นานนับชั่วยามที่กลุ่มพยัคฆ์เหล็กใช้ร่างของอสูรกายทั้งสามตัวเป็นที่ฝึกฝนทักษะฝ่ามือเมฆนภา แต่ทว่ายังไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จ ไกลออกไปเกือบครึ่งลี้ได้มีชายฉกรรจ์สองคนสวมชุดสีเทาดวงตาสีแดงก่ำ ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งกำหมัดทั้งสองแน่นจ้องมองพวกจินหยางอย่างไม่วางตา
“ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี แต่ตอนนี้เรายังทำสิ่งใดไม่ได้ อีกอย่างพวกมันทั้งสามเป็นเพียงตัวทดลองที่ผู้อาวุโสมอบให้มาหยั่งเชิงสำนักกระบี่วิญญาณ ข้าเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะมีกลุ่มพวกนั้นอยู่ที่นี่โดยเฉพาะเด็กหนุ่มนั่น ดูเหมือนว่ามันผู้นี้จะคุ้นเคยกับมารโลหิตพวกนั้นเป็นอย่างดี แต่ทว่าหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่เคยพบเห็นผู้ใดมีความสามารถเช่นนี้มาก่อน”
“หรือว่าเจ้าเด็กนั่นจะไม่ใช่คนแผ่นดินภาคกลางแห่งนี้”
“ไม่น่าเป็นไปได้ ตอนนี้แอบติดตามพวกเขาไปก่อน เมื่อถึงเวลาค่อยหาทางจัดการเด็กหนุ่มนั่น หากไม่เช่นนั้นอาจเป็นปัญหากับแผนการของเราในอนาคต”
“ข้าอยากรู้ว่าเด็กนั่นมีความสามารถพอที่จะรับมือง้าวอสรพิษของข้าหรือไม่ มันไม่ได้ดื่มเลือดมานานมากแล้ว”
“รอก่อนเถอะเจ้าได้ประมือกับเด็กหนุ่มผู้นั้นแน่”
ทันใดนั้นเองได้มีนกพิราบตัวหนึ่งบินลงมาเกาะที่ไหล่ขวาของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง เขารีบแกะบางอย่างออกจากข้อเท้าของนกพิราบ เป็นกระดาษขนาดเล็กเขียนอักษรด้านใน
“ผู้อาวุโสมีคำสั่งให้เราทั้งสองกวาดล้างสำนักกระบี่วิญญาณที่ฉงชิ่งก่อนเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้แก่พันธมิตรสวรรค์ก่อนการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น”
“ดี แต่ก่อนที่จะจัดการกับสำนักกระบี่วิญญาณข้าของเล่นกับเด็กหนุ่มนั่นก่อนก็แล้วกัน”
หลังจากนั้นไม่นานพวกจางหลงก็ออกเดินทางไปที่เมืองหลวงฉงชิ่งโดยมีเป้าหมายคือกวาดล้างตระกูลหยาง การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น อาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าทั้งหมดแวะพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งก่อนเข้าเขตเมืองหลวง โดยผู้คนในหมู่บ้านต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะหม่าเวยรู้จักสนิทและคุ้นเคยกับหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากทานอาหารจนอิ่มทั้งหมดก็แยกย้ายกันเข้านอน ย่างเข้ายามโฉ่วในระหว่างที่ผู้คนหลับใหลจินหยางได้สัมผัสบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาทางหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว จางหลงเองก็สัมผัสได้เช่นกันเขาจึงรีบปลุกทุกคนให้ตื่น
“หม่าเวย เจ้ารีบไปแจ้งแก่หัวหน้าหมู่บ้านให้รีบพาคนในหมู่บ้านหลบออกไปจากที่นี่ก่อน มีบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ เฉินจิน ผิงผิง พวกเจ้าทั้งสองติดตามหม่าเวยไปคุ้มกันชาวบ้าน หากชาวบ้านได้ที่หลบภัยแล้วค่อยย้อนกลับมาช่วยพวกข้า”
“ขอรับท่านหัวหน้า”
ทันทีที่ทั้งสามตอบรับก็รีบออกไปจากบ้านพัก จางหลงหรี่ตามองไปที่จินหยาง
“ออกไปดูกันเถอะว่าเป็นผู้ใดกันที่แผ่จิตสังหารออกมามากมายเช่นนั้น”
ชั่วน้ำเดือดจางหลง จินหยาง คงอู๋ และเย่หยางก็พบกับกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนปรากฏกายที่ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน มีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ถือง้าวแปลกประหลาดในมือขวา มีปลายแหลมคมด้านข้างมีใบมีดติดอยู่ ทั้งสองข้าง จางหลงเห็นง้าวในมือชายฉกรรจ์ถึงกับตื่นตกใจ
“ฉีหมิงสำนักทลายฟ้า”
“โอ้ ไม่คิดว่าจะมีคนรู้จักข้า”
ฉีหมิงยกง้าวในมือชี้มาทางจินหยางพร้อมกับยกยิ้ม
“เมื่อตอนกลางวันเจ้าเล่นสนุกกับคนของข้าเป็นอย่างไรบ้าง? ข้ามาที่นี่เพื่อมาเล่นสนุกกับเจ้าไอ้หนู”
สิ้นเสียงกล่าวฉีหมิงกระโดดฟาดฟันง้าวในมือ จินหยางชักกระบี่ขึ้นมาต้านรับพร้อมกับยกเท้าซ้ายต้านรับเท้าขวาของฉีหมิงที่เตะเข้ามา เคร้ง! เปรี้ยง!
“ถูกใจข้ายิ่งนัก”
ฉีหมิงแสยะยิ้มดึงง้าวออกไปด้านหลังพร้อมกับแทงออกไปด้านหน้า จินหยางโยกตัวหลบไปทางขวาฟาดฟันกระบี่ ปราณกระบี่พุ่งทะยาน ฉีหมิงยกยิ้มโยกตัวหลบไปทางขวาเพื่อหลบปราณกระบี่ จินหยางก้มตัวลงกับพื้นถีบเท้าขวาพุ่งเข้าประชิดตวัดกระบี่ขึ้นด้านบน ฉีหมิงถีบเท้าซ้ายม้วนหลังหลบออกไป จินหยางถีบเท้ากระโดดขึ้นบนท้องฟ้าฟาดฟันกระบี่อีกครั้ง
“รวดเร็วจริงนะไอ้เด็กเวร”
ปราณกระบี่ของจินหยางกรีดไปที่หัวไหล่ด้านขวาของฉีหมิงเลือดพุ่งกระฉูด
“บัดซบ!!”
ปราณสีแดงแผ่ออกมาจากง้าวในมือของฉีหมิง เขาตั้งท่าดึงง้าวไปด้านหลังในท่าเตรียมแทง จินหยางหรี่ตามองไปที่ด้านหลังพบเห็นจางหลงกำลังปะทะกับกลุ่มคนที่ติดตามฉีหมิงมา เขาจึงถีบเท้าพุ่งออกไปจากหมู่บ้าน ฉีหมิงถึงกับสบถออกมาเสียงดังลั่น
“คิดหนีอย่างนั้นรึไอ้เด็กเวร”
จินหยางแสยะยิ้มชะลอฝีเท้า ทันทีที่ฉีหมิงพุ่งเข้ามาใกล้เขาก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก ฉีหมิงฟาดฟันง้าวในมือด้วยความโกรธที่ถูกเด็กหนุ่มด้านหน้าหลอก ปราณง้าวสีแดงพุ่งทะยานประดุจห่าฝน ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกหักโค่นพื้นดินถูกทำลายเป็นบ่อหลุม ชั่วน้ำเดือนจินหยางก็หยุดฝีเท้าหันกับมาฟาดฟันกระบี่ในมือ ฉีหมิงที่กำลังกระโดดเข้ามาถึงกับตื่นตกใจดวงตาเบิกโพลงตวัดง้าวในมือต้านรับปราณกระบี่ เปรี้ยง ฉีหมิงกระเด็นออกไปด้านหลังหลายสิบก้าว
“ออกมาไกลเท่านี่คงจะเพียงพอแล้ว”
จินหยางยกมือซ้ายขึ้นกวักเรียก
“เข้ามาเถอะข้าอย่างรู้ว่าท่านจะสามารถรับมือข้าได้มากแค่ไหนหากข้าเอาจริง”
ฉีหมิงใช้ฝ่ามือซ้ายปาดเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก ทันใดนั้นเองเขาต้องรีบตั้งท่าเตรียมพร้อมเพราะอยู่ ๆ เขาก็สัมผัสพลังปราณมหาศาลกดทับเขาเอาไว้ เขาร้องคำรามระเบิดพลังปราณออกมาอย่างสุดกำลัง ตูม!! ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เขาหมุนตัวฟาดฟันง้าวในมือใน ปราณง้าวสีแดงพุ่งออกจากฉีหมิงรอบทิศทาง จินหยางถีบเท้ากระโดดขึ้นท้องฟ้าแทงกระบี่ในมือลงมา ฉีหมิงรีบแทงง้าวในมือเข้าปะทะ เคร้ง! ต่างฝ่ายต่างแผ่ลมปราณไปที่อาวุธคู่ใจ ฉีหมิงขมวดคิ้วทั้งสองขึ้นเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง ง้าวอสรพิษอาวุธคู่ใจเกิดรอยร้าว ไม่ถึงครึ่งลมหายง้าวในมือก็ถูกทำลาย จินหยางสะบัดกระบี่ในมือ คมกระบี่กรีดไปที่หน้าอกและหน้าท้องของฉีหมิงเป็นแผลยาว เสื้อผ้าและเกาะอ่อนที่สวมฉีกขาดเลือดสีแดงพุ่งกระฉูด ทันใดนั้นเองจินหยางก็ได้ยินเสียงหร่วนบรรเลงดังแว่วไปทั่วบริเวณ
“เกิดคลื่นความถี่สูงและความถี่ต่ำที่รุนแรงจากเสียงที่ได้ยิน เปิดโหมดป้องกันฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นคลื่นเสียง”
วูบ จินหยางขมวดคิ้วเขามองเห็นปราณดาบพุ่งทะยานเข้ามารอบทิศทาง เขารีบถีบเท้าหลบไปทางขวามือเพื่อหลบปราณดาบที่พุ่งเข้ามา เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตูม! ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นจินหยางก็พบเห็นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งแบกร่างของฉีหมิงเอาไว้ด้านข้างมีหญิงสาวผู้หนึ่งหรือหร่วนเอาไว้ในมือ
“เจ้าเป็นคนแรกที่สามารถหลุดรอดจากคลื่นเสียงของข้าได้ มาดูกันว่าเจ้าจะหลบหนีไปได้นานเท่าไรกัน”
หญิงสาวแสยะยิ้มดีดหร่วนในมืออีกครั้ง เสียงหร่วนก้องกังวานออกมาปราณดาบนับสิบเล่มพุ่งทะยาน จินหยางเร่งโครจลมปราณในมือฟาดฟันกระบี่ในมือ ปราณกระบี่พุ่งเข้าปะทะปราณดาบเสียงดังสนั่น เปรี้ยง! ตูม! ชายฉกรรจ์นับสิบคนพุ่งเข้ามาล้อมตัวจินหยางเอาไว้
“ข้าไม่มีเวลาเล่นสนุกกับเจ้ามากนัก หากเจ้าสามารถหลุดรอดจากที่นี่ได้ขอให้เจ้าเร่งเดินทางมาที่เมืองหลวงฉงชิ่งก็แล้วกัน”
หญิงสาวหันไปมองชายฉกรรจ์ที่แบกร่างของฉีหมิงเอาไว้ หลังจากนั้นทั้งสามก็พุ่งหายไปในความมืด จินหยางคิดติดตามแต่ทว่าก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ขวางทางเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่กลุ่มจางหลงพุ่งทะยานเข้ามา
“ข้าฝากที่นี่ด้วยขอรับ ข้าจะติดตามหัวหน้าของพวกมันไป”
“วางใจเถอะ”
จินหยางพยักหน้าตอบรับถีบเท้ากระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่
“เทียนคงพวกมันไปทางไหน”
“ทางทิศตะวันออกขอรับ”
จินหยางพุ่งติดตามไปทันที เกือบครึ่งเค่อจินหยางก็ต้องพุ่งหลบลงมาจากกิ่งไม้ปราณดาบสองเล่มพุ่งมาจากทางซ้ายและขวา เปรี้ยง! ตูม! ต้นไม้ใหญ่ถึงกับหักโค่นลงมา ทันทีที่จินหยางลงมาถึงพื้นได้มีชายฉกรรจ์สองคนพุ่งเข้ามารัดตัวจินหยางเอาไว้
“นี่มันแค่จุดเริ่มต้น เจ้าไม่มีทางขัดขวางพวกข้าได้”
สิ้นเสียงกล่าวของชายฉกรรจ์ที่รัดตัวจินหยางเอาไว้พลังปราณมากมายก็ปะทุออกมาจากร่าง
“คุณชายรีบหนีออกไปจากที่นี่พวกมันกำลังระเบิดตัวเอง”
จินหยางออกแรงหมุนตัวสะบัดชายฉกรรจ์ทั้งสองหลุดออกจากร่าง ตูม! ตูม!