ยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า

    จัดการคนทรยศ

    ยามวิกาลเหนือเมืองหลวงแคว้นจ้าว เมฆาหนาทึบบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด ทว่าสำหรับ เย่ฟาน ในตอนนี้ ความมืดกลับไม่ใช่เครื่องกีดขวาง เขายืนนิ่งสนิทอยู่บนยอดไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านคลุมกำแพงสูงของจวนตระกูลเย่ แววตาที่เคยอบอุ่นในวัยเยาว์บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเฉียบคม

    เย่ฟานหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อใช้งาน เนตรส่องสถิต (ฮาคิสังเกต) กลิ่นอายชีวิตและเจตจำนงนับร้อยภายในจวนปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขาดุจแผนที่ความร้อน เขาพบความผิดปกติทันที... เวรยามในจวนหนาแน่นขึ้นกว่าเดิมสามเท่า และที่สำคัญ กลิ่นอายปราณของทหารเหล่านั้นไม่ใช่คนของตระกูลเย่ แต่เป็นปราณกระบี่ที่แหลมคมและดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ของ สำนักกระบี่เมฆาคราม

    "พวกมันยึดจวนของข้าเป็นฐานทัพไปแล้วรึ..." เย่ฟานพึมพำเสียงเบา

    เขาไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้าไป แต่ใช้ ก้าวย่างอัสนี (โซล) ผสมผสานกับ กายาพริ้วไหว (คามิเอะ) เคลื่อนที่ไปตามเงาชายคาจวน ร่างกายของเขาพริ้วไหวไปตามกระแสลมจนทหารยามที่เดินผ่านไปมาไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศแม้แต่นิดเดียว เขาคือวิญญาณที่หวนกลับมาทวงคืนความยุติธรรม

     

    เย่ฟานลอบเข้ามาจนถึงเรือนพักส่วนลึกที่เคยเป็นที่อยู่ของผู้นำตระกูล บัดนี้มันถูกเปลี่ยนเป็นที่กักบริเวณที่มีค่ายกลปราณล้อมรอบ เขาเห็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองนั่งอยู่ใต้แสงเทียนสลัว เย่เทียน บิดาของเขาที่เคยสง่างามและน่าเกรงขาม บัดนี้ซูบผอมและแววตาเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

    เย่ฟานปรากฏตัวขึ้นกลางห้องอย่างไร้เสียง "ท่านพ่อ..."

    เย่เทียนสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือถ้วยชาสั่นระริก "ฟานเอ๋อ! เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย! แต่เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม? หนีไป! ตอนนี้ เย่กู่ อาสามของเจ้ามันขายจิตวิญญาณให้สำนักกระบี่เมฆาครามไปแล้ว พวกมันรอให้เจ้าปรากฏตัวเพื่อจะสังหารเจ้าและใช้เป็นข้ออ้างยึดตระกูลอย่างสมบูรณ์!"

    เย่ฟานเดินเข้าไปกุมมือบิดา เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณในร่างบิดาถูกสกัดไว้ "ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ลูกคนเดิมที่อ่อนแอได้ตายไปแล้ว" เย่ฟานหยิบ ถั่วเซียน ออกมา "ทานนี่ก่อนครับท่านพ่อ มันจะรักษาท่าน"

    ทันทีที่เย่เทียนกลืนถั่วเซียนลงไป ร่างกายที่เคยทรุดโทรมพลันเกิดเสียงกระดูกลั่นดัง กร๊อบ บาดแผลภายในหายเป็นปลิดทิ้ง พลังปราณที่เคยถูกสะกดไว้ระเบิดออกมาจนห้องสั่นไหว เย่เทียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "นี่มัน... ยาเทวะชนิดใดกัน!"

     

    ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องโถงใหญ่ของจวน เย่กู่ กำลังนั่งดื่มสุราอยู่กับศิษย์สายในของสำนักกระบี่เมฆาครามสองคน พวกมันหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ

    "ท่านเย่ ทำได้ดีมาก" ศิษย์สำนักใหญ่กล่าว "พรุ่งนี้เมื่อท่านแถลงว่าเย่เทียนป่วยหนักและขอยกอำนาจให้ท่านดูแลแทน นายน้อยซ่งจะส่งทรัพยากรชุดแรกมาให้ และตระกูลเย่ภายใต้การนำของท่านจะกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองหลวง"

    เย่กู่ยิ้มกว้างจนตาปิด "ขอบพระคุณนายน้อยซ่งที่เมตตา ข้าจะรับใช้สำนักกระบี่เมฆาครามอย่างสุดความสามารถ"

    ทันใดนั้นเอง... ลมเย็นเยือกพัดวูบเข้ามาในห้อง เทียนทุกเล่มดับลงพร้อมกันในพริบตา!

     

    ความมืดปกคลุมห้องโถงจนมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง เย่กู่ลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก "ใคร! ใครอยู่ตรงนั้น!"

    เขาไม่ได้ยินเสียงตอบรับ มีเพียงเสียง ฉึก เบา ๆ สองครั้ง ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาครามทั้งสองคนถูก ดัชนีทลายสวรรค์ (ชิกัน) เจาะทะลุหลอดลมจนสิ้นใจคาเก้าอี้โดยไม่มีโอกาสได้ชักกระบี่

    เย่ฟานเดินออกมาจากเงามืดดาบคาตานะ นิรันดร์มืด ในมือถูกเคลือบด้วยเกราะจิตตานุภาพ (ฮาคิเกราะ) จนกลายเป็นสีดำสนิทแวววาว

    "อาสาม... เพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูล ท่านถึงกับทำร้ายคนในตระกูล และขายตระกูลให้กับพวกสุนัขรับใช้ซ่งฉือรึ?" น้ำเสียงของเย่ฟานเย็นเฉียบจนเย่กู่สั่นไปทั้งตัว

    "เย่... เย่ฟาน! เจ้า! เจ้ายังมีพลังได้อย่างไร!" เย่กู่พยายามจะร้องเรียกทหารข้างนอก แต่เขาพบว่าเสียงของเขาหายไปในลำคอ เย่ฟานพุ่งตัวเข้าประชิดด้วยความเร็วที่เนตรปราณจับไม่ทัน คมดาบตัดผ่านขั้วหัวใจของคนทรยศอย่างนุ่มนวลและเงียบเชียบ

    เย่กู่ล้มลงขาดใจตายโดยที่ไม่มีเลือดกระเด็นออกมาแม้แต่หยดเดียว ทุกอย่างจบลงในความเงียบสงัด

     

    เย่ฟานกลับมาหาบิดาอีกครั้งที่เรือนพัก เขาทำลายค่ายกลปราณที่ล้อมรอบออกอย่างง่ายดายด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว

    "ท่านพ่อ... คนพวกนั้นจะไม่มากวนใจท่านอีกชั่วคราว ข้าจัดการเคลียร์ทางให้ท่านแล้ว" เย่ฟานกล่าวพลางมองบิดาที่ตอนนี้ดูหนุ่มขึ้นและแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยฤทธิ์ถั่วเซียน

    เย่เทียนมองลูกชายด้วยความภาคภูมิใจและสงสัย "ฟานเอ๋อ เจ้าจะไปที่ไหนต่อ?"

    เย่ฟานหันหลังมุ่งหน้าสู่หน้าต่าง "ข้าจะกลับไปจัดการธุระที่เหลือที่โรงเตี๊ยมครับท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าจะไปสมัครเข้าร่วมงานประลองยุทธ์ แต่ข้าจะไม่ใช้ฐานะคนของตระกูลเย่... ข้าจะลงแข่งในฐานะศิษย์ของอาจารย์ข้า ข้าจะแสดงให้พวกที่ใส่ร้ายข้าทำลายตันเทียนข้า ข้าจะกลับมาทวงทุกอย่างคืนมา"

    ร่างของเย่ฟานหายวับไปในความมืด ทิ้งให้เย่เทียนยืนนิ่งอยู่กับความหวังที่ลุกโชน

    ขณะที่โรงเตี๊ยมมังกรทะยาน หลี่หมิงกำลังเคี้ยวน่องไก่คำสุดท้ายพลางบ่นพึมพำ "เย่ฟานไปนานจริง ๆ ... ถ้าอีกห้านาทีไม่กลับมา ข้าจะถือว่าเขาอิ่มแล้ว และจะกินส่วนของเขาให้หมดเลยนะเนี่ย"

     

    คล้ายกับเรื่องยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า ที่คุณอ่าน