“นางทำกับข้าวไว้รอท่านนานแล้วครับ”
“นางมือเจ็บ ฝืนจับเครื่องครัว ถ้าเจ็บอีกจะจับพู่กันทำงานให้ข้าไม่ได้”
“ข้าห้ามแล้วนางบอกว่ากับข้าวท่านคือหน้าที่นาง ง่ามมืออักเสบไม่มีกระดูกเคลื่อนหรือหัก”
“หึ...รั้นในเื่ที่ไม่ควรรั้น ..”
ลู่เอินเดินมาถึงห้อง
หนิงเอ๋อนั่งขดโดยมีถาดสำรับอาหารวางอยู่
ลู่เอินถาม
“ทำไมไม่เอาอาหารเข้าไปวาง”
“ก็เ้าของห้องไม่อยู่ ข้าไม่กล้าเข้าไปหรอกค่ะ”
“เ้าเป็สาวใช้ส่วนตัวข้า จะข้าวของตระเตรียมของให้ข้าก็ไม่แปลก ...บ่นจะฉลาดก็ฉลาด บ่นจะโง่ก็โง่ เข้ามา”
หนิงเอ๋อลุกขึ้นพร้อมหยิบถาดสำรับอาหารตามไปด้วย
“ข้าไม่ได้โง่นะคะ แต่รอบคอบต่างหาก”
“รอบคอบยังไง?”
พวกเขาสนทนาไปวางสำรับไป
“อาหารท่านแม้วางพื้นหากเปื้อนอย่างดีก็ทำใหม่ แต่ถ้าของในห้องท่านเสียหาย ข้าจะรับผิดชอบยังไง”
“ฮึ..ฟังดูรอบคอบฉลาดจริงๆแต่ถ้าเ้ารอบคอบจริงไหนเลยรักษาภาพของพ่อข้าไว้ไม่ได้”
“หุ่ย....ก็ข้าพลาดไปแล้วไม่อยากพลาดแบบนั้นอีกนี่คะ ... รีบๆ ทานเถอะค่ะ”
ลู่เอินส่ายหัวเล็กน้อยแล้วมองกับข้าว
“ไข่ตุ๋น น้ำแกง.....”
“ค่ะ.... ก็ข้าเจ็บมือ นี่เป็รายการที่ข้าไม่ต้องออกแรงข้อมือขวาแล้วนะ ใครใช้ให้ท่านทำให้ข้าาเ็ล่ะ ....ยังจะให้ข้าทำอะไรมากกว่านี้เหรอไง...”
“นี่..ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย ร่ายซะยาวเชียว”
“ก็ข้าดักไว้ก่อนนี่”
“ข้าจะบอกว่า ข้ากินมาจากข้างนอกที่ร้านอาหารกับคุณหนูจูแล้ว”
“โหย ~~.. ข้าเจ็บข้อมือเพราะท่านยังอุตส่าห์ทำมาให้ รอท่านตั้งนาน ที่แท้ท่านทานกับคุณหนูจูเรียบร้อยแล้ว”
“เ้าบ่นพอรึยัง?”
“ค่ะ...”
หนิงเอ๋อลืมตัวอีกแล้ว กับการเถียงกับเ้านาย นางติดนิสัยเถียงกับอาจารย์ตลอด
“กินอะไรรึยัง?”
“ในครัวมี...”
“ตอบให้ตรงคำถาม”
“ยัง..ยังค่ะ”
“นั่งสิ”
“หือ?”
“ข้าบอกให้นั่ง”
“ค่ะๆ”
นางรีบนั่งเก้าอี้ที่วางขวามือของเขา
ลู่เอนกล่าว
“กินสิ”
“กับข้าวคุณชายข้าไม่กินหรอกค่ะ”
“ทำไม? ... กับข้าวที่เ้าทำให้ข้า ทำมาไม่ดีงั้นสิ”
“ใช่ที่ไหนกัน ข้าตั้งใจทำนะ .... แต่มันคือสำรับเ้านายนี่คะ”
“กับอีแค่ไข่ตุ๋นกับน้ำแกง ทำไมเ้าจะกินไม่ได้ กินซะ”
เขาส่งตะเกียบให้นาง
หนิงเอ๋อใช้มือซ้ายคีบแบบเก้ๆกังๆ
“ไม่ได้เื่”
“แล้วท่านใช้มือซ้ายคีบได้เหรอไง?”
ลู่เอินแย่งตะเกียบมาใช้มือซ้ายคีบข้าวให้ดู
หนิงเอ๋อลอบคิดในใจ
[ทำได้ด้วย?]
“แต่ถ้าทำไม่ได้นี่ ข้าไป...”
ข้าวที่คีบยื่นมาแตะปาก
“อ้าปาก”
“ข้า....”
พออ้าปากจะพูด ข้าวก็ส่งเข้าปาก จากนั้นเขาคีบตัดเนื้อไข่ตุ๋นขึ้นมา แต่มันหายร้อนนานแล้ว เขาจึงส่งตามเข้าปากนางไปอีกคำ
หนิงเอ๋อเคี้ยวไปเรื่อย พอทำท่าจะหมด
เขาคีบข้าวใส่ปากอีกคำ จากนั้นเอาช้อนตักน้ำแกงค่อยๆ ป้อนเข้าปาก
นั่งกินกันแบบนี่ครู่ใหญ่ๆ
ลู่ฉีเข้ามาที่หน้าประตูที่เปิดอ้าไว้
“คุณชายเื่ที่สั่ง.....อ่ะ..”
ลู่ฉีเห็นเขากำลังป้อนข้าวให้หนิงเอ๋อ
“ไว้ข้ามาอีกที...”
“ไม่ต้อง.. รายงานตอนนี้เลย”
“แต่นาง.....”
“ให้นางฟังด้วย”
“ครับ”
หนิงเอ๋อเคี้ยวข้าวไปงงไปมันเื่อะไร ทำไมนางต้องมารู้ด้วย
ลู่ฉีกล่าว
“เขามาถึงแล้วครับ”
“อืมพรุ่งนี้เชิญเค้ามาที่ป้อม”
“คุณชายเขาไม่ได้มาถึงซีจิ๋วครับ”
“แล้วเ้ามารายงานข้าทำไม?”
“เขามาถึงป้อมแล้วครับ”
ลู่ฉีกล่าวจบ
“เ้าหน้าตายลู่เอิน ข้ามาแล้ว!”
เสียงทะเล้นสดใสดังมาแต่ไกล
ลู่เอินกล่าวขึ้น
“ฮุ่ยซิ่ว..”
“ข้าเอง!”
หนิงเอ๋อร้องโผล่งออกมา
“องค์ชายหน้าด้านนี่นา!!”
ฮุ่ยซิ่วยิ้มออกมา
“ที่แท้ท่านหมอหนิงเอ๋อที่เขาล้ำลือ”
ลู่เอินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“พวกเ้ารู้จักกันแล้ว?”
“ใช่เรารู้จักกันแล้ว” / “ไม่ค่ะคุณชายข้าไม่รู้จักคนแบบนี้”
พวกเขากล่าวพร้อมกัน
ลู่เอินกล่าวกับหนิงเอ๋อ
“เซี่ยวเอ๋อเ้ารู้ว่าเขาเป็องค์ชาย เหตุใดยังเรียกเขาว่าคนหน้าด้าน”
“ท่านต้องเห็นสิ่งที่เขาทำที่ถนนหน้าหอคณิกา”
“ที่นั่นเป็สถานที่ไม่สำรวมแต่แรก อีกทั้งเขาเป็องค์ชายห้า มากกว่านี้เขาก็มีสิทธิ์”
“เพราะแบบนี้รึเปล่าถึงต้องระหกระเหินมาถึงซีจิ๋ว แทนที่จะอยู่วังหลวง”
ลู่เอินขมวดคิ้วจ้องหนิงเอ๋อเป้นเชิงตำหนิ
หนิงเอ๋อจ๋อยลงไป จับมือที่มีตะเกียบของลู่เอินคีบข้าวเข้าปากตัวเองต่อเป็เชิงอุดปาก
ฮุ่ยซิ่วยิ้มออกมา
“สาวใช้เ้าวาจาจัดจ้านไม่เลยทั้งยังหน้าตาน่ารักกว่าสาวใช้ทั่วไปมากนัก ทรวดทรงก็ไม่ธรรมดา”
พูดไปลูบคางไป ชะเง้อซ้ายขวาขึ้นลงสำรวจรูปร่างหนิงเอ๋ออย่างไม่มีมารยาท
หนิงเอ๋อรีบยกเก้าอี้ไปนั่งฝั่งซ้ายของลู่เอินเพื่อหลบสายตาเขา
ลู่เอินมองตาม
“อะไรคะ ... คุณชายคีบมือขวาก็ได้ไม่ใช่เหรออ้ามมม”
พูดจบก็อ้าปากรอให้เขาป้อน
ลู่เอินคีบตัดไข่ตุ๋นส่งเข้าปาก
ฮุ่ยซิ่วรีบกล่าว
“ไม่เพียงไม่รีบเชิญข้า เ้าหน้าตายเพื่อนข้ายังมีกะใจป้อนข้าวสาวใช้เอวคอบอวบอัด เ้ากลายเป็รู้จักรักหยกถนอมบุปผากับเค้าเป็แล้วนะ”
ลู่เอินถอนหายใจกล่าว
“ลู่ฉี...พาองค์ชายไปที่ห้องรับรอง เดี๋ยวข้าตามไป”
“ครับ”
สิ้นคำ
“องค์ชายครับ เชิญ”
ฮุ่ยซิ่วเดินตามไป ไม่วายชะเง้อหัวโผล่ถอยกลับมา
“ไม่ต้องรีบนะ... ฮ่ะฮ่ะ”
ห้องลู่เอินสงบลง
“คุณชายรู้จักคนแบบนี้ด้วยเหรอคะ?”
“เขาเป็เพื่อนของข้าเอง”
“หูย เขาว่าคบคนเช่นไรย่อมเป็คนเช่นนั้นนะคะ”
“อืม”
“คุณชาย~~ ปฏิเสธบ้างก็ได้ค่ะ”
“ใกล้จะหมดแล้ว กินต่อให้หมด”
เมื่อกินจนหมด นางก็ถาม
“แล้วที่คุณชายจะให้ข้ารู้นี่คือ....”
“องค์ชายมาถึง จวนเ้าเมืองต้องจัดการเลี้ยงต้อนรับทุกครั้ง”
“แล้ว.....”
“ซึ่งไม่พ้นข้าต้องไปด้วย”
“แล้วข้าต้องทำอะไรตอนท่านไม่อยู่คะ?”
“เ้าต้องไปกับข้า”
“ห๊ะ! ไปกับท่าน?”
“ไม่ได้ยิน?”
“ได้ยินค่ะ”
“ท่านจะเอาข้าไปทำไมกันล่ะ?”
“แม้เ้าเป็สาวใช้ แต่เ้าเองก็มีการศึกษา ความสามารถมากมาย ไม่น่าทำให้ข้าขายหน้า”
“จวนเ้าเมือง ...งั้นคุณหนูจูฮวาก็.....”
“ข้าอยู่ นางไม่กล้าทำร้ายเ้าหรอก”
“ตอนท่านไม่อยู่ล่ะ”
“ถ้าไม่เที่ยวออกไปเพ่นพ่านข้างนอก ใครจะเข้ามาทำร้ายเ้า”
“ทีองค์ชายลามกนี่ยังพรวดพราดเข้ามาได้เลยนี่คะ”
“อืม.....จะว่าไปปกติเขาไม่เคยมาหาข้าที่นี่ ปกติเราจะนัดเจอชั้นสามบนหอเหมยกุย ..ดูน่าเขาจะสนใจเ้าไม่น้อย”
“อี๋~~แค่คิดก็ขนลุกแล้ว...แต่ ..เอ..ท่านว่าเจอกันปกติที่ชั้นสามของหอนั่น ห๊า...ที่แค่คุณชายเองก็.....”
“ชั้นบนนั้นต้องจอง มันเป้นหอโปร่งไว้นั่งดื่มชาร่ำสุราฟังเพลงบรรเลงเพื่อสุนทรี ไม่อาจทำบัดสีได้”
“อ่อ...”
“เ้ากลับห้องไปได้แล้ว สำรับนี้ข้าจะยกไปเองเดี๋ยวให้ลู่ฉียกไปที่ครัวเอง”
“ค่ะ...เอ่อ..”
“ว่าไง”
“ชุดคุณชายชำรุดตั้งหลายตัว ไว้เสร็จเื่แล้วข้าจะซ่อมให้นะคะ”
“อืม...ไปพักซะ....ทายาด้วยนะ”
“เป็ห่วงเหรอคะ?”
“ข้าต้องใช้เ้าอีกมากเมื่อกี้เ้าก็บอกว่าจะซ่อมชุดให้ข้า งานครัว งานซัก กระทั่งทำบัญชี ยกเว้นซ้อมกระบี่ต้องงด นี่ยังไม่นับพรุ่งนี้เ้าอาจต้องไปงานกับข้า”
ห้องโถงรับรอง
“ขอโทษที่ทำให้รอนาน ปกติตกลงกันแล้วว่าเ้าจะไม่มาหาข้าที่นี่ อย่าบอกนะว่าถูกใจสาวใช้ข้า ..องค์ชายห้าจ้าวฮุ่ยซิ่ว”
“เรียกซะเต็มยศเลยนะ ... ท่านแม่ทัพเซียว”
ทีท่าขององค์ชายสุขุมนุ่มลึกขึ้นมาทันที แฝงด้วยรอยยิ้มที่ไว้วางใจลู่เอินอย่างมาก