TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 143 มีคนท้าทาย

    ตอนที่ 143 มีคนท้าทาย


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    แคลนนิวโฮปภาคเหนือ สถานที่ที่เป็นที่ตั้งของแคลนอันดับแนวหน้าของภาคเหนือ 


    ที่นี่มีสมาชิกแคลนที่สามารถลงเทรดอบิสระดับสีแดงและยังมีเหล่าเด็กฝึกที่มีศักยภาพที่จะลงอบิสสีแดงได้ แม้ว่าพวกเขาจะยังคงเป็นเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกก็ตาม


    อย่างที่ทราบกันว่าเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกกับเวเนเตอร์ดาราแดงหนึ่งแฉก แม้จะห่างกันหนึ่งระดับแต่พลังรบของพวกเขาก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ


    ดาราขาวเก้าแฉกคือผู้ที่ถูกขีดเส้นจำกัดไว้อยู่แค่ตรงนั้น แต่ดาราแดงคือผู้ที่จะสามารถเก้าไปข้างหน้าได้จนกว่าพวกเขาจะถึงขีดจำกัดของขอบเขตแล้วทะลวงต่อไป


    ในแคลนนิวโฮปภาคเหนือแห่งนี้มีเด็กฝึกนับร้อยที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวที่มีความสามารถ และผู้ที่ติดอยู่ในขอบเขตดาราขาวเก้าแฉกก็มีจำนวนหลายสิบคน ซึ่งถือว่าเยอะไม่น้อย


    โดยทั่วไปแล้วเหล่าเด็กฝึกจะถูกฝึกในห้องซีมูเลเตอร์เพื่อจำลองการต่อสู้ที่เสมือนจริง และเมื่อฝึกฝนจนได้ที่แล้ว แคลนก็จะส่งพวกเขาไปลงสนามกับการลงเทรดอบิสจริงๆ


    ซึ่งอบิสระดับสีขาวคือสถานที่ที่แคลนจะใช้ฝึกฝนเด็กฝึกเหล่านี้


    วันนี้เฟิร์สเดินทางมายังแคลนนิวโฮปภาคเหนือเพื่อทำภารกิจชี้แนะเด็กฝึก


    ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังสปีริตมากนัก เพราะที่ผ่านมาอีวาคือคนที่ทะลวงขอบเขตสีแดง ไม่ใช่เขา


    แม้พวกเขาทั้งสองจะส่งผ่านประสบการณ์ในโลกลวง แต่สิ่งที่อีวาทำ เธอเองก็บรรลุได้อย่างไม่รู้ตัว 


    ครูฝึกมือใหม่อย่างเฟิร์สที่มาในวันนี้จึงมาพร้อมกับความรู้ในหัวสมองที่ว่างเปล่า


    ซึ่งกลุ่มเด็กฝึกที่เขาต้องทำการชี้แนะในวันนี้คือกลุ่มเด็กฝึกที่มีการบ่มเพาะเก้าแฉก ซึ่งบางคนมีอายุมากกว่าเขาถึงสิบปีเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นในความรู้สึกเฟิร์สก็ยังคิดว่าตัวเขายังเป็นผู้อาวุโสสำหรับพวกเขาเหล่านี้อยู่ดี แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะดูเหมือนเด็กมัธยมต้นก็ตาม


    “สวัสดีค่ะคุณเฟิร์สวัน เชิญทางนี้” พนักงานของแคลนได้ทำการต้อนรับเฟิร์สอย่างดี


    ความจริงแล้วข่าวลือของเฟิร์สจะถูกเผยแพร่เฉพาะสมาชิกแคลนและระดับสูงของแคลนอื่นๆ แต่เวลาพึ่งผ่านมาไม่กี่วัน ข่าวของเขาก็ยังไม่แพร่มาถึงระดับล่างของแคลน


    ดังนั้นพนักงานระดับล่างและเหล่าเด็กฝึกจึงยังไม่รู้เรื่องนี้


    แต่ถึงอย่างนั้นสมาชิกของแคลนนั้นมีเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องดูแลพวกเขาเหล่านี้อย่างดี


    ซึ่งโดยปกติแล้วสำนักงานแห่งนี้จะไม่ค่อยมีสมาชิกแคลนมาที่นี่มากนัก ถึงแม้ว่าจะมีห้องพักจัดเตรียมไว้ให้ก็ตาม เพราะหากพวกเขาไม่ทำภารกิจ ก็จะกลับไปพักผ่อนส่วนตัว จึงมีน้อยมากที่จะพบเห็นสมาชิกแคลนในสถานที่แห่งนี้ หากไม่มีการเรียกระดมพล


    ดังนั้นผู้ที่อยู่ที่นี่นอกจากฝ่ายบริหารแคลนแล้วก็จะมีเหล่าเด็กฝึกและพนักงานที่ทำงานอยู่ที่นี่มากกว่า


    พนักงานสาวพาเฟิร์สไปที่ห้องหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าเขาก็พบกับกลุ่มคนที่มากกว่าสามสิบคน


    ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปทุกสายตาก็จ้องมองมาที่เขา


    “ทุกคนคะ นี่คือคุณเฟิร์สวัน สมาชิกแคลนที่จะชี้แนะพวกคุณในวันนี้” พนักงานสาวกล่าวแนะนำ


    เนื่องจากเด็กฝึกเหล่านี้เป็นคนของแคลนเช่นกัน พวกเขานั้นติดอยู่ที่ระดับดาราขาวเก้าแฉกไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้ แคลนจึงได้ทำการสับเปลี่ยนหมุนเวียนสมาชิกแคลนตัวจริงมาคอยชี้แนะคนเหล่านี้


    หลายครั้งที่พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีสามารถประสบความสำเร็จบรรลุขอบเขตดาราแดงได้ แคลนส่วนใหญ่จึงมีระบบชี้แนะแบบนี้เพื่อเพิ่มกำลังพลของพวกเขา


    “สวัสดี” เฟิร์สกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ


    เด็กหนุ่มอยู่ในชุดเครื่องแบบของแคลน ด้วยส่วนสูงที่ไม่มากนัก รูปร่างผอมบาง และยังมีหน้าตาวัยละอ่อน จึงทำให้สายตาหลายคู่มองเขาอย่างแปลกๆ


    “นี่น่ะหรอ? คนที่จะมาสอนพวกเราในวันนี้”


    “เดี๋ยวก่อน ... ฉันจำได้ว่าเขาเป็นคนที่อยู่ในข่าวการหายไปในรังมอนสเตอร์ไม่ใช่หรอ?”


    “เอ๊ะ! ข่าวนั้นไม่ใช่ว่าพึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีสองปีนี้ไม่ใช่หรอ? ตอนนี้เขาเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงแล้ว?”


    กลุ่มเด็กฝึกเริ่มซุบซิบนินทาในทันที 


    แม้ข่าวการกวาดล้างอบิสสีขาวของเฟิร์สจะโด่งดังมาก แต่มันก็ถูกพูดต่อกันในนิวโฮปเท่านั้น สำหรับในหมู่แคลนต่างๆ แล้วก็มีสมาชิกบางคนที่ทราบเรื่องนี้เท่านั้น


    จึงไม่แปลกใจเลยหากเด็กฝึกที่อยู่แต่ในสำนักงานแคลนจะไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้


    ตอนนั้นเองหญิงสาวผมแดงที่อายุประมาณยี่สิบต้นๆ ก็เอ่ยขึ้นมา


    “ไม่ทราบว่าคุณคือเวเนเตอร์ดาราแดงจริงๆ หรอ?”


    “คุณสงสัยในความสามารถของผมอย่างนั้นหรอ?” เฟิร์สตอบคำถามด้วยคำถาม


    แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ให้คำตอบกับหญิงสาวกลับไป เมื่อสัญลักษณ์ดาราแดงหนึ่งแฉกบนหน้าผากปรากฏออกมา


    เสียงฮือฮาของเหล่าเด็กฝึกก็ดังขึ้น


    “นี่มันอะไรกันทำไมพวกเขาถึงให้เวเนเตอร์ดาราแดงหนึ่งแฉกมาสอนพวกเรา”


    “นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรอ?”


    “การบ่มเพาะแค่นี้เขาจะช่วยอะไรพวกเราได้”


    เสียงไม่พอใจของเหล่าเด็กฝึกเริ่มดังขึ้น พวกเขาล้วนเป็นเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉก พลังรบนั้นห่างจากดาราแดงหนึ่งแฉกไม่มากนัก ช่องว่างเพียงแค่นี้ก็มาสั่งสอนพวกเขา เด็กคนนี้มีคุณสมบัติอะไรกัน


    จะว่าไปพวกเขาแทบทุกคนแทบจะปรามาทในรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มตั้งแต่แรกแล้ว


    ยิ่งได้ยินข่าวว่าพึ่งฟื้นตื่นจากนิทรามาได้แค่ไม่กี่ปี ก็คิดว่าคงเป็นผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่งเท่านั้น 


    ผู้มีพรสวรรค์แม้จะน่าอิจฉาที่สามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วก็จริง แต่ในหมู่เด็กฝึกเหล่านี้มีใครบ้างที่ไม่เป็นผู้มีพรสวรรค์ พวกเขาแต่ละคนบ่มเพาะมาถึงดาราขาวเก้าแฉกด้วยอายุเพียงเท่านี้ล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ดีทั้งสิ้น


    “หากจะพูดไปเขานั้นอายุน้อยกว่าพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เขามีคุณสมบัติอะไรที่จะมาสั่งสอนพวกเรา”


    ชายคนหนึ่งกล้าเอ่ยคำพูดนี้ออกมา


    ทว่าสีหน้าของเฟิร์สกลับสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรก ตรงกันข้ามกับพนักงานสาวที่มีท่าทางที่ไม่สู้ดีนัก


    “แคลนคิดจะทำอะไรกันแน่ พวกเราต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่านี้มาทำให้พวกเราบรรลุขอบเขต”


    “ใช่ ใช่ ...”


    เสียงของความไม่พอใจเริ่มดังขึ้น


    แต่เฟิร์สกลับไม่ได้แยแสท่าทางเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย


    ทว่าในตอนที่เขาจะเอ่ยอะไรออกไป ชายคนหนึ่งก็พูดแทรกขึ้นมา


    “ใช่แล้ว ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่านายมีคุณสมบัติอะไร หัวหน้าถึงให้นายมาสอนพวกเด็กเหล่านี้” ชายหัวทองในชุดเสื้อยืดกางเกงลายทหารเอ่ยอยู่หน้าประตู


    “คุณกรรไกรเงา!” พนักงานสาวเอ่ยออกมาอย่างตกใจ


    ตอนนั้นเองเมื่อเหล่าเด็กฝึกได้เห็นชายคนนี้ก็รีบลุกขึ้นทักทายเขาในทันที


    “สวัสดีคุณกรรไกรเงา!!!!”


    เนื่องจากกรรไกรเงาเคยชี้แนะพวกเขาเหล่านี้มาแล้ว อีกทั้งยังเคยทำให้หนึ่งในเด็กฝึกสามารถบรรลุขอบเขตดาราแดงได้ เขาจึงได้รับความเคารพจากเหล่าเด็กฝึกเป็นอย่างมาก


    ชายหัวทองยิ้มและยกมือทักทาย ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้อง


    “อย่างที่ฉันถาม นายมีคุณสมบัติอะไรมาสอนพวกเขาเหล่านี้” กรรไกรเงากล่าวคำพูดกดดันออกมา


    เขาคือชายที่มีพลังรบแรงค์ A และเขาก็ได้ยินข่าวลือของเฟิร์สมาแล้ว แต่เขาไม่เชื่อในข่าวลือนั้น


    “มันเป็นตารางงานของฉัน” เฟิร์สเอ่ยด้วยท่าทางที่เรียบเฉย บนใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา


    “แค่เขาให้นายมาสอน นายก็มาสอนได้อย่างนั้นหรอ?” กรรไกรเงาไม่เลิกที่จะท้าทายเฟิร์ส


    “นายต้องการอะไร?” เฟิร์สเอ่ยเสียงต่ำ


    กรรไกรเงาแสยะยิ้มและยักไหล่ด้วยท่าทางที่ยียวน


    “ฉันต้องการทดสอบคุณสมบัติของนายยังไงล่ะ”


    “อ่อ ... ถ้าเป็นแบบนี้คุณน่าจะบอกผมมาตรงๆ จะได้ไม่ต้องแสดงท่าทางที่น่ารังเกียจแบบนี้ออกมา” เฟิร์สตอบกลับด้วยท่าทางที่เฉยชา


    แต่ทว่าสีหน้าของกรรไกรเงากลับเปลี่ยนไป


    “นายว่ายังไงนะ!”


    “มาสิ ... อยากจะสู้ก็สู้ ระดับพวกเราแล้วไม่มีอะไรให้ต้องพูดมาก” เฟิร์สทำท่าทีจะเดินออกจากห้องเพื่อไปยังสนามประลอง แต่เขาก็ได้หยุดเท้าลงแล้วหันหลังกลับไป


    “ส่วนพวกนาย จะตามมาดูก็ได้นะ ถือว่าการดูการต่อสู้นี้เป็นชี้แนะจากฉันในคาบนี้เลยก็แล้วกัน”


    ทันทีที่กล่าวจบเฟิร์สก็เดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย


    ส่วนกรรไกรเงาก็รีบเดินตามเขาออกไปในทันที


    แน่นอนว่าเหล่าเด็กฝึกย่อมไม่พลาดการชมการต่อสู้ของเวเนเตอร์ดาราแดง เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น แล้วพวกเขาทั้งหมดก็เฮโลกันไปที่สนามประลอง

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน