สมิงน้อยที่เห็น ซีเยว่ มันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เหตุใดหญิงสาวผู้นี้ถึงมีแรงดึงดูด สัตว์วิเศษอย่างตัวมันเฉกเช่นนี้ ก่อนที่ เยว่ เยว่ จะยกยิ้ม ยืดอกกล่าวด้วยความเชื่อมั่น "ข้าบอกเจ้าแล้วว่านายของข้า มีบางอย่างที่ไม่เหมือนผู้ใด เจ้าเชื่อข้าหรือยังเจ้าสมิงน้อย"
สมิงน้อย มันพยักหน้าในทันที ก่อนพุ่งปรี่เข้าไปหา ซีเยว่ ยกหัวถูไถไปตาม กายาหญิงสาวอย่างไม่มีปิดบังในความต้องการของมัน หมายมั่นจะติดตามหญิงสาวผู้นี้ ครั้นที่อี้เฉินเห็น เขาถึงกับถอนหายใจออกมายาว ไม่คิดซีเยว่จะมีพลังบางอย่างดึงดูดสัตว์วิเศษพวกนี้
"สหายของเจ้าหรืออี้เฉิน มันน่ารักไม่เบาเลย ..เจ้ามาหาข้ามา" หญิงสาว อุ้มเจ้าสมิงน้อยด้วยความเอ็นดู ประกายตาวูบไหวเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
ก่อนน้ำเสียงตัดพ้อของ เยว่ เยว่ เด็กสาวจะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเจ้าสมิงน้อยเท่าใดนัก "พี่ซีเยว่ ท่านคงจะไม่ลืมข้าไปแล้วหรอกนะ"
อี้เฉินที่เห็นสองสัตว์วิเศษ ทะเลาะกันหมายจะแย่งความรักจากเจ้านายอันเป็นที่รัก เขาส่ายหัวในทันที แต่เขาไม่อาจสั่งการเจ้าสมิงน้อยได้ หากปล่อยให้อยู่กับตัวเขาไปก็ไร้ค่า ทว่าในใจลึกๆ ก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย ครั้นเห็นศักยภาพของมัน
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยสั่งการ ยามนี้พวกเขามีเวลาไม่มาก "เจ้าสมิงน้อย เยว่ เยว่ จัดการสวนสมุนไพรให้หมด ถือเป็นของชดใช้ให้กับ พี่ซีเยว่" ครั้นทั้ง2ได้ยินก็ต่างพากัน ออกไปขุดสมุนไพรกันอย่างบ้าคลั่ง ชนิดถอนราก ถอนโคนจนแทบหมดสวนสมุนไพร
ซีเยว่ ละเหี่ยใจครั้นเห็นความบ้าคลั่งของพวกเขาทั้ง3 เพียงเวลาไม่กี่อึดใจสวนที่นางดูแลมาตลอดครึ่งปี ก็ถูกทำลายจนแทบสิ้นซาก ทว่าตัวนางจะทำอะไรได้ ยามนี้มือทั้ง2ข้างของนาง มีโซ่ตรวน ห้ามขับเคลื่อนปราณพลังอยู่ แม้แต่อี้เฉินในยามนี้ก็ไม่อาจถอดมันออกได้
ทว่าเมื่อพวกเขาขุดขึ้นไปด้านบนเนินกว้าง อี้เฉินก็ถึงกับตกตะลึง ไม่คิดว่าเขาจะมาขุดเจอเข้ากับสมุนไพร ต้นกายหยาบ ระดับจักรพรรดิ แม้มันจะไม่มีคุณค่าในการฝึกตน แต่มีคุณค่ามาก หากผู้ที่เหลือแต่ดวงวิญญาณ สามารถใช้มันเกิดใหม่ในร่างนี้ได้ อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวอุทานออกมาด้วยความตกใจ "สมแล้วที่เป็นสำนัก5ดาวอย่าง สำนักศาลาซากศพ ถึงกับเก็บซ่อน สมุนไพรต้นกายหยาบไว้เช่นนี้"
แม้รูปร่างของมันจะคล้ายกับซากของคน ให้ความรู้สึกที่น่าสะอิดสะเอียน แต่อย่างไรมันก็คงจะมีคุณค่าสำหรับเมี่ยนจือ หากนางฟื้นตื่นขึ้นมาได้คงจะดีใจไม่น้อยเป็นแน่
สมิงน้อย กับ เยว่ เยว่ เองมันก็ได้ของล้ำค่ามาไม่น้อย จนดวงตาของพวกมันลุกวาว ถุงเก็บของมิติ ที่ได้มาจากชายหนุ่มด้านหน้าประตู เต็มเปี่ยมไปด้วยสมุนไพรล้ำค่า แม้แต่ปากของพวกมันยังกัดกินสมุนไพรไปด้วย ควานหาสิ่งล้ำค่าไปด้วยสายตาอาฆาตแค้น กับที่ทำกับผู้เป็นนายของพวกมัน
อี้เฉิน กับเจ้าสัตว์วิเศษทั้งสอง ที่ทำลายสวนสมุนไพรจนหาย คับแค้นใจ พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางในทันที การมาครั้นนี้ของพวกเขา ถือว่าได้เก็บเกี่ยวครั้นใหญ่ หากพวกเขารอดพ้น หลบหนีออกไปได้ ได้กลายเป็นหนูตกถังข้าวสารตัวอ้วนกลมเป็นแน่
อี้เฉินที่เห็นสภาพสวนสมุนไพร ถูกพวกเขารื้อถอนจนเละเทะ เขากล่าวออกมาด้วยความละเหี่ยใจ "ข้าว่าพวกเราไปจากสถานที่แห่งนี้เถอะ หากผู้ใดพบเข้า เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเข้า เจ้าสมิงน้อย ต้องพึ่งกำลังเจ้าฝ่าออกไปแล้ว"
สมิงน้อยครั้นมันได้ยินมันก็ขยายสัดส่วนร่างของมันในทันที เยว่ เยว่เองก็เข้าไปภายในแหวนมิติของ ซีเยว่อย่างว่าง่าย ยามนี้ซีเยว่ไม่อาจขับเคลื่อนปราณพลังได้ จำเป็นต้องขี่เจ้าสมิงน้อยออกไปจากสถานที่แห่งนี้
อี้เฉินขึ้นไปนั่งคร่อมเสือขาว พยุงร่างผอมบางนางไว้ ไม่ให้ตกหล่น ก่อนให้เจ้าสมิงน้อย วิ่งสุดกำลังเท่าที่มันมีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ฉับพลันเสียงปัง! ก็ดังออกมากู่ก้อง ร่างเงาเสือขาวพุ่งทะยานออกไป ด้วยความปราดเปรียว ฝ่าออกไปในทิศทางด้านหน้าสุดกำลัง
เหล่าศิษย์ที่อยู่ภายในสำนักต่างตกตะลึงครั้นได้ยินเสียงดัง อึกทึกครึกโครม ภายในสวนสมุนไพร ทว่าเมื่อพวกเขา เข้าไปตรวจดูก็ถึงกับลมจับ ครั้นเห็นสภาพสวนสมุนไพรเละเทะไม่มีชิ้นดี หากเจ้าสำนักกลับมา จากหุบเขาเทพบรรพกาล เกรงว่าหัวพวกเขาได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่
"มันใครกันช่างใจกล้าห่อ ฟ้านัก รีบเปิดค่ายกลป้องกันเร็วเข้า อย่าให้มันหนีรอดออกไปได้" เหล่าศิษย์ ต่างเดือดดาลบ้าคลั่งไล่ตาม เจ้าสมิงขาวออกไปด้วยความรวดเร็ว ทว่ามีหรือที่พวกมันจะตาม ขั้นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวได้ทัน ครั้นเห็นร่างเงาที่วูบไหวของเสือขาว มันก็ออกไปไกลหลายสิบจั้งในพริบตา
ไม่กี่ชั่วอึดใจ สัญญาณเตือนก็ดังขึ้นมาทั่วทิศ ค่ายกลปิดล้อมเองก็เริ่มทำงาน กลุ่มคนที่เฝ้าทางออกเองก็ต่างพากันประหลาดใจ "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดภายในสำนัก ถึงมี สัญญาณแจ้งเตือน"
ทว่าเมื่อสายตาของพวกเขาเห็นชายหนุ่มผมขาว ขี่เสือขาว ออกมาด้วยความปราดเปรียว พร้อมกับหญิงสาวภายในสวนสมุนไพร มันก็ทำให้ใบหน้าของเทพสวรรค์ทั้งสองหน้ามืดทะมึน ครั้นที่เตรียมจะพุ่งออกไปไล่ล่า ทว่าเมื่อได้ยินกลุ่มคนด้านหลังตะโกนไล่หลังมา มันก็ทำให้ เหล่าเทพสวรรค์เดือดดาลเป็นโทสะ
"หยุดมันไว้เร็วเข้าพวกมันขโมยสมุนไพร ของสำนักเราไปแทบหมดสวน แถมต้นกายหยาบก็ยังถูกพวกมันช่วงชิงไป หากไม่รีบชิงกลับมาก่อนที่เจ้าสำนักกลับมา พวกเราตายแน่"
เทพสวรรค์ทั้งสอง พุ่งปราดตามไล่ล่าอี้เฉิน ที่ขี่เสือขาวในทันที มาพร้อมเสียงคำราม เกรี้ยวกราดดังออกมาไล่หลัง "เจ้าช่างใจกล้าห่อ ฟ้านักไม่รู้หรือว่า หากค่ายกลป้องกันทำงาน แม้แต่หนึ่งกองทัพก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้"
สมิงน้อย มันยกอุ้มเท้าตะกุยอากาศออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่แม้จะสนใจคำผู้ของเหล่าเทพสวรรค์ ที่ไล่หลังตามพวกเขามา ทว่าเมื่อเห็นสุสานด้านล่าง เต็มไปด้วยฝูงซากศพ ของเหล่าจอมยุทธ์ที่ตายตก พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาไม่ขาด มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย เนื่องด้วยสถานที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยสุสานของเหล่าคนตาย มันจึงไม่ต่างไรกับพวกเขากำลังอยู่ต่อหน้ากองทัพซากศพ
"สมิงน้อยเจ้าอดทนอีกนิด ใกล้จะถึงจุดที่ซีเผิงอยู่แล้ว" อี้เฉินที่กลางตำแหน่งของ ซีเผิงดูอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นในกรอบสายตา เห็น ซีเผิงต่อสู้กับเหล่าซากศพอยู่ เขาชี้ไปในทิศทางนั้นในทันที
ซีเผิง ครั้นเห็นน้องสาวของเขาในรอบ 2ปี อยู่ในสายตาของเขาอีกครา ประกายตาก็พลันวูบไหว ระเบิดเพลิงเผาผลาญโดยรอบจนมอดไหม้ในฉับพลัน ก่อนตะโกนออกมากู่ก้อง หมายมั่นจะส่งพวกอี้เฉินเข้าไปภายใน ค่ายกลเคลื่อนย้าย "เร็วเข้า อี้เฉินค่ายกลเคลื่อนย้ายเริ่มทำงานแล้ว"
เทพสวรรค์ทั้งสอง เมื่อเห็น ภายนอกยังมีคนของ ชายหนุ่มผมขาวอยู่อีก มันก็ทำให้ ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง หน้ามืดทะมึนในทันทีก่อน ในมือถือหอกไว้อย่างฉับพลัน ก่อนส่งหอกแห่งความตาย เต็มเปี่ยมไปด้วยอายความชั่วร้ายพรั่งพรูออกมาไม่ขาด หมายจะฆ่าสังหารพวกเขาทั้งหมด เสียงหอกแหวกอากาศออกไปดังหวีดแหลม พุ่งออกราวศรแสง เข้าใส่ทั้งค่ายกลทั้งตัวกลุ่มคนที่พุ่งเข้าไปอย่างรุนแรง เสียง"ตู้ม"ดังออกมากึกก้อง เศษปราณพลังกระจัดกระจายไปทั่วทิศ เต็มไปด้วยพลานุภาพที่น่าคร้ามเกรง
แม้แต่พวกอี้เฉินที่เข้าไปด้านในค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วก็ตาม ก็ยังไม่วายที่จะบาดเจ็บหนัก จะเศษปราณพลังของเทพสวรรค์ ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะถูกส่งออกไปโดยค่ายกลเคลื่อนย้ายรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
"มันคงไปไหนได้ไม่ไกล แถมดูท่าพวกมันจะบาดเจ็บไม่น้อยพวกเราแบ่งกันออกไปตามหา" เทพสวรรค์ทั้งสองต่างเดือดดาลเป็นโทสะถึงกับออกตามล่าด้วยตนเอง ไม่คิดปล่อยหนูโสโครกให้รอดพ้นเงื้อมมือไปได้
ครั้นเทพสวรรค์ ซูเจิน ได้ยินเขาพยักหน้ารับคำในทันที ทว่าเขาเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันเหตุใดชายหนุ่มผมขาวถึงเลือกช่วงเวลานี้ ราวกับเขาล่วงรู้มาก่อนว่ายามนี้ สำนักศาลาซากศพ มีผู้คนอยู่ไม่มาก