ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 ยอดฝีมืออะไรกัน? ต้องเรียกว่าตัวพ่อ!

            ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านั้นประหลาดล้ำเกินบรรยายราวกับเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นกลางวันแสกๆ

            “เอ๊ะ? พวกเขา... ตายได้ยังไง?”

            จ้าวสวินเองก็ตกตะลึงจนตาค้างกว่าจะตั้งสติกลับมาได้ก็นานโข

            แม้ก่อนหน้านี้เขาจะถูกนักฆ่าสองคนลอบโจมตีจนสำเร็จและรับสกิลเข้าไปเต็มๆ ถึงสองครั้ง

            แต่ทว่าก่อนหน้านั้นค่าพลังชีวิตของเขายังเหลืออยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

            ประกอบกับนักฆ่าทั้งสองคนมีเลเวลไล่เลี่ยกับเขา

            ดังนั้นหลังจากการลอบโจมตีผ่านไปหนึ่งระลอกพลังชีวิตของเขาจึงยังเหลืออยู่ราว 7 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ถูกกวาดจนเกลี้ยงหลอด

            ทว่าในวินาทีนี้เมื่อเห็นชัดๆ ว่าตัวเองที่โดนอัดกลับไม่ตาย แต่ไอ้คนลงมือดันสิ้นชีพไปก่อน...

            คราวนี้จ้าวสวินถึงกับมึนตึ้บไปเลยจริงๆ...

            ในขณะที่จ้าวสวินและเหวินถิงกำลังขบคิดอย่างหนักว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            ทันใดนั้นภายในช่องแชตทีมของทั้งคู่ ก็มีข้อความตัวหนาจาก 'นิรนาม'ปรากฏขึ้น

            “พี่น้องครับขอให้ทุกคนรีบกระจายตัวกันออกไปตามหาเพื่อนร่วมชาติชาวเสินเซี่ยในพื้นที่อื่นๆของเขตสงครามทรายโลหิตโดยเร็วที่สุดจากนั้นให้แชร์เอฟเฟกต์รัศมีในตัวให้พวกเขาด้วย”

            “เรื่องนี้สำคัญมาก ขอให้ทุกคนรีบหน่อยนะครับ!”

            …

            “เอฟเฟกต์รัศมี?”

            เมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏในช่องแชตทีมจ้าวสวินก็ก้มลงมองเอฟเฟกต์รัศมีบนตัวตามสัญชาตญาณทันที

            แต่เพียงแค่เขามองแวบเดียวเท่านั้นแหละ

            “พระเจ้า! สะท้อนดาเมจ 10,000 เปอร์เซ็นต์? ระยะครอบคลุม 10,000 ตารางกิโลเมตร?”

            พรวด!

            ในที่สุดจ้าวสวินก็หายใจไม่ทัน ตาเหลือกและเป็นลมล้มพับไปทันที

            เขาถึงกับตกใจจนช็อกหมดสติไปจริงๆ...

            ...

            ในเวลาเดียวกันณ เขตสงครามทรายโลหิต ภายในเขตปลอดภัย เมืองพาราณสีของประเทศเสินหนิวในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราห้องหนึ่ง

            “ท่านผู้บัญชาการครับ นี่คือชานมอัสสัมที่ท่านต้องการครับ”

            ชายหนุ่มร่างผอมบางถือถาดเดินเข้ามาก่อนจะกล่าวอย่างพินอบพิเทาต่อชายชาวเอเชียใต้ผิวเข้มตาโหลที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธาน

            “อืม”

            ชายชาวเอเชียใต้พยักหน้ารับถ้วยชาจากถาดมาจิบเบาๆ คำหนึ่ง แล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างพึงพอใจ

            เขาชื่อจาคุรูไม่เพียงแต่เป็นพ่อมด เลเวล 200 เท่านั้นแต่ยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของพันธมิตรสามประเทศในเขตสงครามทรายโลหิตอีกด้วย

            ความจริงแล้วเขตสงครามทรายโลหิตเป็นเพียงพื้นที่ที่เป็นกลางเลเวลต่ำเดิมทีไม่จำเป็นต้องมีผู้บัญชาการแต่อย่างใด

            ทว่าในครั้งนี้เพื่อให้สามารถยึดครองเขตสงครามทรายโลหิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้นทางพันธมิตรสามประเทศจึงได้ส่งจาคุรูมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เขาคอยสั่งการผู้ใช้อาชีพวางกลยุทธ์ และควบคุมสถานการณ์รบ

            และแผนการจู่โจมเมืองกระดูกโลหิตเพื่อล้อมปราบผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยก่อนหน้านี้ก็คือฝีมือการวางแผนของเขาทั้งสิ้น

            “สถานการณ์แนวหน้าเป็นยังไงบ้างแล้ว?”

            จาคุรูเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ

            “เรียนท่านผู้บัญชาการ ตามรายงานข่าวกรองที่ส่งกลับมาก่อนหน้านี้สถานการณ์แนวหน้ายังคงเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ครับทางประเทศเสินเซี่ยไม่ได้เตรียมตัวรับมือเลยแม้แต่น้อยนอกจากจะไม่มีการโต้กลับที่มีประสิทธิภาพแล้วแม้แต่พวกผู้ใช้อาชีพที่ออกไปเก็บเลเวลข้างนอก ก็ถูกผู้ใช้อาชีพของพวกเราลอบโจมตีและรุมล้อมกรอบไว้หมดแล้วครับ”ชายหนุ่มร่างผอมตอบตามความจริง

            “โอ้? อย่างนั้นรึ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของจาคุรุก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ก่อนจะกล่าวอย่างโอหังว่า“ดูท่าเขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้คงจะตกอยู่ในกำมือของพันธมิตรสามประเทศของเราในอีกไม่ช้า...”

            เขายังพูดไม่ทันจบก็เห็นชายหนุ่มร่างผอมข้างกายสีหน้าเปลี่ยนไปกะทันหัน

            “แย่แล้ว”

            “หือ? เจี่ยอี เจ้าเป็นอะไรไป?”

            “เรียน... เรียนท่านผู้บัญชาการ แนวหน้าเพิ่งส่งรายงานด่วนกลับมาครับผู้ใช้อาชีพของพันธมิตรสามประเทศเรา... ดู... ดูเหมือนว่ากำลังตายกันเป็นเบือแถมความเร็วในการล้มตายยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยครับ” ชายหนุ่มที่ชื่อเจี่ยอีกล่าวเสียงสั่น

            “ว่าไงนะ? ตายเป็นเบือ?”

            ขวับ!

            สิ้นคำนั้นจาคุรูตกใจจนแทบกระโดดพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เขาคว้าไหล่ของเจี่ยอีแล้วแผดเสียงถาม“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ผู้ใช้อาชีพของพวกเราจะเริ่มล้มตายมหาศาลโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยได้ยังไง? ทางเสินเซี่ยนั่นไม่ได้เตรียมตัวเลยไม่ใช่รึไง”

            “ระ... เรื่องนี้... ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ...”

            เจี่ยอีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“แต่ตามข้อมูลที่แนวหน้าเพิ่งส่งมา ภายในเวลาสั้นๆแค่ครึ่งชั่วโมงนี้ผู้ใช้อาชีพของพันธมิตรสามประเทศเราเสียชีวิตไปแล้วกว่าเจ็ดพันคนครับ...”

            “อะไรนะ? ครึ่งชั่วโมง... ตายไปเจ็ด... เจ็ดพันกว่าคน?”

            จาคุรูได้ยินดังนั้นก็แทบจะช็อกจนสลบคาที่รีบแผดเสียงตะโกนสั่งการทันที “เร็วสั่งให้ผู้ใช้อาชีพของพันธมิตรสามประเทศเราทุกคนถอยกลับมาเดี๋ยวนี้ห้ามไปล้อมโจมตีพวกผู้ใช้อาชีพเสินเซี่ยนั่นอีก”

            พูดมาถึงตรงนี้เขายังรู้สึกไม่วางใจ จึงรีบเสริมอย่างร้อนรนว่า “แล้วก็ก่อนที่จะรู้ชัดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่สั่งให้พวกมันทุกคนอุดอู้อยู่แต่ในเขตปลอดภัย ห้ามใครออกไปข้างนอกเด็ดขาด”

            “ครับ!”

            ...

            “เอฟเฟกต์รัศมีพิพากษานี่มันเป็นของอัศวินสายซัพพอร์ตท่านไหนกันครับเนี่ยถึงได้สะท้อนดาเมจแรงถึง 10,000% ขนาดนี้?”

            “ยอดฝีมืออะไรกัน? ต้องเรียกว่าตัวพ่อแล้ว!”

            “ใช่ๆๆ ตัวพ่ออัศวินท่านไหนจะเทพปานนี้รีบปรากฏตัวออกมาให้ผู้น้อยเปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะครับ”

            “ขอบพระคุณท่านที่ช่วยชีวิตครับ เมื่อกี้ถ้าไม่มีเอฟเฟกต์รัศมีอันนี้ผมคงกลายเป็นศพไปแล้ว”

            “นั่นดิๆ เมื่อกี้ผมกำลังเก็บเลเวลอยู่ดีๆดันโดนไอ้พวกคนขายชาติเจ็ดคนรุมล้อมลอบโจมตี บอกตามตรงตอนนั้นผมเตรียมพิมพ์จดหมายลาตายส่งให้พ่อแม่แล้วด้วยซ้ำ แต่ใครจะนึกว่าจู่ๆจะมีคนเชิญเข้าทีม ทำให้ผมได้รับเอฟเฟกต์รัศมีนี้สะท้อนไอ้เจ็ดคนนั้นตายคาที่ไปเลย... ตอนนั้นผมอึ้งไปเลยจริงๆ”

            “ผมก็เหมือนกันเมื่อกี้ผมเพิ่งสะท้อนพวกผู้ใช้อาชีพระดับสูงของประเทศเสินหนิวตายไปห้าคนนอกจากจะได้ของดรอปมาเพียบแบบฟรีๆ แล้ว เลเวลยังอัปขึ้นมาสองเลเวลรวดเลยด้วย”

            “หึ แค่นั้นจะไปนับอะไร ผมนี่อัปตั้งสามเลเวลแน่ะเอฟเฟกต์รัศมีนี่มันโคตรขี้โกงเลย ตอนนี้แทนที่จะกังวลเรื่องโดนลอบโจมตีผมล่ะอยากเจอพวกหน้าหมาจากประเทศศัตรูเพิ่มอีกสักหน่อยจริงๆ”

            “แต่นี่มันไม่เหลือเชื่อไปหน่อยเหรอ? ผมจำได้ว่าเอฟเฟกต์สะท้อนของรัศมีพิพากษาของพาลาดินมันแค่1 เปอร์เซ็นต์เองไม่ใช่เหรอ แถมระยะครอบคลุมก็แค่ 1 ตารางกิโลเมตรเอง แล้วไอ้สะท้อน 10,000 เปอร์เซ็นต์กับระยะ10,000 ตารางกิโลเมตรนี่มันบั๊กอะไรกันเนี่ย”

            “เรื่องนี้... หรือว่ากฎของระบบมันจะเกิดบั๊กขึ้นมา?”

            “ผมว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้สูงมาก”

            “ใช่แล้ว เอฟเฟกต์รัศมีที่โหดระดับทำลายสมดุลขนาดนี้ถ้าเป็นพาลาดินปล่อยออกมาได้จริงๆอย่างน้อยเขาก็ต้องเป็นผู้ใช้อาชีพระดับเทพเจ้าแล้วสิทำไมป่านนี้ผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อเลยล่ะ?”

            “ดูท่าสวรรค์จะยังคุ้มครองประเทศเสินเซี่ยของเราอยู่นะ”

            “พี่น้องครับ เอฟเฟกต์รัศมีนี่เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นทุกคนช่วยกันหน่อย พยายามช่วยเพื่อนร่วมชาติให้ได้มากที่สุดแล้วสะท้อนไอ้พวกหน้าหมาจากพันธมิตรสามประเทศให้ตายให้หมด!”

            “ใช่แล้ว สะท้อนพวกมันให้ตาย สะท้อนมันเข้าไป ฮ่าๆๆๆๆๆ!”

            ...

            “นายท่านขอรับ ดูเหมือนแผนการของท่านจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยนะขอรับ”

            เมื่อมองข้อความที่เด้งขึ้นมาไม่หยุดในช่องแชตทีมออสการ์ก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างออกมา

            “หึๆ นี่ก็ต้องขอบใจนายด้วยที่เตือนสติฉันไม่อย่างนั้นฉันก็คงนึกไม่ออกว่าจะช่วยคนจำนวนมากขนาดนี้ในคราวเดียวได้ยังไง”ลู่เซิ่งเองก็เผยรอยยิ้มอย่างโล่งอก พร้อมกับตบหัวโตๆของออสการ์อย่างเอ็นดู

            “นายท่านชมเกินไปแล้วขอรับ...”

            ออสการ์เขินจนหน้าแดงระเรื่อกำลังคิดจะอาศัยจังหวะนี้เยินยอประจบประแจงต่อเสียหน่อย

            แต่ทว่าในจังหวะนั้นเองชื่อที่คุ้นเคยสองชื่อก็พลันปรากฏขึ้นในช่องแชตของทีม...

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน