ฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ

    ตอนที่ 53 เข้าเรียนก่อนกำหนด

    “คนพวกนี้เป็นใครกันแน่ ตามหลักแล้ว ในเมื่อพวกเขาไล่ล่าจิ่งเต้าเซียน ก็น่าจะเป็นทหารหรือเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ คนพวกนั้นจะขับรถชนพลเมืองธรรมดาเหรอ”


    โจวเหวินขมวดคิ้วแล้วคิดต่อ “ฉันกับจิ่งเต้าเซียนไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันตั้งแต่แรก หรือว่าคนพวกนั้นจะรู้เรื่องที่จิ่งเต้าเซียนมอบคัมภีร์สะกดเซียนให้ฉันแล้ว และคิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกับจิ่งเต้าเซียน”


    ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างร้ายแรง ดูจากการกระทำของผู้หญิงเมื่อครู่นี้แล้ว คนพวกนั้นก็อาจจะทำได้ทุกเรื่อง


    โจวเหวินหันหลังเดินกลับโดยที่ไม่ไปซื้อของแล้ว ขณะเดียวกันก็โทรไปหาหลี่เสวียน


    “โจวเหวิน นายเป็นฝ่ายโทรหาฉันก่อนเหรอ หายากจริง ๆ นะ” หลี่เสวียนพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ในสายมีเสียงรบกวนดังมาก มีทั้งเสียงดนตรีกับเสียงตะโกน


    “หาที่เงียบ ๆ หน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” โจวเหวินกล่าว


    “รอแป๊บ นายอย่าเพิ่งวางสาย” ไม่นานนักในสายก็เงียบลง เสียงของหลี่เสวียนดังขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้นายมีเรื่องอะไรก็ว่ามาได้แล้ว”


    “พอมีวิธีให้ฉันรายงานเข้าเรียนได้ตั้งแต่ตอนนี้ไหม” โจวเหวินคิดดูแล้ว ตอนนี้มีแค่ทางเดียวเท่านั้นคือ เขาต้องรีบเข้ามหาวิทยาลัย


    หลังจากเกิดพายุมิติต่างมิติ มหาวิทยาลัยในปัจจุบันก็แตกต่างจากในอดีต โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยซีหยางที่มีกองทัพอยู่เบื้องหลัง ต่อให้เป็นฝ่ายรัฐบาล ถ้าไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ก็ไม่สามารถเข้าไปจับคนในมหาวิทยาลัยซีหยาง


    มหาวิทยาลัยซีหยางมีระบบการบริหารแบบกึ่งปิด ตราบใดที่เขาไม่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัย คนนอกก็จะไม่สามารถขับรถชนเขาเหมือนอย่างวันนี้


    อีกทั้งการที่อีกฝ่ายกระทำโดยที่ไม่มีความเกรงกลัวขนาดนี้ หากเขาอยู่ที่บ้านของหลี่เสวียนต่อ ก็อาจจะทำให้หลี่เสวียนต้องเดือดร้อนไปด้วย


    “ไม่มีปัญหา ฉันจะจัดการให้ทันที บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ถ้าบอกไม่ได้ก็ถือซะว่าฉันไม่ได้ถาม” หลี่เสวียนกล่าว


    โจวเหวินไม่มีท่าทีจะปกปิด เขาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แต่ยกเว้นเรื่องที่จิ่งเต้าเซียนคุยกับเขา และบังคับมอบคัมภีร์สะกดเซียนให้เขา


    “อะไรนะ นายไปเจอกับปีศาจร้ายจิ่งเต้าเซียนนั่นเหรอ” หลี่เสวียนอุทานอย่างตื่นตระหนก


    “ฉันก็ไม่ได้อยากเจอเขาเหมือนกัน นี่แค่เจอหน้ากันครั้งเดียว ก็สร้างปัญหาใหญ่โตขนาดนี้แล้ว” โจวเหวินพูดอย่างขมขื่น


    หลี่เสวียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายไปรอฉันที่บ้าน ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้ มีเรื่องบางอย่างที่ไม่สะดวกคุยผ่านโทรศัพท์”


    หลังจากวางสาย โจวเหวินกลับถึงบ้านของหลี่เสวียนได้ไม่นาน หลี่เสวียนก็ขับรถกลับมา


    “ถ้าเดาไม่ผิด คนที่ไล่ล่าจิ่งเต้าเซียนกับผู้หญิงที่ขับรถชนนาย น่าจะเป็นคนของหน่วยตรวจสอบพิเศษ” หลี่เสวียนปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ก่อนจะพูดกับโจวเหวินอย่างเสียงเบา


    “หน่วยตรวจสอบพิเศษเป็นหน่วยงานอะไรเหรอ ขึ้นตรงกับกองทัพหรือว่าตำรวจ” โจวเหวินไม่เคยได้ยินชื่อหน่วยงานนี้มาก่อน


    “ไม่ใช่ทั้งคู่” หลี่เสวียนส่ายหน้าพูด “หน่วยนี้มีหน้าที่จัดการเหตุการณ์พิเศษโดยเฉพาะ มีอำนาจอิสระมาก หลายครั้งไม่ต้องทำงานตามขั้นตอนกฎหมาย กล่าวได้ว่าไม่เกี่ยงวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย เบื้องหลังเคยทำเรื่องสกปรกมากมาย ภายในสหพันธ์มีการถกเถียงถึงหน่วยงานนี้ ผู้คนจำนวนมากที่เกลียดหน่วยงานนี้ ต่างเรียกคนในหน่วยงานนี้ว่าไฮยีนา”


    โจวเหวินสีหน้าเคร่งขรึม ดูจากชื่อเรียกไฮยีนา ก็รู้ได้ว่าหน่วยงานนี้เป็นคนอย่างไร


    กล่าวได้ว่าไฮยีนาเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์และสกปรกที่สุดในธรรมชาติ พวกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย เมื่อกัดแล้วจะไม่ยอมปล่อย อีกทั้งยังชอบออกตัวเป็นฝูง


    “นายตัดสินใจเข้าเรียนก่อนกำหนดถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว ถึงแม้หน่วยตรวจสอบพิเศษจะมีอำนาจมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง ต้องแอบเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ เท่านั้น หลังจากนายเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว พวกเขาก็จะเล่นงานนายได้ยากขึ้น แต่ยังไงเสียก็ต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะกัดนายไม่ปล่อย และเกิดเรื่องขึ้นในสักวันหนึ่ง” 


    หลี่เสวียนครุ่นคิดแล้วพูด “นายเข้ามหาวิทยาลัยก่อน เดี๋ยวฉันจะกลับไปปรึกษาพ่อ เขาน่าจะมีเส้นสายกับหน่วยตรวจสอบพิเศษ สืบดูก่อนว่าพวกเขามีเป้าหมายอะไรกับนาย ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็จะหาเส้นสายช่วยจัดการเรื่องนี้”


    โจวเหวินไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหลี่เสวียน แต่ก็ไม่ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่หลี่เสวียน


    “พลัง ฉันต้องการพลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าฉันแข็งแกร่งได้เหมือนกับจิ่งเซียนเต้า ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวหน่วยตรวจสอบพิเศษ” โจวเหวินตาลุกวาว


    เขารู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หมายเอาชีวิตเขา แต่การขับรถพุ่งชนเขาอย่างไม่ลังเลแบบนี้ ต่อให้หน่วยตรวจสอบพิเศษจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันจบง่าย ๆ แน่นอน


    หลี่เสวียนจัดการเรื่องการรายงานตัวเข้าเรียนเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาอ้างว่าอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำ จึงขอเข้าเรียนก่อนกำหนดพร้อมกับโจวเหวิน


    แต่ตอนที่หลี่เสวียนเล่าเรื่องนี้ให้โจวเหวินฟัง เขากลับเผยสีหน้าแปลกประหลาด “เดิมทีฉันอยากลองหาเส้นสาย ช่วยจัดให้พวกเราอยู่ห้องเดียวกัน แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับบอกว่าจัดหอไว้ให้นายเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่สวนสี่ฤดู”


    “สวนสี่ฤดูมีอะไรแปลกเหรอ” โจวเหวินพอเดาได้ว่า สวนสี่ฤดูน่าจะเป็นหอพักที่โอวหยางหลานพูดถึง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าสีหน้าแปลกประหลาดของหลี่เสวียนหมายความว่าอะไร


    “สวนสี่ฤดูเป็นที่อยู่ของนักศึกษาพิเศษ แตกต่างจากหอพักของนักศึกษาทั่วไป นายกับฉันสอบเข้ามาพร้อมกัน ไม่ใช่นักศึกษาพิเศษ ทำไมถึงถูกจัดให้ไปอยู่สวนสี่ฤดู” หลี่เสวียนยิ้มแหะ ๆ “ดูท่านายกับตระกูลอันจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ช่วยจัดหาหอที่สวนสี่ฤดูให้ฉันบ้างได้ไหม”


    “ถ้านายอยากไปอยู่ ก็ไปอยู่กับฉันก็ได้นี่ ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลอัน” โจวเหวินถามด้วยความสงสัย


    “อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ มหาวิทยาลัยซีหยางถูกก่อตั้งขึ้นโดยตระกูลอัน ถึงแม้ในนามจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ แต่ความจริงแล้ว คำพูดของตระกูลอันมีอำนาจในมหาวิทยาลัยซีหยางมากกว่านายกสหพันธ์เสียอีก


    “อย่างนั้นเหรอ” โจวเหวินคาดไม่ถึงว่า มหาวิทยาลัยซีหยางกับตระกูลอันจะมีความเกี่ยวข้องกันขนาดนี้


    “นายไม่รู้จริงดิ งั้นนายเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลอันกันแน่” หลี่เสวียนมองโจวเหวินอย่างสงสัย ถ้าโจวเหวินมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลอันจริง ๆ เขาจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร


    โจวเหวินรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้ต่อหลี่เสวียน จึงพูดตามตรงไปว่า “โจวหลิงเฟิงคือพ่อของฉัน”


    “พรวด !” หลี่เสวียนถึงกับพ่นน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าปากออกมา เบิกตากว้างมองโจวเหวินแล้วกล่าว “นายคือลูกของโจวหลิงเฟิงเหรอ ถ้างั้นโอวหยางหลานก็เป็นแม่เลี้ยงของนาย ส่วนอันจิ้งกับอันเทียนจั่วก็เป็นพี่น้องต่างแม่ของนายสิ ให้ตายเถอะ นายมีที่พึ่งยิ่งใหญ่อย่างตระกูลอัน มีคนใหญ่โตอย่างผู้บัญชาการอันคอยหนุนหลัง นายยังต้องกลัวหน่อยตรวจสอบพิเศษอีกเหรอ แค่นายไปอยู่กับตระกูลอัน ต่อให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบพิเศษมาหา ก็ไม่กล้าทำอะไรนาย”


    “พวกเขาส่วนพวกเขา ฉันส่วนฉัน ฉันไม่ใช่สกุลอันสักหน่อย ไม่ได้เป็นญาติกับพวกเขา ฉันแค่หวังว่าเราจะอยู่กันได้โดยไม่มีปัญหา ทางที่ดีคือต่างคนต่างอยู่” โจวเหวินกล่าว


    “นิสัยของนายเนี่ย ดื้อสุด ๆ ถ้าเป็นฉันจะทำตัวออดอ้อน เอาอกเอาใจโอวหยางหลาน ถึงตอนนั้นอยากได้อะไรก็จะได้อย่างนั้น” หลี่เสวียนพูดล้อเล่น


    “แต่นายไปอยู่สวนสี่ฤดูก็ดีแล้ว ถ้าอยู่ที่นั่น หน่วยตรวจสอบพิเศษก็จะเล่นงานนายได้ยากกว่าเดิม” หลี่เสวียนกล่าวด้วยท่าทีผ่อนคลาย


    คล้ายกับเรื่องฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ ที่คุณอ่าน