”
“ข้าช่วยได้เท่านั้น เจ้าเพียงแค่ ตามหาคนที่ เคยมารับยาถอนพิษไปก็จะรู้ว่ายาเม็ดนั้นยังไม่ถูกใช้ไปอย่างที่ข้าบอกจริงๆ ”